• นฤมิตร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-29
  • จำนวนเรื่อง : 21
  • จำนวนผู้ชม : 86790
  • จำนวนผู้โหวต : 54
  • ส่ง msg :
  • โหวต 54 คน
<< กันยายน 2008 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 5 กันยายน 2551
Posted by นฤมิตร , ผู้อ่าน : 6044 , 09:12:43 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

คนเรามักจะเลียน/เรียนจากธรรมชาติ แบบแผนต่างๆ ที่คนเราคิดกันขึ้นมา ก็มักจะมาจากการช่างสังเกตชีวิตรอบตัวและในธรรมชาติรอบนี่เอง แม้แต่เรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจ ก็มีคนสังเกตว่าเหมือน "ห่านบิน"

............................

การพัฒนาทางเศรษฐกิจของเอเซียตะวันออกมีแบบแผนที่เรียกกว่า “ห่านบิน”

ห่านตัวแรกที่ออกบินก่อนคือ ญี่ปุ่น ซึ่งปฏิรูประบบเศรษฐกิจให้ทันสมัยภายหลัง “การปฏิรูปเมจิ” ในช่วงครึ่งหลังศตวรรษที่ 19 ญี่ปุ่นได้พัฒนาเรื่อยแต่สะดุดไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ในทศวรรษ 1960 ญี่ปุ่นก็ยังอยู่ในระดับที่เป็นประเทศพัฒนาซึ่งเป็นเพียงประเทศเดียวในเอเซีย ณ ขณะนั้น

ห่านกลุ่มต่อมาที่บินตามญี่ปุ่นไปคือกลุ่มประเทศ “4 เสือ” หรือ Asian NIE’s อันประกอบด้วยไต้หวัน เกาหลีใต้ ฮ่องกง และสิงคโปร์ ได้ออกบินในช่วงทศวรรษ 1960 ตามมาด้วยประเทศในอาเซียน โดยเฉพาะมาเลเซีย ไทย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ที่บินตามมาห่างๆ

ห่านกลุ่มที่สามซึ่งออกบินในช่วงทศวรรษ 1990 คือ จีน ภายหลังจากเปิดเศรษฐกิจของประเทศในปี 1994 อินเดียและเวียดนามก็ได้บินมาด้วยในช่วงนี้

อะคะมะทรึ (Akamatsu) เป็นผู้บุกเบิกแนวคิดห่านบินและได้รับการต่อยอดโดยโคะจิมะ (Kojima) 

อะคะมะทรึอธิบายปรากฎการณ์ห่านบินว่ามี 4 ขั้นตอนคือ

1. ประเทศเริ่มนำเข้าสินค้าอุตสาหกรรมมาเพื่อบริโภค

2. อุตสาหกรรมในประเทศเริ่มผลิตสินค้าอุตสาหกรรม และนำเข้าสินค้าทุนเข้ามา

3. ประเทศเริ่มส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม

4. อุตสาหกรรมไล่ตามอุตสาหกรรมเดียวกันในประเทศพัฒนาแล้ว การส่งออกสินค้าเริ่มลดลง และเริ่มส่งออกสินค้าทุนที่ใช้ในการผลิตสินค้านั้นแทน

อะคะมะทรึใช้ข้อมูลอุตสาหกรรมด้ายดิบในช่วง 1860-1930 พบว่าการนำเข้า ผลิต และส่งออก เป็นไปตามแบบจำลองห่านบินอย่างสมบูรณ์ จากนั้นแบบจำลองห่านบินได้รับการขยายเพิ่มจำนวนประเทศและจำนวนสินค้ามากขึ้น  แบบจำลองอะคะมะทรึพยากรณ์ว่าในกระบวนการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศหนึ่งๆ นั้น อุตสาหกรรมเบาจะพัฒนาก่อนแล้วตามมาด้วยอุตสาหกรรมหนัก อุตสาหกรรมปลายน้ำมาก่อนแล้วค่อยตามมาด้วยอุตสาหกรรมต้นน้ำ

การวิจัยเชิงประจักษ์ที่เกี่ยวกับประเทศไทยพบว่า เป็นไปตามคำอธิบายของอะคะมะทรึ แต่ไทยอยู่ในลักษณะ “ปลาบิน” (Flying Fish) คือ

1. อุตสาหกรรมเสื้อผ้าพัฒนาก่อน แล้วจึงตามมาด้วยอุตสาหกรรมสิ่งทอ

2. อุตสาหกรรมยานยนต์พัฒนาก่อน แล้วจึงตามมาด้วยอุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้า

3. อุตสาหกรรมเสื้อผ้าและสิ่งทอพัฒนาก่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ เหล็กและเหล็กกล้า

อย่างไรก็ตาม ในกรณีของเกาหลีใต้นั้นอุตสาหกรรมเสื้อผ้าได้พัฒนาแล้วแล้วในปี 1960 และเริ่มตกต่ำในช่วง 1990 อุตสาหกรรมสิ่งทอตามอุตสาหกรรมเสื้อผ้ามาแต่ก็ตกต่ำไปก่อนอุตสาหกรรมเสื้อผ้า ส่วนเหล็กและเหล็กกล้าพัฒนามาก่อนยานยนต์จึงตามมาทีหลัง อุตสาหกรรมต้นน้ำจึงไม่จำเป็นที่จะต้องตามอุตสาหกรรมปลายน้ำเสมอไป

อุตสาหกรรมของแต่ละประเทศอาจจะเกิดจากการผลักดันจากอุตสาหกรรมสำหรับผู้บริโภคก่อน หรือผลักดันจากอุปทานของประเทศก่อนก็ได้ ดังเช่น อังกฤษ ที่การปฏิวัติอุตสาหกรรม จากการประดิษฐ์เครื่องจักรไอน้ำจากนั้นนำมาใช้เป็นสินค้าทุนเพื่อก่อให้เกิดอุตสาหกรรมต่างๆ ตามมา

แบบจำลองห่านบินไม่สามารถอธิบายปรากฎการณ์ได้อย่างสมบูรณ์  ปัจจุบันมีข้อสงสัยว่า สำหรับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์นั้น ญี่ปุ่นคงจะไม่ใช่ “ห่านจ่าฝูง” ได้นานอีกต่อไป เพราะห่านรุ่นหลังอย่างจีนกำลังจะทันแล้ว  อย่างไรก็ดี อะคะมะทรึ กล่าวไว้อย่างชัดเจนว่า “…these countries, advanced and less advanced, do not necessarily go forward at the same speed in their development of a wild-geese-flying pattern, nor do they always gradual progress, but they are at time dormant and at other times make leaping advances….”

ข่าวดีก็คือ เรามีหลายเส้นทางให้เลือกเดิน



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2
Supawan วันที่ : 05/09/2008 เวลา : 09.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

(0)
We all have choices !!
ความคิดเห็นที่ 1
ปรัตยา วันที่ : 05/09/2008 เวลา : 09.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chief-dan
บล็อคที่หวานแหววแต๋วจ๋าที่สุดในโอเคเนชั่นนะเธอ

(0)
ผมคิดว่าประเทศไทย มีลักษณะ "เสือติดจั่น" มากกว่า "ปลาบิน" นะ

ทฤษฎีนี้นำเสนอโดยผมเอง



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน