• นฤมิตร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-29
  • จำนวนเรื่อง : 21
  • จำนวนผู้ชม : 86690
  • จำนวนผู้โหวต : 54
  • ส่ง msg :
  • โหวต 54 คน
<< กันยายน 2008 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 5 กันยายน 2551
Posted by นฤมิตร , ผู้อ่าน : 1886 , 10:25:14 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

การมาพูดถึงหนังสือ The World is Flat ตอนนี้ ดูเชยๆ พิกล แต่โดย Concept ของ Blog แห่งนี้ จะไปต่อไม่ได้เลย ถ้าไม่มีเรื่องของหนังสือเล่มนี้แปะไว้บ้าง

ถือซะว่าสรุปให้คนไม่เคยอ่านหนังสือเล่มนี้ล่ะกันครับ

กะว่าสัก 6 เดือนแรกนี้ ผมจะปูพื้นฐานเรื่องที่เกี่ยวกับ “Small World” ให้ทั่วๆ ไปก่อน มีหนังสือหรือข้อเขียน classic ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานี้หลาย 100 เล่มที่อยากเขียนถึง

ใครเคยอ่านมาแล้วก็ skip post นี้ไปได้เลยครับ

......................

นักเขียนคนเดียวหรือหนังสือเล่มเดียว ยากยิ่งที่จะอธิบายปรากฎการณ์ใหญ่ๆ ได้รอบด้าน ดังนั้น สิ่งที่นักอ่านพึงกระทำคือการอ่านหลายๆ เล่ม อ่านหลายๆ ด้าน พร้อมกับตั้งคำถามกับแนวคิดหรือคำอธิบายที่เสนอออกมา

The World is Flat เป็นหนังสือเล่มดังอีกเล่มที่พยายามอธิบายปรากฎการณ์โลกาภิวัฒน์ด้วยสำนวนชวนอ่าน ปัจจุบันมีแปลเป็นภาษาไทยแล้ว แม้หนังสือจะอธิบายได้ไม่รอบด้านนัก แต่ก็ได้แสดงภาพกระแสหลักของโลกให้เห็นได้อย่างชัดเจน

คิดว่าหนังสือเล่มนี้ก็ยังควรค่าแก่การอ่านสำหรับผู้ที่ยังไม่ได้สัมผัส เพื่อเป็นพื้นฐานในการอธิบายปรากฎการณ์รอบตัวของเรา เราควรจะรู้เท่าทันโลกภายนอกมากขึ้น โลกจะแบน จะกลม จะเป็นสามเหลี่ยมปิรามิด ก็ขึ้นอยู่ที่ว่าเราจะนั่งมองมันจากมุมใด

ถ้าจะให้ดี เราควรจะมองได้ครบทุกมุม

Friedman คอลัมนิสต์ The New York Times รางวัล Pulitzer เขียนหนังสืออ่านได้สนุก คำสำคัญของหนังสือคือ “Flat” ซึ่งผู้เขียนหมายถึง “level playing field” ชาวโลกทุกคนสามารถเข้ามาร่วมแข่งขันในสนามที่ปรับให้ราบเรียบ

ผู้ที่ใช้เทคโนโลยีจะสามารถทำงานข้ามพรมแดนและข้อจำกัดต่างๆ ได้

งานจะถูกกระจายข้ามพรมแดนไปทั่วโลก

ผู้ใดสามารถสร้างงานมาตรฐานสูง..ด้วยค่าจ้างที่ต่ำจะเป็นผู้ที่ได้งานนั้นไป

ผู้เขียนแบ่งแยกยุคโลกาภิวัฒน์เป็น 3 ยุค คือ

Globalization 1.0 เริ่มจากโคลัมบัสพบโลกใหม่ช่วงปี 1492-1800 ปัจจัยผลักดันเกิดจากลัทธิชาตินิยมและศาสนา

Globalization 2.0 เริ่มจากช่วง 1800-2000 พลังสำคัญคือบรรษัทข้ามชาติที่ขยายการลงทุนไปตลาดใหม่ๆ

Globalization 3.0 เริ่มหลังปี 2000 ปัจจัยสำคัญคือความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เชื่อมโยงโลกเข้าด้วยกัน ทำให้ปัจเจกบุคคลสามารถสื่อสารกันได้อย่างสะดวกรวดเร็วอย่างไม่เคยมีมาก่อน

ปัจจัย 10 ประการที่ทำให้โลกแบน ได้แก่

1.         11/9/89 เมื่อกำแพงเบอร์ลินแตกสลายลงไป เป็นสัญลักษณ์ว่าโลกก้าวสู่ยุคหลังสงครามเย็น (post-cold war) แล้ว

2.         8/9/95 บริษัท Netscape ช่วยให้คนสามารถใช้อีเมล์และเว็บได้อย่างสะดวก

3.         ซอฟท์แวร์การจัดการงาน....ส่งผลให้สามารถคนทำงานที่ไหนก็ได้

4.         ซอฟท์แวร์แบบเปิด...ทำให้คนสามารถใช้ซอฟท์แวร์ออนไลน์ได้ฟรี

5.         การว่าจ้างงานภายนอก (outsourcing)…. บริษัทสามารถจ้างงานได้ทั่วโลก

6.         การทำงานนอกประเทศ (offshoring).... บริษัทไปตั้งที่ประเทศต่างๆ ได้ และสร้างธุรกิจใหม่ๆ

7.         การจัดการห่วงโซอุปทาน..... ทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำลง

8.         Insourcing บริษัทขยายความชำนาญไปสู่ธุรกิจใหม่ๆ เช่น บริษัท UPS นอกจากจะขนส่งสินค้าแล้ว ยังซ่อมโน้ตบุ๊คและส่งพิซซ่าด้วย

9.         In-forming.... เกิดเว็บ search engine ที่ยอดเยี่ยมอย่าง Google.com เป็นการปฏิวัติการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารครั้งสำคัญ

10.      สังคมไร้สาย โทรศัพท์เคลื่อนที่ การประชุมเสมือนจริง...space and time เริ่มเป็นไม่เป็นข้อจำกัดอีกต่อไป

หากจะสรุป “ข้อเสนอแนะ” ของหนังสือเล่มนี้ด้วยประโยคเดียว

คิดว่าประโยคนี้น่าจะเหมาะกับ “คนไทยรุ่นใหม่” ที่กำลังเติบโตขึ้นมา

“There will be plenty of good jobs out there in a flat world for people with the knowledge and ideas to seize them”

…..

พื้นที่ใน Blog นี้จะขอเป็น “ส่วนเล็กๆ” ส่วนหนึ่งที่ทำให้ทุกคนรู้ว่า “out there” เป็นอย่างไร ไปถึงไหน (หรือไม่ไปถึงไหน) กันแล้วครับ



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
TJ07 วันที่ : 09/09/2008 เวลา : 13.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/TJ07

(0)
คิดไปได้
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน