• ทศวร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : tossaworns@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2010-11-01
  • จำนวนเรื่อง : 16
  • จำนวนผู้ชม : 16689
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2 คน
เรื่องสั้น ร้านกาแฟ
เรื่องรางต่างๆ ข้อมูลที่สะสมไว้ในสมอง ได้นำมาเขียนแบ่งปันความคิดก่อนที่ความรู้มันจะหายไปพร้อมกาลเวลา เขียนขึ้นในระหว่างมีร้านกาแฟเป็นของตัวเองเพราะ " มันว่าง "
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/coffeestory
วันศุกร์ ที่ 5 พฤศจิกายน 2553
Posted by ทศวร , ผู้อ่าน : 1357 , 23:26:49 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ตอนที่ 6 ศิษย์มีครู

 

                วิชาที่ผมจะแบ่งปันให้ทุกคนได้เรียนรู้เพิ่มเติมนี้ ไม่มีใบปริญญารองรับนะครับ มีแต่กลิ่นอโรมาของกาแฟ ที่หอมตลบอบอวลเวลายกไปเสิร์ฟลูกค้าประจำที่นั่งเต็มร้านเป็นเครื่องการันตีความขลังได้เป็นอย่างดี ซึ่งนอกจากวิชาที่ร่ำเรียนมาจากมหาวิทยาลัยของรัฐแล้ว ผมยังได้ร่ำเรียนสรรพวิชาต่างๆ จากมหาลัยชีวิตมากมาย ไม่รู้ชีวิตนี้จะเรียนจบหรือป่าว แต่ถ้าใครมาเถียงผมเรื่องวิชาการออกแบบผมเถียงคอเป็นเอ็นแน่นอน  ยกเว้นถ้าให้ผมเถียงเรื่องหลักการตลาด ผมไม่มีหรอกครับ ผมมีแต่หลักการตลก  ฮ่าๆๆๆๆๆ

                วันนั้นน่าจะเป็นวันเสาร์ประมาณเดือนเมษายน พุทธศักราช 2552 เห็นจะได้ ผมและภรรยาไปเดินเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่ตลาดนัดสวนจตุจักร เพื่อไปตกแต่งร้านกาแฟและเบเกอรี่ให้ลูกค้า  เสร็จภาระกิจ เราแยกกับพี่เจ้าของร้านเบเกอรี่เพื่อจะไปซื้ออุปกรณ์ชงกาแฟเพิ่มเติมจากร้านค้าส่งที่พี่เขาแนะนำ  เนื่องจากเมื่อช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาเราได้ไปเจอที่แห่งหนึ่งกลางเมืองลพบุรี ที่ที่เรารอคอยมาเกือบ 2 ปี เรามัดจำไว้เรียบร้อยแล้วและเรากำลังมองหาเครื่องชงกาแฟชุดใหม่สำหรับสาขา 2 แต่เราไม่ได้ตั้งใจจะเข้ามาซื้อใน เจ เจ มอลล์ เพราะเราคิดว่าเราคงซื้อร้านเดิมที่เคยซื้อ ศิษย์มีครูนะ ไปเรียนตั้ง 4 ชั่วโมงวันเดียวจบ วันรุ่งขึ้นขายได้เลย ของเขาดีจริงๆ ทำให้เรามั่นใจในความรู้เรื่องกาแฟ ถ้าจะสาธยายความยาวคงเท่าหางอึ่งกระมัง เราเลยไม่สนใจที่อื่นโดยเฉพาะเครื่องราคาแพงๆ ยิ่งไม่สนใจแน่นอน  อีกอย่างกาแฟเราก็อร่อยที่สุดในหมู่บ้านอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องเรียนเพิ่ม self สุดๆ 

                ในระหว่างที่เดินเล่นอยู่ที่เจ เจ มอลล์ หลังจากได้ของที่ต้องการครบแล้ว ไม่ว่าจะเป็นผ้ากันเปื้อนลายแมว ส้อมตักเค้กสแตนเลสดูดีมีชาติตระกูล ดีทุกอย่างยกเว้นความรู้เรื่องกาแฟ ผมกับภรรยาก็เหลือบไปเห็นเครื่องชงกาแฟสี่ห้าเครื่องวางขายอยู่ที่ร้านหนึ่ง ตรงหัวมุมพอดี ภายในร้านค่อนข้างวุ่นวาย มีชายสองสามคนยืนอยู่ในร้านกำลังสาละวันเตี้ยลงกับเครื่องชงกาแฟขนาดใหญ่ คนหนึ่งเป็นช่างที่กำลังซ่อมเครื่องชงกาแฟ ผมขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ พี่เขาชื่อพี่สมเกียรติซีลอน ไม่ใช่สมเกียรติซีมิกซ์นะ คนละคนกัน  อีกคนหนึ่งก็ลูกค้าที่ยืนรอเครื่องชงกาแฟที่พี่แกกำลังซ่อมอยู่ ซ่อมไปคุยไปท่าทางจะสนุกกับการซ่อม แต่คนที่รอดูหน้าตาไม่สนุกด้วยเลย “ เมื่อไรจะเสร็จ มัวแต่คุย “ ผมเดาว่าเขาคิดเยี่ยงนั้นนะ พี่สมเกียรติเล่าให้ฟังว่า เขาซ่อมมาหมดทุกอย่างแล้ว ที่เกี่ยวกับอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์  ไม่ว่าจะเป็นทีวี ตู้เย็น พัดลม เครื่องเสียง จนสุดท้ายมาเล่นเครื่องชงกาแฟ เหลืออย่างเดียวที่แกยังไม่ได้ซ่อม คือนาฬิกา เลยไม่รู้เวลาเลยนะ ว่ามีคนเขารออยู่ ฮ่าๆๆๆๆๆ 

                และคนสุดท้าย ! ถัดมาสักสองคืบมีชายหนุ่มรูปงาม สูงชะลูด ตูดปอด ยอดขุนพล ท่านหนึ่งยืนอยู่ กำลังส่ายสายนมลงบนแก้วกาแฟ ( Hot coffee latte ) แก้วแรกผมไม่ทันได้ใส่ใจมัวแต่ดูเครื่องชงกาแฟ ลูกค้าที่มายืนรอพี่สมเกียรติได้กาแฟแก้วนั้นไป ชายรูปงามท่านนั้นคงหันมาเห็นสายตาอิจฉาของผม เลยกระแอมดังๆ ให้หันมาทางท่าน คงสงสารเด็กตาดำๆ 

 

“ เดี๋ยวชงให้ชิมแก้วนึง “

 

                โห ! เห็นกับตาเลยครับพี่น้อง “ Latte Art “ ไอ้ที่เคยไปเรียนมาตกใจหนีไปหมดเลย เราก็ถามคนสอนคนแรกนะว่า  Latte Art ทำไง ทำให้ดูหน่อย เราก็คิดในใจว่าไม่น่าจะยากกว่าวาดรูปนะ ขอดูนิดเดียวนะจะทำตามได้ แต่คนสอนเขาไม่ทำเขาบอกว่าต้องลงเรียนเพิ่ม จ๋อย !  แต่ท่านนี้สิของจริงทำให้ดูฟรี แถมยังให้ชิมฟรีด้วย  

“ แก้วแรกในชีวิต อร่อยโคตร ” คนธรรมดาๆ แบบผมอย่างมากก็เอสเปรสโซ่เย็น คาปูชิโน่เย็น  นานๆ ทีก็มอคค่าเย็น  ถ้ากาแฟร้อนแค่เนสกาแฟก็อร่อยแล้ว แต่แก้วนี้มันมากกว่ากาแฟครับ

                และแก้วนี้นี่แหละครับที่ทำให้ชีวิตผมเปลี่ยน ผมกลายเป็นคนมีปัญหาแล้วครับ

ปัญหาข้อแรก  ทำไมมันถึงอร่อยแบบนี้ กาแฟร้อนไม่ได้ใส่น้ำตาลต้องขมไม่ใช่เหรอ ทำไมมันไม่ขม รู้สึกเหมือน  

                         กินนมร้อนแต่มีกลิ่นกาแฟ

ปัญหาข้อที่สอง แล้วที่เรียนมาเท่าหางอึ่ง มันหายไปไหนหมด

ปัญหาข้อที่สาม  แล้วเครื่องเดิมที่บ้านทำแบบนี้ได้หรือป่าว แล้วต้องเป็นเครื่องแบบไหน กี่บาท ?

ปัญหาข้อที่สี่ ตังค์จะพอหรือเปล่า

........

........

........

ข้อสุดท้ายเลยละกัน  แล้วจะเรียนแบบได้ที่ไหน ใครจะสอน  พอถึงปัญหาข้อสุดท้าย เป็นข้อที่ออกเสียง ข้ออื่นๆ ได้แต่คิดในใจ ก็มีเสียงตอบมาว่า “ ก้ออออ.....เรียนนน.....กับบบ.....อา......จารย์......นี่.......แหละ “

                อาจารย์  ? ครับ ชายรูปงามท่านนี้คืออาจารย์   เป็นแชมป์บาริสต้าเอเซียคนแรกเมื่อ 16 ปีที่แล้ว แล้วคอ       เนสกาแฟอย่างเราจะเอาอะไรไปคุย แต่อาจารย์ท่านบอกว่า “เมื่อ 16 ปีก่อนผมต้องดิ้นรนไปที่ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น ในเมืองไทยไม่มีสอน  “  บ้าขนาดที่ไปนั่งทนหนาวข้างกองไฟกับชาวเขาเพื่อดูต้นกาแฟ แทนที่จะได้ดมกลิ่นกาแฟกลับได้ดมแต่ควันฉุนๆ ของยาเส้นมาเต็มปอด เมากันไปตามระเบียบ

                วันแรกของการเรียน อาจารย์ให้เรารู้จักกับเมล็ดกาแฟสายพันธุ์ต่างๆ หลักๆ ก็จะเป็นอราบิก้าและโรบัสต้า แนะนำวิธีการใช้เครื่องชงกาแฟ เครื่องบดเมล็ดกาแฟ และอุปกรณ์ชงกาแฟต่างๆ มากมาย ผมว่าที่ผมเคยเรียนครั้งแรกมันก็เยอะแล้วนะ คราวนี้มากกว่าหลายเท่าและมีทีท่าว่าจะไม่ที่สิ้นสุดเสียด้วย ไม่ใช่อาจารย์ของสอนไม่หมดนะ ผมว่าผมเรียนรู้ไม่หมดมากกว่า กว่าจะได้กาแฟสักแก้วคราวนี้ไม่ง่ายครับ ยิ่งเรียนยิ่งลึกเหมือนสีกาแฟเลย “ ลึกแบบดำสนิท” ที่มากกว่าความลึก ยังมีกลิ่นของกาแฟที่ทำให้การเรียนรู้ขยายวงกว้างไปอีก เรียนมากเท่าไรกลิ่นของกาแฟก็จะหอมมากตามไปเท่านั้น ตอนนี้กลิ่นกาแฟผมทะลุห้องกระจกได้แล้ว เรื่องจริงครับ ลูกค้าบอกว่า “ อยากดื่มกาแฟเพราะเดินผ่านกลิ่นกาแฟ “

                บทเรียนแรก Espresso จำง่ายๆ ครับมาจากคำว่า Express ที่แปลว่าด่วน หรือเร็ว หรือด่วนด้วยพิเศษด้วย ทำไมถึงเรียกแบบนั้นแล้วมันเกี่ยวข้องกับเมล็ดกาแฟหรือเปล่า บางร้านก็นำเมล็ดกาแฟใส่ขวดโหลแล้วเขียนชื่อแปะไว้ว่า เอสเพรสโซ่  ที่ทำให้เป็นที่เข้าใจว่าถ้าอยากดื่มกาแฟเข้มๆ ต้องสั่งเอสเปรสโซ่ ผมก็มิบังอาจจะตัดสินว่าผิดหรือถูก ที่ผมเข้าใจเมื่อได้เรียนก็คือ เครื่องที่ใช้ชงกาแฟสดที่เราเห็นตามร้านกาแฟสดเขาเรียกว่า “เครื่องชงกาแฟแบบเอสเพรสโซ่ “ เป็นเครื่องชงกาแฟที่สามารถใช้เวลาในการชงสั้นมาก เพราะก่อนที่มีเครื่องชงเอสเพรสโซ่ จะมีวิธีการชงแบบต่างๆ มากมายซึ่งค่อนข้างใช้เวลานาน จะให้เห็นภาพง่ายขึ้นการชงกาแฟโบราณก็เป็นวิธีหนึ่ง เพราะผงกาแฟที่ผ่านการบดไม่สามารถละลายน้ำได้เหมือนกาแฟชงสำเร็จ ต้องผ่านกระบวนง่ายๆ เรียกว่า “ ผ่านน้ำร้อน “ เพื่อให้น้ำร้อนพาเอากลิ่นและรสชาติของกาแฟออกมา แต่พอมีเจ้าเครื่องนี้ขึ้นมาเราสามารถชงกาแฟที่มีคุณสมบัติครบได้ในเวลาอันสั้นเพียง 25-30 วินาทีเท่านั้น  ความไวเกิดจากแรงดันของปั๊มน้ำ จึงทำให้ได้กาแฟชั้นด้วยเวลาอันรวดเร็ว ไม่ว่าจะใช้เมล็ดพันธุ์ใดก็ตาม น้ำกาแฟที่ออกมาก็จะถูกเรียกว่า  “เอสเพรสโซ่”  ทีนี้จะให้มันมีชื่อต่างกันไปก็อยู่ที่ส่วนผสมและวิธีการชงต่างๆ  ยก เช่น

-    Hot espresso กาแฟเพียวๆ ไม่เกี่ยวกับใคร คือน้ำกาแฟที่ออกมาจากเครื่องในปริมาณ 

30-40 ซีซี ใส่แก้วแล้วซดร้อนๆ เลย จะค่อยๆ จิบก็ได้นะครับกาแฟดี ชงดี ไม่มีขม เพราะกาแฟเป็นผลไม้ตระกูลเชอรี่ชนิดหนึ่ง มันจึงต้องออกรสเปรี้ยว ฝาด หวาน ขมเล็กน้อยแต่ไม่ใช่ขมไหม้ จะขมที่โคนลิ้นไม่ใช่ปลายลิ้น ถ้าขมปลายลิ้นอาจเกิดจากผงกาแฟละเอียดเกินไป กดแน่นเกินไป หรือใช้เมล็ดโรบัสต้ามากเกินไป เอสเพรสโซ่ที่ดีคุณจะได้ดื่มฟองกาแฟหนานุ่มสีทองที่ลอยอยู่ เรียกว่า Crema ถ้าใครสั่งเมนูนี้มาแต่ไม่เห็นเครม่ารับรองครับขมตั้งแต่ปลายถึงโคนลิ้น ดีไม่ดีขมข้ามวันเลยนะจะบอกให้ วิธีการดื่มบางคนคอแป๊บ ยกพรวดเดียวหมดก็ยังได้ เหมือนดื่มวอดก้าเลยครับต่างกันตรงที่  “กาแฟกินแล้วนอนไม่หลับ แต่วอดก้ากินแล้วหลับคาโต๊ะเลยครับ “

-    Ice espresso “เอสเพรสโซ่เย็นหนึ่งแก้วครับ” นี่แหละครับที่มา มันไม่ใช่เมล็ดกาแฟพันธุ์

เอสเพรสโซ่อย่างที่เข้าใจกัน  แต่การที่ตั้งชื่อแบบนี้อาจจะใช้เป็นตัวแทนของความเข้มที่เกิดมาจากการ Blend (ผสม) ของเมล็ดกาแฟพันธุ์ต่างๆ ที่มาจากที่ต่างๆ เพื่อให้รสชาติที่เข้มข้นตามความต้องการ  “ ที่เหลือก็เพียงแต่ใส่นมข้นหวาน และนมข้นจืด แต่งกลิ่นตามชอบ “ขอเข้มๆ จะได้ดีดๆ ” คงเคยได้ยินนะครับ ผมว่าผู้ดื่มต้องการให้ตื่นตัวไม่ง่วงมากกว่าต้องการดื่มกาแฟขมๆ  คำนี้ไม่ได้แปลว่าต้องขมเสมอไปนะครับ คำว่า “เข้ม” น่าจะเป็นปริมาณคาเฟอืนที่มากขึ้นโดยการเติมเมล็ดพันธุ์โรบัสต้าเพิ่มขึ้น หรือการใช้เมล็ดอราบิก้าชนิดคั่วอ่อนๆ (Light) หรือคั่วปานกลาง (Medium) เพราะคาเฟอีนจะลดลงเมื่อถูกคั่วเข้มขึ้นเรื่อยๆ  “เข้ม” ในความหมายของผมก็จบลงด้วยประการฉะนี้ครับ

-         Hot cappuccino กาแฟเพียวๆ ไปเกี่ยวกะฟองนม ฟองนมที่เกิดจากการเป่าไอน้ำร้อนๆ ใส่เข้าไป (Streaming) ทำให้เกิดเป็นฟอง ฟองหยาบจะลอยตัวอยู่ข้างบน นมร้อนจะอยู่ก้นภาชนะที่เรียกว่าพิชเชอร์ (Picher)  จากนั้นเทนมร้อนลงไปผสมกับน้ำกาแฟเอสเพรสโซ่ จนเกือบถึงปากแก้ว แล้วเราก็ตักโฟมนมหยาบด้านบนสุดออกเล็กน้อย จนเจอโฟมละเอียดตักใส่ลงตรงกลางทิ้งน้ำหนักเล็กน้อย การโปะด้วยฟองนมจะช่วยรักษาอุณหภูมิกาแฟให้ร้อนนานขึ้น ฟองจะทำให้เกิดวงของสีน้ำกาแฟอยู่ตามขอบแก้ว  โรยทับด้วยผงอบเชย (Cinnamon) เป็นอันเสร็จพิธี

-         Ice cappuccino มันคือการรวมกันของเอสเพรสโซ่เย็นและคาปูชิโน่ร้อน ชงเอสเพรสโซ่เย็นแบบปกติแต่เพิ่มนมสดลงไปอีกเล็กน้อยเพื่อลดความมันของนมข้นจืด และลดความขมลงอีกนิด แต่ไม่ได้ลดคาเฟอีนนะครับในกรณีใช้เมล็ดกาแฟชนิดเดียว “ ถ้าใครขอเข้มน้อยหน่อย ก็จัดตัวนี้ให้เลย “ จากนั้นก็เอาโฟมนมมาโปะด้านบนเช่นกัน แต่การทำโฟมนมแบบเย็น ก็ต้องใช้อุปกรณ์ให้ถูกนะครับ ปิดท้ายด้วยผงอบเชย พร้อมเสิร์ฟ 

-         Hot coffee latte กาแฟเพียวๆ  เกี่ยวกับการส่ายนม ไอ้เจ้าตัวนี้แหละครับตัวต้นเรื่อง คงจำกันได้ ทำคล้ายๆ กับคาปูชิโน่ร้อน แต่การ steam นมมีขึ้นตอนยากกว่าเล็กน้อย เททิ้งบ่อยๆ เดี๋ยวก็ชำนาญเองครับ ผมหมายถึงฝึกบ่อยๆ น่ะครับ และที่ต้องเททิ้งเพราะไม่ควรดื่มเกินวันละ 2 แก้ว มากกว่านี้ไม่ต้องนอนกันเลย แต่อาจารย์สอนว่าอย่าทิ้งให้แต่งด้วย Topping ช็อคโกแลตก็ได้จะได้ไม่เสียของ  กาแฟแก้วนี้ต้องแต่งหน้าด้วยโฟมนมละเอียดครับ ที่เราเรียกกันว่า  “Latte Art” มีทั้งรูปหัวใจ ใบเฟิร์น เหินฟ้าแบบหงษ์ หรือจะลงดินแบบเป็ด ไม่ได้คุยนะ ผมทำได้เกือบหมดละ แต่ส่วนมากจะลงดิน  ถ้าเป็นแบบอเมริกันบางที่ก็ไม่ทำครับ แต่ร้านผมทำ ฮ่าๆๆๆๆ เมนูนี้รับรองครับของเขาดีจริงๆ “ ไม่สวย ไม่เสิร์ฟ “ ไม่ใช่เด็กเสิร์ฟนะครับผมหมายถึงกาแฟ อ่อ ลืมบอกครับว่าถ้าไปร้านไหนที่ดูดีหน่อย  ยิ่งเป็นเมืองนอกละก็ ให้สั่งว่า Hot coffee latte นะครับ ถ้าสั่ง “ลาเต้ร้อน หรือ Hot latte” คุณอาจจะได้นมร้อนมาดื่มแทน “latte” แปลว่านมครับ

-         Ice coffee latte เมนูนี้ก็เป็นเมนูเด็ดเจ็ดสีเลยของร้านผม ชื่อว่า CATWALK Latte แต่มีไม่ถึงเจ็ดสีนะครับมีแค่สองสี คือสีกาแฟกับสีนม แยกชั้นกันจะจะ เป็นลูกเล่นของร้านผมเอง จริงๆ ไม่มีอะไรมากครับ แค่เทนมสดผมกับน้ำเชื่อมลงไปก่อนจากนั้นก็เทกาแฟลงไปแค่นั้นเอง เมนูนี้สำหรับคนที่ชอบกลิ่นกาแฟแต่ไม่ชอบกลิ่นคาว หรือมันของนมข้นจืด และชอบหวานแบบน้ำตาล ไม่ชอบหวานแบบนมข้นหวาน  เหมาะสำหรับคนเรียบๆ ใสๆ ไร้เล่ห์เหลี่ยมจริงๆ เลยครับ

-         Hot mocha กาแฟเพียวๆ แต่ดันไปเกี่ยวกับช็อคโกแลต ปนกันเลยเรียกว่า “ มอคค่า” เมนูนี้ต่างจาก Hot coffee latte ตรงที่เราต้องเติม chocolate syrup ลงไปผสมกับกาแฟก่อน แล้วค่อยส่ายนมเป็นรูปต่างๆ แล้วเพิ่มความน่าสนใจด้วย Topping chocolate ที่สามารถวาดเป็นลวดลายต่างๆ ได้หลายแบบ ภู่กันที่เราใช้วาดคือ “ ไม้จิ้มฟัน ที่ใช้แล้วครับ” ล้างนิดหน่อยก็ใช้ได้ละ อ่อ อย่าเข้าใจผมผิด คือพอเราใช้อันใหม่แกะกล่องวาดเสร็จแล้ว เราก็ล้างไว้ใช้ต่อได้อีก ยกเว้นเผลอเอาไปแคะฟันก็อย่าลืมทิ้งละกัน

-         Ice mocha สำหรับคนที่ “ รักพี่เอสเพรสโซ่แต่ก็เสียดายน้องช็อคโกแลต” เลยจับมาผสมกันซะเลย จากเมนูเอสเพรสโซ่เย็นเพียงแค่เติม chocolate syrup ของ Hershey’s เข้าไป ก็กลายเป็น Ice mocha แล้วครับ ราดด้วยฟองนม แล้วแต่งหน้าตาด้วย Topping chocolate อีกนิดโดยใช้ไม้จิ้มฟันอันเดิม แต่ไม่ใช่อันเดิมที่เผลอเอาไปแคะฟันนะครับ เราก็จะได้กาแฟเย็นแบบร้องนักจริงไม่ทิ้งช็อคโกแลตหนึ่งแก้วพร้อมเสิร์ฟครับ 

-         Hot Americano กาแฟเพียวๆ ขอเอี่ยวกับน้ำนิดหน่อย สำหรับคนที่จะไม่ใช่คอปีศาจที่สามารถกระดกได้ภายใน 1 short เพิ่งเริ่มหัดดื่มกาแฟดำ หรือต้องการดื่มแบบฝรั่งๆ ที่ดื่มกาแฟร้อนๆ ทั้งวัน แนะนำ “ อเมริกาโน่ร้อนๆ สักแก้ว “ ครับ ไม่ใช่เติมน้ำแล้วจะไม่เหลือเครม่านะครับ ยังเหลือบ้างตามปริมาณน้ำที่เติมเข้าไป เติมน้ำตาลทรายแดงตามชอบ “ ยกซดเลยครับ”

-         Ice Americano อยากดื่มกาแฟเย็นแต่ไม่อยากใส่นม “กลัวอ้วน” จำแก้วเมื่อสักครู่ได้หรือเปล่า อเมริกาโน่ร้อน อยากเปลี่ยนเป็นเย็นง่ายนิดเดียว เติมน้ำตาลทรายไปสามช้อนโต๊ะคนให้เข้ากัน เทใส่แก้วพร้อมน้ำแข็งได้เลยครับ เมนูนี้จะเย็นชื่นใจรู้สึกคล่องคอเพราะไม่มีกลิ่นคาวของนมมาทำให้ระคายเคือง จัดไปครับ

                รู้จักกาแฟกันมากขึ้นแล้วนะครับ สำหรับเมนูสูตรคลาสสิค 5 แบบทั้งร้อนและเย็น เคล็ดลับของกาแฟอยู่ตรงที่ “ น้ำกาแฟเอสเพรสโซ่ “ ครับ ถ้าออกมาดีตามตำราเรียกว่า “Perfect short” ไม่ว่าจะนำไปผสมหรือไปชื่มชมกับส่วนผสมอื่นๆ ก็จะอร่อยทุกเมนูครับ โดยเฉพาะกาแฟร้อนชนิดต่างๆ อร่อยแบบไม่ง้อน้ำตาล (น้ำหนักผมลดเพราะกินกาแฟร้อนครับ)  อยากรู้ว่าร้านไหนกาแฟอร่อยหรือเปล่าให้สั่ง Hot espresso ดูครับ จัดไปแบบเพียวๆ ไม่เกี่ยวกับใคร ถ้าเกี่ยวกับกาแฟเย็นมันจะพิสูจน์อะไรไม่ได้ครับ อาจจะแค่ขมๆ มีกลิ่นนมเยอะหน่อย ก็อร่อยเหาะ เหมือนเงินร้อนน่ะครับ อยู่นานไม่ได้ต้องใช้ให้หมด เอสเพรสโซ่ก็เช่นเดียวกัน ตั้งทิ้งไว้นานไม่ได้เดี๋ยวไม่อร่อย มันต้องเล่นของร้อนครับ “ รับรองจะติดใจ “




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ปวิภา วันที่ : 06/11/2010 เวลา : 18.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pavipa
ปวิภา วัฒนวราสิน...@ บูชาคนดี...ไว้เชิดชู...แผ่นดินไทย @ 

...สมัครเป็นลูกศิษย์...ด้วยคน นะคร้าบบบบบ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ศ.สักวา วันที่ : 06/11/2010 เวลา : 01.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sinsiri

คอกาเเฟภูธรครับ ถูกใจมากสำหรับความรู้ที่เเบ่งปัน

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
musachiza วันที่ : 06/11/2010 เวลา : 00.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

โอ้โฮ ลึกล้ำ ....มากกว่ากาแฟ
ที่ผมเคยเห็นแค่กาแฟ
ละเอียดอ่อนและเป็นวิชาการจริงๆครับ
ขอบคุณครับที่นำความรู้มาแบ่งปันให้รู้
ในสิ่งที่ไม่รู้มาก่อนในเรื่องกาแฟ
http://www.oknation.net/blog/dragonball

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน