• kwachuen
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : combangweb@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-02
  • จำนวนเรื่อง : 133
  • จำนวนผู้ชม : 203244
  • ส่ง msg :
  • โหวต 34 คน
ข่าววรรณกรรม ศิลปะ ดนตรี จากคมบาง
ข่าวคราวหนังสือ นักเขียน วงการวรรณกรรม ศิลปะ ดนตรีสุนทรีย์ร่วมสมัย รายงานโดยทีมงานสำนักพิมพ์คมบาง และนิตยสารลัช
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/combang
วันพุธ ที่ 7 พฤศจิกายน 2550
Posted by kwachuen , ผู้อ่าน : 4410 , 12:52:36 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ปาย -- หลวงพระบาง จุดขายทางวัฒนธรรม เพื่อเป้าหมายเดียวกัน

กว่าชื่น บางคมบาง เรื่อง และภาพ

การท่องเที่ยวกลายเป็นจุดขายหลักของประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ละประเทศพยายาม “สร้าง” เมืองท่องเที่ยวขึ้นมา “แข่ง” กัน ดึงดูดให้ชาวต่างชาติ ให้ขนเงินเข้าประเทศของตนให้มากที่สุด และก็ได้ผลดี เนื่องด้วยค่าเงินที่แตกต่างกันมากกับประเทศแถบยุโรป อีกทั้งคนแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังมีพื้นฐานนิสัยที่ใจดี ยิ้มแย้มแจ่มใส นอกจากนี้ด้วยสภาพภูมิอากาศที่อบอุ่น เหมาะแก่การมาพักผ่อนหนีหนาว ยิ่งเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยว สิ่งสำคัญที่สุดเห็นจะเป็นศิลปวัฒนธรรมแบบท้องถิ่นที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว


 ประเทศไทยดูเหมือนจะพยายามอย่างยิ่งในการสร้าง “เมืองท่องเที่ยว” ขึ้นมา โดยเน้นการ “ขาย” วัฒนธรรม หากวัดจากโฆษณาการท่องเที่ยว เราจะเห็นวัฒนธรรม “แช่แข็ง” มากมายจนลายตา เช่น การร่ายรำแบบไทยภาคกลาง ฟ้อนภาคเหนือ เซิ้งอีสาน รำภาคใต้ แต่เรามองไม่เห็นวัฒนธรรมอันแท้จริงที่ปรากฏอยู่ในวิถีชีวิตจริงๆ ของคนในภูมิภาคนั้น ซึ่ง นั่นต่างหากที่เป็นจุดขายที่แท้จริงของการท่องเที่ยว


 ในฐานะนักท่องเที่ยวสมัครเล่น ข้าพเจ้าเคยเดินทางไปหลวงพระบางครั้ง โดยได้แรงบันดาลใจจากหนังสือเรื่อง “หลวงพระบาง” ของ ขจรฤทธิ์ รักษา ที่เขียนเรื่องท่องเที่ยวแบบวรรณกรรม อุ่นลึก เหงาเปล่าเปลี่ยวอยู่ในที ชวนให้อยากไปสัมผัสบรรยากาศเช่นในหนังสือสักครั้ง


 และข้าพเจ้าเคยเดินทางไป เมืองปาย เมืองเล็กในหุบเขา จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นการเดินทางไปเพราะอยากเห็นเมืองเล็กๆ นั่นกับตาว่าสวยเหมือนคำเล่าลือหรือไม่ ไม่ได้เพราะแรงโฆษณาใดๆ ของท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และการเดินทางซ้ำไปยังปายอีกหลายครั้งเกิดจากความหลงใหลในมนต์เสน่ห์เล็กๆ ของเมืองเล็กๆ นั้น จนแม้ภายหลังเมืองปายได้เป็น ฉากของหนังเรื่องหนึ่ง ที่ทำให้นักดูหนังหลายคนอยากไปเที่ยวปายสักครั้ง


 การท่องเที่ยวอันแท้จริงมิได้เกิดจากการโฆษณา เพียงแต่จุดขายทางวัฒนธรรมของสถานที่แห่งนั้นดึงดูดแค่ไหน ไม่ต่างจากฉากและสถานที่ชวนประทับใจในภาพยนตร์เกาหลี หรือภาพบรรยายอันลึกซึ้งทางวรรณกรรม อย่าง “ทุ่งวัวแล่น” ในเรื่อง “แผ่นดินของเรา”


 ทั้งปาย และ หลวงพระบาง เป็นเมืองท่องเที่ยวที่เน้นขายวัฒนธรรมและวิถีชีวิตผู้คน พอๆ กับสภาพธรรมชาติที่ชวนรื่นรมย์ใจ แม้ว่าลักษณะของการก่อร่างสร้างเมืองทั้งสองจะแตกต่างกันอย่างลิบลับ


หลวงพระบาง อดีตเมืองหลวง แห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นเมืองริมแม่น้ำคาน ซึ่งไหลมาจบแม่น้ำโขง อันมีต้นกำเนิดจากบริเวณที่ราบสูงธิเบต แถบเทือกเขาตังกุลา (Tanggula) มณฑลชิงไห่ (Qinghai) ประเทศจีน ไหลผ่านมณฑลยูนานและออกจากประเทศจีนที่เมืองเชียงรุ้ง (Cheingrong) เป็นเส้นเขตแดนระหว่างประเทศจีนกับประเทศพม่า ไหลผ่านพม่า ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม รวมความยาวมากถึง 4,880 กิโลเมตร และเป็นแหล่งอาศัยของปลาบึก ปลาน้ำจืดไม่มีเกล็ดที่ใหญ่ที่สุดในโลก และพบเพียงแห่งเดียวในโลก

หลวงพระบาง


บรรยากาศรร้านกาแฟหลวงพระบาง

หลวงพระบาง

 สาวน้อยหลวงพระบาง

ส่วนเมืองปาย ของประเทศไทย เป็นเมืองเล็กๆ กลางหุบเขาระหว่างจังหวัดเชียงใหม่กับจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในอดีตเป็นทางผ่านของเหล่าค้าวัวต่างม้าต่าง จึงเป็นเหมือนเมืองศูนย์รวมของคนหลากหลายเชื้อชาติ อันปรากฏมาจนปัจจุบัน ชาวท้องถิ่นในปายมีทั้งชาวไทยเหนือ ไทยใหญ่ ชาวจีนฮ่อ และชาวมุสลิม เมืองปายตั้งอยู่ริมน้ำปาย  ซึ่งเป็นแม่น้ำที่เกิดจากทิวเขาถนนธงชัยและทิวเขาแดนลาวในเขตอำเภอปาย แล้วไหลลงมาทางทิศใต้ ผ่านอำเภอแม่ฮ่องสอนไปประจบกับแม่น้ำสาละวิน (แม่น้ำคง) ในเขตรัฐคะยา ประเทศพม่า มีความยาว 180 กิโลเมตร กว้างประมาณ 30 เมตร และลึกประมาณ 7 เมตร ท้องน้ำมีลักษณะเป็นกรวดทราย ในฤดูแล้งน้ำน้อยลึกเพียง 1 เมตร แม่น้ำปาย เป็นแหล่งอาศัยของปลาตูหนา (ปลาไหลหูดำ ปลาสะแงะ) เป็นปลา 2 น้ำ มีเกล็ดเล็กละเอียด รูปร่างคล้ายปลาไหล เป็นปลาที่มีการอพยพระหว่างน้ำจืดและทะเล ตัวเต็มวัยเข้ามาหากินในน้ำจืดและแม่น้ำขนาดใหญ่ บนเกาะในมหาสมุทรอินเดียและอันดามัน พม่า

เมืองปาย

ในแง่ของลักษณะเมือง หลวงพระบางดูจะยิ่งใหญ่อลังการ กว่าเมืองปายหลายเท่านัก เพราะเป็นอดีต “เมืองหลวง” ของลาว เป็นที่ประดิษฐาน “พระบาง” พระพุทธรูปยืนที่เป็นที่เคารพของชาวลาว หลวงพระบางทั้งเมืองได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกของมวลมนุษยชาติเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2538 และยังได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองที่ได้รับการปกปักรักษาที่ดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเชียงใต้ แหล่งท่องเที่ยวสำคัญคือวัดที่ทรงคุณค่าทางศิลปะมากมาย โดยเฉพาะวัดเชียงทองที่มีงานกระเบื้องประดับผนังที่สวยมาก วัดพระธาตุหมากโม ซึ่งมีจุดเด่นที่พระธาตุเป็นทรงกลมคล้ายแตงโม ด้านลักษณะบ้านเรือนเป็นลักษณะที่เรียกว่าโคโลเนียนสไตล์ หรือสถาปัตยกรรมแบบลาวผสมผสานฝรั่งเศส ซึ่งมีลักษณะเฉพาะตัวในแต่ละภูมิภาค


ส่วนเมืองปาย นั้นลักษณะเมืองเล็กๆ  อุดร วงษ์ทับทิม นักเขียนและนักวิจัยท้องถิ่น ซึ่งเคยไปทำงานวิจัยที่ปายระยะเวลานานหลายปี เสนอสมมุติฐานว่า ชาวพื้นเมืองเดิมของเมืองปาย เป็นชาว “ลัวะ” โดยมีซากโบราณสถานอยู่บนเขาเขตตำบลบ้านแม่ฮี้ ใกล้พระธาตุแม่เย็น (แต่มิได้เปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยว และยังไม่ได้ทำทางเดินขึ้นไป) ซึ่งเป็นแหล่งโบราณสถานที่มีค่าในปาย แต่มักไม่ได้รับการกล่าวถึงมากนัก 

ส่วนบ้านของชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นบ้านไม้ มีชานเรือนซึ่งเป็นศิลปะไทยใหญ่ ซึ่งภายหลังเริ่มเปลี่ยนแปลงไปเป็นบ้านทรงสมัยใหม่ โดยเฉพาะเมื่อธุรกิจท่องเที่ยวเริ่มเฟื่องฟู บ้านหลายหลังถูกซื้อ-รื้อไปทำเกสต์เฮ้าส์

ส่วนวัดในปายนั้นเรียกได้ว่าเป็นวัดแบบ “ชาวบ้าน” ศิลปะไทยใหญ่-มอญ  วัดที่น่าสนใจเช่น วัดกลาง ซึ่งภายในวัดมีพระเจดีย์องค์ใหญ่ ศิลปะไทยใหญ่แท้ ประดิษฐานอยู่กลางลานวัด มีเจดีย์ทรงมอญรายล้อมโดยรอบ ใต้เจดีย์ทำเป็นซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูปประจำวัน เหนือฐานเจดีย์องค์ใหญ่ทำเป็นมณฑปยอดมงกุฎ วัดน้ำฮู ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของพระอุ่นเมือง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปสิงห์สาม (ศิลปะล้านนา) ปางมารวิชัยทำด้วยโลหะทองสัมฤทธิ์ เป็นที่สักการะของชาวไทย เชื่อกันว่าสร้างโดยพระนเรศวรมหาราช เพื่อเป็นพระราชกุศลถวายพระพี่นางพระสุพรรณกัลยา พระพุทธรูปองค์นี้พระเศียรกลวง ส่วนบนปิดเปิดได้และมีน้ำขังอยู่เสมอ นักท่องเที่ยวที่จะเข้าไปนมัสการพระอุ่นเมือง ต้องขออนุญาตจากเจ้าอาวาสเพื่อเปิดโบสถ์เสียก่อน นอกจากนี้ยังมีวัดพระธาตุแม่เย็น ซึ่งเป็นวัดที่สร้างบนเขาสูง มองเห็นทิวทัศน์ทั้งเมือง นอกจากการชมทิวทัศน์แล้ว เจ้าอาวาสยังเปิดพื้นที่ให้คนทั่วไปได้ฝึกวิปัสสนา จึงเป็นที่นิยมของชาวต่างประเทศที่สนใจจะฝึกวิปัสสนากรรมฐาน


โบราณสภถานมืองปาย


น้ำพุร้อนเมืองปาย


สะพานรถไฟเก่าข้ามแม่น้ำปาย เมืองปาย


วัดมอญ ไทยใหญ่ เมืองปาย

การเน้นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเป็นลักษณะเด่นของทั้งหลวงพระบาง และปาย ความมีเสน่ห์ของทั้งสองเมืองมิได้อยู่ที่แค่ความสวยงามของธรรมชาติ หรือสถาปัตยกรรม หากแต่ “ความมีชีวิต” ต่างหากที่ดึงดูดความสนใจ และเย้ายวนให้ “ใช้ชีวิต” อยู่ในเมืองนั้น ดังนั้นจะเห็นว่า ทั้งนักท่องเที่ยวที่ไปหลวงพระบาง และปาย มักจะมีกำหนด “พักค้างคืน” อย่างน้อย 2 คืน  เพื่อสัมผัสภาพชีวิตของชาวเมือง จึงมีหลายคนที่ขนานนามว่าเมืองทั้งสอง เป็นเมือง “ยูโทเปีย” หรือเมืองในฝัน เมืองที่มีชีวิตรื่นรมย์ ยิ้มแย้ม ไม่เร่งร้อน นิ่งเรื่อยไปตามสายลมแสงแดดอย่างเย็นใจ


โรตีเมืองปาย


ร้านชาวเขาเมืองปาย

ในหลวงพระบาง ชีวิตเหล่านี้เริ่มต้นตั้งแต่ยามเช้า ในการตักบาตรข้าวเหนียว นักท่องเที่ยวนิยมไปที่สัดพูสี เพราะเมื่อตักบาตรแล้วก็เดินขึ้นเขาไปชมทิวทัศน์บนเขาเห็นหลวงพระบางเกือบทั้งเมือง จากนั้นก็ไปร้านกาแฟประชานิยม ซึ่งโด่งดังมากว่าเป็นกาแฟที่อร่อยที่สุด เดินตลาดดารา ชมของพื้นบ้าน และเครื่องเงิน จากนั้นก็ชมเมือง ซึ่งอาจต้องใช้เวลาหลายวัน คือชมวัด ชมเมือง ชมศิลปะอื่นๆ ที่นิยมมากก็คือร้านกระดาษสา และหากมีเวลาเพียงพอ ก็ต้องเลยไปน้ำตกตาดกวางสี ครั้นตกเย็น ตลาดเย็นก็มีให้เดิน ไก่ย่างมีให้เห็นมากกว่าอย่างอื่น (แต่อย่าหวังว่าจะเห็นส้มตำ) ข้าวจี่รสชาติลาว ที่น่าสนใจและพลาดไม่ได้เห็นจะเป็น “นม(วัว)ย่าง” ซึ่งเป็นกับแกล้มอย่างดีสำหรับคอเบียร์ แน่นอนว่าต้อง “เบียร์ลาว” เท่านั้น ก่อนพระอาทิตย์ตกอาจจะขึ้นพระธาตุพูสีอีกครั้งไปรอชมอาทิตย์ยามเย็นก็ยังได้ แล้วจากนั้นก็เดินชมตลาดมืด(ค่ำ) ซึ่งเป็นแหล่งซื้อของยามค่ำคืน สวยงามด้วยแสงสีสลัวราง และแสงไหววะวิบของเทียนทำให้มีชีวิตชีวาขึ้นมากทีเดียว

ตลาดดารา หลวงพระบาง

สาวหลวงพระบาง

ตลาดผ้าเมืองหลวงพระบาง

ชาวหลวงพระบางในชุดทหาร กับนักท่องเที่ยว หลวงพระบาง


ผลิตภัณฑ์กระดาษสา หลวงพระบาง

ตลาดค่ำ หลวงพระบาง



พระธาตุแตงโม หลวงพระบาง

หากโชคดีที่มีโอกาสไปเยือนหลวงพระบางในช่วงสงกรานต์ หรือที่ชาวหลวงพระบางเรียกว่า “สังขาน” จะได้ชมขบวนแห่นางสังขาน ประกอบด้วย พระบาง พระม่าน ปู่เยอ ย่าเยอ และสิงห์แก้ว ซึ่งถือเป็นงานใหญ่ประจำปีของชาวหลวงพระบาง การเล่นสงกรานต์ของชาวหลวงพระบางมีหลายรูปแบบ นอกจากสาดน้ำแล้วก็นิยมเล่นแป้ง ที่น่าสนใจคือการข้ามแม่น้ำโขง ไปยังเกาะหรือที่เรียกว่าบ้านเชียงแมน เพื่อเล่นสงกรานต์(แป้ง) นอกจากนี้ยังมีบ้านที่เปิดบ้านตัวเองเป็น     “วิกรำวง” สำหรับวันรุ่นมารวมตัวฉลองสงกรานต์ร้องเพลงเต้นรำอย่างสนุกสนาน

แห่นางสังขาน หลวงพระบาง



รถโดยสาร หลวงพระบาง



บรรยากาศสงกรานต์หลวงพระบาง


สำหรับปาย ยามเช้าเริ่มต้นที่ตลาดเช้า ซึ่งเป็นตลาดชาวบ้าน มีกาแฟเจ้าอร่อยอยู่แถวหน้าธนาคารกรุงไทย โดยทั่วไปยามเช้าเป็นช่วงของชาวพื้นถิ่น ชีวิตนักท่องเที่ยวมักเริ่มต้นด้วยการหาจักรยานปั่น หรือมอเตอร์ไซค์ ชมเมือง เริ่มโป่งน้ำร้อนเมืองแปง ถือโอกาสอาบน้ำแร่แช่น้ำร้อนไปแต่เช้า เข้าวัดพระธาตุแม่เย็น ชมเมือง และในเมืองนี้ก็มีมัสยิดถึง 2 แห่ง คือนอกถนนก่อนเข้าเมือง และในตัวเมือง จากนั้นไปชมศิลปะมอญที่วัดกลาง วัดน้ำฮู เลยไปยังหมู่บ้านจีนฮ่อ หรือหมู่บ้านสันติชน ออกไปยังน้ำตกหมอแปง แหล่งอาบแดดของชาวต่างชาติ แล้วจะวนกลับมายังสะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย พ.ศ. 2485 (สะพานรถไฟสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2) 

การเดินทางในปาย ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวไม่รีบร้อน ค่อยๆ ชมแต่ละส่วนไปตามอัธยาศัย อาจจะถือเบียร์ติดมือไปด้วย สิ่งน่าสนใจอีกอย่างในปายคือ งานแสดงศิลปะ หลังจากมีศิลปินหลายคนขนข้าวของไปอยู่ที่ปาย เมืองปายก็กลายเป็นเมืองแสดงศิลปะเล็กๆ เมืองหนึ่ง โดยเฉพาะที่ ร้านมิตรไทย ของสกนธิ์ – วันเพ็ญ สังขมี สองศิลปินที่เริ่มต้นร้านโปสการ์ดปาย ให้เป็นที่นิยมและมีคนตามอีกหลายร้าน จนขยายมาทำห้องแสดงศิลปะของตนเอง นอกจากนี้บรรดาชาวต่างประเทศที่มาพักที่ปาย (ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้เวลานาน บางคนอยู่นานหลายเดือน) บางคนก็มาอยู่แสดงงานศิลปะได้เลย

ตกเย็นเดินตลาดเย็นอีกครั้ง มีสินค้าท้องถิ่นมากมาย เช่น เสื้อผ้าแบบชาวเขา กระเป๋า หมวก ผ้าห่ม จะได้เห็นพืชผักพื้นบ้านราคาถูกมาก ซื้อกลับไปลองทำกินได้ และที่ขาดไม่ได้สำหรับนักท่องเที่ยวคือ โรตีสูตรอาบังปาย เป็นโรตีหลากหลายสูตรล้วนน่ากิน นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารยามกลางคืน ร้านเหล้า ซึ่งบางร้านมีดนตรีสดแสดง แกลลารี่กลางคืน (แกลลารี่บางแห่งเปิดเฉพาะกลางคืน เพื่อขายเครื่องดื่มด้วย)  นักท่องเที่ยวก็จะแยกย้ายเข้าร้านที่ตัวเองชอบ

น้ำตกหมอแปง ปาย


ไร่กระเทียม ปาย ปัจจุบันกลายเป็นเกสต์เฮ้าส์เกือบหมดแล้ว

บ้านในปายหลังนี้ สวยมาก แต่ปัจจุบัน ลานด้านหน้าทำเป็นที่จอดรถโดยสาร ไม่มีมุมสวยๆ แบบนี้แล้วค่ะ เสียดาย


อย่างไรก็ตาม แม้เมืองหลวงพระบาง ใหญ่กว่าปาย แต่หลวงพระบางมีกฎหมายที่ควบคุมเมืองอย่างดี การก่อสร้างอาคารอะไรเพิ่มเติมต้องได้รับอนุญาตจากรัฐบาล โดยเฉพาะสถานบันเทิง ร้านเหล้า นั้นมีการควบคุมอย่างเข้มงวด หลวงพระบางจึงมีความเปลี่ยนแปลงน้อย แม้จะมีร้านอาหาร-ร้านกาแฟ- ร้านขนมปัง แบบฝรั่งหลายร้าน แต่ก็ดูผสมกลมกลืนกับวิถีชีวิตของคนทั่วไป

แต่เมืองปายนั้น หลังจากธุรกิจการท่องเที่ยวบูม ก็เกิดเกสต์เฮาส์จำนวนมาก แม้ส่วนใหญ่จะสร้างด้วยวัสดุในท้องถิ่น เช่น ไม้ไผ่ ไม้ สร้างในแบบศิลปะภาคเหนือ แต่ระยะหลังมีการสร้างมากขึ้น ทั้งบ้านปูน ทั้งใช้เครื่องปรับอากาศอย่างเกินความจำเป็น ทำให้เมืองเจริญแบบไม่มีการควบคุม ซึ่งนับว่าเป็นอันตรายต่อวิถีชีวิตของชาวท้องถิ่น ซึ่งแท้ที่จริงก็เป็นจุดขายสำคัญของปาย ปัญหาอีอย่างของปายคือการทำลายสิ่งแวดล้อม เพื่อเอามาใช้ในการท่องเที่ยว เช่น การตัดไม้ไผ่ โดยไม่ได้มีการปลูกทดแทน การทิ้งน้ำเสีย ซึ่งเหล่านี้ล้วนต้องใช้การจัดการด้านผังเมืองมาควบคุมทั้งสิ้น


แม้วัฒนธรรมจะเป็นสินค้า เพื่อเป้าหมายสำหรับการท่องเที่ยว แต่ว่าการดูแลสภาพเมือง เพื่อสานต่อวัฒนธรรมนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ อย่างยิ่ง หากเมืองเสื่อมโทรม วัฒนธรรมจะดำรงอยู่อย่างไร


หากจะคิด “ขาย” วัฒนธรรม ก็จงสร้างแหล่งกำเนิดทางวัฒนธรรมที่มั่นคง นั่นจะทำให้เกิดการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ไปพร้อมกับวิถีชีวิตที่ยั่งยืนของชาวเมือง


กว่าชื่น บางคมบาง เรื่อง/ภาพ




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
ย่าดา วันที่ : 09/01/2008 เวลา : 19.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

อยากให้ผู้รับผิดชอบที่ปายมาอ่านจัง

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
โฟล์คเหน่อ วันที่ : 20/12/2007 เวลา : 01.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/folkner
..เขียนเพลง เขียนกวี ชีวิตนักดนตรีบ้านนอก..

:::แวะมาเกาะติดสถานการณ์แหล่งท่องเที่ยวครับ::::

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
ทิพย์ธัญญา วันที่ : 13/12/2007 เวลา : 21.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jonat
พ.ศ.2555 ครบรอบ 750 ปี เจียงฮายบ้านเฮา


เอาภาพวิหารหลังเล็ก วัดเชียงทอง มาร่วมแจมครับ

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
numalee วันที่ : 28/11/2007 เวลา : 16.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/numalee

เขียนเชิงเปรียบเทียบได้แบบเห็นภาพมาก น่าสนใจมาก อยากจะไปทั้งสองเมือง

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
เคี่ยว โคมคำ วันที่ : 13/11/2007 เวลา : 14.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kaveethas
ศิลปศาสตร์ทางถ้อยคำทำให้รู้จักกวีนิพนธ์ - กวีนิพนธ์ทำให้รู้จักโลกใหม่ที่บอดใบ้ในสามัญสำนึก

โอ..เส้นทางนี้สุดยอดครับหลาน
หลายปีมาแล้วไปเครื่องไม่มีประสบการณ์ตรงนี้
เขียนได้น่าอ่าน รวมเล่มได้เลย..

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
Boonjerm วันที่ : 12/11/2007 เวลา : 22.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Boonjerm
Boonjerm's Army

ตาร้อนซู้ดๆ ปาย และหลวงพระบาง เป็นที่ที่เจิมอยากจะหาโอกาสไปสักครั้งค่ะ แนวดี เจิมชอบ มาส่งยิ้มแฉ่งให้ก่อนนอนค่ะ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
uruda วันที่ : 12/11/2007 เวลา : 16.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/uruda

ไปเที่ยวอย่างนี้ต้องมีปาร์ตี้ระหว่างทางแน่นอนเล้ยยย

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
Bhirisa_ภิริสา วันที่ : 11/11/2007 เวลา : 23.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Bhirisa
www.oknation.net/blog/misspostcard

น่าอิจฉาจริง ๆ ค่ะ...ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้ไปนะคะเนี๊ยะ

งาน Fat เป็นไงบ้าง...ขายของได้เยอะหรือเปล่าค่ะ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
Theoutsider วันที่ : 08/11/2007 เวลา : 08.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/theoutsider

เป็นบทความเชิงท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากค่ะ ขอบคุณที่แชร์ให้พวกเราอ่าน

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
หัสดีลิงค์ วันที่ : 08/11/2007 เวลา : 00.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hatsadeling

มาแวะเยี่ยมชมครับ...

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
kwachuen วันที่ : 08/11/2007 เวลา : 00.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/combang
วรรณกรรม ศิลปะ ดนตรี ละครเวที มาดูที่นี่ค่ะ

ปัญหาของแหล่งท่องเที่ยวในไทยคือ การขาดจิตสำนึกเรื่องความยั่งยืนของการท่องเที่ยว ทำให้สูญเสียอะไรดีๆ ไปอย่างไม่มีวันกลับ

เสียดายค่ะ เราต้องมาช่วยกันรณรงค์กันนะคะ ส้รงจิตสำนึกนักท่องเทียวรักส่วนรวม และจิตสำนึกของนักธุรกิจการท่องเที่ยวที่รักท้องถิ่น จะไหวมั้ยนะ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
กิ๊บก๊าบ วันที่ : 07/11/2007 เวลา : 20.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/shaolinshanshan
ขอบคุณทุกๆคำชมและทุกๆเสียงตอบรับคะ ถ้าผู้เขียนมีอะไรขาดตกบกพร่อง ต้องขออภัย ณ ที่นี้ด้วยคะขอบคุณคะ

ตามไปเที่ยวด้วยคนคะ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
คนสยาม วันที่ : 07/11/2007 เวลา : 20.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/oksaim


ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

น่าไปท่องเที่ยวมาๆครับ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ภูผาน้ำฝน วันที่ : 07/11/2007 เวลา : 19.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/augustrain
Into each life some rain must fall.

เป็นเมืองในฝันทั้ง 2 แห่ง
ที่อยากไปมากมาก
อ่านแล้วเสียดาย
วันข้างหน้าไม่รู้ปายจะช้ำแค่ไหน

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
กระเจี๊ยบ วันที่ : 07/11/2007 เวลา : 19.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/JinjokJiap
www.oknation.net/blog/QuatschBox (-: ............ :-)

ถ้าให้เลือกระหว่างหลวงพระบางและปาย
ขอเลือกไปเที่ยวหลวงพระบาง เพราะชอบจะไปดูและสัมผัสกับวิถีชีวิตจริงที่อยู่ในวัฒนธรรมของผู้คนที่นั่นมากกว่า

ขอบคุณสําหรับเรื่องราวดี ๆ ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
Jui วันที่ : 07/11/2007 เวลา : 19.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jui880

มาเที่ยวแล้วนะครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ราษีไศล วันที่ : 07/11/2007 เวลา : 18.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/motorcyrubjang
ณ บ้านดวนน้อย ราษีไศล ศรีสะเกษ twitter : @motorcyrubjang / facebook.com/motorcyrubjang  

อยากไปเยือนหลวงจังครับ ใครจะพาไปมั่งครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
Supawan วันที่ : 07/11/2007 เวลา : 14.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

ขอบคุณค่ะ ... สำหรับบทความ ...เขียนเรื่องของปายมา กว่ 20 ตอนแล้ว และในวันพฤหัสบดี จะเริ่มเขียนเรื่องปัญหาของปายค่ะ เชิญมาช่วยวิจารณ์นะคะ

มีความสุขทุกวันค่ะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
เมอร์ซีไซด์สีแดง วันที่ : 07/11/2007 เวลา : 13.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LIVRED


ปายสวยแบบธรรมชาติ
ส่วนหลวงพระบาง ดูแล้วเต็มไปด้วยวิถีชีวิตชุมชนและพุทธศาสนา
น่าไปทั้งสองที่ครับ ผมเองก็ไปปายมาแล้ว

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
numouse_2007 วันที่ : 07/11/2007 เวลา : 13.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/numouse
ถ้าเราลดความ "เห็นแก่ตัว" ให้น้อยลงบ้าง อะไรๆ มันคงจะดีกว่านี้ และถ้ายิ่งจัก "ยอม" บ้างคงจะดี


สวัสดีวันพุธค่ะ

ตามไปเที่ยวหลวงพระบางค่ะ
เมืองปายไปแล้วค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 07/11/2007 เวลา : 13.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ตามมาเที่ยวครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ชะชะชา วันที่ : 07/11/2007 เวลา : 13.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/baboocha
มิท้คื...เงา 

เยี่ยม...จัดทัวร์2แผ่นดินเหอะ....จะขึ้นจาก "ขุมฯ" ไปเที่ยวด้วยตนทันที...หุหุ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
สันติสุข/กาญจนประกร วันที่ : 07/11/2007 เวลา : 13.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mindmag

มากล่าวสวัสดี เเละชักชวนไปอ่านงานเขียนของผมครับ
ด้วยมิตรภาพ
สันติสุข กาญจนประกร

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
กิต วันที่ : 07/11/2007 เวลา : 12.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kit2550
สิ่งที่ยังไม่รู้........ยังมีอีกเยอะขอบคุณทุกท่าน....ที่นำเรื่องที่ยังไม่รู้...แบ่งปันกันรู้

หลากหลายดีครับ

สวัสดีครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ณ.คีรีรัฐนิคม วันที่ : 07/11/2007 เวลา : 12.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kitipol

ภาพสวยดี ... ครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
กันเอง วันที่ : 07/11/2007 เวลา : 12.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/guneng

เยี่ยมมากครับ อยากไปดูจัง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤศจิกายน 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  

[ Add to my favorite ] [ X ]