• คอมมูน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : commoon_@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-09-05
  • จำนวนเรื่อง : 34
  • จำนวนผู้ชม : 47123
  • ส่ง msg :
  • โหวต 14 คน
คอมมูน บรรพกาล
สืบสานตำนานหมวกดาวแดง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/commoon
วันพุธ ที่ 8 ตุลาคม 2551
Posted by คอมมูน , ผู้อ่าน : 1894 , 11:07:34 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

จากราวป่า  สู่บ้านเกิดเมืองนอน

21 พฤศจิกายน 2540 นับย้อนหลังไปจากนี้ เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วัน ก็จะครบ 7 ปี สำหรับหญิงชราคนหนึ่ง ที่ได้เฝ้ารอการกลับมาของคู่ชีวิต หลังจากที่ต้องพลัดพรากจากกันไปนับเวลาไม่ได้

แดดในวันนั้นร้อนแรง ขณะที่หญิงชราพร้อมด้วยมิตรสหายมากมายหลายกลุ่ม รวมไปถึงศิลปินเพลงเพื่อชีวิตชื่อดังอย่างยืนยง โอภากุล กำลังรอคอยท่านผู้จากไปอยู่ ณ จุดกึ่งกลางของสะพานมิตรภาพไทย-ลาว.......

เช่นเดียวกับ เสกสรรค์ ประเสริฐกุล, จิระนันท์ พิตรปรีชา, ชลธิรา สัตยาวัฒนา และใครต่อใครอีกหลายคนที่ได้พบ"สหายไฟ"ที่นั่นซึ่งความประทับใจที่สหายไฟได้มีเมตตาจากดวงใจอันยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะหนุ่มสาวปัญญาชน ที่อยู่ในฐานะเยาวกวี ซึ่งท่านได้เมตตาเป็นพิเศษจากคำบอกเล่าอันตรงกันคือ ผู้เฒ่าจะใส่ใจตรวจงานเขียนให้อย่างตั้งใจเป็นพิเศษพร้อมคำวิจารณ์และให้กำลังใจ

 
 
กระท่อมไม้ไผ่ปลายเนินหลังนั้น ไม่เคยว่างเว้นจากบรรดาเยาวกวีซึ่งมีความอ่อนไหวในอารมณ์อันนำพาไปสู่จุดขัดแย้งท่ามกลางสถานการณ์ปฏิวัติ ที่ได้แวะเวียนมาเยี่ยมเยียนปรับทุกข์ไม่เว้นแต่ละวัน.....นั่นคือห้วงเวลาซึ่งภายในพรรคคอมมิวนิสต์ส่อเค้าขัด แย้งทางความคิด ความเบื่อหน่ายเริ่มเกิดขึ้นแก่บรรดาเหล่าปัญญาชนอันนำมาสู่การตั้งคำถามและตรวจสอบเป้าหมาย จนตัดสินใจหวนคืนสู่นาครในที่สุด

เล่ากันมาว่า นายผีดำเนินชีวิตอยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง และโดนตำหนิจากผู้นำด้านทฤษฎีว่า เป็นศักดินาปฏิวัติ บ้างก็ว่าเป็นปัญญาชนนายทุนน้อย หรือไม่ก็เป็นวีรชนเอกชน แต่ฉายาทั้งหลายนี้ล้วนแล้วแต่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวนายผี ดังที่สุรชัย จันทิมาธรเขียนไว้ว่า "เขาเป็นคนหัวแข็งดื้อรั้น สิ่งใดที่สู้ก็จะสู้หัวชนฝา"

และเมื่อต้องหลบลี้เข้าสู่เขตป่าเขา ความยึดมั่นในความถูกต้องที่ยังคงอยู่อันเป็นจุดที่ถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนหัวแข็ง ได้สร้างความขัดแย้งให้ค่อยทวีความรุนแรงขึ้นภายในพรรค.....หลังจากปี 2518 ซึ่งลาวเปลี่ยนแปลงการปกครองโดยขบวนการคอมมิวนิสต์สายโซเวียตอันใช้กำลังหลักจากพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม นั่นคือช่วงแห่งการตัดสินใจของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยว่าจะเดินตามทฤษฎี "โดมิโน"สายโซเวียต ที่ยึดแนวคิดที่จะเปลี่ยนแปลงการปกครองด้วยการใช้กองกำลังต่างชาติเข้าสนับสนุน หรือจะยึดตามอย่างสายจีน ที่เน้นใช้วิธีเปลี่ยนแปลงความคิดประชาชาติและปลุกเร้าอุดมการณ์ ซึ่งส่งผลให้ส่วนหนึ่งรับข้อเสนอของคอมมิวนิสต์สายโซเวียต เตรียมการปฏิวัติโดยกองกำลังตลอดแนวลำน้ำโขงอันเชื่อมต่อประเทศไทย

ในฐานะผู้นำคนหนึ่ง นายผีคัดค้านการใช้กองกำลัง ยืนยันที่จะให้การเปลี่ยนแปลงปฏิวัติประเทศต้องเกิดจากเงื่อนไขของสังคมไทย และโดยคนไทยด้วยกันเอง !อันเป็นเหตุที่ทำให้เขาต้องถูกจำกัดความเคลื่อนไหวตลอดเวลาที่อยู่ในลาว กระทั่งความขัดแย้งระหว่างจีนและเวียดนามถึงจุดแตกหัก พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ซึ่งถูกระบุว่าเป็นทางสายจีน จึงต้องเคลื่อนย้ายกองกำลังออกจากประเทศลาว นั่นเองคือครั้งสุดท้ายที่นายผีได้กลับมาเหยียบถิ่นแผ่นดินแม่เมื่อหน้าแล้งปี 2522 ก่อนที่จะจากไปอีกครั้งเมื่อเกิดยุทธการณ์ล้อมปราบ ในปี 2526

บันทึกของป้าลม หรือสหายลม เล่าว่า......หลังครบรอบวันเกิดครบ 65 ปีของสหายไฟ ได้ไม่นานได้เกิดศึกภูเมี่ยงขึ้นในเขตน่านเหนือ สหายไฟต้องเดินทางไปเจรจาขอซื้อข้าวกับกรรมการกลางของเขตหงสา เนื่องจากเกิดความเสียหายขึ้นอย่างมาก ซึ่งในขณะนั้นเองที่เขตน่านเหนือถูกสั่งให้อพยพลงใต้ ป้าลมมารอฟังข่าวสามีอยู่ที่น่านใต้ โดยที่ไม่สามารถรู้ได้เลยว่านั่นจะคือการพลัดพรากตลอดกาล........

สู่บ้านเกิด............

11.15 น. วันที่ 22 พฤศจิกายน 2540 ป้าลมข้ามฝั่งลำน้ำโขงเข้าสู่เวียงจันทร์ ณ จุดกึ่งกลางสะพานมิตรภาพไทย-ลาวนั่นเองที่หญิงชรา ได้พบมิ่งขวัญแห่งชีวิตอีกครั้ง ชายชราในลักษณาการอ่อนโรยด้วยอายุ และเชื้อไข้ ผมสีดอกอ้อเพิ่มมากกว่าที่เคยเห็น ทว่านัยน์ตานั้นยังเปล่งประกายบริสุทธิ์เช่นเดียวกับคืนวันเก่าก่อน นั่นคือภาพถ่ายสุดท้ายของนายผีหรือสหายไฟ ซึ่งทางการเวียดนามถ่ายไว้ครั้งเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลฮานอย

รถตู้สีเทาได้นำพาท่านผู้เฒ่า กลับมาในกระเป๋า STOWAWAY CLASSIC สีเขียว โดยภิกษุสามรูปถือสายสิญจน์ผูกโยงเข้ากับกระเป๋า วินาทีแห่งความเงียบงันได้เกิดขึ้น เมื่อท่านได้ถูกวางให้สัมผัสแผ่นดินแม่ ณ ขอบสพานนั้น หัวใจทุกดวงน้อมคารวะ พร้อมกันกับที่น้ำตาอีกหลายคนได้เอ่อคลอ...........

คำแรกที่ป้าลมเอ่ยแก่มิ่งขวัญแห่งชีวิตคือ "คุณอัศ กลับบ้าน"

คนที่เคยพบท่านผู้เฒ่าในสำนักหลวงน้ำทา จะคุ้นชินกับภาพชายชราถือไม้เท้าคู่ชีพ แต่นั่นไม่ใช่เพราะวัยชรามาเยือน แต่ทว่าเป็นเพราะโรครูมาตอย ยิ่งช่วงอากาศหนาว เป็นต้องล้มหมอนนอนเสื่อ กระดุกกระดิกไม่ได้ เพราะปวดตากระดูกข้อต่อ ผู้ที่เคยพบท่านช่วงโดนกักตัวไว้ในลาว หลังเขตน่านเหนือแตก บอกว่าเขานอนซมอยู่ในส่วนพักฟื้น หลังจากนั้นได้ถูกส่งตัวไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลฮานอย ประเทศเวียดนาม แต่ไม่ใช่ด้วยโรคกระดูกอย่างเดียวที่เข้ามาคุกคามแต่มีโรคกระเพาะเรื้อรังอันเป็นเหตุนำไปสู่การเป็นมะเร็งลำไส้

ค่อนปี 2530 นายผีขอกลับคืนประเทศลาวได้ แต่เมื่อมาพำนักอยู่ที่แขวงอุดมไชย ในที่สุด วันที่ 28 พฤศจิกายน 2530 เขาก็ได้จบชีวิตลง......

ออกจากสะพานมิตรภาพ มุ่งสู่วัดพระศรีสุมังค์ แว่วเสียงเพลงทำนองคึกคักแต่เร่งเร้าเนื้อหาชวนสะเทือนใจ

อายุหกสิบห้าไม่มีอาก้าจะสะพาย

มีแล้..ก็แต่คาไบน์ ถึงปืนไม่ร้าย แต่ใจยังจำ

จับปืนขี้เมี่ยง มองเมียงมือคลำ

นัดหนึ่งคนหนึ่ง นิ้วตึงอกแตก

เลือดทะลักชักแหลก แลกกับเลือดหกตุลา......คม

ห้าขวบหย็อย ๆ อยู่ข้างหน้า หกสิบห้าเหย่า ๆ ตามหลัง

ทางภูดูยาวเหยียดหยัด ต้องการสมรรถพลัง

สองขาพาไป จะปะอะไรก็ช่าง

ถึงปู่ล้มหลานยัง เสียงปืนยิงปังก้องพนา...... เอ๋ย......พนม

ปัง ปัง ปัง......ก้องพนา.....

(คนล่าสัตว์-กินนร เพลินไพร)

หลังพิธีสวดบังสุกุล, ผ้าขาวผืนใหญ่ถูกคลี่ลงบนโต๊ะ กุญแจสีเขียวติดกระเป๋าถูกไขออก ส่วนกะโหลกถูกประคองออกจากกระเป๋ามาจัดวางบนผ้าขาวเป็นลำดับแรก กระดูกนั้นอาบน้ำยามันเลื่อมเกือบครบบริบูรณ์ทุกชิ้นส่วน ป้าลมคือคนแรกที่อาบน้ำศพ ดดยพรมน้ำหอมลงตรงมือทั้งสองข้าง

ต่อเมื่อบรรจุกระดูกลงในโลงไม้สีขาว, นับเป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดหมาย เมื่อป้าลมเปิดกระเป๋าถือ ดึงเอาผ้าแพรสีแดงเลือดนกผืนใหญ่ออกมา กลางผ้าประดับด้วยดาวเหลืองดวงมหึมา ออกมาห่มคลุมร่างโครงกระดูกท่านผู้เฒ่า ซึ่งป้าลมได้ให้ความหมายและที่มาที่ไปของธงผืนนี้ไว้ว่า...

" คุณอัศคือทหารปลดแอก ธงรูปดาวนั้นเป็นธงของทหารปลดแอก คือคิดถึงวันนั้น ตอนที่กำลังจะออกจากเขตลาว จะข้ามมาเขตไทย วันนั้นเป็นวันที่ลุงต้องซ่อนตัว ไม่ให้ทางการลาวเจอ ลุงข้ามมาและตั้งใจว่าจะไม่กลับเข้าไปอีก ลุงจะอยู่ในลักษณะของทหารปลดแอก ทำหน้าที่นำเด็กไปส่งเข้าประเทศจีน คือใครเขาทำอะไรกันถ้าช่วยทางความคิดได้ก็จะช่วย ก็เลยคิดว่าหากถึงวันสุดท้ายของลุง ถ้าป้ายังไม่เป็นอะไร สิ่งหนึ่งที่จะห่มให้ลุงคือผ้าแพรผืนนี้ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของทหารปลดแอก "

หนึ่งชั่วโมงถัดมา โลงสีขาวถูกยกขึ้นรถตู้คันเดิม ขบวนต้อนรับท่านผู้เฒ่าคืนถิ่นออกจากฝั่งโขง มุ่งสู่นครราชสีมา โดยมีรถนำขบวนจากกองปราบปรามพิเศษคอยอำนวยความสะดวก นั่นเป็นเสมือนประจักษ์พยานยืนยันถึงห้วงเวลาอันสงบสันติ แม้ครั้งหนึ่งเขาจะยืนอยู่คนละฝ่ายกับรัฐบาลไทย ถึงขั้นจับอาวุธขึ้นต่อกร แต่เมื่อถึงวันเวลาที่เขากลับมา เขาได้รับทั้งเกียรติและการคารวะ !

สนามฟุตบอลสถาบันราชภัฏนครราชสีมา, คืนวันที่ 22 พฤศจิกายน 2540 บทเพลง 'คิดถึงบ้าน' ถูกขับขานร่วมกันด้วยน้ำเสียงของคนกว่าสามหมื่นคน จากงานต้อนรับท่านผู้เฒ่ากลับบ้าน หลังจากพิธีเผา ในวันที่ 11 มกราคม 2541 ท่านก็ได้นอนหลับพักผ่อนอย่างสงบภายในอนุสรณ์สถานซึ่งสลักคำว่า 'เดือนเพ็ญ' ไว้บนพื้นหินอ่อน กลางไร่อ้อยของคู่ชีวิต ณ จังหวัดกำแพงเพชร.......

หลับเถิดท่านผู้เฒ่า ท่านได้เหนื่อยหน่ายมานานนัก ณ บัดนี้ และตลอดไปแผ่นดินแม่นี้จะเป็นที่พักพิงสุดท้าย ท่านไม่ต้องเดินทางรอนแรม ท่านไม่ต้องกังวล ลูกหลานข้างหลังยังคงต่อสู้เพื่อสานต่ออุดมการณ์ของท่านเสมอมา...และจะคงต่อสู้ตลอดไป......เพื่อก่อให้เกิดสิ่งที่ดีกว่า.......

           " ใบตอง " บันทึกเรื่อง ข้อมูล WRITER MAGAZINE วันที่ 12 ธันวาคม 2540    
                                         www. forlifethailand.com





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
เจนอักษราพิจารณ์ วันที่ : 13/10/2008 เวลา : 20.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/numsunjon

รำลึกถึงนายผี
อัศนี พลจันทร์

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
กวีจร_ณ_โคราชา วันที่ : 09/10/2008 เวลา : 10.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kaweejorn

อ่านจบแล้วเศร้าครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
สุมาตรภูลายยาว วันที่ : 09/10/2008 เวลา : 10.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mart
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับมุนษย์คือ ความคิดของตัวเอง

สหาย!
เรามิอาจอดกลั้นน้ำตาแห่งความเจ็บปวดได้ เราอ่านจบเราร้องไห้
คงมิผิดใช่ไหมสหาย!
สถานการณ์บ้านเมืองเลวร้ายลงไปทุกที แต่ยงดีใจที่สหายเลือกจะนำเสนอเรื่องราวเหล่านี้
สหายเราเข้าใจว่าท่านมิใช่คนในวัยแก่เฒ่า สหายคือมิตรร่วมรบที่เคยพบเจอกันมาก่อนใช่หรือไม่

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 08/10/2008 เวลา : 11.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

... วันนี้บ้านเมืองวิกฤตอยู่แล้ว เราต้องการหาความถูกต้อง เราต้องการหาความปรองดองสมานฉันท์ สิ่งสำคัญที่สุดคือเราต้องการความจริงใจ เราไม่ต้องการคนหน้าไหว้หลังหลอก ไม่ต้องการคนหน้าเนื้อใจเสือครับ ....

ขอบคุณ ... แถลงการณ์ จากคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2008 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



[ Add to my favorite ] [ X ]