• คอมมูน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : commoon_@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-09-05
  • จำนวนเรื่อง : 34
  • จำนวนผู้ชม : 47096
  • ส่ง msg :
  • โหวต 14 คน
คอมมูน บรรพกาล
สืบสานตำนานหมวกดาวแดง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/commoon
วันเสาร์ ที่ 1 พฤศจิกายน 2551
Posted by คอมมูน , ผู้อ่าน : 1613 , 16:10:37 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

บทสัมภาษณ์ล่าสุดของธง แจ่มศรี เลขาธิการพรรค

คอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย

ธง แจ่มศรี ภาพจากนิตยสารสารคดี

บทสัมภาษณ์ล่าสุดของธง แจ่มศรี เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย

ที่มา: ไฟลามทุ่ง http://firelamtung.com/index.php?option=com_content&task=view&id=75&Itemid=2

หมายเหตุกองบรรณาธิการ
หลังจากคุณธง แจ่มศรี เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ได้ให้สัมภาษณ์ในหนังสือนิตยสารสารคดี เมื่อกลางปี 2547 กองบรรณาธิการหนังสือไฟลามทุ่งก็มีความคิดเห็นร่วมกันที่จะขอเรียนสัมภาษณ์ท่านเลขาธิการฯ เพื่อตอบคำถามของมิตรสหายและสมาชิกทั่วประเทศที่ได้รวบรวมไว้


ในที่สุด ก็ได้รับเกียรติให้สัมภาษณ์พิเศษในเวลาต่อมา         ณ สถานที่กลางแห่งหนึ่ง ดังรายละเอียดที่นำเสนอไว้ในฉบับนี้อย่างครบถ้วน

การเข้าสัมภาษณ์ครั้งนี้ ได้มีการสนทนาถึงปัญหาและอุปสรรคสำคัญ ๆ  ในขณะนี้ด้วย ซึ่งได้แก่

1. เจ้าหน้า ที่ระดับสูงอ้างกฎหมายของชาติ ไม่ยอมให้จดทะเบียนในนามพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย รวมทั้งห้ามใช้คำว่า “สังคมนิยม” และ/หรือ “แห่งประเทศไทย” ด้วย

ดังนั้น แม้ว่า พ.ร.บ.ป้องกันและปรามปรามการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ฉบับต่าง ๆ จะถูกยกเลิกไปอีกครั้งหนึ่งแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถจดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย “พ.ร.บ.พรรคการเมือง” ได้ นี่เป็นรูปธรรมหนึ่งในการพิสูจน์ว่า รัฐบาลมีความจริงใจเพียงใดที่จะเปิดเวที “บนดิน” ให้ต่อสู้ได้อย่างแท้จริง ทุกวันนี้ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยจึงยังคงอยู่ในสถานะของพรรคการเมืองที่ผิดกฎหมาย เป็นช่องว่างที่เจ้าหน้าที่บ้านเมืองสามารถนำมาใช้เป็นข้ออ้างในการจับกุมดำเนินคดีได้เหมือนเดิม

ด้วยเหตุนี้ จึงไม่สามารถตอบคำถามได้อย่างชัดแจ้งตรงไปตรงมาว่า พรรคฯ ยังคงอยู่ และมีกิจกรรมทางการเมืองอะไรบ้างที่เป็นรูปธรรม ตามที่มิตรสหายบางส่วนอยากจะทราบ

2. สถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้แตกต่างจากเมื่อครั้งประชุมสมัชชา 4 ในปี พ.ศ. 2525 เป็นอย่างมาก  ดังนั้นจึงต้องมีการวิเคราะห์สังคมไทยและปรับปรุงแนวทาง นโยบายสำคัญ ๆ ให้เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน แต่เลขาธิการพรรคฯ ไม่มีอำนาจกระทำการดังกล่าวได้โดยลำพัง จึงยังไม่มีรูปธรรมใหม่ ๆ ในขณะนี้

3. พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยภายใต้การนำขององค์การนำชุดที่ได้รับเลือกจากสมัชชา 4 นั้น กล่าวให้ถึงที่สุดก็คือ พ่ายแพ้ทางการเมืองและเพลี่ยงพล้ำทางการทหารในเวลาต่อมา ไม่สามารถสร้างผลงานที่สำเร็จเป็นจริงและเป็นรูปธรรมขึ้นมาได้ ดังนั้นการแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ต่อแนวทาง นโยบาย ของประเทศสังคมนิยมต่าง ๆ ในทางสาธารณะนั้น จึงขอสงวนความคิดเห็นบางประการไว้ และยังอยู่ในระหว่างทำการติดตามศึกษาอย่างใกล้ชิด

ต่อไปนี้คือบทสัมภาษณ์ภายใต้ข้อจำกัดต่าง ๆ ที่ว่านี้

ปัจจุบัน พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พ.ค.ท.) ยังเป็นพรรค การเมืองหรือมีการจัดตั้งในลักษณะที่เป็นพรรคการเมืองหรือไม่

พ.ค.ท.เป็นพรรคการเมืองซึ่งมีคุณลักษณะพรรคที่ต่อสู้ด้วยอุดมการณ์ มีทิศทางการต่อสู้ มีทฤษฎีและจุดยืนที่แน่วแน่ เป็นพรรคการเมืองที่ได้พัฒนาท่ามกลางการต่อสู้ด้วยความเสียสละ มีประสบการณ์บทเรียน มีการจัดตั้ง มีมิตรสหาย มีมวลชนและผู้ปฏิบัติงาน เป็นพรรคการเมืองที่ดำรงอยู่ภายใต้เงื่อนไขทางประวัติศาสตร์อันยาวนานทั้งในประเทศและสากล

แต่เนื่องจากในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา พรรคฯ ต้องประสบวิกฤติ ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ต้องถอยร่น สหายและผู้ปฏิบัติงาน และการจัดตั้ง ตกอยู่ในสภาพที่กระจัดกระจาย ส่วนหนึ่งยังคงยืนหยัดต่อสู้ต่อไปด้วยความมั่นคง ส่วนหนึ่งลังเล ส่วนหนึ่งเสื่อมถอย ความคิดแปรเปลี่ยนไป ตกอยู่ในสภาพที่เหินห่างการจัดตั้ง ซึ่งเป็นปัญหาที่ต้องศึกษาและทำความเข้าใจ ผ่านกระบวนการทดสอบหล่อหลอม สรุปบทเรียนปรับปรุงแก้ไขดัดแปลง ภายใต้สถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ท่ามกลางความยากลำบากและอุปสรรคนานัปการ ซึ่งก็คงต้องใช้ระยะผ่านพอสมควร ในขณะที่ต้องมองไปข้างหน้าแต่ก็ต้องเหลียวหลังด้วยความระมัดระวัง สร้างสรรค์ความสามัคคี ช่วยกันคิด ช่วยกันแก้ ช่วยกันทำ คิดว่าคงไม่นานที่จะนำปัญหาต่าง ๆ เสนอให้พวกเราช่วยกันพิจารณาได้

ขณะนี้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ถูกยกเลิกไปแล้ว เปิดให้มีการจดทะเบียนพรรคการเมืองที่ถูกต้องตามกฎหมายได้ มีแนวคิดที่จะจดทะเบียนเป็นพรรคการเมืองตามกฎหมายหรือมีแนวคิดต่อปัญหานี้อย่างไร

 การยกเลิกพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ เป็นผลจากการต่อสู้เรียกร้องของประชาชน และการเปลี่ยนไปซึ่งนโยบายของรัฐในการปราบปรามคอมมิวนิสต์ รวมทั้งสถานการณ์ภายในและสถานการณ์ภายนอกที่ได้เปลี่ยนแปลงไป

 ในสภาพการณ์ทางการเมืองที่มีความเป็นประชาธิปไตย ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพ สามารถต่อสู้ทางการเมืองอย่างสันติและเปิดเผยได้ก็มีแนวคิดที่จะจดทะเบียนทางกฎหมาย แต่เนื่องจากปัจจุบันสิทธิเสรีภาพทางการเมืองของประชาชนยังมีข้อจำกัดทางกฎหมายและความเป็นประชาธิปไตยอยู่ จึงต้องศึกษาค้นคว้าและติดตามสถานการณ์อย่างรอบคอบให้ดีก่อน  อนาคตของพรรคจะเป็นอย่างไรต่อไปนั้น ต้องฟังความคิดเห็นจากสหายภายในพรรคด้วย

 แต่อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีแนวความคิดของประชาชนกลุ่มต่าง ๆ ที่จะร่วมกันก่อตั้งพรรคการเมืองที่ก้าวหน้า ซึ่งเป็นแนวคิดหนึ่งที่น่าจะสนับสนุนเพราะเป็นแนวทางใหม่ที่น่าสนใจ

ปัจจุบัน พ.ค.ท. วิเคราะห์สังคมหรือสถานการณ์อย่างไร

ลักษณะสังคมของประเทศไทยตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครองจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นระบอบประชาธิปไตยเมื่อปี พ.ศ. 2475 มาจนถึงปัจจุบัน ประเทศไทยถูกปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยที่อยู่ภายใต้อำนาจของศักดินานิยม อำนาจเผด็จการ อำนาจทุนนิยมนายหน้า ทุนนิยม      ขุนนางและทุนนิยมต่างประเทศหรือทุนข้ามชาติ จนปัจจุบันได้พัฒนาเป็นสังคมทุนนิยมที่กำลังพัฒนาหรือที่นักวิชาการเรียกว่าทุนนิยมชายขอบ

กล่าวตามหลักทฤษฎีแล้วในขั้นนี้ยังเป็นการปฏิวัติในขอบข่ายประชาชาติประชาธิปไตยของชนชั้นนายทุน ซึ่งต้องช่วยผลักดันสังคมให้พัฒนาก้าวไปตามกฎเกณฑ์ของประวัติศาสตร์ที่ไม่หยุดนิ่ง

 แม้ประเทศไทยหรือสังคมไทยจะเป็นทุนนิยมก็ยังเป็นทุนนิยมที่ไม่สมบูรณ์ ยังถูกครอบงำด้วยทุนต่างประเทศ ไม่สามารถเป็นอิสระได้ ในแง่นี้โดยยุทธศาสตร์ต้องทำให้เป็นอิสระ มีเอกราช อธิปไตย และเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ไม่ถูกอิทธิพลจักรพรรดินิยมครอบงำ

 พูดในความหมายทางประวัติศาสตร์แล้วก็คือปัญหาแยกมิตรแยกศัตรู คงไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก แต่ทางยุทธวิธี แนวทางนโยบายอาจต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ ดังเช่นการต่อสู้ด้วยอาวุธที่จำเป็นต้องใช้ในสถานการณ์ทางการเมืองที่เป็นเผด็จการ แต่เมื่อสถานการณ์การเมืองเปลี่ยนแปลงไป เราก็ต้องปรับให้สอดคล้องกับเงื่อนไขทางการเมืองในปัจจุบันให้เป็นประโยชน์

 แนวทางใหญ่ยังคงเป็นการสามัคคีประชาชนส่วนใหญ่ ยึดหลัก “แสวง จุดร่วม สงวนจุดต่าง” ที่ต้องให้มิตรสหายเข้าใจข้อนี้

 ส่วนเรื่องนโยบายนั้นต้องให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ซึ่งกำลังรวบรวมความคิดเห็นเพื่อร่วมกันกำหนดนโยบายใหม่ออกมา หากมิตรสหายมีความคิดเห็นอย่างไรก็ขอให้ช่วยกันพิจารณากำหนดให้รอบด้านยิ่งขึ้น

เมื่อ พ.ค.ท.ยังอยู่ มีการเคลื่อนไหวอะไรบ้าง และเหตุใดจึงไม่มีการโฆษณาความคิดหรือแนวทางของพรรคฯ ให้ประชาชนทราบบ้าง

 ช่วงนี้เป็นช่วงที่เรากำลังผ่านพ้นภาวะวิกฤติ งานช่วงนี้จึงเป็นการค้นคว้าศึกษาสรุปบทเรียน อะไรผิดอะไรถูก ฟื้นฟูงานด้านต่าง ๆ เพื่อจะก้าวเดินต่อไป  ภายใต้สถานการณ์ภายในประเทศและสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงไปและมีสิ่งใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น  แนวทางนโยบายของพรรคจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ แต่เนื่องด้วยข้อจำกัดหลายประการ ทำให้การโฆษณาความคิดหรือแนวทางของพรรคฯ ทำได้ไม่กว้างขวาง  มิตรสหายและประชาชนทั่วไปจึงไม่ทราบความคิดเห็นและแนวทางของพรรคฯ อย่างทั่วถึง แต่ในอนาคตปัญหาข้อนี้คงจะได้รับการแก้ไขให้ดีขึ้น

ท่านเองยังต้องการต่อสู้ทางการเมืองต่อไปอีกหรือไม่ เพราะเหตุใด

เฉพาะตัวเองนี้ การต่อสู้ทางการเมืองไม่ใช่เรื่องสมัครเล่น เป็นเรื่องสมัครใจที่ทำไปตลอดชีพ แต่ไม่ได้เรียกร้องฐานะตำแหน่ง ทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองได้ก็ยินดีจะทำ แต่อีกด้านหนึ่งก็ต้องฟังความเห็นทั้งของพรรคและมิตรสหายว่าจะให้ทำอะไร หรือให้วางตัวอย่างไร

มิตรสหายที่เคยเข้าร่วมกับพรรคฯ ควรวางตัวและมีบทบาทอย่างไรในสภาพสังคมปัจจุบัน

 การวางตัวนั้น
 1. ต้องให้เหมาะสมกับสภาพที่เป็นจริงในสังคมปัจจุบันของแต่ละคน
 2. ต้องเข้มงวดต่อตนเอง รักษาคุณธรรมปฏิวัติของเราเอาไว้ให้ได้ ปฏิบัติ      ตัวในแนวทางที่ถูกต้อง เป็นแบบอย่างที่ดี
 3. ต้องยืนหยัดในภารกิจของตนเองต่อไป แม้จะเผชิญสภาพยากลำบากแค่ไหนก็ต้องฟันฝ่า ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ สัมพันธ์มวลชนรอบตัวอย่างแน่นแฟ้น
 4. พวกเราที่เป็นลูกหลาน อย่างน้อยก็ต้องยึดหลักศีลธรรมอันดีงามของประชาชนไว้ให้ถึงที่สุด

 ส่วนเรื่องบทบาทนั้น ก็ขึ้นอยู่กับความรู้ความสามารถในการปรับตัวของแต่ละคน จะต้องสามัคคีคนอื่น ๆ และใช้ความดีของเราส่งผลสะเทือนต่อมวลชน ถือว่าเป็นคุณธรรมเบื้องต้น
 
มิตรสหายที่เคยเข้าร่วมต่อสู้กับพรรคฯ และยังต้องการจะต่อสู้ทางการเมืองต่อไป ควรจะต่อสู้ด้วยรูปแบบไหน ในปริมณฑลอะไร

 รูปแบบการต่อสู้ไม่ตายตัว ไม่ควรเริ่มจากความต้องการของเรา หากแต่ควรเริ่มจากการพิจารณาสภาพแวดล้อมที่เป็นจริง
 1. เริ่มจากแก้ปัญหาชีวิตความเป็นอยู่ในทางที่ถูกต้อง
 2. ถ้าสร้างเศรษฐกิจ - สร้างตัวได้ สามารถแนะนำแก้ปัญหาให้คนอื่นได้ก็ยิ่งดี
 3. มิตรสหายบางส่วนอาจไปเป็น อบต. หรืออย่างอื่น ใช้ความคิดในการ ทำงานสร้างผลงานได้มากมาย มีคนยกย่อง  ทำงานอะไรต้องโปร่งใส - ซื่อตรง
 4. ประหยัดมัธยัสถ์ นำพาประชาชนก้าวไปในทิศทางที่ถูกต้อง มีประสบการณ์
 5. รู้จักใช้นโยบายบางด้านของรัฐบาลให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชน

 การต่อสู้นี้ไม่ได้จำกัดในปริมณฑลใด หากเงื่อนไขต่าง ๆ เอื้ออำนวยก็ต้องต่อสู้ในทุกปริมณฑลทั้งด้านความคิด เศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรม
 
ท่านคิดว่า ลัทธิมาร์กซ ยังคงใช้ได้กับโลกยุคโลกาภิวัฒน์หรือไม่ เพราะเหตุใด

ลัทธิมาร์กซ ยังคงใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย เพราะหลักการวิทยาศาสตร์สังคมของลัทธิมาร์กซ ที่สอดคล้องกับหลักการวิทยาศาสตร์ธรรมชาตินั้น เป็นหลักการใหญ่ ๆ ที่ยังถูกต้อง ยุคไหน ประเทศไหนก็ใช้ได้ ยุคโลกาภิวัฒน์นั้นเปลี่ยนแปลงแต่เทคโนโลยี แต่ความขัดแย้งทางชนชั้นยังคงสูงอยู่เหมือนเดิม

 เราจึงต้องรู้จักใช้ รู้จักพลิกแพลง ต้องไม่ตายตัว ปัญหาอยู่ที่ว่าพรรคปฏิวัติในประเทศต่าง ๆ สามารถยึดกุมหลักทฤษฎีลัทธิมาร์กซ-เลนินไปใช้ได้อย่างถูกต้องและสอดคล้องกับความเป็นจริงหรือไม่ ปัญหาอยู่ที่ผู้นำไปใช้ และใช้อย่างไร มิใช่หลักการลัทธิมาร์กซนั้นใช้ไม่ได้แล้ว
 
ลัทธิมาร์กซในยุคปัจจุบัน ต้องปรับปรุงอะไรบ้างหรือไม่ ควรเป็นอย่างไร

 หลักการพื้นฐานลัทธิมาร์กซยังคงใช้ได้ แต่การใช้ลัทธิมาร์กซต้องใช้อย่างพัฒนา ไม่หยุดนิ่ง ไม่ตายตัว  มองในแง่ก้าวไปข้างหน้า ใช้ให้เป็นคุณประโยชน์ เมื่อนำมาประยุกต์ใช้กับสังคมหนึ่งได้ผลแล้ว ก็สรุปยกระดับขึ้นมา ถือเป็นการพัฒนาลัทธิมาร์กซ

 ในปัจจุบันมีการนำลัทธิมาร์กซมาพัฒนาสร้างผลงานใหม่ ๆ  เช่นการที่เติ้งเสี่ยวผิงเอาหลักลัทธิมาร์กซมาใช้แก้ปัญหาในจีน โดยมีแนวคิดว่า สังคมนิยมนั้นไม่ใช่สังคมที่จะแบ่งปันความยากจน หากแต่เป็นสังคมที่แบ่งปันความสุข สังคมนิยมต้องก้าวหน้ากว่าทุนนิยม และจุดหนักในการพัฒนาสังคมนิยมของจีนในช่วงนี้มิใช่อยู่ที่การต่อสู้ทางชนชั้น หากแต่เป็นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน เป็นต้น เพราะมาร์กซเสนอว่า เราทำการปฏิวัติก็เพื่อผลักดันให้พลังการผลิตพัฒนาก้าวหน้า สังคมมนุษย์ก้าวหน้าไป

ในสภาวะที่ลัทธิมาร์กซล่มสลายทั่วโลก ไม่ว่าที่รัสเซีย ยุโรปตะวันออก หรือแม้แต่จีนก็เปลี่ยนแปลงไปมาก  ท่านยังเชื่อว่าจะมีการปฏิวัติของชนชั้นกรรมาชีพขึ้นใหม่อยู่อีกหรือไม่ เพราะเหตุใด

 การเปลี่ยนแปลงนั้นเห็นชัดเจนอยู่แล้ว ยุคนี้เป็นยุคที่ต้องปรับตัว

 การล่มสลายในสหภาพโซเวียต เนื่องจากมีการแปรเปลี่ยนจากเหตุภายใน โดยมีอิทธิพลภายนอกบีบ

 ที่ผ่านมา จักรพรรดินิยมเปลี่ยนยุทธวิธีจากการใช้สงครามมาล้มล้าง-ทำลายอำนาจรัฐของชนชั้นกรรมาชีพโดยตรง  ใช้วิธีทำให้ผู้นำในรุ่นที่สามที่สี่เปลี่ยนแปลงความคิดและบ่อนทำลายจากภายใน จนสามารถแปรเปลี่ยนได้อย่างสันติ ทั้งระบอบการเมือง เศรษฐกิจและวัฒนธรรม ถือว่าเป็นบทเรียนสำคัญของพวกเรา เป็นปัญหาในเรื่องของการนำไปใช้ แต่ถูกทำให้เข้าใจผิดคิดว่าเป็นการล่มสลายของหลักการลัทธิมาร์กซ

 ส่วนการปฏิวัติของชนชั้นกรรมาชีพในอนาคตนั้น แน่นอนว่า เมื่อยังมีการกดขี่ขูดรีดทางชนชั้น การต่อสู้ทางชนชั้นก็ย่อมจะต้องเกิดขึ้น

ทางการไทยก็รับเอาแนวคิดเช่นนี้มาใช้ ระดมทุกอย่างให้เราเปลี่ยนความคิดทฤษฎี เปลี่ยนอุดมการณ์ให้เจือจาง การโฆษณาว่าลัทธิมาร์กซล้าสมัยหรือให้เชื่อว่าหมดยุคของการปฏิวัติชนชั้นกรรมาชีพแล้ว เป็นส่วนหนึ่งของแผนการเหล่านี้ ถ้าเราเชื่อถือ-ถอยหลัง ก็หมดสภาพ จึงต้องเรียกร้องให้เราศึกษาค้นคว้าปัญหานี้อย่างจริงจัง

 สำหรับชาวพรรคคอมมิวนิสต์แล้ว ต้องปรับตัวอย่างมากและให้ทันสถานการณ์ด้วย

ปัญหาใหญ่ข้อหนึ่งคือ ภายในของเราเองต้องสรุปบทเรียนอย่างจริงจัง เพื่อให้รู้ว่าที่ผ่านมาเราทำอะไรถูก อะไรผิด และในแง่ไหนบ้าง จะได้ก้าวต่อไปได้ถูกทาง จึงต้องเรียกร้องให้สนใจศึกษาค้นคว้าให้กว้าง โดยยึดท่วงทำนองใหญ่ 3 ประการไว้ให้มั่น คือ

 1. ศึกษาทฤษฎีประสานความเป็นจริง ปัญหาความขัดแย้งในการมองสังคมไทยที่เกิดขึ้นก็เป็นตัวอย่างของปัญหาข้อนี้
 2. สัมพันธ์มวลชนอย่างแนบแน่นสนิท สมาชิกพรรคฯ แต่ละคนต้องมีคนรักใคร่เชื่อถือมาก จึงจะมีพลัง
 3. ใช้อาวุธวิจารณ์ วิจารณ์ตนเอง อย่างสม่ำเสมอ เพื่อยกระดับความรับรู้ ไม่ห่างเหินมวลชน เราก็จะมีกำลังเพิ่มขึ้น และเพื่อประกันการนำของเราให้ลักษณะดีมากขึ้น ความเสื่อมถอยน้อยลง

 อีกข้อหนึ่งคือ เรื่องถูกกฎหมายกับผิดกฎหมาย เป็นด้านสองด้านของเหรียญ เราพยายามช่วงชิงทำในเรื่องที่ถูกกฎหมาย แต่เราก็ต้องเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างกระทันหัน เช่น ถ้ามีการรัฐประหาร     รัฐบาลใหม่เปลี่ยนแปลงนโยบายสำคัญ ๆ ทางการเมือง ไม่เปิดหนทางประชาธิปไตยให้เดิน  เราจะต้องทำอะไร ต้องคิดทางหนีทีไล่ไว้ ไม่ตายตัวเกินไป ในทางปรัชญาก็ต้องรู้ว่ามีสองด้าน เพียงแต่ใช้ด้านไหนในสถานการณ์ใดจึงจะเหมาะสม

เฉพาะหน้า ให้สนใจสถานการณ์ความเป็นจริงของประเทศ โดยเฉพาะความขัดแย้งหลักระหว่างกลุ่มทุนเก่าและอิทธิพลศักดินาฝ่ายหนึ่ง กับ กลุ่มทุนใหม่อีกฝ่ายหนึ่ง ไม่โน้มเอียงจนกลายเป็น ช่วยฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดอย่างหลับหูหลับตา อาจจะทำให้ยิ่งย่ำแย่

หากมีการรัฐประหารที่มีท่าทีว่าก้าวหน้า ต้องดูให้ดีว่า เป็นพวกถอยหลังเข้าคลองหรือไม่ ถ้าไปเข้าร่วมโดยไม่พิจารณาให้ดี อาจเป็นผลเสีย

 สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ตอนที่ จอมพล ป. ร่วมกับญี่ปุ่น ก่อสงครามขึ้น ภายในของพวกเราก็ต่อสู้กันทางความคิด เพราะฝรั่งเศสเป็นจักรวรรดินิยม เคยรุกรานเวียดนามและอินโดจีน รวมทั้งสยามด้วย  จอมพล ป. จึงดูเหมือนว่าจะทำถูกต้อง เหมือนกับว่าก้าวหน้า แต่ก็กลายเป็นร่วมมือกับกลุ่มอักษะที่รุกรานไปทั่วโลก จึงสรุปว่าเราต้องคัดค้าน ฉะนั้นต้องมองให้เห็นส่วนทั้งหมด มองเฉพาะส่วนไม่ได้ ต้องไม่ไปเข้าแถวอยู่ในกลุ่มพวกถอยหลังเข้าคลอง

เมื่อเป็นรัฐสวัสดิการแล้ว การต่อสู้ของชนชั้นกรรมาชีพก็หมดไป ท่านมีความคิดเห็นอย่างไร

การต่อสู้ที่น้อยลงนั้น เข้าใจว่า
1. เมื่อทุนนิยมพัฒนาไป โครงสร้างการใช้แรงงานก็เปลี่ยนแปลงไป ผู้ใช้แรงงานแบกหาม รวมทั้งเกษตรกรชาวนาก็น้อยลง แต่กลุ่มผู้ขายแรงงานด้านบริการและกลุ่มคอปกขาวที่รับจ้างใช้สมองมีมากขึ้น ปัจจุบันก็ใช้คอมพิวเตอร์    หุ่นยนต์ มาทดแทนแรงงานบางส่วนอีกด้วย
 2. มีการให้กรรมกรถือหุ้นเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ถือว่ามีส่วนเป็นเจ้าของโรงงานกับเขาแล้ว ฉะนั้นการเคลื่อนไหวของชนชั้นกรรมกรอย่างในอดีตเช่น นัดหยุดงานใหญ่ก็จะเกิดขึ้นน้อยลง
 3. เอาข้อดีของลัทธิมาร์กซ มาแก้ปัญหาของทุนนิยม เช่น สวัสดิการ หรือการลอกเลียน “วิธีการแก้ปัญหาเศรษฐกิจแบบโครงการระดับชาติของโลกสังคมนิยม” มาใช้ เป็นต้น จักรพรรดินิยมอเมริกาลอกเลียนเอา “เศรษฐกิจโครงการที่มีการวางแผนล่วงหน้า” ของสหภาพโซเวียตมาถ่วงดุลเศรษฐกิจการตลาด ทำให้วิกฤติเศรษฐกิจทุนนิยมผ่อนปรนไปได้ระยะหนึ่ง
 4. ใช้นักวิชาการมาบิดเบือนทฤษฎีลัทธิมาร์กซให้ลดความร้อนแรงลงเช่น ว่าล้าสมัยใช้ไม่ได้แล้ว หรือกระทั่งบิดเบือนไปเสียจากหลักการพื้นฐาน ทำให้คนเอาไปใช้ผิด ๆ
 5. ซื้อตัวผู้นำกรรมกร ให้หันเหทิศทางไม่ไปมุ่งโค่นล้มระบอบทุนนิยม เพื่อยืดอายุให้ยาวนานออกไป เพราะไม่สามารถใช้วิธีปราบเหมือนในประเทศเมืองขึ้นกึ่งเมืองขึ้น
 6. สกัดกั้นทุกวิถีทางมิให้พรรคคอมมิวนิสต์ทั่วโลกเจริญเติบโต  สมาชิกพรรคฯ คนไหนเอาการเอางานก็พยายามให้นายทุนซื้อตัวไป หากซื้อไม่ได้ก็บีบบังคับ หรือสร้างเงื่อนไขยั่วยวนให้ทำผิดศีลธรรมเช่น เรื่องผู้หญิง เงิน อบายมุข ฯลฯ มาทำลาย เป็นเหตุให้ดูเหมือนอยู่อย่างเงียบ ๆ ไม่มีอะไรแล้ว
 7. หลังสงครามโลกครั้งที่สอง จักรพรรดินิยมพยายามสร้างองค์กรในรูปแบบต่าง ๆ มาเคลื่อนไหวแทรกแซง  มีบทบาทหันเหทิศทางการต่อสู้ ทำให้ขบวนการสับสน หรือแยกเป็นกลุ่มย่อยจนไม่สามารถรวมกันเป็นพรรคปฏิวัติ กระทั่งบางส่วนถึงกับเสนอว่า ไม่จำเป็นต้องมีพรรคของชนชั้นกรรมาชีพมานำก็ได้
 8. กลุ่มทุนข้ามชาติใช้วิธีการแยกสลายการต่อสู้ทุกรูปแบบ ไม่เว้นแม้แต่การมอมเมาให้เยาวชนหลงใหล ไม่สนใจเรื่องการเมือง เอาแต่บันเทิงเริงรมย์ เช่น ใช้ภาพโป๊ในอินเตอร์เนต เกมส์คอมพิวเตอร์ มาล่อ เป็นต้น

มีการวิเคราะห์ว่า "การต่อสู้ทางชนชั้นทางสากลไม่มี มีแต่การต่อสู้แบบชาตินิยมเท่านั้น (เช่น จีนชนะญี่ปุ่น เวียดนามและอินโดจีนชนะสหรัฐอเมริกาแล้ว ก็จบ)" ท่านเห็นด้วยหรือไม่ เพราะเหตุใด

ประเด็นนี้ ปัญหาใจกลางคือเรื่องสากลนิยมชนชั้นกรรมาชีพ ที่รู้สึกว่าได้ดีแล้วไม่ช่วยเหลือพวกพ้อง

 แต่อยากให้เข้าใจว่า ข้อสรุปข้อหนึ่งที่เราเพลี่ยงพล้ำอย่างหนักก็เพราะยังพึ่งตนเองไม่ได้เป็นด้านหลัก ไม่ควรจะไปเน้นหนักที่ปัญหาภายนอก เพราะบทบาทภายในเป็นหลัก ต้องวิจารณ์ตนเองว่ายังไม่เข้มแข็ง ยังอ่อนแอ ยังต้องไปพึ่งเขา เมื่อเขาไม่ช่วยเราจึงยากลำบากมาก

 ปัญหานี้เลนินเคยกล่าวว่า “สากลนิยมก็คือพรรคแต่ละพรรคทำงานของตนให้ดีที่สุด ก็จะเป็นการหนุนช่วยกันทางสากลอย่างหนึ่ง”

มีแนวคิดว่า ถ้าสังคมเปลี่ยนไปเป็น เสรีนิยม แล้ว การต่อสู้ทางชนชั้นก็จะหยุดไปเอง อย่างเช่นในสหรัฐอเมริกาที่ไม่มีกรรมกรลุกขึ้นมาต่อสู้แล้ว  หรือใน นอร์เวย์ สวีเดน และประเทศที่เป็นรัฐสวัสดิการอื่น ๆ ก็ไม่มีกรรมกรลุกขึ้นมาต่อสู้เช่นกัน ท่านเห็นด้วยหรือไม่ เพราะเหตุใด

เรื่องนี้เป็นความเข้าใจต่อสถานการณ์ประเทศต่าง ๆ ในยุโรปเหนือและสหรัฐอเมริกาที่ใช้นโยบายรัฐสวัสดิการเพื่อผ่อนคลายการต่อสู้ทางชนชั้น แต่มิได้แก้ปัญหาเรื่องการต่อสู้ทางชนชั้น เมื่อทุนนิยมเกิดวิกฤติอย่างต่อเนื่องก็ไม่สามารถจะสร้างหลักประกันด้านสวัสดิการสังคมได้ ดังนั้นในที่สุดกรรมกรก็ต้องลุกขึ้นต่อสู้จนได้ เพราะความขัดแย้งหลักในสังคมทุนนิยมยังเป็นการผลิตแบบสังคม แต่ผลประโยชน์เป็นของกลุ่มทุนหยิบมือเดียว

“เสรีนิยม” ลดความขัดแย้งทางชนชั้นลงไม่ได้ ชีวิตความเป็นอยู่ของกรรมกรยังคงยากลำบาก ต้องลุกขึ้นมาต่อสู้ไม่ช้าก็เร็ว เพียงแต่การนำมวลชนขึ้นต่อสู้ต้องทำให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงในแต่ละประเทศ ต้องไม่สนับสนุนบทบาทค้ำชูให้ชนชั้นนายทุนอยู่ยาวนานต่อไป

 ภายในพรรคของชนชั้นกรรมาชีพต้องชำระสะสางความคิดเสรีนิยมนี้ ความคิดนี้มีบทบาทเบื่อเมา เป็นบทบาทที่ทำลาย ทำให้ความคิดที่จะต่อสู้จริงจังน้อยลง เพราะไม่ขึ้นต่อก็ได้ ไม่ต้องจัดตั้งเป็นพรรคฯ ก็ได้ อย่างนี้จะนำมวลชน ลุกขึ้นต่อสู้ได้อย่างไร พวกจักรพรรดินิยมจึงส่งเสริมความคิดนี้ให้ขยายในหมู่นักปฏิวัติทั่วโลก

 เสรีนิยมในระบอบทุนนิยมไม่มีอยู่จริง (ถ้าไม่มีเงิน) จะมีเสรีภาพในโลกทุนนิยมต้องมีเงิน ไปห้างฯ ต้องมีเงิน ถ้าไม่มีเงินก็ไม่มีเสรีที่จะซื้อของ แม้จะยอมให้มีเสรีภาพในบางด้าน อย่างเช่น การเลือกตั้ง การพูด-เขียน-พิมพ์ แต่ในทางเศรษฐกิจไม่มีเสรี ไม่มีเสรีที่จะสู้กับกลุ่มนายทุนใหญ่ กล่าวให้ถึงที่สุดก็ไม่มีเสรีภาพอย่างแท้จริง

ถ้ารัฐสวัสดิการแก้ปัญหาสวัสดิการไม่ได้ ทำให้ประชาชนมีชีวิตดีขึ้น    เรื่อย ๆ ไม่ได้ การต่อสู้ก็จะเกิดขึ้นใหม่

 กรรมกรในสังคมที่กล่าวถึงเหล่านั้น แม้จะมีสวัสดิการตั้งแต่เกิดถึงตายก็จริง แต่ก็มาจากเงินของคนงานด้วยกัน เมื่อมีการเพิ่มเทคโนโลยี คนว่างงานเพิ่มขึ้น คนที่ทำงานหาเงินจ่ายให้รัฐมีน้อยลง เงินที่จะจ่ายเป็นสวัสดิการสังคมจึงเริ่มไม่พอ ต้องมีการตัดสวัสดิการสังคม ทำให้คนทำงานไม่พอใจ  หากขยายตัวไป การต่อสู้ของกรรมกรก็จะต้องเกิดขึ้นในรูปแบบต่างๆ  หรืออย่างในญี่ปุ่นก็เริ่มมีปัญหาที่จะเอาเงินคนหนุ่มสาวมาเลี้ยงคนแก่ที่มากขึ้น

 อย่างไรก็ตาม มีแต่เมื่อสังคมพัฒนาไปถึงสังคมยุคคอมมิวนิสต์ข้างหน้าแล้วเท่านั้น จึงจะมีเสรีภาพทุกด้านที่แท้จริงได้

มีผู้วิจารณ์ว่า พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีนมิใช่พรรคลัทธิ    มาร์กซ และประเทศจีนก็มิได้เป็นประเทศสังคมนิยม แต่เป็นประเทศทุนนิยม หรือบ้างก็ว่าเป็นทุนนิยมแห่งรัฐ ท่านเห็นด้วยหรือไม่ เพราะเหตุใด

 เป็นเรื่องที่ยังต้องค้นคว้าถึง “ปัญหาระยะผ่าน”  เมื่อจะปฏิวัติเพื่อก้าวไปสู่สังคมนิยม พรรคปฏิวัติต่าง ๆ ก็ล้วนยังไม่เคยผ่าน ไม่เคยมีบทเรียน  จีนในปัจจุบันถือว่าตัวเองยังเป็นสังคมนิยมขั้นต้น ต้องมีการควบคุมทุนให้ก้าวไปตามหนทางที่จะสร้างสรรค์สังคมนิยม เพราะทุนที่เติบใหญ่ขึ้นมาอย่างอิสระ อาจจะส่งผลกระทบทางการเมือง

 ทั้งนี้ทุกอย่างยังเป็นของใหม่ที่ต้องทดลองทำ รัฐสังคมนิยมก็สามารถนำรูปแบบการตลาดของทุนนิยมมาใช้ให้เป็นประโยชน์ได้

ของฝากจากเลขาพรรคฯ 5 ข้อ

1. เนื่องจากสถานการณ์ใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไป จึงอยากฟังความคิดเห็นของพี่น้องที่เคยต่อสู้ร่วมกันในเรื่องปรับแนวทางต่อสู้อย่างสันติถูกกฎหมาย
2. ต้องระมัดระวังตัว เพราะด้านหนึ่งเราเพิ่งเพลี่ยงพล้ำ ยังมีความพยายามยุแหย่ แบ่งแยกและทำลาย สร้างความเสียหายกับเรา
3. ต้องรู้เท่าทันเล่ห์กลของฝ่ายตรงข้าม
4. ช่วงนี้เราจะต้องสามัคคีกันเพื่อสร้างผลงานให้กับประชาชนต่อไป
5. ต้องยืนหยัดต่อไป รักษาตัวให้เป็นแบบอย่างที่ดี รักษาคุณธรรมปฏิวัติเอาไว้ให้ได้





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
วัฒนวิช วันที่ : 02/08/2009 เวลา : 23.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bwat

ขอบคุณสาระดีๆ
ข้อที่น่าสังเกตคือ พอเป็นประเทศคอมมิวนิสต์ ปัญหาเผด็จการโดยพรรค โดยเจ้าหน้าที่รัฐ การทุจริตก็มีมาก เศรษฐกิจก็แย่ จนต้องไปใช้กลไกตลาด/ราคาของทุนนิยมจึงดีขึ้นอย่างจีนกับรัสเซียในตอนนี้
ฯลฯ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ท่าชนะ วันที่ : 02/11/2008 เวลา : 10.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Karida

สัญญลักษณ์หมวกดาวแดง

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
driftworm วันที่ : 01/11/2008 เวลา : 17.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

เหมือนเคยอ่านมาแล้วทีหนึ่ง แต่จะอ่านอีก
ตอนนี้เมื่อยลูกตา...

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 01/11/2008 เวลา : 16.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

เข้ามาอ่าน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤศจิกายน 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            



[ Add to my favorite ] [ X ]