*/
  • WOOF!!magazine
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : magazinewoof@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-09-04
  • จำนวนเรื่อง : 72
  • จำนวนผู้ชม : 69996
  • จำนวนผู้โหวต : 12
  • ส่ง msg :
  • โหวต 12 คน
วันพุธ ที่ 5 มกราคม 2554
Posted by WOOF!!magazine , ผู้อ่าน : 2429 , 14:31:21 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

การได้ทำงานกับบุคคลสำคัญถือเป็นเรื่องที่พิเศษเหมือนการได้รับสิทธิพิเศษในชีวิตอีกเรื่องหนึ่ง เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะมีโอกาสแบบนี้ ยิ่งได้ทำงานกับบุคคลที่เราชื่นชมอยู่แล้ว  เหมือนได้เดินตามคนที่เป็นแบบอย่างหรือไอดอล(Idol)ของเรา มันเป็นพลังที่ทำให้เราอยากทำงานทุกวัน ไม่ท้อใจง่าย ไม่เบื่อหรือไม่คิดที่จะปฎิเสธความยากลำบากที่เข้ามาเยือน อย่างแน่นอน

เบียร์ อนุรักษ์ กิจไพบูลทวี ถือเป็นคนที่มีชีวิตการงานแสนวิเศษอีกคนหนึ่งเพราะเราพบเขาครั้งแรก กับผู้หญิงที่ได้รับการยกย่องว่า เป็นผู้ทรงอิทธิพลคนหนึ่งของประเทศไต้หวัน และเบียร์นั่งอยู่คู่กับ เธอ วานวาน บล็อกเกอร์คนแรกของไต้หวันที่มีหนังสือออกมาเป็นเล่ม มียอดจำหน่าย 2 แสนเล่มและ เพียง 1 ปีมียอดผู้คลิกเข้าบล็อกสูงถึง 50 ล้านคลิก และบล็อกของเธอถูกคลิกมากกว่า 100,000,000. คลิกแล้วตอนนี้   ไม่ต้องลงรายละเอียดก็รู้แล้วผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดาและเธอมีพลังมากแค่ไหน แล้วเบียร์ อนุรักษ์ กิจไพบูลทวีก็นั่งอยู่ข้างเธอ Photobucket วานวานได้มาเมืองไทย และเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนไทยสัมภาษณ์ เบียร์เป็นผู้แปลตลอดการสนทนา แต่เป็นการสนทนาที่มีการแปลอย่างออกรสออกชาติ ตลอดการสัมภาษณ์ไม่ได้รู้สึกว่าเหมือนมีล่ามอยู่ แต่เหมือนในวงสนทนานั้นมีเบียร์เป็นผู้เล่าเรื่องขยายความ  และได้รู้จักวัฒนธรรมของประเทศที่ติดตามตัววานวานมาด้วย จึงทำให้เราเข้าใจเนื้อหาอย่างมีชีวิตชีวา

พอได้รู้จักวานวานมากขึ้น จากการสนทนา ก็ยิ่งทำให้คิดว่า เบียร์เป็นผู้มีสิทธิพิเศษจริงๆ เพราะเขาจะได้รับแรงบันดาลใจ พลังความคิด อิทธิพลชีวิตของนักเขียนที่เป็นยอมรับเหล่านั้น นั่นคงเป็นจุดเริ่มต้นทำให้ข้าพเจ้าสนใจในตัวผู้ชายคนนี้ เบียร์ ถือเป็นบล็อกเกอร์ที่แจ๋วคนหนึ่ง เพราะบล็อกของเขามีสาระ และมีการอัพเดทบ่อยๆ เนื้อหาก็จะเป็นเรื่องการทำงาน งานแปลจากบล็อกชาวจีนที่ให้คติ ให้แนวความคิดแรงบันดาลใจ เหมือนเขาคนนี้เป็นผู้ที่ส่งต่อแนวคิดหรือแรงบันดาลใจข้ามกำแพงของภาษาและวัฒนธรรมก็ว่าได้  ล่าสุดสำหรับใครที่ชอบหนังสือภาพ แนวจิมมี่ เหลียว(Jimmy Liao) ละก็ เบียร์ได้แนะนำให้คนไทยได้รู้จัก นักเขียนหนังสือภาพที่เขาอาจจะใหม่ในสายตาคนไทย เล่มหนึ่ง ที่ถูกแปลเป็นไทยแล้ว หนังสือชื่อ เด็กชาย เลขที่34 ส่วนตัวแล้วถือเป็นหนังสือที่เนื้อหาให้ความสะเทือนอารมณ์เล่มหนึ่งเลยทีเดียว และพออ่านจบ ก็พบบทความของผู้แปล ยิ่งทำให้รู้สึกว่า เบียร์ เป็นคนที่น่าสนใจ ชวนมานั่งคุยเพื่อรู้จักกันจริงๆ คงดีไม่น้อย การนัดหมายคลาดแคล้วไปเพราะงานของเขายุ่งพอสมควรและแล้ว ก็ได้มาเจอกัน ยามสายๆ ในงานสัปดาห์หนังสือครั้งล่าสุดปลายปีนี้(2553) มาเจอกันครั้งนี้แบบเจาะจง เบียร์ดูสดใส ร่าเริง กว่าตอนที่เห็นเขาทำงานมาก เบียร์เกิดที่เมืองไทย เป็นคนไทยเชื้อสายจีน [เขาพูดจีนได้คล่องมาก จนถามเขาบ่อยๆว่าเขาเป็นคนจีนหรือคนไทย!] เบียร์เป็น น้องชายของพี่สาว เขามีพี่น้องสองคน ยายเลี้ยงเขามาตั้งแต่เล็ก พ่อแม่แยกทางกัน ถามว่าวัยเด็กเบียร์อยากเป็นอะไร เขาบอกว่า เขาอยากเป็นนักการศาสนา ที่เขาศรัทธาตั้งแต่เด็ก และเบียร์ก็จริงจังกับมันตั้งแต่สิบขวบก็ว่าได้ เขาเริ่มกินมังสวิรัต ตั้งแต่นั้นมา ความศรัทธาทางศาสนาของเขาเกี่ยวข้องกับชาวจีน เขาจึงได้เรียนรู้ภาษาจีนอย่างเป็นเรื่องเป็นราว เขาต้องเดินทางไปเรียนที่มาเลเซีย-สิงค์ไปร์ ได้ไปอบรมในไต้หวันบ้าง อินโดนิเซียบ้าง ไปกลับอยู่บ่อยๆ  พอกลับมาเมืองไทยเขาก็มาเป็น ล่าม ดูเหมือนว่า แค่เริ่มต้น ชีวิตเขาก็แตกต่างจากเด็กทั่วไป เริ่มตั้งแต่การเลือกอาชีพในวัยเด็ก การเรียนในสิ่งที่แตกต่างจากเด็กทั่วไป ถามว่าเขากลัวไหม ที่ไม่เหมือนคนอื่น ไม่ได้เรียนเหมือนคนอื่น หรือใช้ชีวิตเหมือนเด็กอื่นทั่วไป ซึ่งหมายความว่าเขาได้เติบโตมาอย่างแตกต่าง เขาตอบ ว่า “ตั้งใจ” แล้วก็อมยิ้มอย่างเชื่อมั่น นั่นแปลว่าเขาตั้งใจจริงๆ หลังจากที่ได้รับใช้ศาสนาอยู่ช่วงนึง เขาได้เริ่มออกมาแปลหนังสือเอง ตอนอายุยี่สิบแปด เมื่อพูดถึง ความเป็น เบียร์ อนุรักษ์ กิจไพบูลทวี เขาว่าเขาแตกต่างจากคนอื่น ตั้งแต่วัยเด็กเขาเลือกที่จะไม่สนุกเหมือนเด็กทั่วไป (เขาอาจจะโตกว่าเด็กวัยเดียวกัน)  เขามั่นใจว่าเขาไม่เคยทำอะไรเพื่อเงินเป็นหลัก แต่เขามองเพียงแต่ว่า เขาชอบไหมที่จะทำ ถ้าเป็นเรื่องที่เขาไม่ชอบ เขาก็ไม่ทำ และเรื่องที่จะทำนั้นต้องเป็นเรื่องที่ชอบธรรมด้วย ถามต่อไปว่า การเติบโตมาอย่างนอกระบบหรือการไม่เหมือนคนส่วนใหญ่ เช่นการศึกษาแบบทั่วไปที่เราได้เรียนกัน เขากลัวในความแตกต่างนี้ไหม  เบียร์บอกว่า เขามองแต่สิ่งที่เขาทำอยู่ แล้วทำอย่างเต็มที่ ไม่ได้มองถึงความแตกต่างอะไรเลย เลยไม่มีความกลัวถึงเรื่องความแตกต่างใดๆ  มองแค่ตัวเรา ถ้าไปได้ก็ไปต่อ ถ้าไปไม่ได้ก็เปลี่ยนทาง แล้วก็ไปต่อ ไม่ได้มองถึงความแตกต่าง วันนี้งานหลักของเขาเป็นงานแปล เป็นสิ่งที่ทำแล้วคิดว่าทำได้ดีที่สุดและจะทำให้ดีที่สุด ตอนนี้ก็แปลมาเจ็ดหรือแปดปีแล้ว ถามว่าเบียร์กลัวอะไรบ้างไหม เขาบอกว่าเขาเป็นคน บ้า(หมายถึง บ้าบิ่น) ไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้วสำหรับเขา แต่ถ้ามีอะไรที่คุกคาม ก็หาทางอื่นไป แล้วเขาก็เล่าเรื่องของช้าง “ช้างตัวใหญ่ ตัวหนึ่งถูกผูกไว้ที่ต้นไม้ ซึ่งกระชากครั้งเดียวมันก็หลุดเป็นอิสระได้ แต่ทำไมมันไม่ทำ เพราะว่ามันโดนผูกไว้ตั้งแต่เด็ก แล้วหลายๆครั้งเมื่อยังเด็กมันพยายามจะ กระชากตัวเองออกจากต้นไม้แต่มันก็จะเจ็บ พอมันโตขึ้น ความเจ็บปวดยังฝังใจ จึงล้มเลิกความคิดที่จะทำต่อไป ทั้งที่ในความจริงแล้ว ไม่มีใครสามารถหยุดช้างตัวใหญ่ๆ ได้ถ้าอยากไปไหนก็ทำได้ทั้งนั้น แต่ความกลัวมันฝังใจ”  เขาเองก็เคยเป็นแบบนั้น แต่วันหนึ่งเขาคิดว่า เขาควรกบฏกับตัวเอง ถามตัวเองว่าทำไมต้องติดอยู่กับเสาต้นเล็กนี้ด้วย แล้วเขาก็เดินออกมา ออกมาใช้ชีวิตเหมือนคนทั่วไป ที่ไม่ได้อยู่ในองค์กรที่สร้างให้เขาเติบโต หรือบ่มเพาะเขามา  แต่เขาก็ใช้สิ่งที่องค์กรหรือศาสนาที่บ่มเพาะตัวเขา ลงไปในงานคือสอดแทรกคุณธรรม การให้กำลังใจ การส่งต่อสิ่งดีงาม ให้กับเพื่อนมนุษย์ สังคม การมีชีวิตอยู่เพื่ออุดมการณ์ ที่ดีงาม ไม่เที่ยวแตร่ เสพสิ่งฟุ่มเฟือยไร้สาระ เขาขอยกความดีทั้งหมดให้กับองค์กรที่สร้างเขามาตั้งแต่เด็ก  ภาษาจีนคือผลพลอยได้ที่ทำให้เขามีเครื่องมือในการทำงาน   ให้เบียร์เล่าเรื่อง การเริ่มต้นในการเป็นนักแปล องค์กรศาสนาที่เขาทำงานอยู่ ต้องการสร้างเวปไซร์ และเขาหาเนื้อหาข้อมูลเพื่อลงเวบไซร์นั้น เนื้อหาบางส่วนเป็นประโยชน์แต่ไม่ได้ลงในเวบไซร์ ก็เอาไปโพสลงในบล็อกตัวเองบ้าง เวปบอร์ดบ้าง หลายๆคนที่มาอ่านบทความก็ชอบแล้วยุให้เอาไปเสนอ สำนักพิมพ์ แล้วก็กลายเป็นผลงาน 2 เล่มแรก คือ Photobucket ก็เริ่มมีงานเข้ามาเรื่อยๆ จนถึงทุกวันนี้ เบียร์ ไม่ได้เป็นนักแปล เท่านั้น เขาพยายามพลักดันหนังสือที่เขาแปลทุกเล่ม หรือทุกเล่มที่เขาต้องการแปล เพราะเรื่องการซื้อลิขสิทธิ์เป็นเรื่องที่ใช้เวลา มิใช่เพียงแต่การจ่ายเงินซื้อมา ต้องมีการทวงถาม ต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันระหว่างสำนักพิมพ์ ว่าไว้วางใจได้แค่ไหน ต้องรู้เขารู้เรา ซึ่งเบียร์มักเป็นตัวกลางในการทำสิ่งเหล่านี้กับหนังสือที่เขาต้องแปลด้วย และเบียร์เองก็พยายามสร้างความไว้วางใจให้กับสำนักพิมพ์ต่างชาติ ในการที่เผยแพร่ผลงาน ในหลายเล่มต่อมา เขาเองก็ภูมิใจ ที่ได้ทำหน้าที่นี้ เหมือนกัน และเบียร์ก็เป็นตัวแทนที่จะเผยแพร่หนังสือไทยออกไปด้วยเหมือนกัน ถามถึงเรื่องรายได้ ให้เขาพูดถึงรายได้ เขาถามกลับว่า “รายได้จากอะไรละ”   เรารีบตอบ “เริ่มจากค่าลิขสิทธิเลย” เชื่อมั่นว่าเบียร์ นายรวยแน่ๆ  เขาบอกว่าใหม่ๆ แทบไม่ได้อะไรเลย แต่ก็ทำเต็มที่ไม่ได้คิดมากว่าจะต้องได้เท่าไหร่ แต่คิดว่าเราได้แปลงานที่เรารัก เป็นงานที่เราชอบก็ดีแล้ว ได้เผยแพร่เรื่องดีๆ ที่เรามั่นใจนั่นคือสิ่งที่เราได้รับมากกว่า  มากกว่านั้นคือได้ความสัมพันธ์ที่ดี กับนักเขียนที่เราชื่นชอบ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เบียร์บอกว่า ความรู้สึกแบบนี้ มันประเมินค่าไม่ได้เลย เช่น เหมือนวันนี้ ถ้าคุณชื่นชอบนักเขียนสักคนแล้วได้มีส่วนร่วมในผลงานของเขา ได้เป็นเพื่อนกับเขา ทานข้าวด้วยกัน ได้มีประสบการณการทำงานด้วยกัน  มันเป็นโอกาสมากกว่า คือสิ่งที่เราได้รับมากจริงๆ (ทางด้านจิตใจ จิตวิญญาณของคนทำงาน เพราะมนุษย์มีร่างกายจิตใจและจิตวิญญาณ....ผู้เขียน) แต่สิ่งเหล่านี้มันมา จากความไว้วางใจ ต้องใช้เวลา แต่เบียร์เลือกงานที่เขาปลื้มเท่านั้น “แรงบันดาลใจเริ่มแรก มันให้แรงบันดาลใจกับเราก่อน แล้วเราก็อยากส่งผ่านสิ่งนี้ให้ทุกคน ธุรกิจมันเลยต้องมาเกี่ยวข้อง บางครั้งเราผิดหวังกับงานของสำนักพิมพ์จนนักเขียนเอง ต้องมาปลอบเรา”  เบียร์กล่าว ผลงานตอนนี้ ช่วงนี้เขากำลังทำหนังสือชุดอยู่ เพราะปกติ เขาไม่ค่อยได้แปลหนังสือชุดเท่าไหร่ แต่เขาบอกว่า ความสนุกไม่น่าจะแพ้เพชรพระอุมาบ้านเราเลยทีเดียว และตอนนี้ก็ทำไกด์บุ๊คของไต้หวันอยู่  กำลังจะออก ตลอดเวลาที่คุยกัน เบียร์ ให้ความเป็นกันเอง บางครั้งก็แซวผู้เขียนกลับ ก็เลยถามเขาว่า เขาเป็นคนเก็บความรู้สึกบ้างไหม  เขาบอกว่า “เก็บมานาน ตอนนี้เลิกเก็บแล้ว” ฮาไปอีก  เขารู้สึกอย่างไรเขาก็จะแสดงออกอย่างนั้น ถามถึงเรื่องอนาคต เป้าหมายของเขาตอนนี้ คือ แปลหนังสือให้ครบ ร้อยแล่ม แล้วก็เขียนหนังสือ ตอนนี้คิดอยู่แค่นี้ครับ จบการสนทนา เบียร์มีประเด็นให้คุยมากมายเลยที่ทิ้งเอาไว้ในหัวผู้เขียน แล้วคิดว่าคงจะได้กลับมาคุยกันอีก เขาเล่าเรื่องประเทศไต้หวันให้ฟัง เป็นเรื่องที่น่าสนใจอีกทีหนึ่งไม่ควรพลาด ถือเป็นจีนอีกแง่มุมที่ควรเข้าไป สัมผัส เขาได้ไปร่วมงานเทศกาลหนังของไต้หวันด้วย แต่สิ่งที่ได้รับจากการสนทนากับเบียร์ อนุรักษ์ กิจไพบูลทวี วันนี้คือ ความแตกต่างอาจจะเป็นสิ่งที่เราเลือกเองหรือเลือกไม่ได้ก็แล้วแต่ สิ่งที่ควรทำคือทำหน้าที่ของเราที่อยู่ตรงหน้าให้เต็มที่ อย่ามองเรื่องผลตอบแทนทางธุรกิจเป็นหลักเพราะอาจจะทำให้สูญเสียมูลค่าทางจิตใจที่จะได้รับ อย่างมหาศาล ขอบคุณเบียร์มากที่เป็นแบบอย่างชีวิตวันนี้ ทุกคนสามารถติดตามผลงานของเบียร์ได้ ตามร้านหนังสือและ บล็อกของเขา http://be-beer.exteen.com/  

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
นักข่าวอิสระ วันที่ : 05/01/2011 เวลา : 14.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/news2


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน