• ลัลน์ลลิต
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : ji_ja_ann@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-30
  • จำนวนเรื่อง : 13
  • จำนวนผู้ชม : 26324
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4 คน
โลกกลมๆ กับครูสังคม
ความเป็นอยู่ของสังคมไทย
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/convert
วันอาทิตย์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2552
Posted by ลัลน์ลลิต , ผู้อ่าน : 2628 , 21:12:06 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เหตุใดจึงเกิดไฟใต้?

          
          เรื่องราวของไฟใต้ หรือเหตุการณ์ของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น มีปัญหาเรื้อรังมานานนับสิบนับร้อยปี การเปลี่ยนแปลงและพัฒนาเกิดขึ้นทั้งความเจริญและความเสื่อมถอย การสั่งสมปัญหาในท้องถิ่นมีมากมายสลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนโยงใยเป็นเครือข่ายจนยากที่จะมองออกได้ในมิติเดียว แต่การแก้ปัญหาภาคใต้ในขณะนี้กลับย้อนหลังไปหาอดีตเมื่อ 50 ปี ที่ผ่านมา มีผลสรุปถึงความล้มเหลวมานับไม่ถ้วน ผลกระทบของความล้มเหลวกลับเพิ่มเชื้อแห่งความขยาดหวาดกลัว ระแวง สงสัยและไม่ไว้วางใจกลไกรัฐมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับ
          การแก้ปัญหาความมั่นคงของประเทศต้องมองและใช้วิทยปัญญาอย่างรอบคอบมีสติ ประเด็นที่จะกล่าวต่อไปนี้เป็นรากเหง้าบางปัญหา เป็นมิติที่ถูกละเลย ..คนในประเทศส่วนใหญ่จะรับได้หรือไม่ ว่าปัจจัยต่อไปนี้เป็นส่วนประกอบพื้นฐานให้ปัญหาใต้ลุกลามใหญ่โต
ความเป็นชาติพันธุ์มลายู ความหลากหลายของเชื้อชาติและชาติพันธุ์ ที่เกิดขึ้นเป็นองค์ประกอบของชาติไทย มลายูเป็นชนชาติหนึ่งที่มีศาสนา ภาษา จารีต ประเพณี วิถีชีวิต ประวัติศาสตร์และการดำรงอยู่ของชุมชนที่แตกต่างกับคนไทย ส่วนใหญ่ในประเทศ วิถีชีวิตที่ตั้งอยู่บนฐานทางศาสนา มีการสืบทอดทางภูมิปัญญาอย่างต่อเนื่องนับร้อย ๆ ปี เป็นศักดิ์ศรีที่ให้ความภูมิใจและมีเกียรติยิ่งของชุมชน เป็นความสวยงามของประเทศที่หาได้ไม่ง่ายนักในโลกใบนี้ เป็นรากเหง้าความมั่นคงของสังคมประเทศ วิถีชุมชนขั้นพื้นฐานง่าย ๆ ที่สามารถยกตัวอย่างได้ดังนี้
มิติทางประวัติศาสตร์ มุสลิมในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นชาติพันธุ์มลายู อาศัยในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นส่วนมาก มีประวัติศาสตร์การพัฒนาเปลี่ยนแปลงตามกลไกการเมืองของภูมิภาคจากนครรัฐลังกาสุกะยึดถือฮินดูพราห์มและพุทธ ต่อมาเป็นนครรัฐอิสลามปาตานี ดารุสซาลาม และมาแพ้สงครามประเพณีกับสยามเมื่อ พ.ศ. 2329 ใช้เวลาพัฒนากว่า 2000 ปี จนเป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทยอย่างสมบูรณ์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2445
เมื่อครั้งสมัยเป็นนครรัฐอิสลามปาตานี ดารุสซาลามมีท่าเรือที่เจริญมั่งคั่ง เป็นศูนย์กลางการ อิสลามศึกษา ในภูมิภาค มีผู้คนไปมาเพื่อการค้าและการศึกษาจากทุกสารทิศ มีนักการศาสนาที่มีผลงานวรรณกรรมศาสนาเป็นที่ยอมรับทั่วโลก มีลูกหลานสืบทอดมรดกจวบจนปัจจุบันหากหลักฐานการเป็นนครรัฐอิสลามถูกกลบเกลื่อนบิดเบือนโดยกระบวนการประวัติศาสตร์ชาตินิยมและกาโหมกระหน่ำของนิยายปรัมปราให้เข้าใจผิดว่าเกี่ยวข้องกับประวัติการตั้งนครรัฐอิสลามด้วยเหตุผลการท่องเที่ยวเท่านั้น
การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ไทยมุ่งเน้น ผลทางการเมืองเป็นหลัก โดยให้ความสำคัญเรื่องหลักฐานของนักคิดนักประวัติศาสตร์สมัยใหม่อย่างเบาบาง ความเป็นจริงบางด้านของประเทศจึงถูกปิดให้ดำมืดตลอดมา เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ประวัติศาสตร์ชุมชนท้องถิ่นถูกละเลยจนทำให้คนในชาติไม่รับรู้ความหลากหลายของคนชาติพันธุ์อื่น ๆ ที่ประกอบเป็นชนชาติกันเป็นประเทศไปอย่างน่าเสียดาย
มิติทางศาสนา วิถีศาสนปฏิบัติที่ส่งเสริมให้ละหมาดรวมกัน ที่สุเหร่าหรือมัสยิดให้ทุกคนต้องละหมาดวันละ 5 เวลา คือ ก่อนฟ้าสาง หลังเที่ยงวัน ก่อนพระอาทิตย์ตกดิน หลังพระอาทิตย์ตกดิน กลางคืน ส่วนใหญ่ผู้คนในชุมชนจะเดินทางไปร่วมพิธีที่สุเหร่าและมัสยิด เมื่อการเดินทางไปร่วมละหมาดทำให้มีอุปสรรคอาจจะโดยสาเหตุใดก็ตาม เช่น กลัวในความปลอดภัย การคุกคามทางจิตใจ หมายถึง วิถีธรรมกำลังถูกทำลาย ซึ่งมุสลิมถือว่าเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่และเจ็บปวดอย่างไม่อาจจะประเมินค่าได้
มิติการแสวงหาความรู้ วิถีธรรมอิสลามได้กำหนดให้ชายหญิงเรียนรู้ตลอดชีวิตในทุกสาขาวิชา เพื่อเขาจะได้รู้ตัวเองว่ามาจากไหน กำลังทำอะไร เพื่อใคร ตายแล้วไปไหนจะอยู่ให้มีความสุขอย่างไรในโลกอมตะหลังความตาย การศึกษาหาความรู้ทางโลกเป็นการใช้ประกอบอาชีพเพื่อการดำรงอยู่อย่างพอเพียงแก่ตัวเองและครอบครัว เพื่อให้สามารถปฏิบัติศาสนกิจได้อย่างสมบูรณ์ตามอัตภาพ การเรียนการสอนแบบดั้งเดิม คือ ปอเนาะ การสอนอ่านคัมภีร์อัล-กรุอาน การอธิบายกีตาบตำราศาสนา ตามสุเหร่า ตามบ้านพักผู้นำทางศาสนาเพื่อเสริมสร้างและพัฒนาศรัทธาของตนเองให้มากขึ้น โดยมีผู้รู้เป็นผู้สอน ครูสอนหลายคนมีคุณวุฒิและวัยวุฒิที่มากมายประชาชนจะเรียกโต๊ะครู พลวัตรการถ่ายทอดความรู้ได้ปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ทำให้มุสลิมในภาคใต้เป็นสังคมที่เข้มแข็งสามารถรักษาความเป็นชุมชนดั้งเดิมมากที่สุดสังคมหนึ่งของประเทศ สถาบันเหล่านี้ถือเป็นสถาบันหลักที่มีค่าเป็นอย่างยิ่ง
มิติทางวัฒนธรรม ในสังคมสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มีวัฒนธรรมทับซ้อนจากอดีต คือ วัฒนธรรมมลายูและวัฒนธรรมอิสลาม ประเพณีการปฏิบัติใดใด ที่เป็นเรื่องดีงามไม่ขัดกับหลักศาสนายังคงปฏิบัติและรักษา เช่น ภาษามลายูยังใช้กันอยู่ถึงแม้จะล่องเลยมานานนับพันปี การไปมาหาสู่ร่วมงานบุญระหว่างญาติพี่น้องในชุมชนที่เป็นมุสลิมและพุทธ คนดั้งเดิม ยังปฏิบัติกันดีอยู่ วัฒนธรรมการละเล่นการแสดงที่ขัดกับหลักศาสนบัญญัติและแสดงความมีอำนาจบารมีและฐานะที่ฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย ค่อยเลือนหายไปหรือหาดูชมยากขึ้น เช่น การละเล่นมโนราห์ มะโย่ง ตือรือ หนังตะลุง รำซีละ การแห่ขบวนนกในวรรณคดีโบราณ ขบวนบายศรี ขบวนแห่ช้างในวันแต่งงาน การเข้าสุนัต ขลิบอวัยวะเพศชาย หรือแม้แต่ดีเกร์ฮูลู วัฒนธรรมบางอย่างสามารถเป็นสื่อสร้างความเข้าใจให้กับคนในท้องถิ่นได้เป็นอย่างดีแต่จะต้องมีกระบวนการกลั่นกรองอย่างมีความเข้าใจในแนวคิดดั้งเดิมเช่น ดีเกร์ฮูลู สามารถสอดแทรกเนื้อหาเชิงสร้างสรรค์ได้มากมาย
              การตกผลึกของนโยบายชาตินิยม จากสมัยจอมพล ป.พิบูลย์สงคราม ได้สร้างสมความรู้สึกเรื่องชาตินิยมแก่คนในชาติมาก แนวคิดเรื่องชาตินิยมด้านหนึ่งมีผลดีต่อภาพรวมของประเทศ หากไปทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เจ็บปวดแก่ชนกลุ่มน้อยในสังคม ซึ่งรวมถึงมุสลิมในประเทศหากไปทำให้เกิดความเจ็บปวดแก่ชนกลุ่มน้อยในสังคม ซึ่งรวมถึงมุสลิมในภาคใต้ชนิดต้องใช้เวลาในการเยียวยารักษาหลายสิบร้อยปี ประกอบกับนโยบายการส่งนักปกครองในอดีตไม่คำนึงถึงคุณภาพบำบัดทุกข์บำรุงสุขเท่าที่ควร บรรดาผู้คนเหล่านี้ได้สร้างฐานอำนาจและความมีอคติต่อคนท้องถิ่นอย่างหนัก จึงสอดรับกับนโยบายชาตินิยมเป็นอย่างดี ตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงมากมายยังอยู่ในความทรงจำของคนมุสลิม
             และอีกเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งย้อนเวลาไปเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2547 เป็นอีกวันหนึ่งที่ประวัติศาสตร์ชายแดนภาคใต้ต้องบันทึกเหตุการณ์สลายการชุมนุมที่หน้าสภ.อ.ตากใบ จ.นราธิวาสเอาไว้ เมื่อเหตุการณ์บานปลายกระทั่งนำไปสู่การใช้กำลังสลายการชุมนุม มีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ 85 รายและชาวบ้านอีกกว่า 1,000 คนถูกจับกุม
เหตุการณ์เริ่มจากกลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องให้ตำรวจปล่อยตัวชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) บ้านโคกกูเว หมู่ที่ 5 ต.พร่อน จำนวน 6 คน และจบลงด้วยการสลายกลุ่มผู้ชุมนุมโดยการฉีดน้ำ ฉีดแก๊สน้ำตา และยิงปืนขึ้นฟ้า ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 6 ราย บาดเจ็บกว่า 20 คน จับกุมได้อีกกว่า 1,300 คน ซึ่งมีลำดับสถานการณ์ความรุนแรง ดังนี้
06.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมชาย-หญิง ซึ่งมีวัยรุ่นในพื้นที่ จ.นราธิวาส รวมทั้งผู้ใหญ่วัยกลางคน ทยอยออกเดินเท้าขณะที่บางส่วนใช้รถจักยานยนต์และรถกระบะเป็นพาหนะ โดยมีเป้าหมายหลักอยู่ที่สภ.อ.ตากใบ จ.นราธิวาส
07.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมได้รวมตัวกันมากขึ้นเป็นประมาณ 600-700 คน และได้เข้าทำลายข้าวของด้วยการขว้างสิ่งของต่างๆ เข้ามา ขณะที่บางส่วนก็เข้าไปทำลายรถฮัมวี เสียหาย 2 คัน รถยนต์สายตรวจ เสียหาย 1 คัน
09.30 น. กลุ่มวัยรุ่นและเยาวชน ประมาณ 200 คน นั่งรถยนต์กระบะ 10 คัน จากหลายพื้นที่ ไปรวมตัวกันที่หาดเสด็จ บ้านตาบา อ.ตากใบ จากนั้นได้เคลื่อนขบวนไปที่บริเวณหน้า สภ.อ.ตากใบ
10.30 น. กลุ่มผู้ชุมนุมใช้กำลังแหกด่านสกัด และบางส่วนเดินเท้าเข้าไปยังหน้า สภ.อ.ตากใบ เพิ่มมากขึ้นถึง 500 คน จากนั้นได้กรูกันเข้าไปในที่ตั้งของ สภ.อ.ตากใบ ขณะที่เจ้าหน้าที่ยิงปืนขึ้นฟ้าสกัด กลุ่มผู้ชุมนุมจึงล่าถอยไป แต่เมื่อจำนวนกลุ่มผู้ชุมนุมหนาตาขึ้นเป็นลำดับ เพิ่มจำนวนขึ้นถึงราว 700 คน ผกก.สภ.อ.ตากใบ จึงออกคำสั่งให้ชาวบ้านใกล้บริเวณจุดชุมนุม ปิดบ้านและร้านค้าโดยสิ้นเชิง
11.00 น. พล.ท.พิศาล วัฒนวงษ์คีรี แม่ทัพภาคที่ 4 ศิวะ แสงมณี รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รองผู้อำนวยการกองอำนวยการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กอ.สสส.จชต.) พล.ต.ท.มาโนช ไกรวงศ์ ผบช.ภ.9 วิชม ทองสงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เดินทางไปยัง สภ.อ.ตากใบ เข้าพูดคุยชี้แจง แต่ผู้ชุมนุมซึ่งมีแนวร่วมเพิ่มขึ้นราว 1,000 คน ไม่ยอมเจรจา พร้อมกับโห่ร้องอยู่ตลอดเวลา แม่ทัพภาคที่ 4 เปลี่ยนแผนใหม่ โดยเรียกประชุมผู้เกี่ยวข้องที่ห้องประชุม สภ.อ.ตากใบ มติที่ประชุมเห็นพ้องให้เชิญคณะกรรมการอิสลามจังหวัดนราธิวาส มาเป็นผู้ไกล่เกลี่ย
12.30 น. อับดุลราซัค อาลี เลขานุการสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส เดินทางมาถึง จากนั้นได้เปิดฉากเจรจา กลุ่มผู้ชุมนุมยืนกรานให้ปล่อยตัวชาวบ้านชุด ชรบ.ทั้ง 6 คนในทันที โดยไม่มีเงื่อนไข เมื่อการเจรจาไม่มีทีท่าจะยุติปัญหาได้ ปิยะ ศิลปะศิลปิน นายอำเภอตากใบ เชิญผู้ปกครองผู้ชุมนุม มาเจรจากล่อมบุตรหลานให้สลายตัว ผลปรากฏว่ากลุ่มวัยรุ่นและเยาวชนใน อ.ตากใบ ส่วนใหญ่พากันสลายตัวกลับบ้าน        
15.00 น. แม่ทัพภาคที่ 4 สั่งการตำรวจและทหารประมาณ 300 นาย เข้าสลายการชุมนุม หลังจากได้รับรายงานจากสายข่าวที่แฝงตัวเข้าไปอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุมว่า แกนนำผู้ชุมนุมลอบลำเลียงอาวุธเข้ามา และบางกลุ่มยังมีลักษณะคล้ายคนเมาด้วย การสลายการชุมนุมเริ่มจาก ใช้รถดับเพลิงของเทศบาลตำบลตากใบ 3 คัน ฉีดน้ำแรงสูงเข้าใส่ ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมได้ใช้ปืน, ก้อนอิฐ, ก้อนหิน และไม้ท่อนที่เตรียมมา ยิงและขว้างใส่เจ้าหน้าที่จนบาดเจ็บไปหลายนาย หลังเสียงปืนจากฝ่ายชาวบ้านดังขึ้น ทางทหารและตำรวจ ยิงปืนขึ้นฟ้าขู่กลับ กลุ่มผู้ชุมนุมหมอบตัวลงกับพื้น และบางส่วนหลบหนีลงแม่น้ำตากใบ เจ้าหน้าที่จึงสลายการชุมนุมได้สำเร็จ โดยใช้เวลาทั้งสิ้น 45 นาที
            เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนที่น่าสนใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในแง่ของกระบวนการยุติธรรม แม้สังคมไทยทั่วไปจะเข้าใจว่าวันเกิดเหตุการณ์คือวันที่ 25 ตุลาคม 2547 แต่สำหรับคนมุสลิม พวกเขากลับมิได้ให้ความสำคัญกับวันนี้ เพราะเหตุการณ์ครั้งนั้นเกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญทางศาสนา ในเดือน ‘รอมฎอน’ เดือนแห่งการถือศีลอด ซึ่งเป็นศาสนกิจสำคัญ ดังนั้นพวกเขาจึงให้ความสำคัญของเหตุการณ์นี้ในวันที่ 10 ของเดือนรอมฎอน ซึ่งเป็นวันที่เกิเหตุการณ์อันนำมาซึ่ความวิปโยคดังกล่าว
            จากเหตุการณ์ทั้งหมดที่กล่าวมาทำให้มีคนบริสุทธิ์มากมายหลายคนต้องมารับเคราะห์จากหตุการณ์นั้นๆ เช่น
ครูจูหลิง ปงกันมูล
ผู้กองแคน หรือ ร้อยตำรวจเอก ธรณิศ ศรีสุข
หมวดตี้ หรือ ร.ต.ต.กฤตติกุล บุญลือ
จากที่ดิฉันยกตัวอย่างมาทั้ง 3 ท่านนั้น ทุกท่านนั้นล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่ช่วยเหลือสังคม ปฏิบัติหน้าที่ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้อย่างเต็มที่และเป็นผู้บริสุทธิ์ที่ต้องมารับเคราะห์จากเหตุการณ์รุนแรงจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นอกจากนี้ยังมีผู้บริสุทธิ์อีกหลายท่านที่ดิฉันยังไม่ได้กล่าวถึง ซึ่งทุกท่านก็ปฏิบัติตามหน้าที่ของเขาอย่างเต็มที่แต่ต้องมารับเคราะห์จากเหตุการณืรุนแรงต่างๆ บางท่านก็ได้รับบาดเจ็บ บางท่านก็ถึงขั้นเสียชีวิต แต่ดิฉันเชื่อว่าทุกท่านทำทุกอย่างก็เพื่อต้องการให้เมืองไทยได้รับความสงบสุข โดยไม่ได้คำนึงถึงชีวิตของตนเองเสียด้วยซ้ำ จากทั้งหมดที่ดิฉันได้กล่าวมานั้น ดิฉันไม่ได้ต้องการมาปลุกระดมฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งให้ต่อสุ้กัน แต่ดิฉันต้องให้ทั้งสองฝ่ายสมานฉันท์กันและอยู่กันอย่างสงบสุข และสิ่งสำคัญสิ่งสุดท้ายก็คือดิฉันไม่อยากเห็นผู้บริสุทธิ์ทั้งชาวไทยพุทธและชาวไทยมุสลิมต้องมาบาดเจ็บและเสียชีวิตกับเหตุการณ์นี้เพิ่มมากขึ้น
ที่มา : http://www.thaingo.org/cgi-bin/content/content1/show.pl?0173
http://www.oknation.net/blog/print.php?id=339085
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/38/25038/images/school-south.jpg
http://vichakan.nisit.ku.ac.th/vboard/answer_pic/2007/2007-01-09_170214.JPEG



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
dreamy วันที่ : 18/03/2009 เวลา : 09.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/happyhut

เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

หากคุณต้องทำศัลยกรรม คุณต้องการทำส่วนไหนเป็นอันดับแรก
ตา
1 คน
จมูก
4 คน
หน้าอก
3 คน
ตั้งแต่หัวจรดเท้า
1 คน
ไม่ทำ เพราะสวยอยู่แล้ว
5 คน

  โหวต 14 คน