• คนริมเล
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : songrak@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2010-05-17
  • จำนวนเรื่อง : 127
  • จำนวนผู้ชม : 299208
  • ส่ง msg :
  • โหวต 368 คน
การจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
เรื่องราวของชุมชนประมงเล็ก ๆ จากชายฝั่งทะเลอันดามัน สะท้อนถึงวิถีประมงชายฝั่งและการดำรงอยู่อย่างยิ่งใหญ่ของคนชายเล
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/coreman
วันพุธ ที่ 18 กันยายน 2556
Posted by คนริมเล , ผู้อ่าน : 2083 , 07:54:42 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 11 คน pom-pom , Cat@ และอีก 9 คนโหวตเรื่องนี้

ถึงเวลาต้องเลือกป่าหรือเขื่อน....เราจะต้องสร้างไปอีกเท่าไร?

 

 

คนริมเลติดตามการเดินเข้าเรียกร้องโครงการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ พร้อมให้กำลังใจแบบสุดๆ แม้ไม่ได้ร่วมเดินทางด้วย 

นอกจากส่งกำลังใจ คนริมเลมีงานเขียน เรื่องเขื่อนแม่วงก์ เมื่อวันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๕๕ ตอนที่เริ่มครุกรุ่น มาให้อ่านกัน

             หลังน้ำท่วมใหญ่ปลายปี ๒๕๕๔ และสร้างความเสียหายแก่ประเทศชาติมูลค่ารวมหลายแสนล้าน รัฐบาลจึงได้วาดแผนการพัฒนาขนาดใหญ่เพื่อป้องกันน้ำท่วม ด้วยโครงการเมกกะโปรเจ็คกว่า ๓.๕ แสนล้านบาท ผ่านมาเพียง ๑๑ เดือน พบว่าบริเวณพื้นที่แถบภาคกลางตอนบนเริ่มมีน้ำท่วมเหมือนเดิม จนผู้บริหารจัดการน้ำของประเทศ ต้องเร่งมองหาตัวต้นเหตุของการเกิดน้ำท่วม เขื่อนเก็บกักน้ำจึงกลายเป็นประเด็นร้อนในขณะนี้ ด้วยความพยายามยืนยันว่าการไม่มีเขื่อนแก่งเสือเต้น ในลุ่มแม่น้ำยม ทำให้ปริมาณน้ำทั้งหมดไหลลงมาสู่พื้นที่ภาคกลางตอนล่าง  แนวนโยบายแห่งรัฐ กับการสร้างเขื่อนเพื่อเหตุผลของการป้องกันน้ำท่วม และการเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแห้งแล้ง กับการสูญเสียพื้นที่ป่าที่มีความสมบูรณ์ไปเป็นจำนวนมาก เป็นความท้าทายของแนวคิดของการจัดการเพื่อประโยชน์สูงสุดของชาติ

 

            เขื่อนแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์ ที่รัฐพยายามยืนยันว่าสร้างเพื่อป้องกันน้ำท่วม แต่อีกด้านหนึ่งกลับรายงานว่าเขื่อนแม่วงก์ มีความเหมาะสมด้านการเกษตรกรรม โดยเขื่อนแม่วงก์ จะมีความจุน้ำได้เพียง ๒๕๘ ล้านลูกบาศก์เมตร บนลุ่มน้ำสะแกกรังที่ผ่านจังหวัดอุทัยธานี ก่อนออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา และลงสู่เขื่อนเจ้าพระยา แม้จะอธิบายว่าการสร้างเขื่อนแม่วงก์ เพื่อให้มีการบริหารเขื่อนเจ้าพระยาได้ดีขึ้น แต่จากข้อมูลพบว่าช่วงที่เกิดน้ำท่วมหนัก ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาต่อวันมีปริมาณมากกว่าความจุของเขื่อนแม่วงก์ทั้งหมด ซึ่งชี้ให้เห็นว่าเขื่อนแม่วงก์ไม่สามารถป้องกันน้ำท่วมได้เลย  เพียงแต่อาศัยสถานการณ์น้ำท่วม ปี ๒๕๕๔ ในการผลักดันโครงการสร้างเขื่อน

 

               นักวิชาการที่คลุกคลีอยู่ในแวดวงติดตามโครงการสร้างเขื่อนในประเทศไทย และทั่วโลก แสดงทัศนะอันเกิดจากประสบการณ์และสภาพปัญหาของชาวบ้านที่พบเห็นในชุมชนที่มีการสร้างเขื่อนเกิดขึ้น พบว่าหลายพื้นที่ชาวบ้านได้รับการเยียวยาคุ้มตามกฎหมาย แต่ไม่มีการจัดการทางสังคม ไม่มีการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการอพยพ ภายหลังการสร้างเขื่อนเสร็จ ราคาที่ดินรอบ ๆ สูงขึ้นมาก ยกตัวอย่างกรณีเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ชาวบ้านได้รับค่าชดเชยไร่ละ ๗ หมื่นบาท สมมุติว่ามีที่ดิน ๗๐-๘๐ ไร่ ได้เงินมาเอาไปสร้างบ้าน หมดไป ๒-๓ ล้านบาท แต่เงินที่เหลือก็ไม่สามารถซื้อที่ได้เพราะราคาที่ดินดีดตัวสูงขึ้นหลายเท่า หรือถ้าได้ค่าชดเชย ๔ ไร่ ก็จะสามารถซื้อที่ดินได้เพียง ๑ ไร่ เท่านั้น

 

 

            โครงการสร้างเขื่อนไม่เหมือนกับการสร้างถนน เพราะถนนนั้นเมื่อทำการเวนคืนเสร็จก็จบกัน แต่เขื่อนจะส่งผลกระทบทั้งชุมชน สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และความเป็นอยู่ดั้งเดิม และที่สำคัญการสร้างเขื่อนใช้งบประมาณมหาศาล เช่นเขื่อนป่าสักฯ มีค่าก่อสร้าง ๗ พันล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการอพยพคน ๑.๕ หมื่นล้านบาท ค่าระบบชลประทานเกือบ ๔ หมื่นล้าน หรือเขื่อนแม่วงก์ที่มีการกำหนดค่าก่อสร้าง ๒.๘ พันล้านบาท และค่าระบบชลประทานอีกราว ๑ หมื่นล้านบาท ในขณะที่ต้นทุนของราคาน้ำต่อหน่วยพบว่าในอดีตเขื่อนภูมิพล มีราคาก่อสร้าง  ๒.๓ พันล้านบาท จุน้ำ ๑๓,๔๖๒ ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งคิดค่าน้ำต่อหน่วยโดยเอาปริมาณน้ำที่ได้นี้หารค่าก่อสร้าง ราคาน้ำไม่ถึง ๒๐ สตางค์ เมื่อเทียบกับเขื่อนป่าสักฯ ค่าก่อสร้าง ๒.๓ หมื่นล้านบาท ได้น้ำราว ๑ พันล้านลูกบาศก์เมตร ราคาน้ำต่อ ๑ หน่วยแรกเท่ากับ ๒๓ บาท เขื่อนท่าด่าน ราคาก่อสร้าง ๑.๓ หมื่นล้านบาท ได้น้ำ ๒๒๔ ล้านลูกบาศก์เมตร ราคาน้ำต่อ ๑ หน่วยแรกเท่ากับ ๕๘ บาท จากนี้ไปไม่ว่าจะสร้างเขื่อนที่ใด จะพบว่าราคาน้ำต่อหน่วยไม่น้อยกว่า ๕๐ บาท ทั้งที่เมื่อก่อนอยู่ที่ ๒๐ สตางค์ ชี้ให้เห็นถึงความไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจกับการลงทุน ซึ่งยังไม่ได้รวมความสูญเสียของทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ สัตว์ป่า และระบบนิเวศอื่นๆ มากมาย

 

 

 

               ประเทศไทยถึงเวลาหยุดสร้างเขื่อนได้หรือยัง???   นักวิชาการส่วนหนึ่งยอมรับว่าประเทศไทยไม่มีพื้นที่อันเหมาะสมที่จะสร้างเขื่อนได้อีกต่อไปการจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพนั้น ไม่ได้หมายถึงการป้องกันน้ำท่วม แต่เป็นการบริหารจัดการตั้งแต่ต้นน้ำ  กลางน้ำ และปลายน้ำ วันนี้เราบอกว่าปลายน้ำเกิดวิกฤติน้ำท่วม เพราะกลางน้ำทำหน้าที่เก็บน้ำได้ไม่หมด จึงต้องการจะแก้ปัญหาไปเก็บน้ำที่ต้นน้ำ โดยการสร้างเขื่อนบนภูเขา ในผืนป่าสมบูรณ์  ทั้งๆ ที่ ภาวะน้ำท่วม ภาวะแห้งแล้ง เป็นปรากฎการณ์ที่มนุษย์เรียนรู้และปรับตัวมาแต่อดีต ทางออกที่ดีคือต้องหันกลับมาดูว่าประเทศของเราพัฒนามากเกินไปหรือเปล่า เพราะยิ่งสร้างสิ่งกีดขวางทางน้ำมากขึ้น น้ำก็ย่อมท่วมมากขึ้น อย่างทุกวันนี้

 

 

 

ดังนั้นไม่ว่าจะสร้างเขื่อนอีกเท่าไรก็ตาม ประเทศไทยก็จะยังขาดแคลนน้ำเหมือนเดิม และยังต้องประสบกับภาวะน้ำท่วมอีกเช่นเดิม ไม่มีทางที่มนุษย์จะหลีกหนีภัยธรรมชาติได้พ้น  เราควรออกแบบชีวิตให้อยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างสมดุลจะดีที่สุด คุณว่าจริงมั้ย???....

บทความนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกใน ตรังไทม์ ๑๖ กันยายน ๒๕๕๕  ช่วงที่คนริมเลติดตามความเคลื่อนไหวและให้กำลังใจเขื่อนแม่วงก์

ขอบคุณภาพจาก Google

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
Cat@ วันที่ : 03/10/2013 เวลา : 22.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

สงสาร ประชาชน
..............

สวัสดีค่ะ เพือน
วันนี้ มาเสนอ เรือง ซี่กง ท่ายืนแปดท่าค่ะ
ตามลิงค์นี้เลยค่ะ
http://www.oknation.net/blog/catadler/2013/10/03/entry-1

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
khunphai วันที่ : 03/10/2013 เวลา : 11.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khunphai
<<<.ตัวคนเดียว สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องเที่ยวไป...ตามใจเรา>>>

เลือกป่าสิคะ ประโยชน์มากหลายคะ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
เหยียบดินมองฟ้า วันที่ : 24/09/2013 เวลา : 01.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bottomup
The best thing cannot be seen or even touched.

จารย์ๆ ความรู้จารย์ใช้งานแถวเพชรบุรีได้แล้วนา
ลองไปดูหน้าบ้านเด่ะ -ทิ้งหนึ่งประเด็น ตอนนี้หมึกกล้วยย้ายถิ่น เพราะหินทิ้ง(กัดเซาะ)หรือน้ำจากบกไหลลงปากร่อง อันนี้ก็ยังไม่กล้าจะเดา
ฝากบอกเฮียบ่อหิน ช้าหน่อย ขอเพชรบุรีให้เข้าล็อกอีกสักสองเวที แล้วถึงกล้าปล่อย งานเข้าๆ ...พูดมาทั้งหมดเข้าจัยไหมนี่

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
คนริมเล วันที่ : 19/09/2013 เวลา : 05.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/coreman

ตอบ ความคิดเห็นที่ 17 คุณ Toitoi ขอบคุณครับ

ตอบความคิดเห้นที่ 18 คุณแม่หมี คนเราไม่รู้จักความพอดีจริงๆ ครับ

ความคิดเห็นที่ 18 คนริมเล ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี วันที่ : 18/09/2013 เวลา : 21.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

สร้างเขื่อนมีผลกระทบมากมาย. พวกมันก็รู้ดี
แต่จะดึงดันสร้างให้ได้เพราะผลประโยชน์
ทำไมถึงได้หิวโหยกันนักหนา ตายไปก็เอาไปไม่ได้ ไม่รู้จะสรรหาอะไรมาว่า

ความคิดเห็นที่ 17 คนริมเล ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Toitoi วันที่ : 18/09/2013 เวลา : 19.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Toitoi

เห็นด้วยกับความคิดเห็นที่ 9

ความคิดเห็นที่ 16 กำหนัน ถูกใจสิ่งนี้ (1)
คนริมเล วันที่ : 18/09/2013 เวลา : 15.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/coreman

ตอบ คห ที่๑๔ พี่กำหนัน คนริมเลเคยมีประสบการณ์ ร่วมต่อต้านการสร้างเขื่อนแก่งกรุง ลุ่มน้ำคลองยัน สายเลือดลุ่มน้ำตาปีมาเหมือนกัน เห็นด้วยว่าประเทศไทยไม่มีพื้นที่สร้างเขื่อนที่ดีพอแล้วครับ

ตอบ คห ที่ ๑๕ ครูแดง ร่วมเป็นกำลังใจครับ เพื่อทรัพยากรของประเทศครับ

ความคิดเห็นที่ 15 คนริมเล ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ครูแดง วันที่ : 18/09/2013 เวลา : 13.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

-ได้ไม่คุ้มเสีย...

ความคิดเห็นที่ 14 คนริมเล ถูกใจสิ่งนี้ (1)
กำหนัน วันที่ : 18/09/2013 เวลา : 12.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saiyai21

สวัสดีครับ งานนี้ ทุกท่านมีข็อมูลเพียบ หนึ่งกำลังใจครับ

ความคิดเห็นที่ 13 กำหนัน ถูกใจสิ่งนี้ (1)
คนริมเล วันที่ : 18/09/2013 เวลา : 11.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/coreman

ตอบ พี่เจ้าหญิง เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ
หยุดการพัฒนาสุดกู่ หันมาเพียงพอแบบพอเพียงกันบ้างเถอะ

ความคิดเห็นที่ 12 คนริมเล ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 18/09/2013 เวลา : 11.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

....."ทางออกที่ดีคือต้องหันกลับมาดูว่าประเทศของเราพัฒนามากเกินไปหรือเปล่า เพราะยิ่งสร้างสิ่งกีดขวางทางน้ำมากขึ้น น้ำก็ย่อมท่วมมากขึ้น อย่างทุกวันนี้"

นี่คือ ความจริงที่สุด..ทั้งนายทุนและรัฐบาล ทางการ สร้างสิ่งปลูกสร้างทับถมทางน้ำ คู คลอง ขยายถนนถมคูน้ำเล็ก ที่เก็บน้ำ ถมหนอง สระใหญ่ๆ ..แล้วน้ำที่กลางน้ำ..จะไปอยู่ที่ไหน..ที่ปลายน้ำ ก็เต็มไปด้วยสิ่งก่อสร้างขวางทางน้ำที่จะออกสู่ทะเล.. :A13

ป่าใหญ่หายไป ระบบนิเวศน์และต้นน้ำถูกทำลาย สัตว์ป่า ป่าไม้ ..หยุดการสร้างเขื่อนเสียที..

ความคิดเห็นที่ 11 คนริมเล ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 18/09/2013 เวลา : 11.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

....."ทางออกที่ดีคือต้องหันกลับมาดูว่าประเทศของเราพัฒนามากเกินไปหรือเปล่า เพราะยิ่งสร้างสิ่งกีดขวางทางน้ำมากขึ้น น้ำก็ย่อมท่วมมากขึ้น อย่างทุกวันนี้"

นี่คือ ความจริงที่สุด..ทั้งนายทุนและรัฐบาล ทางการ สร้างสิ่งปลูกสร้างทับถมทางน้ำ คู คลอง ขยายถนนถมคูน้ำเล็ก ที่เก็บน้ำ ถมหนอง สระใหญ่ๆ ..แล้วน้ำที่กลางน้ำ..จะไปอยู่ที่ไหน..ที่ปลายน้ำ ก็เต็มไปด้วยสิ่งก่อสร้างขวางทางน้ำที่จะออกสู่ทะเล.. :A13

ป่าใหญ่หายไป ระบบนิเวศน์และต้นน้ำถูกทำลาย สัตว์ป่า ป่าไม้ ..หยุดการสร้างเขื่อนเสียที..

ความคิดเห็นที่ 10 คนริมเล ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 18/09/2013 เวลา : 11.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

....."ทางออกที่ดีคือต้องหันกลับมาดูว่าประเทศของเราพัฒนามากเกินไปหรือเปล่า เพราะยิ่งสร้างสิ่งกีดขวางทางน้ำมากขึ้น น้ำก็ย่อมท่วมมากขึ้น อย่างทุกวันนี้"

นี่คือ ความจริงที่สุด..ทั้งนายทุนและรัฐบาล ทางการ สร้างสิ่งปลูกสร้างทับถมทางน้ำ คู คลอง ขยายถนนถมคูน้ำเล็ก ที่เก็บน้ำ ถมหนอง สระใหญ่ๆ ..แล้วน้ำที่กลางน้ำ..จะไปอยู่ที่ไหน..ที่ปลายน้ำ ก็เต็มไปด้วยสิ่งก่อสร้างขวางทางน้ำที่จะออกสู่ทะเล.. :A13

ป่าใหญ่หายไป ระบบนิเวศน์และต้นน้ำถูกทำลาย สัตว์ป่า ป่าไม้ ..หยุดการสร้างเขื่อนเสียที..

ความคิดเห็นที่ 9 คนริมเล ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 18/09/2013 เวลา : 11.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

....."ทางออกที่ดีคือต้องหันกลับมาดูว่าประเทศของเราพัฒนามากเกินไปหรือเปล่า เพราะยิ่งสร้างสิ่งกีดขวางทางน้ำมากขึ้น น้ำก็ย่อมท่วมมากขึ้น อย่างทุกวันนี้"

นี่คือ ความจริงที่สุด..ทั้งนายทุนและรัฐบาล ทางการ สร้างสิ่งปลูกสร้างทับถมทางน้ำ คู คลอง ขยายถนนถมคูน้ำเล็ก ที่เก็บน้ำ ถมหนอง สระใหญ่ๆ ..แล้วน้ำที่กลางน้ำ..จะไปอยู่ที่ไหน..ที่ปลายน้ำ ก็เต็มไปด้วยสิ่งก่อสร้างขวางทางน้ำที่จะออกสู่ทะเล.. :A13

ป่าใหญ่หายไป ระบบนิเวศน์และต้นน้ำถูกทำลาย สัตว์ป่า ป่าไม้ ..หยุดการสร้างเขื่อนเสียที..

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
คนริมเล วันที่ : 18/09/2013 เวลา : 10.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/coreman

ตอบความคิดเห็นที่ 5 คุณเหล่าซือสุวรรณา
ขอบคุณมากครับ เพียงหวังให้พะยูน หญ้าทะเลที่ตรังเป็นที่รู้จักเพิ่มขึ้นในสังคมไทยครับ

ตอบความคิดเห็นที่ 6 ท่าน สว ขี้บ่น ธรรมชาติและทรัพยากรทุกอย่าง คงต้องเร่งอนุรักษ์ เพราะที่ผ่านมามนุษย์เราใช้เกินกำลังที่ธรรมชาติสร้างไว้รองรับ และวันนี้เราละเลยการแบ่งปันธรรมชาติให้สิ่งมีชีวิตอื่นๆพึ่งพาธรรมชาติ

ตอบความคิดเห็นที่ 7 คุณชายสามหยด มนุษย์เราทำตัวเป็นเจ้าของโลก และเจ้าของทรัพยากรในโลกนี้ ใช้เส้นแดนอำนาจแบ่งทรัพยากรที่เกิดขึ้นเองบนโลก เอามาซื้อขาย แลกเปลี่ยนต่อรอง แต่ผมไม่เห็นใครหลีกหนีกฎธรรมชาติได้ครับ

ความคิดเห็นที่ 7 ตะวันลับขอบฟ้า , คนริมเล ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ชายสามหยด วันที่ : 18/09/2013 เวลา : 09.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chartsiam
เรื่องเล่าธรรมด๊า...ธรรมดา ของผู้ชายธรรมดา

ถ้ามนุษย์ถูกพวกเอเลี่ยนต่างดาว ลุกลาน ขับไล่แย่งพื้นที่ ก็คงมีความรู้สึกไม่ต่างกันกับสัตว์ป่า ที่ถูกมนุษย์ลุกไล่พวกเขาเพื่อที่จะสร้างเขื่อนครับ

ความคิดเห็นที่ 6 ตะวันลับขอบฟ้า , คนริมเล ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สว.ขี้บ่น วันที่ : 18/09/2013 เวลา : 09.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chanaphan

นอกจาก " ป่าไม้ " แล้วยังมี **ภูเขา** ที่ควรอนุรักษ์
เพราะ **ภูเขา** ที่เอามาทำถนน / ปูนซีเมนต์
.....**ไม่สามารถปลูกทดแทนได้**......ครับ

ความคิดเห็นที่ 5 คนริมเล ถูกใจสิ่งนี้ (1)
เหล่าซือสุวรรณา วันที่ : 18/09/2013 เวลา : 09.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chineseclub
泰汉语与文化比较  张碧云博客

โหวตให้กับเรื่องอนุรักษ์ธรรมชาติของคุณคนริมเล
และโหวตให้กับเรื่องปลูกหญ้าทะเลให้พะยูน ในลิงค์นี้นะคะ
คนริมเล
http://www.thailandblogawards.com/entry/view/89

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
คนริมเล วันที่ : 18/09/2013 เวลา : 09.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/coreman

ตอบ คห 2 ท่าน บก.ชาลี
ขอบคุณสำหรับข้อมูลที่มีคุณค่ามากครับ ผมเองมีข้อมูลไม่มาก เลยเขียนไปแบบกว้างๆ แต่เชื่อแน่ว่าหากข้อมูลที่ถูกต้องของทีมรณรงค์เหล่านี้ได้ออกสู่สังคม ผมว่าสังคมต้องรับฟังเป็นอย่างยิ่งครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
คนริมเล วันที่ : 18/09/2013 เวลา : 09.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/coreman

ตอบ คห 1 ตะวันลับขอบฟ้า เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ เพราะหากมนุษย์รักษาระบบนิเวศไว้ได้ นั่นคือความยั่งยืนของโลกครับ

ความคิดเห็นที่ 2 กำหนัน , คนริมเล ถูกใจสิ่งนี้ (2)
BlueHill วันที่ : 18/09/2013 เวลา : 08.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ผมหยิบแถลงการณ์คัดค้าน EHIA เขื่อนแม่วงก์ มาให้อ่านกันครับ

แถลงการณ์คัดค้านการอนุมัติรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม สำหรับโครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ โครงการเขื่อนแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์
โดย องค์กรเครือข่ายอนุรักษ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

1. รายงานฉบับนี้ไม่ได้ให้ความจริงใจในการศึกษาทางเลือกในการพัฒนาแหล่งน้ำโดยวิธีอื่นๆ โดยใช้วิธีคำนวณเทคนิคทางเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อมให้ไม่คุ้มค่าในการเลือกทางเลือกอื่นๆ หรือ เทคนิคกำหนดตัวแปรที่เบี่ยงเบนน้ำหนักของการเลือกที่ตั้ง ให้มาก่อสร้างในป่าอุทยานแห่งชาติแม่วงก์

2. รายงานฉบับนี้ละเลยข้อมูลความสำคัญของพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ที่ต่อเนื่องกับพื้นที่มรดกโลกเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ที่เป็นป่าใหญ่อุดมสมบูรณ์ไม่มีการรบกวนระบบนิเวศสัตว์ป่าโดยที่ตั้งของชุมชน ดังมีรายงานข้อมูลสำรวจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องของการกระจายตัวของเสือโคร่ง ทั้งจากรายงานของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า(WCS) ประเทศไทยและกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล(WWF)ประเทศไทย

3. รายงานฉบับนี้ได้ระบุข้อมูลผลประโยชน์จากการสร้างเขื่อนว่า ในพื้นที่ชลประทานทั้งหมด 291,900 ไร่ จะเป็นพื้นที่ชลประทานในฤดูฝนถึง 175,355 ไร่ จึงได้พื้นที่ชลประทานฤดูแล้งเพียง 116,545 ไร่ ดังนั้นพื้นที่ที่ได้รับประโยชน์จึงน้อยกว่าสิ่งที่ชาวบ้านเข้าใจว่าน้ำจะไปทั่งถึงทั้ง 23 ตำบลที่ได้ระบุในรายงาน หากพิจารณาเหตุผลที่ต้องสูญเสียพื้นที่ป่า และงบประมาณในการก่อสร้าง

4. รายงานฉบับนี้ระบุชัดเจนว่าไม่สามารถแก้ไขปัญหาน้ำที่ท่วมในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมได้ทั้งหมด และยังไม่ได้วิเคราะห์ข้อมูลน้ำที่ไหลบ่าจากพื้นที่เกษตรกรรมที่เปลี่ยนแปลงจากป่าไม้ในพื้นที่นอกอุทยาน ซึ่งคาดว่าจะมีน้ำมากถึง 70-80% ที่ไหลลงมายังที่ราบอำเภอลาดยาว ดังนั้นถึงสร้างเขื่อนแม่วงก์ก็สามารถบรรเทาอุทกภัยได้ไม่มากนักในพื้นที่โครงการ โดยไม่ต้องสงสัยว่าโครงการเขื่อนแม่วงก์จะมีผลต่อการบรรเทาน้ำท่วมในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตามงบประมาณสร้างเขื่อนตามโมดูล A1 ที่มากับโครงการเงินกู้จัดการน้ำ 3.5 แสนล้านของรัฐบาลได้เพียงไม่ถึง 1 % ของน้ำท่วมใหญ่ปี 2554

5. ในการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมไม่มีมาตรการที่แน่ใจได้เลยว่าจะได้ผล ได้แก่ การปลูกป่าทดแทนที่ไม่มีการระบุพื้นที่ปลูกป่าว่าอยู่ในบริเวณใด มีแต่การคำนวณว่าจะได้ไม้และผลประโยชน์มากกว่าที่จะตัดไป ทั้งที่ความจริงแล้วพื้นที่นอกอุทยานแห่งชาติแม่วงก์เกือบจะมีแต่พื้นที่เกษตรกรรมของชาวบ้านมิได้มีพื้นที่ใดสามารถปลูกป่าได้ถึง 36,000 ไร่ ตามที่ระบุได้ หรือมาตรการลดผลกระทบจากการล่าสัตว์ ตัดไม้เกินพื้นที่ ในระหว่างการก่อสร้างก็เป็นเพียงมาตรการทั่วๆไปให้เจ้าหน้าที่ดูแลเคร่งครัด ซึ่งในความเป็นจริงแล้วในขณะก่อสร้างจะไม่สามารถควบคุมการล่าสัตว์ที่จะไปถึงพื้นที่อื่นๆ รวมถึงห้วยขาแข้ง ได้

6. ในการพิจารณารายงานของคณะกรรมการผู้ชำนาญการในการประชุมครั้งที่ 1 เมื่อปลายปี 2555 มีมติให้แก้ไขรายงาน และศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมหลายประเด็น โดยเฉพาะการศึกษาเรื่องระบบนิเวศของสัตว์ป่า ซึ่งโดยหลักการแล้วต้องใช้เวลาในการศึกษาพอสมควร เป็นไปไม่ได้ที่จะศึกษาข้อมูลและวิเคราะห์ผลกระทบเพิ่มเติมแล้วเสร็จได้ภายในกรอบระยะเวลา 1 ปี

7. พื้นที่ชลประทานเขื่อนแม่วงก์ เป็นพื้นที่ทับซ้อนกับคลองผันน้ำในโมดูล A5 ซึ่งจะทำให้สภาพแวดล้อมและการจัดการน้ำที่ศึกษาไว้ทั้งหมดเปลี่ยนแปลงไปจากโครงการชลประทานเขื่อนแม่วงก์

8. ในการพิจารณารายงานฉบับนี้ รัฐบาลปรับเปลี่ยนบุคลากรของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) และคณะกรรมการผู้ชำนาญการอย่างน่าสงสัย ตั้งแต่ต้นปี 2556 ได้แก่การโยกย้ายตำแหน่งของเลขาธิการอย่าง ดร.วิจารณ์ สิมะฉายา ซึ่งมีชื่อเสียงการยอมรับในการทำงานวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างดี มาเป็นนายสันติ บุญประคับ ซึ่งมีภูมิหลังทำงานด้านพัฒนาจากสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และปรับตำแหน่งประธานคณะกรรมการผู้ชำนาญการรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ด้านพัฒนาแหล่งน้ำ จาก ดร.สันทัด สมชีวิตา ผู้ทรงคุณวุฒิจากบุคคลภายนอกในคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ อดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่มีชื่อเสียงในการทำงานด้านวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อม มาเป็นข้าราชการประจำอย่างตัวเลขาธิการ สผ.เอง คือ นายสันติ บุญประคับ ซึ่งอาจจะสงสัยได้ว่าต้องเร่งรัดทำงานตามนโยบายที่ได้รับมาจากโครงการจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านเนื่องจากในขณะนั้น รองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลงานด้านสิ่งแวดล้อมนี้คือ ดร. ปลอดประสพ สุรัสวดี ผู้รับผิดชอบโครงการจัดการน้ำเช่นกัน นอกจากนี้ยังทราบว่าได้มีการเปลี่ยนแปลงบุคคลในคณะกรรมการผู้ชำนาญการที่มีความเห็นทางวิชาการต่อความบกพร่องของรายงาน อาทิ ดร. อุทิศ กุฏอินทร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบนิเวศป่าไม้ นายสมศักดิ์ โพธิ์สัตย์ ผู้เชี่ยวชาญ ด้านธรณีวิทยา รวมถึงการปรับโครงสร้างองค์ประกอบให้ไม่มีผู้แทนองค์กรพัฒนาเอกชนด้านสิ่งแวดล้อม และผู้แทนประจำของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

ดังนั้นการเร่งรัดผ่านรายงานโครงการเขื่อนแม่วงก์ในครั้งนี้จึงมีความผิดปกติอย่างยิ่งต่อมาตรฐานทางวิชาการการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมจึงขอยื่นแถลงการณ์ฉบับนี้ต่อคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ด้านพัฒนาแหล่งน้ำและเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วันที่ 9 กันยายน 2556 ณ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

รายชื่อองค์กรเครือข่ายอนุรักษ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

มูลนิธิสืบนาคะเสถียร
มูลนิธิโลกสีเขียว
สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า(WCS)ประเทศไทย
สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน
มูลนิธิเพื่อการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ
กลุ่ม กคอทส.
คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมภาคเหนือตอนล่าง
มูลนิธิสถาบันปฏิปัน
เครือข่ายป่าชุมชน จังหวัดนครสวรรค์
เครือข่ายชุมชนคนรักษ์ป่าเขาแม่กระทู้
กลุ่มใบไม้
กลุ่มอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและสิ่งแวดล้อม
ศูนย์ข้อมูลเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย Thaiflood.com
กลุ่มเสรีนนทรี
กลุ่ม Big Tree
กองทุนสัตว์ป่าโลกสากล(WWF)ประเทศไทย
สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย
มูลนิธิคณะกรรมการอนุรักษ์ผืนป่าตะวันตก
มูลนิธิกลุ่มศิลปินรักผืนป่าตะวันตก
กลุ่มพิทักษ์สิ่งแวดล้อมพยุหะ
มูลนิธิเครือข่ายอนุรักษ์ป่าตะวันตก
มูลนิธิสืบศักดิ์สินแผ่นดินสี่แคว
เครือข่ายป่าชุมชนขอบป่าตะวันตก จ.กำแพงเพชร
มูลนิธิบัณฑิตอาสาสมัคร
มูลนิธิฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติ
เครือข่ายเยาวชนต้นกล้าน้อย
กลุ่มรักษ์ป่า
กลุ่มแนวร่วมนิสิต นักศึกษา รักธรรมชาติ(นนรธ.)

ความคิดเห็นที่ 1 คนริมเล ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ตะวันลับขอบฟ้า วันที่ : 18/09/2013 เวลา : 08.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prakim2013

ต่างคนก็ต่างเหตุผล...แต่ป่าไม้พืชพันธุ์ที่หลากหลายมลายหายไปพร้อมกับชีวิตสัตว์ป่าน้อยใหญ่ แมลงมากมาย ระบบนิเวศสูญสิ้น...มันคุ้มค่าแล้วหรือ..!!!

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2013 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          



[ Add to my favorite ] [ X ]