ย า ม บ่ า ย

โลกในสายแดดบ่าย

View All
<< เมษายน 2013 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 13 เมษายน 2556
Posted by เกริกบุระวนะวงศ์วรวิวัฒน์ , ผู้อ่าน : 2342 , 08:43:51 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 8 คน

 

                  เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นในคืนที่ผ่านมา โดยที่แทบไม่มีใครทันได้รับรู้ สิงคโปร์ในเช้าต่อมายังคงเป็นเหมือนเช่นทุกวัน ดวงอาทิตย์ขึ้นเหมือนอย่างเคย ทุกอย่างยังคงดูเหมือนเดิม ยกเว้นก็แต่แม่

                 "ตอนที่เช็ง ล๊อค พาหล่อนมาทานมื้อค่ำที่บ้าน แม่ยังคิดว่าหล่อนคงจะเป็นแค่เพื่อนที่ทำงานของเขาเสียอีก คนอะไรช่างฉอเลาะเสียจริง คุณป้ายังงั้นคุณป้ายังงี้ หวานยังกับน้ำตาลยังงงั้น ต้องมีอะไรสักอย่างหนึ่งหรอก"

                 "แม่ค่ะ" ฉันแย้ง "แม่ไปว่ายังงั้นได้ไง แม่เพิ่งจะได้เจอกับเจนนิเฟอร์ไม่ใช่หรือคะ"

                 "ถ้าไม่มีอะไรจริงๆ ทำไมหล่อนกับเช็ง ล๊อคถึงไม่รีบกลับมาบอกแม่ ทำไมต้องรอกันจนถึงเช้า น้องชายของแกไม่กล้าเอ่ยปากบอกด้วยตัวเอง แต่กลับโทรมาบอกแม่จากที่ทำงาน ถามแม่ว่ารู้สึกอย่างไรกับผู้หญิงของเขา แม่เพิ่งจะเห็นหน้าหล่อน แม่ก็ตอบเขาไปอย่างนั้นในตอนที่เกิดเรื่องขึ้นมา พวกเขาจะแต่งงานกัน แล้วมาถามแม่ว่ารู้สึกอย่างไร จะให้ไปรู้สึกอะไรได้ แม่ว่า ความรู้สึกของแม่ไม่สำคัญอะไรหรอก แม่แก่หง่อมจนขาแหย่ลงหลุมศพไปข้างหนึ่งแล้ว”

                 นั่นไม่จริงเลย หากแม่รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ แม่คงจะไม่จับแท็กซี่มาที่นี่ในทันทีที่ เช็ง ล๊อคโทรหาหรอก

                 ฉันเองก็พลอยตกกระไดพลอยโจนไปกับเหตุการณ์ในเช้าวันนั้น ไม่รู้ว่ามีอะไรดลใจฉัน ทั้งที่ยังงุนงงอยู่ไม่หายกับเรื่องของเดวิด 

                 ฉันสงสัยอยู่ว่า ควรจะบอกแม่เรื่องหลานด้วยดีไหม หญิงชราจะรับมือกับอาการช็อคถึงสองครั้งได้หรือ ฉันนั้นยังพอไหวอยู่หรอก แม้จะเริ่มสงสัยอยู่ตะหงิดๆว่า ฉันยังเป็นเหมือนแม่ทั่วไปๆอยู่อีกหรือเปล่า ทั้งที่ฉันควรจะรู้สึกผิดและเสียใจอย่างที่ภายในใจของฉันเฝ้าแต่จะคาดคั้นให้ฉันรู้สึกผิด แต่กลับต้องมาทนนั่งฟังแม่พร่ำบ่นเรื่องผู้หญิงของน้องชายแทน

                 "ยิ่งไปกว่านั้น เขาถามว่าแม่อยากได้หลานไหม แม่มีหลานสองคนแล้วนี่ ก็ลูกชายสองคนของพี่สาวแกไง แกตกหลุมรักหัวปักหัวปำเสียจนหลงลืมไปแล้วรึไง แม่ย้อนถามเขา เขาหัวเราะและบอกว่าเขาพูดจริงๆ นั้นเป็นตอนที่เขาปริปากออกมาว่า ผู้หญิงคนนั้นมีลูกสองคนจากสามีเก่า แล้วยังจะมาถามแม่ว่า แม่ถือสาไหม จะไปถือสาอะไรกันล่ะ แม่ไม่ใช่คนที่จะแต่งงานด้วยนี้นา แม่บอก เขาถามว่า ถ้าแม่อยากได้เด็กๆสองคนนั่นโทรบอกเขาได้น่ะ ไนย์ไนย์และปอร์ปอร์ก็เหมือนๆกันกับแดเนียลและเดวิดนั่นแหละครับ แม่ พวกเขาโทรศัพท์คุยกับผมอยู่ตลอด ลองคิดดูดีๆน่ะครับ แม่ย้ำว่า แกแน่ใจแล้วน่ะ ว่าจะไม่เสียใจในภายหลัง ไปรับเอาลูกเขามาเลี้ยงไม่ได้ง่ายๆเหมือนเก็บสุนัขมาเลี้ยงอย่างที่เขาว่าน่ะ นี่ละที่แม่อยากจะบอกแก” ฉันได้ยินและบอกแม่ถึงน้ำเสียงที่ฉุนเฉียวในคำพูดของแม่

                 “ทำไมถึงได้มาหาว่าแม่ฉุนเฉียว หือ แม่ไม่ได้โกรธแค้นใครเลย  จะโกรธไปเพื่ออะไร แม่คอยบอกกับกลุ่มเพื่อนๆในโบสถ์เสมอว่า ควรให้อิสระกับเด็กๆเขาบ้าง ลูกๆทุกคนของแม่ต่างมีอิสระที่จะทำในสิ่งที่พวกเขาชอบ แม่หนะผ่อนปรนอย่างที่สุดเลยละ”

 ฉันอยากจะบอกให้แม่รู้อยู่เหมือนกันว่า แม่ไม่ได้เป็นแม่ที่เข้มงวดและเจ้ากี้เจ้าการอะไรเลย แต่มันกลับติดอยู่เสียแค่ปลายลิ้นของฉันนั่นเอง

 เช็ง ล๊อค ไม่ควรจะบอกแม่ทางโทรศัพท์เกี่ยวกับแผนการแต่งงานของเขาเลย น้องชายของฉันคนนี้อายุปาเข้าไป 41 ปีแล้ว แต่ยังอาศัยอยู่กับแม่มาตลอดชีวิต ไม่เคยคิดจะแต่งงานมาก่อน ไม่เคยพาหญิงสาวคนใดมาทานมื้อค่ำที่บ้าน กระทั่งปีที่แล้ว ตอนที่เขาย่างเข้า 40 ปี แม่ก็ยังคงหาซื้อกางเกงในให้เขาอยู่เลย ใช่ กางเกงในนี่แหละ

 ในขณะที่เช็ง ล๊อค เป็นลูกชายที่อยู่ในโอวาทของแม่ แต่ฉันกลับเป็นลูกสาวที่หัวรั้น คอยสู้รบปรบมือกับแม่มาโดยตลอด ก่อนจะรีบแต่งงานแล้วออกเรือนมาในทันที ตอนที่ฉันหย่านั้น ฉันบอกปัดแม่ที่จะขอดูแลลูกๆให้ฉัน แม่ถึงกับออกปากว่า ลูกๆของฉันจะต้องเกกมะเหรกเกเรในโรงเรียนกันแน่ๆ เหตุเพราะฉันปล่อยปละละเลยพวกเขา ถึงตอนนี้ฉันเกรงว่าแม่จะต้องตำหนิฉันเรื่องเดวิดแน่ๆ ใช่ เรื่องเดวิด ฉันคิดอะไรอยู่น่ะเนี่ย ลูกของฉันไม่ได้เจ็บไข้ได้ป่วยอะไรสักหน่อย ทำไมฉันต้องรู้สึกผิดขึ้นมาด้วย เดวิดได้ทุนรัฐบาลไปเรียนต่อ MIT ในสหรัฐด้วยซ้ำ เป็นพ่อแม่คนไหนก็ต้องภาคภูมิใจ  หากเขาเรียนได้ไม่ดีก็ว่าไปอย่าง

 แม่ยังไม่ยอมหยุดพล่าม แม้ว่าฉันไม่มีสมาธิจะสนใจฟังแล้วก็ตาม ฉันรอที่จะบอกแม่เรื่องเดวิด แต่แม่คอยแต่จะเอ็ดตะโรเรื่องน้องชายที่จะแต่งกับผู้หญิงลูกสองคนอยู่นั่น ลูกชายคนนี้ของฉันคงจะไม่แต่งงานกับผู้หญิงคนไหนเลย ฉันอยากจะโผล่งออกมามั่ง

 “แม่..”  ฉันพยายามจะหยุดยั้งแม่ แต่แม่ยังจะคุยเป็นคุ้งเป็นแควอยู่อย่างนั้น ฉันเลยได้แต่นิ่งฟัง

 “น้องชายของแกมีความเป็นอยู่ที่ดีแต่กลับไม่รู้ตัว มีแม่คนไหนจะทำได้เหมือนอย่างแม่บ้าง ทั้งต้ม ตุ๋น หุงหาสารพัด ง่วนอยู่อย่างนั้นทั้งวัน เพื่อในนาทีสุดท้าย เขาก็โทรมาบอกว่า กลับมาทานมื้อค่ำที่บ้านไม่ได้ ให้แม่ต้องนั่งกินอาหารที่เหลืออยู่เป็นสัปดาห์ๆ แม่ควรจะบ่นไหมล่ะ แม่คอยหุงหาให้เขา ซักล้างให้ ทำความสะอาดห้องหับให้ แม่เคยได้ยินคำขอบคุณสักคำหนึ่งไหมตลอดหลายปีมานี้ ชีวิตของแม่ก็คอยแต่จะเข้าๆออกๆอยู่ในอพาร์ตเม้นท์แห่งนั้นนั่นแหละ ตอนนี้เขาจะแต่งงานขึ้นมา เขายังจะให้แม่ย้ายออกจากห้องนอนเพื่อจะได้ยกให้ผู้หญิงคนนั้นและลูกๆสองคนของหล่อน พวกเขาจะอยู่กันไปกี่ปี เขาก็ไม่บอกแม่เลยสักคำ จนถึงตอนนี้แม่รู้แค่ว่า ทำไมเขาถึงไม่กลับบ้าน เป็นแม่คนไหนๆคงจะเอ็ดตะโรกันทั้งนั้นแหละ แต่ไม่ใช่แม่หรอก อย่างแม่จะไม่ยอมให้ใครได้ยินสักแอะเดียว”

 “แล้วที่แม่ทำอยู่ในตอนนี้ล่ะคะ” ฉันเริ่มจะหมดความอดทน แม่หันขวับมาทางฉัน

 “จะให้แม่หันไปบอกใครถ้าไม่ใช่แก ใครล่ะ ตั้งแต่พ่อของแกทิ้งแม่ให้เลี้ยงดูพวกแก 2 คน จะมีใครเคยมาเห็นน้ำตาของแม่บ้างไหม”

                 แม่เริ่มสะอึกสะอื้น โดยที่ฉันไม่มีทีท่าจะช่วยปลอบโยน เราอยู่กันอย่างนี้กันมาจนชาชินแล้วละ พ่อที่จากไปเอาแต่จะรีๆรอๆทุกครั้งที่แม่ต้องการความเห็นใจ จึงไม่น่าแปลกใจเลยในสิ่งที่น้องชายของฉันกระทำอยู่ การดูแลเอาใจหญิงม่ายที่เอาร้องไห้ฟูมฟายไม่ใช่เรื่องง่ายดายเลยสักนิด

                 ฉันนั้นภูมิใจที่ไม่เคยร้องไห้ แม้แต่เรื่องเมื่อคืนที่สะเทือนใจฉันไม่รู้ลืม ตอนนั้นเดวิดยืนอยู่กลางห้องนั่งเล่น เขายังคงอยู่ในช่วงลาพักสั้นๆจากกองทัพ เขาผอมโย่งสูงชะลูดยังกับต้นไม้รุ่นๆ

                 "แม่ครับ ผมมีอะไรจะบอกแม่กับแดนครับ" เขาไม่ได้สะดุ้งสะเทือนเลยสักนิด เมื่อเอ่ยคำว่า เกย์ ออกมา แม้ว่านั้นจะเป็นครั้งแรกที่คำนี้ถูกเอ่ยขึ้นในหมู่ของพวกเรา จะเป็นเหมือนเช่นที่นิยิ กวีชาวอัฟริกันเขียนเอาไว้มั้ยน่ะ ที่ว่า คนเราต่างเริ่มต้นด้วยคำพูด ในคำพูดคือการเริ่มต้นของเรา เมื่อคืนนี้จะเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของลูกชายฉันไหมหนอ

                 "แม่ครับ ผมไม่อยากอยู่อย่างปิดๆบังๆอีกต่อไปแล้ว ผมอยากจะอยู่อย่างเปิดเผยเสียที อยู่ในแสงสว่างโดยไม่ต้องคอยหลบซ่อนอยู่ในความมืดอีก"  เขากล่าวอย่างแผ่วเบา

                 ช่างเป็นคำพูดอันอาจหาญไม่น้อยที่หลุดออกมาจากปากเด็กหนุ่มวัยสิบเก้าปี หากแต่ฉันก็ยังอดไม่ได้ที่พลอยหวั่นใจไปกับเขา ต่อการยอมรับจากภายนอก  ทั้งจากศาสนา ภาษา วัฒนธรรม และทุกสิ่งทุกอย่างในสังคมอันหลากหลายนี้ แม้ว่าภายในจะแข็งแกร่งสักเพียงใดก็ตาม  แต่เราก็ควรจะได้รับการให้อภัยเป็นอย่างยิ่ง จะเป็นไงบ้างน่ะ หากกองทัพทราบเรื่องนี้เข้า เขาคงจะไม่ได้เป็นรั้วของชาติที่สมบูรณ์แบบอีกต่อไป จะเกิดอะไรขึ้นหากทางการของสิงคโปร์รู้เรื่องเข้าและเรียกยึดทุนการศึกษาคืน มันคงทำให้เขาใจสลายแน่ๆ  และจะเป็นยังไงบ้างน่ะถ้าๆ.. ฉันเริ่มระล่ำระลักภาวนา

                 ฉันคงจะมืดบอดไปเสียสนิทเลยในหลายปีที่ผ่านมา ไม่หรอก มันไม่ได้มืดบอดเสียไปทีเดียว อาจจะมีอยู่บ้างสักครั้งสองครั้งฉันได้ระแคะระคายอยู่บ้าง ฉันไม่อาจจะสลัดทิ้งความรู้สึกอับอายในใจจากเรื่องลูกชายคนนี้ให้หลุดพ้นไปได้เลยแม้สักชั่วขณะหนึ่ง คงไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากจะให้เกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นกับลูกชายของตัวเองหรอก เราอยู่ด้วยกันภายในครอบครัวที่มีกันเพียงสามคน แดน เดวิดและฉัน เมื่อเด็กๆโตขึ้น เราได้พูดคุยกันในทุกมื้ออาหาร ส่วนใหญ่เกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขาได้ทำลงไปหรือกระทั่งสิ่งที่ไม่ดีไม่งามที่พวกเขากระทำต่อประเทศชาติของเรา แต่ไม่เคย ไม่เคยเลยที่จะเอ่ยถึงเรื่องเพศกัน มันเป็นความผิดของฉัน มันคงจะเป็นความผิดของฉัน ไม่หรอกนา ไม่น่าจะใช่ความผิดของฉันหรอก ใครจะไปรู้ได้ว่าทำไมถึงได้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น

                 ตอนที่ตื่นขึ้นมาเมื่อเช้า ฉันประหลาดใจต่ออารมณ์ที่สงบเยือกเย็นของฉัน และโลกของฉันก็ไม่ได้แตกออกเป็นเสี่ยงๆเลย ในตอนที่เดวิดประกาศว่า เขายังคงเป็นเดวิดคนเดิม "ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลยครับ แม่ นอกจากการรับรู้ของแม่เองที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่ผม ผมอยากจะบอกให้แม่รู้ตั้งแต่ก่อนที่ผมจะไปเมืองนอกแล้ว ฉะนั้นแม่อย่าได้ตำหนิสหรัฐอเมริกา หรือโลกตะวันตกว่าทำให้ผมมัวหมองเลย"

                 ฉันรู้สึกประทับใจที่เขาคิดเช่นนั้น "ลูกแน่ใจได้ยังไง" ฉันถามเขาด้วยน้ำเสียงกังวล "ผมแน่ใจครับ"

 คำตอบของเขาช่างหนักแน่นเพราะมันมาจากความความรู้สึกโดยตรงของเขาเอง "เมื่อไหร่น่ะ ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ลูกรู้เรื่องนี้ แล้วจะมีโอกาสกลับใจในภายหลังบ้างไหม ลูก"

                 ฉันกุมหมวกแน่น หลายปีมาแล้ว เคยมีเด็กนักเรียนตัวเล็กๆซึ่งเป็นทอมบอยบอกกับฉันว่า เธอต้องการจะแปลงเพศเป็นผู้ชาย แต่ห้าปีต่อมาเด็กหญิงคนนั้นก็เปลี่ยนใจ เมื่อคืนฉันได้แต่หวัง ฉันภาวนาอยู่ในใจ ว่าเดวิดอาจจะกลับตัวกลับใจได้เช่นเดียวกันในสักวันหนึ่ง

                 "ลูกรู้ครั้งแรกเมื่อไหร่" ฉันถามเขาอีกที เดวิดนิ่งเงียบ แล้วในน้ำเสียงที่สั่นเครือเต็มตื้นไปด้วยความรู้สึก เขาบอกว่า "ราวๆเก้าหรือสิบขวบนี่แหละครับ"

                 คำตอบของเขาทำเอาฉันอึ้งไปชั่วขณะ ทำไมลูกชายของฉันถึงเตลิดไปได้ถึงปานนั้น เด็กชายเรียบร้อยและแสนดีคนนี้นะหรือ เขาต่างกับแดนพี่ชายของเขาอย่างหน้ามือกับหลังมือ ฉันไม่เคยต้องคอยดุด่าเดวิดเรื่องการบ้านเลย ตอนที่เขาอายุเก้าหรือสิบขวบ เขาผ่านความรู้สึกยังไงมาบ้างน่ะ ที่เด็กในวัยขนาดนั้นต้องคอยแบกรับภาระอันหนักอึ้งเช่นนี้

                 "ลูกเพิ่งรู้หรือ" ฉันยังถามเขาอีกครั้ง เขามองย้อนกลับไปยังอดีตอันยาวไกล ฉันเห็นน้ำตาของเขาเอ่อท้น “ผมสวดอ้อนวอนครับ แม่"  เขานิ่งงันพยายามนึกหาคำพูด "ผมเฝ้าคอยรบเร้าถามพระเจ้าว่า ทำไม ทำไมต้องเป็นผมด้วย ผมคอยแต่ร่ำร้องให้พระองค์ช่วยกำจัดมันออกไปตลอดมา" เขาจมอยู่กับความเงียบอีกครั้งเหมือนพยายามจะควบคุมความรู้สึก เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมา ดวงตาของเขาช่างดูเศร้าสร้อย "ตอนเข้าเรียนชั้นมัธยม ผมรู้ว่า พระเจ้าไม่อาจเอามันออกไปจากผมได้อีกแล้ว"

                 "แต่ลูกก็เก็บมันไว้เองด้วยนี่น่ะ" ฉันไม่อยากจะเชื่อ เมื่อนึกถึงเดวิดเด็กนักเรียนชายวัยสิบขวบในชุดกางเกงสีน้ำเงินเสื้อเชิ้ตสีขาว ในขณะที่มีอายุสิบสามปีภาพชุดนักเรียนเสื้อขาวกับกระโปรงสีน้ำเงินกลับลอยวนอยู่ภายในดวงตาของฉัน อย่างไรก็ตาม เดวิดยังคงยืนนิ่งเงียบต่อหน้าฉัน แม้ฉันจะต่อว่าที่เขาปิดบังฉัน

                 เขาร้องบอกฉันด้วยน้ำเสียงอันดัง "ผมบอกแม่เร็วกว่านี้ไม่ได้หรอก ผมต้องรอให้แน่ใจเสียก่อน"

 ฉันโอบกอดเขา เหมือนพยายามจะให้ทุกขวบปีที่เขาต้องต่อสู้อยู่กับความโดดเดี่ยวได้หมดสิ้นไป ฉันหวังว่า ฉันจะทำได้ "ลูกยังเป็นลูกของแม่ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับลูก ลูกก็ยังเป็นลูกของแม่"

                 ฉันงุนงงไปหมด ภาพที่แขวนอยู่บนผนังห้องนั่งเล่นของเราเป็นภาพเดวิดในวัยเจ็ดขวบ เขาเอนพิงหน้าต่าง ใบหน้าของเด็กน้อยเคร่งขรึม ริมฝีปากบางๆ และดวงตาซึ่งจ้องมองกล้องเหมือนจะถามว่า ผมเป็นใคร บางทีฉันอาจจะคิดมากไปเอง แต่ใจของฉันกลับลากเอาอดีตมาโยงให้เห็นถึงสิ่งที่ฉันพลาดพลั้งไป มันเป็นเพราะพ่อแม่หย่าร้างกันใช่ไหม..

                 ไม่ คงไม่ใช่หรอก ฉันยังรับรู้ได้ถึงความอบอุ่นที่ได้รับจากครอบครัวของเรา ฉันหันไปทางแดน ลูกชายคนโตซึ่งนิ่งเงียบอยู่ตลอดช่วงเวลานั้น

                 "ลูกรู้สึกไงบ้างล่ะ แดน ที่เดวิดเป็นเกย์"

                 "ก็ไม่เห็นจะเป็นไรนี่ ไม่เห็นจะเป็นไรเลย" คำตอบของแดนฟังดูห้วนๆ แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ความรักที่เขามีต่อน้องชายของเขาลดน้อยลงไปเลย

                 มีบางอย่างที่ฉันจะต้องบอกกับแม่ในเช้าวันนี้ แต่แม่ก็เอาแต่กลุ้มอกกลุ้มใจอยู่กับเรื่องน้องชายของฉันที่ไปหลงรักหญิงม่ายลูกสองนั่นอยู่ท่าเดียว

 “แกยังฟังแม่อยู่ไหม” แม่กระทุ้งหลังฉันให้หันไปทางแม่ “ฉันจะบอกแกว่า เช็ง ล๊อคจะพาผู้หญิงคนนั้นและลูกๆสองคนมาทานมื้อค่ำกันที่บ้านของเราในวันคริสต์มาสอีฟนี้แหละ”

                 "แล้วไง คะ" ฉันจ้องหน้าแม่ "แม่จะบอกว่าที่นี่ไม่ใช่โรงแรมงั้นหรือ" แม่ฉุดขาด "ทำไมแกถึงจ้องแต่จะคิดกับแม่ในทางร้ายอยู่ตลอดเลย หือ, แม่บอกแล้วไงว่า หากพวกเขาอยากจะมากันก็มา ก็เขารักกันนี่น่ะ แม่จะทำไรได้ นอกจากต้องยอมรับหล่อน ยังจะมีอะไรอีกละ"

                 ฉันหัวเราะ "แม่" ฉันนั่งลงข้างๆแม่ "ฉันมีบางอย่างจะบอกแม่เรื่องหลานของแม่ค่ะ"

 หมายเหตุ : แปลจากเรื่อง The Morning After   แต่งโดย Suchen Christine Lim นักเขียนรางวัลซีไรท์คนล่าสุดของสิงคโปร์ เพื่อตีพิมพ์ในนิตยสารราหูอมจันทร์ฉบับปัจจุบัน และนำมาแบ่งปันกันในวันหยุดนักขัตฤกษ์ในโครงการสะพานวรรณกรรมตามวาระสะดวกเช่นเคยครับ

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8
ชลัยย์มาศ วันที่ : 24/05/2013 เวลา : 23.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chalaimas

(0)

สวัสดียามดึก ค่ะ

ขอบคุณสำหรับเรื่องแปลนี้ คะ


วันวิสาขบูชานี้ มีจิตประภัสสรในทุกเมื่อ นะคะ

ราตรีสวัสดิ์ คะ
ความคิดเห็นที่ 7
bon09 วันที่ : 23/04/2013 เวลา : 18.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krasean

(0)
เรื่องของคนแท้
ความคิดเห็นที่ 6
ปวิภา วันที่ : 19/04/2013 เวลา : 06.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pavipa
ปวิภา วัฒนวราสิน...@ บูชาคนดี...ไว้เชิดชู...แผ่นดินไทย @ 

(0)
...ตามมาติดตามค่ะ
ความคิดเห็นที่ 5
ชบาตานี วันที่ : 18/04/2013 เวลา : 21.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

(0)
เป็นคนหนึ่งที่ชอบอ่านเรื่องสั้น แต่ไม่ค่อยมีโอหาสได้อ่านเรื่องสั้นแปลค่ะ
ขอบคุณสำหรับเรื่องสั้นเล่มนี้ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 4
พันธุ์สังหยด วันที่ : 18/04/2013 เวลา : 20.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

(0)
แบบลูกสาวคงอยากบอกแม่ว่า
แม่คะ แค่ลูกชายแม่ชอบสาวม่ายลูกติด ยังไม่เท่าไหร่หรอกคะ
แต่ลูกชายหนูหลานแม่นี่สิหนักกว่า ฮา
....เขาชอบผู้ชาย
ความคิดเห็นที่ 3
นักเดินทางตัวเขื่อง วันที่ : 13/04/2013 เวลา : 11.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/navigaty

(0)
สวัสดีปีใหม่ค่ะ..คุณเกริก..
เด๋วตามอ่านนะคะ..เหมือนกันค่ะ..คิดถึงเลยขอโหวตก่อนล่ะกัน..
ความคิดเห็นที่ 2
พันธุ์สังหยด วันที่ : 13/04/2013 เวลา : 09.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

(0)
โหวต และเม้นต์ ก่อนด้วยความคิดถึง เดี่ยวตามมาอ่านและคอมเม้นทีหลังนะครับ
กำลังจะอัพของตัวเองมั่งอิอิ
ความคิดเห็นที่ 1
เกริกบุระวนะวงศ์วรวิวัฒน์ วันที่ : 13/04/2013 เวลา : 08.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cottonhut
 เธอเคยไหมฟังเสียงในใจร่ำร้อง  ถ้วนทั่วทุกท่วงทำนองของถ้อยคำ 

(0)
มีความสุขกับการอ่าน
และวันหยุดยาวกันนะครับ
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน