• BaCon
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-02-26
  • จำนวนเรื่อง : 98
  • จำนวนผู้ชม : 216421
  • ส่ง msg :
  • โหวต 110 คน
Count On Me
คิดตื้น ๆ ...
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/countonme
วันเสาร์ ที่ 8 มีนาคม 2551
Posted by BaCon , ผู้อ่าน : 1986 , 08:17:08 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

( ถ้าไม่สามารถดูข้อมูลได้เต็ม ๆ  ... กรุณา Save as Picture ไว้ในเครื่องของท่านก่อนนะครับ )



บังเอิญผมได้แวะไปคุย(ถาม)เรื่อง Net Forward Position  ที่หน้านี้ http://www.oknation.net/blog/korbsak/2008/03/06/entry-1
แต่ผมเกรงว่าจะจบยากส์ .......  เพราะไม่มีใครรู้เจตนาที่แท้จริงของแบงก์ชาติ
และผมก็ไม่อยากทำตัวเป็น... เจ้าหนูทำไม ???

อีกทั้งตอนนี้ฝ่ายการเมืองก็เข้าไปแทรกแซงการทำงานของแบงก์ชาติอย่างเต็มตัวแล้ว
ด้วยการประกาศยกเลิกกันสำรอง 30%

ผมก็เลยถือโอกาสไปเอาข้อมูลจากเวบแบงก์ชาติมานั่งเรียบเรียงเล่น ๆ   เป็นข้อมูลของแบงก์ชาติที่เก็บไว้ตั้งแต่ปี 2536 ถึงปี 2550  ( ข้อมูลจากหน้านี้ครับ http://www.bot.or.th/bothomepage/databank/EconData/EconFinance/Download/Tab49.xls )



ผมเอาข้อมูลมารวมให้ดูง่าย   นี่เป็นข้อมูลเฉพาะ Total Reserves แต่ละเดือน


นี่เป็นข้อมูลเฉพาะ Net Forward Position  ตั้งแต่ปี 2540



เมื่อเอา Total Reserves มารวมกับ Net Forward Position ... ก็จะได้ตัวเลขประมาณนี้


**************************************************************************


ผมก็ลองเอาตัวเลขมาเฉลี่ยแต่ละปี  แบ่งเป็นปีละ 2 รอบ  ... เฉลี่ย 6 เดือนแรก  และเฉลี่ย 12 เดือน (เฉพาะปีนั้น ๆ)
ดูอัตราเปลี่ยนแปลงต่อปีเป็นเปอร์เซ็นต์ = ( ตัวเลขปีนี้ - ตัวเลขปีก่อน ) หารด้วย  ( ตัวเลขปีก่อน )
ดูค่าเฉลี่ยของ International Reserves
ดูค่าเฉลี่ยของ Net Forward Position
และก็แวะไปดูดุลการค้าของแต่ละปี  โดยเฉพาะในปี 2550

ผมดูไปดูมา  ...  ก็คิดตื้น ๆ ได้ว่า ... " ผลงานในยุครัฐบาลขิงแก่  ...  น่าทึ่งไม่น้อยนะครับ "  นับตั้งแต่เริ่มประกาศกันสำรอง 30% เมื่อสิ้นปี 2549  ซึ่งนโยบายนี้มีเป้าหมายนั้นก็เพื่อสกัดการเก็งกำไรระยะสั้น  หรือเป็นการสนับสนุนการลงทุนระยะยาว(นั่นเอง)


(ยุคขิงแก่)
  ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ  ก็สูงสุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย
เฉลี่ยสิ้นปี 2550 อยู่ที่ 75,381 ล้านเหรียญ usd
และลองสังเกตุย้อนหลังไปในปีที่มีความขัดแย้งทางการเมือง
ในปี 2548 และปี 2549 แม้อัตราแลกเปลี่ยนจะอ่อนตัวกลับไปที่ 41 บาท
แต่ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศก็ไต่ระดับเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยมา 
ก่อนหน้านั้นมีการเปลี่ยนแปลงต่อปี  เฉลี่ยต่อปียังไงก็ไม่เกินปีละ 1 หมื่นล้านเหรียญ
แต่ในช่วงกันสำรอง 30%  กลับเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 16,261 ล้านเหรียญ

ในเรื่องของ Net Forward Position
แค่เพียงปีเดียว ก็เพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยเกือบ 1.5 เท่า
เมื่อไปเทียบกับค่าเฉลี่ยปี 2549 คือ 10,925 ล้านเหรียญ usd
เพิ่มมาเป็นค่าเฉลี่ยปี 2550 คือ 24,400 ล้านเหรียญ usd  (ยุคขิงแก่)

แต่เรื่องนี้ผมคงไม่ขอกล่าว(ถาม)เพิ่มเติมครับ ... (จบยาก)
เพราะยังมีกลยุทธ์ในการเปิด FX Position อีกหลายวิธี
ธนาคารแห่งประเทศไทยคงไม่ออกมาเปิดเผยแบบละเอียดแน่นอน (มั๊งครับ)



และดุลการค้าก็เพิ่มขึ้นสูงมากกกกกกกกกกกกก  แม้ค่าเงินบาทจะแข็งโป๊กกกกกกกกกก
( ข้อมูลจากเวบนี้ครับ http://www2.ops2.moc.go.th/thtrade/monthly_bal/ )
จากขาดดุลรวมปี 2549 ( -5,550 ล้านเหรียญ usd )
เป็นได้ดุลรวมปี 2550 ( +12,467 ล้านเหรียญ usd )  หรือเท่ากับเพิ่มขึ้นประมาณ 320 %  (ยุคขิงแก่)
ซึ่งใกล้เคียงกับดุลการค้าปี 2541 หลังจากลอยตัวค่าเงินบาทเพียง 1 ปี
ตอนนั้นได้ดุลอยู่ที่ 12,056 ล้านเหรียญ usd  คงเป็นเพราะค่าเงินบาทอ่อนมาก

ในปี 2541  ต่างชาติแห่ซื้อของถูก  หรือไง ???
แล้วในปี 2550 ต่างชาติแห่ซื้อของแพง  หรือไง ???
ตกลงแล้วอัตราแลกเปลี่ยนจะอ่อนจะแข็ง  มันเกี่ยวกับดุลการค้าจริงหรือ ???



( ....  ได้ยินแว่ว ๆ ว่า... แม้ตอนนั้นตลาดหุ้นจะสะดุ้งโหยงกันทั้งบาง  แต่หลังจาก 1 ปีผ่านไป  ตลาดหุ้นโดยเฉลี่ยก็ปรับตัวดีขึ้นเฉลี่ยทั้งปีกว่า 20% ... มิใช่หรือ ? )


เนื่องจากผมพอจะจำได้ว่าอดีตนายกหน้าเหลี่ยมเคยเอาเรื่องทุนสำรองระหว่างประเทศสูงสุดมาอวดอ้าง

ผมก็แค่อยากจะบอกว่า ..... ในยุคของรัฐบาลขิงแก่ ...
ผมไม่เคยได้ยินท่านอดีตนายกสุรยุทธ์  ออกมาอวดอ้างผลงานทางเศรษฐกิจ ... (เคยไหมหว่า ???)
แต่ดูจากตัวเลขของธนาคารแห่งประเทศไทยและตัวเลขดุลการค้าเปรียบเทียบย้อนหลังเช่นนี้แล้ว
ก็ขอคิดตื้น ๆ ให้เข้าใจว่า ... ผลงานของพวกท่านเป็นอย่างไร !!!!

ไม่ได้โม้นะ ... ดูเอาเองล่ะกัน ... เอิ๊ก เอิ๊ก  



ตอนนี้รัฐบาลปัจจุบันประกาศยกเลิกกันสำรอง 30% ไปแล้ว
หากในอนาคตจำนวนทุนสำรองจะลดลงฮวบฮาบ
ก็คงจะอ้างเหตุผลตื้น ๆ ได้แค่เพียงเหตุผลเดียว ... 
" เพราะเงินดอลล่าร์อ่อน  เราจึงไม่ต้องการถือดอลล่าร์ไว้เยอะ  !!! "

โปรดใช้วิจารณญาณในการวิเคราะห์ข้อมูลเศรษฐกิจ(บางส่วน)
เนื่องจากผมเอาตัวเลขมาวิเคราะห์แบบ "ตื้น ๆ" ...
จึงมองว่ามาตรการกันสำรอง 30% เป็นผลดี
แต่หากท่านใดจะกรุณาช่วยแก้ไขตัวเลข ..... หรือแนะนำวิธีวิเคราะห์ที่ถูกต้อง ..........
ก็จะเป็นพระคุณอย่างยิ่งคร๊าบบบบบบบบบบบบบบ


ชวนดู music video ของเธอคนนี้ Rose Karen เพลง Ciao Bella
แล้วจินตนาการดูว่า ... ยามขิงแก่จากไป .... คนรุ่นใหม่ทำไมต้องคิดถึง !!!!






อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
BaCon วันที่ : 23/04/2008 เวลา : 10.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/countonme

ขอบคุณท่าน indexthai มากครับ ...

อย่า งง ครับ .. ผมก็แค่ .. "คนคิดตื้น ๆ" + "บ่นไปงั้นแหละ"

entry เกี่ยวกับขิงแก่เหล่านี้ .. ไม่ค่อยมีนัยสำคัญจริงครับ

ความผิดปกติของประเทศ ก็มาจากการบริหารประเทศผิดปกติครับ ( หรือว่าไม่จริง ? )

ถ้าเอาคนผิดปกติมาบริหารประเทศ ก็ยิ่งทำให้ประเทศผิดปกติมากกว่าปกติครับ ( หรือว่าไม่จริง ? )

รู้ว่า USD จะอ่อน แต่ปล่อยให้มีทุนสำรอง USD สูงมาก จะดีหรือไม่ล่ะครับ อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการ เพราะต้องไปดูในรายละเอียด (แต่ผมไม่รู้)

การส่งออกสูงมาก เพราะสินค้ามีคุณภาพและเป็นที่ต้องการของผู้ซื้อ เมื่อขายของได้มาก เงินก็ไหลเข้าประเทศมาก ค่าเงิน BAHT ก็ย่อมแข็งมาก ทุนสำรองก็สูงมาก ก็น่าจะถูกต้องนะครับ

ผมเปรียบเทียบยุคขิงแก่ กับ ยุคหน้าเหลี่ยม ในบางมุมมอง
แต่ถ้าจะเปรียบเทียบยุคป๋าหมาก กับ ยุคขิงแก่ ในมุมใด
ก็ค่อยว่ากันใหม่นะครับ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
indexthai วันที่ : 23/03/2008 เวลา : 06.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


.
ไม่สามารถ upload กราฟขึ้น Blog ได้
(อาจจะทำไม่เป็น)
.
ท่านที่ต้องการบทความที่สมบูรณ์
ตามความคิดเห็นที่ 12
กรุณาให้ e-mail address ของท่านไว้ที่
indexthai@yahoo.com
.

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
indexthai วันที่ : 23/03/2008 เวลา : 06.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

การเคลื่อนย้ายทุนสำรองการเงินระหว่างประเทศ
สุทธิพงษ์ ปรัชญพฤทธิ์ (indexthai@yahoo.com)




ได้รับ E-mail จากคนที่นับถือกัน ดังนี้

Date: Sat, 8 Mar 2008 09:39:38 +0700
Subject: บทความที่อยากให้ช่วยวิจารณ์
เรียนพี่สุทธิพงษ์

ผมบังเอิญได้อ่านบทความจาก BLOG
เขาเขียนถึงคุณูปการของรัฐบาลขิงแก่
ในแง่ที่ว่าทำให้เงินทุนสำรองของชาติสูงสุดในประวัติศาสตร์
ผมไม่มีภูมิปัญญาพอที่จะโต้แย้งอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ
จึงอยากให้พี่ช่วยพิจารณาด้วยว่า มุมมองของผู้เขียนใน BLOG ถูกผิดอย่างไร
เพื่อจะได้เป็นประเด็นให้ความรู้แก่สาธารณะต่อไป

ทางเข้า BLOG ตามลิงค์ข้างล่างนี้
http://www.oknation.net/blog/countonme/2008/03/08/entry-1


ด้วยความเคารพ
สมชัย (8 มี.ค.2551)







การวิจารณ์ มีลิงค์ที่เกี่ยวข้อง 2 ลิงค์
http://www.oknation.net/blog/countonme/2008/03/08/entry-1
http://www.oknation.net/blog/korbsak/2008/03/06/entry-1
ท่านที่จะอ่านบทความนี้ อาจจะอ่านข้อความจากลิงก์ทั้ง 2 นี้ก่อนก็ดี
แล้วค่อยมาอ่านบทความที่ผู้เขียนวิจารณ์นี้ก็ได้

เรื่องทุนสำรองการเงินระหว่างประเทศเป็นเรื่องสลับซับซ้อน
ไม่เหมือนเดิม ไม่เหมือนที่เคยเป็นมา
มีเรื่องความเบี่ยงเบนและความผิดปกติเข้ามาเกี่ยวข้อง
ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ผิดปกติ พลอยทำให้เศรษฐกิจทั้งโลกผิดปกติไปด้วย
ไม่มีใครทราบถึงต้นเหตุความเป็นมาเป็นไปในการเคลื่อนย้ายของเงินทุนโลก
หากทราบและเข้าใจก็จะไม่สับสน

ผู้ที่เคยติดตามบทความของผู้เขียนมาบ้าง คงพอจะตามทันเรื่องที่ผู้เขียนนำเสนอได้
แต่สำหรับท่านที่เพิ่งมาอ่าน คิดว่ายากพอสมควรที่จะติดตามได้ในรายละเอียด
มีบทความเก่าที่ผู้เขียนอ้างอิงถึง เช่น

“สองรูปแบบการโจมตีประเทศสหรัฐอเมริกา” (attackOnAmerica.doc)
“อเมริกาสมาชิกประเทศยากจนใหม่ของโลก” (poorUSD.doc)
“ซับไพรม์” (subprime.doc)
“เหตุแห่งประเทศไทยยากจน" (poverty.doc)

ลองอ่านที่ลิงค์นี้ก็ได้
“การพังทลายของค่าเงินเหรียญสหรัฐ” http://www.padusa.org/HOME/BBB/BBB000012.htm

ทุนสำรองการเงินระหว่างประเทศเกี่ยวข้องกับงานของแบงก์ชาติ

ต้องทราบว่า ..ทำไม(เพราะเหตุใด) ระหว่างปี 2538 - 2540 ค่าเงินบาทจึงเสียหาย
แบงก์ชาติ(ยกทัพ) ออกมาปกป้องค่าเงินบาทเต็มความสามารถ สู้เป็นมวยวัด
สู้ไม่ได้ ต้องลอยค่าเงินบาทในกลางปี 2540
ตรงนี้สำคัญ.. ไม่มีคนพูดถึงต้นเหตุที่เกิดปัญหา แม้พูดถึงก็พูดแบบมั่ว
เช่นบอกว่า..
จอร์จ โซรอส โจมตีค่าเงินบาท ..เอกชนไทยไม่มีธรรมาภิบาล
จอร์จ โซรอส และ Hedge Fund ต่างๆ โจมตีค่าเงินบาทจริง
ถามว่า ..เหตุใดเขาจึงมาโจมตี ? ..เหตุใดเขาจึงโจมตีได้ ? ทำไมสู้เขาไม่ได้ ?

ทำให้ประเทศไทยเสียหายเป็นสถิติโลก เป็นแชมป์แห่งความย่อยยับ
ยังไม่มีประเทศใดลบสถิตินี้ได้
ทุกวันนี้ประเทศไทยไม่สามารถยืนบนขาตัวเองได้
อยู่ได้ด้วยทุนของต่างชาติ ประเทศไทยส่วนใหญ่ตกเป็นของต่างชาติ

ปลายปี 2550 Northern Rock สถาบันการเงินของอังกฤษเสียหายเพียงที่เดียว
ต้นปี 2551 Bear Stearns ของอเมริกา มีปีญหาวิกฤติสินเชื่อ
การที่สถาบันการเงินประเทศหนึ่งมีปัญหา 3-4 แห่ง ถือเป็นเรื่องธรรมดา
สามารถจัดการได้ ไม่ส่งผลกระต่อระบบทั้งระบบ
สถาบันการเงินอื่นที่มั่นคงกว่า สามารถเข้ามาช่วยควบกิจการได้

แต่ประเทศไทยล้มทีเดียว 54 แห่ง แล้วก็ล้มลงมาเรื่อยๆ
ตอนนี้ล้มไปทั้งหมดแล้วกว่า 70 แห่ง
หรือล้มทั้งชาติ ยังมีสถาบันการเงินรอขายออกอีก

ปัญหาหาหนี้ไม่ดีของ “Northern Rock” และ “Bear Stearns” ดังไปทั่วโลก
“ไทยธนาคาร” “ทหารไทย” “นครหลวงไทย” มีปัญหาคล้ายกัน แต่ไม่เป็นข่าว

ดูข่าวจากลิงค์นี้ จ้าง ‘ภัทร’ เฟ้นเจ้าบ่าว ขายไทยธนาคารมิ.ย.
http://www.posttoday.com/newsdet.php?sec=finance&id=228095

ต้นเหตุ คือสิ่งสำคัญที่ต้องทราบ
BLOG ดังกล่าวมีการวิจารณ์การปฏิบัติงานของธนาคารของประเทศไทย
BLOG ให้ข้อมูลและความรู้ได้ดี
แต่กล่าวถึงต้นเหตุของปัญหาเพียงเล็กน้อย
ต้นเหตุของปัญหาคือสิ่งสำคัญ
หากทราบถึงต้นเหตุ
ก็สามารถนำมาแก้ปัญหาอย่างถูกต้องได้

BLOG ว่า..
“ในเมื่อภาวะตลาดโลกเป็นที่ชัดเจนว่าค่าเงิน USD จะอ่อนตัวลง
เนื่องจากปัญหาสงครามตะวันออกที่เรื้อรังและกระทบต่อสหรัฐโดยตรง
รวมไปถึงปัญหา Sub prime
ที่แม้แต่นักการเงินทั่วโลกก็ยังยกนิ้วให้ว่าปัญหานี้แรงจริงและแรงนาน"

"ปัญหาสงครามตะวันออกที่เรื้อรัง"
ไม่ใช่ปัญหาหลักที่ทำให้ค่าเงิน USD อ่อนค่า (เสียหาย)

ชาร์ตข้างล่างนี้
แสดงให้เห็นว่าค่าเงินเหรียญสหรัฐเริ่มเสียหายตั้งแต่ก่อนเกิดสงครามอิรักแล้ว
1) USD เริ่มเสียหายตั้งแต่ปี 2000 ตามการพังทลายของตลาดแนสแดกซ์
2) Attack WTC เกิดขึ้นปลายปี 2001 เกิดหลังการพังทลายของค่าเงินเหรียญสหรัฐเกือบ 2 ปี
3) สหรัฐถล่มอิรัก วันที่ 20 มีนาคม 2003 เกิดหลังการพังทลายของค่าเงินเหรียญสหรัฐ 3 ปี
4) นับถึงทุกวันนี้ค่าเงินเหรียญสหรัฐตกต่อเนื่องกันมาเป็นเวลา 6-7 ปีแล้ว

ดูชาร์ตค่าเงินเหรียญสหรัฐต่อไปนี้
Chart 1 : USD (EUR/USD) Update : March 14 2008

ค่าเงินเหรียญสหรัฐเมื่อเทียบกับเงินยูโรตามชาร์ตตกลง 47%

Chart 2 : USD (SGD/USD) Update : March 14 2008

ค่าเงินเหรียญสหรัฐเมื่อเทียบกับเงินสิงคโปร์ดอลลาร์ตามชาร์ตตกลง 25%

ปัญหา Sub prime ก็มีต้นเหตุมาจากเรื่องเดียวกันในปี 2000 (ที่ทำให้ค่าเงินสหรัฐเสียหาย)
ความเสียหายก่อตัวเรื่อยๆ จนปรากฎความเสียหายให้เห็นทุกวันนี้นั่นเอง เช่น Bear Stearns

ส่งผลให้เงินทุนไหลออกจากอเมริกาตลอด 5-6 ปีที่ผ่านมา ดู Link นี้
https://www.cia.gov/library/publications/the-world-factbook/rankorder/2188rank.html
"Reserves of foreign exchange and gold"
ประเทศไทยมาเลย์เซียอยู่ที่ลำดับที่ 11 ของโลก 1.05 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (มากกว่าไทย)
ประเทศไทยขึ้นมาอยู่ที่ลำดับที่ 12 ของโลก 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (มากกว่าอเมริกา)
สหรัฐอเมริกาตกมาอยู่ที่ลำดับที่ 21 ของโลก 6.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

ประเทศอเมริกาเคยมีทุนสำรองมากที่สุดในโลก
ทุกวันนี้เหลือเพียงแค่นี้เอง
หากทราบถึงกลไกเศรษฐกิจโลก จะทราบว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้นกับประเทศสหรัฐอเมริกา
ผู้เขียนเคยนำเสนอบทความล่วงหน้าไว้หลายปีแล้ว
คือ poorUSD.doc (อเมริกาสมาชิกประเทศยากจนใหม่ของโลก)
ทุกวันนี้ประเทศสหรัฐอเมริกายากจนมาก

เขียนถึงเรื่องทุนสำรองฯ ขอแวะกล่าวถึง "คุณมิ่งขวัญ" รมว.พาณิชย์เล็กน้อย
คุณมิ่งขวัญบอกว่า ..ประเทศจีนมีทุนสำรอง 3.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ
ไม่ใช่หรอก ..ลิงค์เรื่องทุนสำรองฯ บอกว่า
ประเทศจีนมีทุนสำรองฯ มี 1.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ไม่ใช่ 3.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ
เงินทุนไหลเข้าประเทศจีนมาก เพราะจีนได้ผูกค่าเงินไว้กับ USD นั่นเอง
ทำให้หยวนของจีนอ่อนกว่าความเป็นจริง (ริงกิตของมาเลย์เซียก็เป็นแบบเดียวกัน)
Hedge Fund มาไล่ซื้อหยวน ตลอด 5-6 ปีที่ผ่านมา
จึงทำให้จีนมีทุนสำรองฯ มากที่สุดในโลก

คุณมิ่งขวัญ บอกว่า จีน อินเดีย สิงค์โปร์ มีทุนสำรองฯมาก (แล้วของไทยไม่มากหรือ ?)
จะไปเชิญชวน จีน อินเดีย สิงค์โปร์ มาลงทุนในไทย
คนตามไม่ทัน ฟังแล้วตื่นเต้น

แบงก์ชาติได้ยินท่านมิ่งขวัญพูด คงชงักและฉงน

"ทุนสำรองฯ ของไทยก็ท่วมศรีษะอยู่แล้ว
ทำให้เงินบาทแข็ง และดอกเบี้ยก็ตกติดดิน
แล้วจะไปขนทุนนอกเข้ามาทำไมอีก
ทำไมไม่คิดหาวิธีใช้ทุนที่มีอยู่ในประเทศละ”

“2 ปีมานี้ แบงก์ชาติอนุมัติให้ กลต. และตลท.
เอาเงินไปลงทุนต่างประเทศประมาณ 30,000 ล้านเหรียญสหรัฐแล้ว
เพื่อระบายเงินออกนอกประเทศ
แล้วท่านจะไปขนเงินทุนจากประเทศอื่นๆกลับเข้ามาอีกทำไม...
แล้วค่าเงินบาท อัตราดอกเบี้ย อัตราเงินเฟ้อ จะเป็นอย่างไร"

ความผิดปกติ

ประเทศไทย
เงินบาทแข็งขึ้น เงินเฟ้อจะต้องต่ำลง ..แต่เงินเฟ้อกลับสูงขึ้น ผิดปกติ
"ต้นเหตุ" ที่ทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้น ไม่ไปแก้ไข ส่งผลให้ราคาหมูและราคาสินค้าต่างๆพุ่งขึ้นทั่วหน้า
มาแก้ไขที่ปลายเหตุ กดราคาหมู ราคาสินค้าต่างๆลง มันจะทำได้แค่ไหน

ปตท. ผู้ผลิตและผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ คือต้นเหตุของเงินเฟ้อที่สำคัญ
ปตท.จ่ายเงินปันผลเพิ่มทุกปี
วันที่ 18 มีนาคม 2551 จ่ายปันผลครึ่งปีอีกหุ้นละ 6.50 บาท ทั้งปีจ่าย 11.50 บาท
ปีที่แล้วจ่ายปันผล 10.50 บาทต่อหุ้น

ราคาน้ำมันสูงขึ้น
ทำให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้า ต้นทุนการผลิตสินค้า การส่งสินค้า การเก็บสินค้า การบริหาร การจัดการสูงขึ้น หรือเงินเฟ้อสูงขึ้น

อสมท.เข้าตลาดหุ้น ก็เพิ่มค่าโฆษณาสินค้า
ทำให้ต้นทุนสินค้าสูงขึ้น ทำให้ราคาสินค้าสูงขึ้นไปอีก
ปีที่แล้ว อสมท. จ่ายเงินปันผลหุ้นละ 1.29 บาท

รัฐวิสาหกิจ ..จะนำเข้าตลาดหุ้นไม่ได้ เพราะทำให้ต้นทุนของประเทศสูงขึ้น
ประเทศไทยไม่ได้อะไรจากการนำปตท.เข้าตลาดหุ้น
ขายหุ้นจองได้เพียงหุ้นละ 35 บาทเท่านั้น
ตอนนี้ราคาอยู่ที่ 3-400 บาท
แล้วยังมาขูดรีดราคาน้ำมันกับชาวบ้านอีก
ปตท.มีบริษัทในเครือ 7 แห่ง ใหญ่ๆทั้งนั้น มีผู้ถือหุ้นรวมกันประมาณ 3 แสนคน
คนเสวยสุขคือผู้บริหาร ที่พยายามทำกำไรให้บริษัทมากๆ
เพื่อตนเองจะได้เงินเดือน เบี้ยประชุม และโบนัสเพิ่มขึ้น

Inflation targeting
เงินเฟ้อสูงขึ้น จะขึ้นดอกเบี้ย เพื่อกดให้เงินเฟ้อต่ำลง ก็ทำไม่ได้
เพราะเงินทุนมันไหลเข้าประเทศเพิ่มขึ้น
ส่งผลให้สภาพคล่องของระบบสูงขึ้น
นอกจะขึ้นดอกเบี้ยไม่ได้แล้ว
ยังต้องถูกกดดันให้ลดดอกเบี้ยลงอีก
จะลดดอกเบี้ยก็ยากอีก เพราะดอกเบี้ยทุกวันนี้ก็ต่ำมากแล้ว
การใช้มาตราการดอกเบี้ยที่เกี่ยวข้องกับเงินเฟ้อ ไม่ค่อยได้ผล
แล้วปล่อยให้ปตท.ก่อภาระเงินเฟ้ออยู่ได้อย่างไร ?
ดอกเบี้ย
ประเทศไทยเห็นอเมริกาลดดอกเบี้ย
เกรงเงินจะไหลเข้าประเทศไทยอีก จะทำให้เงินบาทสูงขึ้นอีก อยากจะให้ไทยลดดอกเบี้ยด้วย
กลไกนี้ไม่เป็นจริงเสมอไป
ปัญหาและความจำเป็นทางการเงินของแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน
ค่าเงินเหรียญสหรัฐตกมานานแล้ว
ปัจจัยทางเทคนิคมีแนวโน้มว่าอาจจะทำให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐมีแนวโน้มแข็งขึ้น
แม้ดอกเบี้ยจะต่ำ เงินก็จะไม่ไหลออกจากอเมริกา
นอกจากไม่ไหลออกจากอเมริกาแล้ว ยังจะไหลเข้าอเมริกาอีก

ผู้บริหารที่ไม่มีความรู้ ..จะถูกกลุ่มผลประโยชน์ปั่นศรีษะ
ไม่ว่าดร.ทักษิณ ดร.สมคิด(แปรรูปปตท.เข้าตลาดหุ้น) อู่ฟู่ไปตามๆกัน
ขนาดว่ามีคนตามจีบดร.สมคิด ให้มาเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองนั่นเอง
ประเทศไทยใครมีเงิน คนนั้นเก่ง
สมคิดเก่งอย่างนั้น สมคิดเก่งอย่างนี้
ทักษิณเก่งอย่างนั้น ทักษิณเก่งอย่างนี้
โดยไม่สนใจว่ามีเงินมากได้อย่างไร

โชคดี ‘การไฟฟ้าฝ่ายผลิต’ ที่ 'คุณรสนา โตสิตระกูล’ สกัดกั้นไว้ได้
ไม่งั้นเสร็จพวกเขาอีก
เอาเข้าตลาดหุ้นอีก อู่ฟู่ยกทีมกันอีก

ผู้บริหารไม่มีปัญญาแบบโจโฉ
ถูกขงเบ้งกับจิวยี่(กลุ่มผลประโยชน์) ออกอุบายผูกโยงเรือเข้าด้วยกันให้แน่น ไม่ให้โคลงเคลง
แล้วก็จัดการเผาเสียเรียบ...

นายกสมัคร กับ และรมว.คลังสุรพงษ์ ทุกวันนี้ก็ตกที่นั่งเดียวกันกับโจโฉ

รัฐมนตรีสุรพงษ์หลุดจากตำแหน่งรมว.คลัง อาจจะไม่ใช่เรื่องคดีหวยบนดิน
แต่อาจจะเป็นเรื่องขัดประโยชน์ กลุ่มผลประโยชน์มากกว่า

1) เพราะไม่ปลดผู้ว่าแบงก์ชาติคนปัจจุบัน พวกเขารอเป็นผู้ว่าแบงก์ชาติอยู่
2) เพราะจะไม่ไป Road show ญี่ปุ่น

Road show ญี่ปุนคือ จะไปกู้เงินเจบิก
กู้เงิน 1.5 แสนล้านบาท มาทำเมกะโปรเจ็คท์
ช่วงแรกนี้จะกู้ 18,000 ล้านบาทก่อน
ลองคิดดู 1.5 แสนล้านบาท ค่า royalty เท่าใด

เงินท่วมประเทศอยู่แล้ว ..จะเอาเข้ามาอีกทำไม
ทุนสำรองฯไทยกว่า 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐก็ประมาณ 3.2 ล้านล้านบาท
ทำไมไม่เอาไปใช้ หรือหาวิธีเอาไปใช้

10 กว่าปีมานี้ที่ปรึกษาทางการเงินร่ำรวยไปตามๆกัน
ให้บริการ ช่วยให้ขายสมบัติชาติ ช่วยให้กู้เงินต่างชาติ
เห็นแต่ประโยชน์ส่วนตน โดยไม่สนใจว่าชาติจะย่ำแย่อย่างไร

รัฐมนตรีคลังเป็นเพียงหุ่นเชิดของกลุ่มผลประโยชน์
กลุ่มผลประโยชน์ ..ใช้รมว.คลัง กันเปลืองมาก
รัฐบาลบรรหารใช้รมว.คลัง 3 คน
รัฐบาลชวลิตใช้รมว.คลัง 3 คน
รัฐบาลทักษิณใช้รมว.คลัง 3 คน

กลับมาเรื่องหลักที่ว่าไว้ดีกว่า

ค่าเงินบาทพังทลาย ขาดความเชื่อมั่น เงินไหลออก ทุนสำรองฯไทยมีปัญหา
เกิดจากความผิดปกติของตลาดหุ้น 2537 (1994)

ค่าเงินเหรียญสหรัฐพังทลาย ขาดความเชื่อมั่น เงินไหลออก ทุนสำรองฯมีปัญหา
ก็เกิดจากความผิดปกติตลาดหุ้นแนสแดกซ์ 2543 (2000)

การพังทลายของค่าเงินเหรียญสหรัฐเกิดหลังประเทศไทย 6 ปี

เงินบาท สกุลเล็ก ไหลออก ไม่ใด้ทำให้โลกกระเทือน แต่ประเทศไทยเสียหายเอง

เงินเหรียญสหรัฐเป็นเงินสกุลใหญ่ เมื่อไหลออกไปประเทศต่างๆ ทำให้ท่วมประเทศเหล่านั้นได้
ทำให้เกิดปัญหากับประเทศต่างๆ รวมทั้งไทย และอเมริกาก้มีปัญหาเองด้วย

และปัญหานับวันที่จะเลวร้ายหนักข้อขึ้นทุกวัน
ไม่ว่าเงินจะไหลออกจากอเมริกา หรือไหลเข้าอเมริกา
บรรดา Hedge Fund และที่ปรึกษาทางการเงินมั่งคั่งขึ้นตลอดเวลา
แต่คนท้องถิ่นของโลกทุนนิยมจะยากจนลงแต่อย่างเดียว
นี่อย่างไรละ ..คือการล่มสลายของโลกทุนนิยม

เงินทุนไหลเข้าประเทศต่างๆ มีพลังสูงมาก สูงกว่าสึนามิหลายเท่า

ขนาดว่าเงิน YUAN ของจีน และ RINGGIT ของมาเลย์เซีย ไม่สามารถยืนค่าเดิมไว้ได้

กลางปี 2548 (2005) YUAN และ RINGGIT ถูกไล่ซื้อจนแข็งโด่งทะลุเพดานเดิมได้
สังเกตวงกลมในชาร์ต 3 และ 4

Hedge Fund ใช้เวลาซื้อหรือไล่ซื้อตั้งแต่ปี 2001 ถึงกลางปี 2005
หรือใช้เวลาประมาณ 4 ปี ทางจีนและมาเลย์เซียก็พ่ายแพ้ (ตรงวงกลม)

Chart 3 : USD (Yuan/USD) Update : March 21 2008

ค่าเงินเหรียญสหรัฐเมื่อเทียบกับเงินหยวนของจีนตามชาร์ตตกลง 14.75%

Chart 4 : USD (Ringgit/USD) Update : March 21 2008

ค่าเงินเหรียญสหรัฐเมื่อเทียบกับเงินริงกิตของมาเลย์เซียตามชาร์ตตกลง 15.52%

การผูกค่าเงินไว้ ไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง ดูหยวนของจีนและริงกิตของมาเลย์เป็นตัวอย่าง
ดูแล้วหยวนของจีนและริงกิตของมาเลยเซีย ยังแข็งน้อย เมื่อเทียบกับเงินสกุลอื่น
หรือหยวนของจีนและริงกิตของมาเลย์เซียยังอ่อนอยู่
ส่งผลให้การส่งออกได้มากขึ้น
ยิ่งทำให้เงินเข้าประเทศมากขึ้น

Chart 5 : ทุนสำรองทางการเงินระหว่างประเทศสุทธิของไทย (รวมสถานะ forward แล้ว)

1) รัฐบาลชวลิต / ทักษิณรมว.ต่างประเทศ อำนวย / ทนง / โฆสิต รมว.คลัง ทุนสำรองฯสุทธิปี 2540 ลดลงอย่างรวดเร็ว จากต้นปีที่ 30,374 ล้านเหรียญสหรัฐ ถึงเดือนกรกฎาคม 2540 (1997) หรือเดือนที่มีการลอยค่าเงินบาท ลดลงเหลือประมาณ 1,144 ล้านเหรียญสหรัฐ ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ หลังการลอยค่าเงินบาท ทุนสำรองฯสุทธิ ค่อยๆเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เป็น 8,962 ล้านเหรียญสหรัฐช่วงปลายปี ช่วงนี้เป็นช่วงที่ประเทศไทยต้องเข้าโครงการณ์ไอเอ็มเอฟ

2) รัฐบาลชวน / ธารินทร์ รมว.คลัง ปี 2543 ทุนสำรองสุทธิฯ เพิ่มมาเป็น 30,526 ล้านเหรียญสหรัฐ มีการใช้หนี้ไอเอ็มเอฟไปบางส่วน ประมาณ 5 เปอร์เซนต์

3) รัฐบาลทักษิณ / สมคิด / สุชาติ / ทนง รมว.คลัง ทุนสำรองฯสุทธิ ปี 2549 (2006) เพิ่มมาเป็น 65,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ปี 2546(2003) เป็นปีที่ประเทศไทยใช้หนี้ไอเอ็มเอฟหมดก่อนกำหนด 2 ปี

4) รัฐบาลสุรยุทธ / ปรีดิยาธร / ฉลองภพ รมว.คลัง ทุนสำรองฯสุทธิ ปี 2550 (2007) ของไทยเพิ่มมาเป็น 106,541 ล้านเหรียญสหรัฐ

5) รัฐบาลสมัคร / สุรพงษ์ รมว.คลัง ทุนสำรองฯสุทธิ ถึงวันที่ 14 มีนาคม 2551 (2008) เพิ่มมาเป็น 130,201 ล้านเหรียญสหรัฐ
ที่มา : http://www.bot.or.th/bothomepage/databank/EconData/Int_res/Reserve.asp

คืนวันที่ 15 มิถุนายน 2550
มีการส่งคำปราศรัยของอดีตนายกทักษิณ ขึ้นจอมอนิเตอร์ยักษ์
เพื่อสื่อสารกับกลุ่มนปก.ที่ชุมนุมกันอยู่ที่ท้องสนามหลวง

ทักษิณพูดถึงเรื่องการใช้หนี้ไอเอ็มเอฟอีก

พตท.ดร.ทักษิณพูด "ผมถึงได้อาสามาทำงานการเมือง เมื่อผมทำหน้าที่เป็นนายกรัฐมนตรี ผมทุ่มเทอย่างสุดชีวิต เพื่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อชาติ เพื่อเรียกร้องให้ความน่าเชื่อถือกลับคืนมา หลังจากวิกฤตเศรษฐกิจ รัฐบาลผมสามารถใช้หนี้ไอเอ็มเอฟได้ก่อนล่วงหน้าถึง 2 ปี เป็นที่ยกย่องไปทั่วโลก.."

ก่อนหน้านั้นเขาก็พูดเช่นนี้บ่อยครั้ง
ว่าเขาเป็นคนใช้หนี้ไอเอ็มเอฟก่อนกำหนด 2 ปี
จนชาวบ้านจำได้ขึ้นใจทั่วประเทศ

ถือเป็นการสวมรอยมุสาเบี่ยงเบนคำโตมากที่สุดในโลก

ถ้าจะว่ากันไป ..รัฐบาลพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ที่ดร.ทักษิณร่วมเป็นคณะรัฐมนตรีนั่นเอง
ที่นำพาประเทศไทยเข้าโครงการณ์ไอเอ็มเอฟ

ทักษิณเป็นคนยกหางตัวเองเก่ง ยกหางตัวเองบ่อย ยกหางตัวเองประจำ

พูดดีใส่ตัว พูดเบี่ยงเบน ทำเลว แต่พูดว่าตนทำดี มุสาตลอด

รัฐบาลทักษิณไม่จำเป็นต้องมีโฆษกรัฐบาล เขาเป็นโฆษกรัฐบาลในตัว

เรื่องราวของรัฐบาลทักษิณ จึงได้ยินจากปากรัฐบาลทักษิณเป็นส่วนใหญ่

คนทั่วไปไม่รู้เท่า ตามไม่ทันคำพูดของทักษิณ จึงหลงไหลทักษิณ

ผู้เขียนนำเรื่องทุนสำรองฯ ของแต่ละรัฐบาล มาเรียงกัน
เพื่อแสดงให้เห็นว่า 5 รัฐบาลที่ผ่านมา ทุนสำรองฯของไทยเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร

ทุนสำรองฯของประเทศไทยดีขึ้น ด้วยเหตุ 2 ประการ
1. ลอยค่าเงินบาท หลังจากการพ่ายแพ้การพยุงค่าเงินบาท ทำให้เงินไหลกลับ
2. ค่าเงินเหรียญสหรัฐเสียหาย ทำให้เงินไหลออกจากอเมริกา ไปยังประเทศต่างๆทั่วโลกรวมทั้งไทย

ทุนสำรองฯ ในรัฐบาลคณะปฏิวัติขิงเฒ่า สูงกว่ารัฐบาลเลือกตั้งทักษิณเสียอีก
หาก “เพื่อเรียกร้องให้ความน่าเชื่อถือกลับคืนมา”
รัฐบาลสุรยุทธ์ได้รับความเชื่อถือจากต่างชาติมากกว่ารัฐบาลทักษิณ
ทั้งนี้เพราะทุนสำรองฯในรัฐบาลสุรยุทธ์สูงกว่าของรัฐบาลทักษิณ

และเช่นเดียวกัน รัฐบาลสมัคร
ก็จะเป็นรัฐบาลที่ได้รับความเชื่อถือมากที่สุด
เข้ามาทำงานได้เดือนเดียว ทุนสำรองฯ เพิ่มขึ้นว่า 3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
หรือทุนสำรองฯ ของรัฐบาลตายคนเดียวสูงกว่าของรัฐบาลจอมมุสาสองเท่า

หากว่าทักษิณเก่งจริง
หนี้สาธารณะ 3.5 ล้านล้านบาท ทำไมชำระให้หมดละ

ดังนั้น..
การที่ BLOG นำเสนอว่าเป็นคุณูปการของรัฐบาลขิงแก่ ในแง่ที่ว่า
“ทำให้เงินทุนสำรองฯ ของชาติสูงสุดในประวัติศาสตร์”
และบอกว่ารัฐบาลขิงแก่ อ่อนประชาสัมพันธ์ "
เป็นเรื่องที่ไม่มีนัยสำคัญแต่อย่างใด

การเคลื่อนย้ายของทุนโลก เป็นไปตามกลไกเศรษฐกิจที่ผิดปกติ

ประเทศไทยก็ผิดปกติ ประเทศไทยผิดปกติก่อน

สหรัฐอเมริกาก็ผิดปกติ ประเทศสหรัฐอเมริกาผิดปกติตามมาภายหลัง

ทุนสำรองฯที่เพิ่มสูงขึ้น กระทั่งนำใช้หนี้ไอเอ็มเอฟได้หมด
ไม่ได้เกี่ยวกับฝีมือของนายกรัฐมนตรีคนใดทั้งสิ้น
ไม่ว่านายกทักษิณ นายกสุรยุทธ์ หรือนายกสมัคร
ไม่ได้เกี่ยวกับการส่งออกได้มาก การส่งออกหรือการบริการไม่ได้มีมากเป็นพิเศษ
ส่วนใหญ่นำมาเก็งกำไรในตลาดทุนและตลาดพันธบัตร

ทักษิณแอบอ้างเรื่องการใช้หนี้ไอเอ็มเอฟหมด ..มาพูดดีใส่ตัว
จิ้งจอก เจ้าเล่ห์ หน้าด้าน ที่ไร้ยางอาย


22 มีนาคม 2551

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
BaCon วันที่ : 10/03/2008 เวลา : 13.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/countonme

ก็ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมครับ

ตอนนี้มีมากกว่า 1 ท่านที่สรุปเหมือนกันว่า
" รัฐบาลขิงแก่...อ่อนประชาสัมพันธ์ "

แต่ผมมองว่ารัฐบาลขิงแก่วางตัวเหมือนคุณปู่
ท่านเป็นทหาร มิใช่นักการเมือง มิใช่นักเศรษฐศาสตร์
แต่ตัวเลขที่แบงก์ชาติรายงานให้ทราบเหล่านี้
ต้องอาศัยการตีความอย่างเป็นกลาง
ต้องอาศัยคนที่รู้วิธีอ่านรายงานอย่างเป็นจริง

แม้ท่านจะไม่เงื้อดาบฟันฉับอดีตหน้าเหลี่ยม
แต่ท่านก็ต่ออายุ คตส. ให้แล้วมิใช่หรือ ???
ท่านมิต้องการใช้อำนาจเหนือกฏหมายเพื่อความสะใจของปวงชน
แต่ท่านปล่อยให้คนที่รับผิดชอบทำหน้าที่ต่อไปให้เสร็จสิ้น

บัดนี้ คตส...ออกโรงเองแล้ว
คงต้องติดตามบทบาทของ คตส. ต่อไป
ว่าจะทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายโดยรัฐบาลขิงแก่หรือไม่

ผลงานของรัฐบาลขิงแก่...เด็กรุ่นใหม่ส่วนมากคงจะมองไม่ออก
" เอาไว้พวกเอ็ง(มีโอกาส)โตซะก่อน...แล้วสักวันจะเข้าใจ "

.
.

เชิญชวนให้ดูภาพคุณหลานกะคุณปู่ในเพลงนี้ ... (ฟังเพลงด้วย)


.

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ชานบ้านชานเมืองทัวร์ วันที่ : 10/03/2008 เวลา : 12.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chanbaantravel
บ้างครั้งเราก็บอกว่าสิ่งนั้นสิ่งนี้ แต่สิ่งนั้นสิ่งนี้ก็เพราะเราคิดว่า แต่นั้นอยู่ที่ว่าจริงเท็จหรือไม่อยู่ที่ความรู้ของผู้มีปัญญาตัดสินเท่านั้นเอง

คนเราก็ต้องคิด จากบริโภคสุดโต่ง กลับสุ่วิถีสามัญชน เป็นดีกว่าปุถุชน คืนสามัญชน

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ตาเรน วันที่ : 10/03/2008 เวลา : 12.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sammaapii
เรียนฟรีจริง ๆ  ขอเชิญแวะเยี่ยมตาเรนที่  >>> http://www.webudon.net

สินำเบิ่งเด้อ...

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
จันทร์จ้า วันที่ : 10/03/2008 เวลา : 12.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suthaneeya

แวะไปอ่านตามที่ลิงค์ในบ้านคุณกอร์ปศักดิ์

แล้วกลับมาอ่านบทความนี้

รัฐบาลขิงแก่มีดีนะ แต่ไม่เก่งด้านโฆษณา ว่ามั้ยคะ?

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
veerin วันที่ : 09/03/2008 เวลา : 15.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/veerin

อืม..ไม่แน่ใจว่ารัฐบาลชุดขิงแก่ได้โฆษณาผลงานด้านเศรษฐกิจไว้หรือเปล่านะคะ

แต่อ่านจากบทความของคุณแล้ว..ก็ถือว่าทำได้ไม่เลวนักในระยะเวลาอันจำกัด

เขียนได้ดีนะคะ เป็นบทความที่น่าสนใจมากๆ

ต้องโหวตเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
จันทร์จ้า วันที่ : 09/03/2008 เวลา : 14.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suthaneeya

เขียนบทความนี้น่าสนใจอย่างมากเลย

ขออ่านรายละเอียดแป๊บนึงละกัน

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
นักฆ่าเงินเฟ้อ วันที่ : 08/03/2008 เวลา : 10.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dome
FLATION   KILLER

เห็นอยู่บ่อย ๆ ว่า ให้ประชาชน ออมเงิน

แต่ผมยังไม่เคย เห็นว่า รัฐบาล หรือ แบงค์ ชาติ จะออมเงิน เหมือน ประชาชน หรือเปล่า

ส่วนคำว่า ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ กับ เงินออม ของประชาชน เป็น คำ ที่มีความหมายเดียวกัน หรือไม่

ถ้าใช่ ก็แสดงว่า ดอกเบี้ยรับ ของรัฐบาล ที่เกิดจากเงินออม น่าจะมาก พอที่จะสร้าง รัฐสวัสดิการ ได้ไม่ยากนัก

อยากเห็น รัฐตระหนัก ถึง การออม ให้มาก และ นำดอกเบี้ยรับมาใช้ กับ ประชาชน ให้เกิด ประโยชน์สูงสุด

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ริบหรี่ วันที่ : 08/03/2008 เวลา : 09.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/twitty
..............เพียงแค่แสงริบหรี่..ริมทางมืด คดเคี้ยว และสูงชัน

ผมว่ามันเป็น trend มากกว่า ขรก. ประจำเขาก็ประคองรัฐนาวาอยู่แล้ว นักการเมืองไม่ต้องทำอะไรมันก็วิ่งไปตามทางอยู่แล้ว เออ..ถ้ามันมีการกระโดดขึ้น อย่างผิด trend ก็ค่อยว่าเป็นผลงาน

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ญาปู่ครูบาธรรมโยคีอริยธาตุมหาญาณโพธิสัจ วันที่ : 08/03/2008 เวลา : 08.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/taimahayan
ธรรมะวิถีไทเซน  มหาสารคาม

..การตลาดไม่เก่ง โฆษณาไม่เป็น ทำดีแล้วไม่อวดดีให้คนอื่นเห็น แพ้พวกพ่อค้า นักการตลาดหลายขุม เสร็จนายกนอมินี รัฐมนตรีต่างตอบแทน เขาแน่ๆ
..ว่างๆขอเชิญไปรู้จัก นะโม คุณผู้ชายหมายเลข๑ ของเรา

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
สายสืบภาคประชาชน วันที่ : 08/03/2008 เวลา : 08.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Anti-Corruption


ตอบตรงๆ คงต้องบอกว่าไม่มีผลงานจริงๆ ครับ สำหรับทุนสำรองที่ท่วมท้นนั้นผมไม่แน่ใจว่าจะเกี่ยวกับการที่แบงก์ชาติขาดทุน(ทางบัญชี)จากการกักตุนดอลลาร์เกือบ 4 แสนล้านบาทหรือไม่?

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
กิต วันที่ : 08/03/2008 เวลา : 08.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kit2550
สิ่งที่ยังไม่รู้........ยังมีอีกเยอะขอบคุณทุกท่าน....ที่นำเรื่องที่ยังไม่รู้...แบ่งปันกันรู้

ผลงานดี/เศรษฐกิจประคองมาได้ขนาดนี้


ถือว่า ไม่ธรรมดาเหมือนกัน

*************


แต่ข้าราชการยุคที่แล้ว


อืดไปนิด


เลยเห็นเรื่องดีๆ ไม่ดีไปด้วย


ต้องบอกไหมว่าหน่วยไหน


เอิ๊กๆๆๆ


ไม่ดีกว่า ขี้เกียจหาทนาย


เวลาโดนฟ้อง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มีนาคม 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]