• BaCon
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-02-26
  • จำนวนเรื่อง : 98
  • จำนวนผู้ชม : 217207
  • ส่ง msg :
  • โหวต 110 คน
Count On Me
คิดตื้น ๆ ...
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/countonme
วันอาทิตย์ ที่ 6 กรกฎาคม 2551
Posted by BaCon , ผู้อ่าน : 2309 , 17:39:24 น.  
หมวด : อาหาร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

อ่านหรือยังครับ ... ผมลอกมาให้อ่าน ... เอามาเรียงรูปใหม่ +++
อ่านแล้ว  อย่าเพิ่งเชื่อครับ .. ต้องพิสูจน์ด้วยตนเองซะก่อน !!

http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9510000078122

      ปริทรรศ์แห่ง " มัจจุราชเงียบในอาหาร "     


ทราบกันดีว่าถ้าไม่ถึงที่ตายก็ไม่วายชีวาวาตม์ใช่ไหมครับ  แต่อาจต้องมองลึกไปสักนิดว่าถ้ามันยังไม่ถึงที่ตาย แต่ก็ไม่วายชีวาวาตม์เสียทีเดียวนี้มันก็ทรมานไม่น้อยอยู่เหมือนกัน ดังนั้น ต้องพยายามอย่าใช้ช้อมส้อมขุดหลุมศพให้ตัวเองครับ

ถ้าจะกินหรือจะใช้ผลิตภัณฑ์ใดต้อง “Use with good judgment” เหมือนสโลแกนของท่านโอบาม่า อย่าไปเลือกชนิดที่เก่าแก่หรือเก่าเก็บมากจนเกินไปด้วยว่าอาจมีสารพิษเกิดขึ้นในตัวของมันเองได้เช่นสารพิษโบทูลินุ่มในอาหารกระป๋องปนเปื้อน ที่ไม่นุ่มนิ่มจิ๋มจุ๋มอย่างที่คิด แค่สะกิดชิมเพียงนิดก็อาจพากันนอนชักเกร็งเป็นอัมพาตไปได้ อย่าไปคิดว่ายิ่งแก่ยิ่งเจ๋ง Old but not expired แบบคุณแม็คเคนไปทุกสิ่งสรรค์ครับ มันอาจเป็นยิ่งแก่ยิ่งแสบ ยิ่งบ่นเก่งก็เป็นได้
       
เลยขอนำดาวเด่นของสารผสมอาหารสิบสองชนิดที่พบบ่อย ที่มีผลพลอยได้คือ ถ้ากินสะสมเข้าไปมากแล้ว ก็เป็นที่แน่นอนเลยว่าจะใช้แลกคูปองของรางวัลไปทัวร์ยมโลกได้เร็วกว่าใครทีเดียวครับ
       
เริ่มจาก (1) โซเดียมไนเตรท (โซเดียม ไนไตรท์) หรือรู้จักกันว่า “ดินประสิว”
พอได้ยินชื่อเพื่อนรักคนนี้แล้ว ต้องเห็นสีแดงตามมาเลยนะครับ ด้วยว่าอยู่ในกุนเชียงรสอร่อยมันเยิ้ม, ไส้กรอกรถเข็นสีแดงจัดจ้านราดน้ำจิ้มรสเด็ด, แหนมตุ้มขนาดพอคำ, ปลารมควันของฝากจากเมืองไกลหรือจะไส้กรอกฮ็อทด็อกสัญชาติอเมริกันสุดหรูจากร้านสะดวกซื้อ ที่เอามายืนถืองับกันจนน้ำราดแดงเหลืองไหลเยิ้มง่ามมือ
       
เมนูอาหารสร้างสรรค์สังคมเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีดินประสิวช่วยเสริมให้เนื้อแดงจัดชวนกินทั้งนั้น แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าตัวเราไม่ใช่พลุหรือปุ๋ยมูลค้างคาวเราจึงไม่ต้องการดินประสิวมากขนาดนั้น เมื่อกินเข้าไปร่างกายจะร้องค้านว่าเป็นส่วนเกินแล้วก็กระทำอารยะขัดขืนไม่ยอมรับพร้อมกับสร้างกระแสมะเร็งขึ้นมาทันที โดยพบว่าเด็กที่กินไส้กรอกฮ็อทด็อกแบบนี้เพียงปีละโหลกว่าเท่านั้นจะมีโอกาสเกิดมะเร็งมากกว่าเด็กที่ไม่ได้กินถึงสองเท่าเลยทีเดียว ในผู้ใหญ่ก็ไม่แพ้กันครับจะได้มะเร็งแถมมาด้วยพอกัน

 
รูป -- ไส้กรอกแดงสวยราดน้ำจิ้มรสเด็ดหน้าโรงเรียนหรือเนื้อแดดเดียว, แฮมและเนื้อรมควันทั้งหลายเป็นแหล่งสำคัญของ  ดินประสิวที่แม้กินเพียงไส้กรอกเดือนละแท่งก็ช่วยเพิ่มโอกาสการเกิดมะเร็งให้แซงหน้าเพื่อนพ้องได้แล้ว

.

(2) บีเอชเอ และ บีเอชที (Butylated hydroxyanisole, Butylated hydrozyttoluene)
ฟังดูชื่อแล้วยังกับต้องทายปรัศนีบุคคลในคอลัมน์ซ้อเจ็ดหรือราวกับอ่านภาษาต่างดาวอยู่ แต่แท้จริงแล้วชื่อจริงของมันยาวจึงขอเรียกเป็นชื่อย่อให้ไม่ระคายหูกันครับ สารร้ายนี้มีมากในอาหารเช้าแบบฝรั่งจำพวกซีรีล,ธัญพืชสำเร็จรูป,หมากฝรั่ง,มันฝรั่ง และน้ำมันพืชครับ สารนี้เป็นสนิมอนุมูลอิสระโดยตรงเลยครับ ด้วยว่าตัวมันไม่เสถียร สามารถแตกตัวไปกลายเป็นเสือหิวอิเล็กตรอนไปกัดกินอณูร่างกายคุณให้กลายเป็นมะเร็งได้ครับ


       
(3) โพรพิล แกลเลท
ชื่อนี้ไม่คุ้นหูนัก แต่ก็ร้ายเงียบไม่ แพ้กัน โดยมักใส่มากับสหายสนิทคู่คิดเจ้าเก่าสองนายคือ “บีเอชเอ” และ “บีเอชที” โดยเป็นศัตรูร้ายของผู้ที่พิสมัยในการบริโภคเนื้อแดง เช่นเนื้อวัว, เนื้อหมูหรือแม้แต่เนื้อก็มีในซุปไก่ และในหมากฝรั่งเป็นต้น จากการศึกษาในสัตว์ทดลองพบว่าสารนี้มีพรสวรรค์ในการรังสรรค์มะเร็งได้ไม่แพ้กันครับ

       

(4) โมโนโซเดียมกลูตาแมท(เอ็มเอสจี) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ผงชูรส”
เมื่อพูดถึงผงชูรส ก็ชวนให้คิดไปถึงเมื่อกาลก่อนที่รถเข็นขายบะหมี่ป๊อกๆตามบ้านที่จอดลวกเส้นทำก๋วยเตี๋ยวตามสั่งให้แล้วเมื่อใส่เครื่องเคราเสร็จแล้วก็จะหยิบช้อนปลายเล็กขนาดเท่าไม้แคะขี้หูมากระดกเทเกล็ดขาวเล็กๆใส่ลงไปด้วยนิดหนึ่ง เรียกว่านับเกล็ดได้ทีเดียว ซึ่งมารู้ทีหลังว่านั่นเองคือผงชูรสและที่ใส่ให้น้อยกว่าไม่พรั่งพรูเหมือนกากหมูเจียวก็เพราะว่ามันแพงมากในสมัยนั้น ด้วยเป็นยุคที่ญี่ปุ่นเพิ่งคิดค้นได้ว่าโลกนี้ยังมีรสที่ลิ้นรับสัมผัสได้ว่าอร่อยนอกจาก เปรี้ยว, หวาน, เค็ม, ขม(แต่เผ็ดนั้นไม่ใช่รส เป็นความแสบร้อนจากกรดแคปไซสิกแทน)แล้วก็ยังมี “รสอุมามิ(Umami)” ซึ่งแปลว่า “โอชารส” หรือรสอร่อยนั่นเอง
       
แต่ข้อเสียของผงชูรส คือ ในภัตตาคารที่ทำอาหารขายคนหมู่มากนั้นมักไม่มีเวลาที่จะมานั่งทำน้ำสต๊อกให้ได้ปริมาณมากเป็นถุงเป็นถังจึงต้องใช้วิธีลักไก่ โยนผงซุปชูรสนี้ลงไป ซึ่งถ้าเหยื่อ เอ๊ย...ลูกค้ารับประทานไม่มากและไม่บ่อยนักก็ไม่เป็นไร แต่บางท่านต้องผูกปิ่นโตไว้กับร้านเดิมตลอดก็อาจเกิดอาการพิษจากผงชูรสได้
       
โดยอาการนั้นจะเป็นอาการของพิษต่อระบบประสาทเป็นส่วนใหญ่ครับ ตั้งแต่ปวดศีรษะไม่ทราบเหตุ, ลิ้นชาปร่าแปลกๆไป จนถึงขั้นที่ทำให้อาเจียนเวียนศีรษะและตาบอดได้เลยทีเดียว ซึ่งที่จริงแล้วนั้นเราไม่จำเป็นต้องพึ่งพาผงวิเศษนี้เพื่อทำให้อาหารของเราประดุจออกมาจากห้องเครื่องแดจังกึมเพราะว่าแท้จริงแล้วรสอุมามินี้คือรสของกรดอะมิโนซึ่งก็มีอยู่ตามธรรมชาติในเนื้อสัตว์ทั่วไป, น้ำซุปเนื้อ, เนื้อปลา หรือแม้แต่ผักคะน้า
       
ดังนั้นจะเห็นว่าภูมิปัญญาเราที่เอาคะน้ามาผัดกับปลานั้นก็ถือว่าเป็นความอร่อยแบบอุมามิได้โดยไม่ต้องใส่ผงชูรสเลย หรือถ้าท่านรู้จักเลือกชนิดของอาหารและนำน้ำเนื้อมาปรุงรวมกับผักก็จะให้รสอร่อยได้โดยไม่ต้องพึ่งพาผงชูรสสุดหวงของอาแปะบะหมี่เกี๊ยว หรือเพื่อทำให้อาหารของคุณรสเลิศประดุจเป็นฝีมือของจอมนางซางกุงแห่งวังหลวงเลย


รูป -- ถ้าไม่อยากใช้ผงชูรส  ก็ยังมีวัตถุดิบธรรมชาติอื่นที่ให้รส “อุมามิ” เหมือนกันได้แก่ เห็ดหอม เนื้อสัตว์ ปลา และกุ้ง ดังนั้นการจับคู่อาหารอย่างชาญฉลาดของแม่ครัวพ่อครัว จะทำให้อาหารมีรสอร่อยลิ้นขึ้นมาก ได้แก่ผัดผักคะน้ากับ ปลาเค็ม ผัดผักกระเฉดใส่หมูกรอบ ผัดผัก กาดขาวใส่เห็ดหอม หรือพิซซ่าซึ่งมีมะเขือ เทศกับชีส เป็นต้น

(5)ทรานส์แฟ็ท หรือ ไขมันล่องหน
ผู้ร้ายรายนี้เป็นไขมันชนิดหนึ่งครับตัวไม่ใหญ่โตอะไรมากมักอยู่ใน คุกกี้, บิสกิต, ขนมเค้ก, ฟาสต์ฟู้ด, เบเกอรี่, ปาท่องโก๋ทั้งหลาย แต่ขยันก่อเรื่องนานัปการ โดยสถานที่เกะกะเกเรที่สำคัญอยู่ที่ทำเนียบฯ เอ๊ย...ทันโทษ อยู่ที่หลอดเลือดหัวใจครับ มันโปรดปรานการอุดหลอดเลือดหัวใจที่ชื่อโคโรนารีมาก วันร้ายคืนร้ายมันก็ไปจับตัวรวมหัวกับสนิมอนุมูลอิสระเกิดเป็นตะกรันชวนครั่นคร้ามให้หัวใจสูบเลือดไม่ออกเสียอย่างนั้น แล้วทีนี้จะไปหา กทม. มาลอกท่อที่ไหนก็ไม่ได้ด้วยว่าหลอดเลือดหัวใจนี้เล็กจิ๋วขนาดเพียงไม่ถึงปลายนิ้วก้อยเท่านั้นเองครับ
       
สำหรับผู้ที่ติดการบริโภคเบเกอรี่นานาพันธุ์แบบหยุดไม่ได้นี้สิ่งที่ทำได้ก็คงจะเพียงนั่งหน้าป๋อหลอรอเปลี่ยนบายพาสหลอดเลือดเท่านั้นเองครับ

 

รูป -- ไม่ว่าจะ ปาท่องโก๋, โดนัท, แคบหมู,เนยเทียมหรือ เฟร้นช์ฟรายด์ ล้วนแล้วแต่เป็นแหล่งอันอุดมของทรานส์แฟ้ท ชวนอุดตันหัวใจให้น่ากลุ้มทั้งสิ้น
   
(6) แอสปาแตม
รู้กันดีอีกชื่อคือน้ำตาลเทียม มีหลายชนิดหลากยี่ห้อ แต่ที่ดั้งเดิมเจ้าเก่าเล่ายี่ห้อนี้ก็คือแอสปาแตมนี่เอง แต่ก่อนแต่ไรนั้นมีการใช้ขัณฑสกรให้ความหวาน โดยชื่อของมันก็แปลว่าผู้ทำให้หวานอยู่แล้ว ส่วนชื่อภาษาอังกฤษว่าซัคคารินก็ยิ่งฟังดูหวานเข้าไปอีก ต่อมารู้ว่ามีพิษก็เลยผลิตแอสปาแตมขึ้นมาให้ความหวานแทน แต่กระนั้นก็ดีไม่นานก็มีผู้พบว่าแอสปาแตมนี้ถ้าโดนความร้อนก็อาจกลายเป็น “หวานมรณะ” ก่อม็อบให้ร่างกายรำคาญใจให้เป็นมะเร็งไปเสียรู้แล้วรู้รอดเลย และเดี๋ยวนี้ก็ยิ่งมีน้ำตาลเทียมให้เลือกหลายชนิดขึ้นโดยอ้างว่าปลอดภัยใสซื่อมาก ซึ่งก็จริงอยู่ครับ แค่ระวังอย่าไปใช้ชงกาแฟหรือเหยาะบนก๋วยเตี๋ยวร้อนควันโฉ่เข้าก็แล้วกันเดี๋ยวมะเร็งถามหาครับ
 
รูป -- “น้ำตาลเทียม” ถ้าใช้ให้ปลอดภัย ขอให้ระวังอย่าใส่ในของร้อนเช่น กาแฟ, ก๋วยเตี๋ยวหรืออาหารร้อนอื่น

(7)อะเซซัลแฟม-เค
ตัวนี้ก็เป็นตระกูลเทือกเถาเหล่ากอเดียวกับ “น้ำตาลเทียม” อีกเหมือนกันครับ แต่มักใช้กับขนมอบทั้งหลาย, วุ้นสีสวยสดและหมากฝรั่งเคี้ยวหนุบหนับผลัดกันเคี้ยว(อ้วก!) เหล่านี้มีสารนามประหลาดดังว่านี้แฝงอยู่เป็นส่วนใหญ่ เพื่อให้เกิดความหวานติดลิ้น  ติดใจผู้ใหญ่และเด็ก ก็เอาเป็นว่าถ้าเป็นเรื่องของความหวานเทียมนี้ ถ้ากลัวมันมากนัก  ก็อย่าใช้จะดีกว่าครับ
       
สมุนไพรอื่นที่ให้ความหวานแบบไม่ซ่อนมะเร็งยังมีอีกเยอะแถมไม่อ้วนด้วย นั่นคือ ชะเอมเทศ(แต่อย่าไปใช้ชะเอมไทยนะครับ) และหญ้าหวาน ผมใช้แทนน้ำตาลให้ผู้ป่วยเบาหวานมานานแล้ว และได้ผลดีเสียด้วย เพราะน้ำตาลไม่ขึ้น มีข้อเสียอยู่สักหน่อยคือไม่ได้หวานจัดจ้านถึงใจนัก แต่ถ้ารักจะมีสุขภาพดีก็ต้องยอมครับ
       
(8) สีผสมอาหาร บลู1,2, เร้ด 3, กรีน 3, เยลโล่ 6
สีผสมอาหารที่ใช้กันอย่างเบิกบานในปัจจุบันนี้มีทั้งแบบที่เป็นสังเคราะห์และธรรมชาติ ซึ่งแบบสังเคราะห์นั้นที่ปลอดภัยก็มีแต่ก็ต้องดูให้ดีครับ เพราะอย่างที่ว่าคืออะไรก็ตามที่ไม่ใช่ของธรรมชาติร่างกายมักจะต่อต้านและทำให้เกิดผลลัพธ์ที่แยกได้ ในยุคหินใหม่จนถึงยุคกลางนั้น ผู้รังสรรค์งานศิลป์มักใช้สีจากธรรมชาติในการแต่งแต้มงานของตัวเอง ดังเช่น ภาพการรับบัพติสมาของพระคริสต์ โดยเวอร็อคคิโอซึ่งใช้สีที่ผสมด้วยไข่แดง ส่วนมิเคลันเจโลก็เคยวาดภาพพระแม่ที่มีผ้าคลุมสีฟ้าเข้มตามจารีตที่มีไว้ในไบเบิลโดย สีม่วงนี้ในสมัยนั้นได้มาจากหินสีน้ำเงินเข้มขาบสวยที่หลายท่านรู้จักดีในฐานะเครื่องประดับนั่นคือ “ลาพิซ ลาซูรี่” ครับ
       
ส่วนสีผสมอาหารดังที่กล่าวมาทั้งห้าอย่างนี้มีการศึกษาพบว่าก่อให้เกิดมะเร็งต่อมไทรอยด์และมะเร็งกระเพาะปัสสาวะได้ในหนูทดลอง โดยมักถูกเจือไว้ในอาหารพวก  สีเชอรี่สด, ค็อกเทลผลไม้, ลูกกวาด, ไส้กรอกและขนมอบทั้งหลายครับ

รูป -- ขนม “มาซิแพน(Marzipan)” ของฝรั่งที่ทำจากถั่วอัลมอนด์บดเคลือบน้ำตาลเป็นต้นกำเนิดของ “ลูกชุบ” บ้านเรา ที่ต้องระวังเรื่องของสีสันอันสดใสจากสารสังเคราะห์ให้ดี

.

(9)โอเลสตร้า
โอเลสตร้าเป็นไขมันสังเคราะห์ที่พบมากในมันฝรั่งแผ่นทอดกรุบกรอบและขนมทอดใส่ถุงชวนหยิบเคี้ยวเล่นแก้เหงาปากทั้งหลาย โดยโอเลสตร้านั้นถ้าเผลอหยิบกระแทกปากมากไปก็จะเกิดอาการท้องเดิน, ปวดมวนท้องแบบบีบๆและท้องอืดหลามไปด้วยแกสได้ นอกจากนั้นโอเลสตร้ายังก่อกรรมให้วิตามินเอที่คุณอุตส่าห์กินจากผลไม้เข้าไปนั้นไม่สามารถดูดซึมได้ดีด้วย
  
 
รูป -- มันฝรั่งทอดกรุบกรอบรสยอดนิยมที่ไว้กินเล่นยามเหงาปากหรือเชียร์บอลนั้น ถ้ารับประทานมากไปจะได้สาร “โอเลสตร้า” ซึ่งทำให้เกิดอาการท้องเดินปวดท้อง และขาดวิตามินเอได้ครับ
.
(10) โพแทสเซียม โบรเมต

ใช้เป็นสารปรุงแต่งอาหารเมื่อต้องการเพิ่มปริมาตรของขนมปัง, เค้ก, แยมโรลและขนมแป้งทั้งหลาย มันเป็นสารที่รู้กันดีในหมู่นักวิทยาศาสตร์ว่าทำให้เกิดมะเร็งได้ไม่ยากเย็นนักในสัตว์ทดลอง ส่วนในคนนั้นแม้มีปริมาณเพียงน้อยในขนมปังขาวสักแผ่นก็ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อมะเร็งได้แล้วครับ
       
(11) น้ำตาลขัดขาว
ท่านที่อ่านงานของผมมาตลอดอย่างน้อยต้องจำคาถาพาอายุยืนข้อหนึ่งที่ผมขอให้ท่องกันให้ได้ขึ้นใจครับ นั่นคือเลี่ยง “แป้งกับน้ำตาลขัดขาว” ซึ่งมีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ใน  เบเกอรี่ทั้งหลาย, ธัญพืชสำเร็จรูป, คุกกี้, แคร็กเกอร์, ซอสปรุงรสและอาหาร  ที่ผ่านกระบวนการทำให้น่ากินตามห้าง ด้วยว่าแป้งและน้ำตาลขัดขาวนี้ถ้าได้มากเกินไปร่างกายก็ต้องทำงานหนักในการช่วยลดมันลงให้ไม่ไปจับตามอวัยวะต่างๆ เมื่อทำงานหนักมากเข้าร่างกายก็อาจสไตร๊ค์และปล่อยให้คุณแก่เลยตามเลยไปก็ได้
       
รูป -- ถ้าไม่อยากแก่เร็วให้เลี่ยง “แป้งและน้ำตาลขัดขาว” ซึ่งเจืออยู่ในอาหารเกือบทุกอย่างในยุคนี้ และเมื่อกินเข้าไปมากจะทำให้ร่างกายยิ่งหลั่งฮอร์โมนแก่ออกมามากขึ้น

(12) โซเดียม คลอไรด์ หรือชื่อที่ซับซ้อนกว่าคือ “เกลือแกง”
เรียกได้เต็มปากว่าเป็น “ภัยเงียบ” เลยทีเดียวครับ สำหรับเกลือแกงนี้ ด้วยว่าปัจจุบันแทรกซึมเป็นยาดำอยู่จนแม้กระทั่งอาหารเด็กอ่อน ด้วยว่าเมื่อสำรวจแล้วพบว่าเด็กก่อนวัยเรียนนี้ได้รับเกลือแกงสูงกว่าที่ควรจะได้หลายเท่าทีเดียว ซึ่งเป็นปริมาณที่เกินกว่าไตอ่อนๆของเด็กจะขัดล้างออกไปได้หมด และเมื่อเกลือมีค้างอยู่ในกายมากก็จะทำให้ความดันสูงขึ้น เกิดไตวายและตายไวได้ ดังจะเห็นได้ว่าเด็กเดี๋ยวนี้หลายคนต้องไปนั่งไขว่ห้างล้างไตแข่งกับผู้ใหญ่ก็มีให้เห็นหนาตาแล้วเหมือนกัน
       
       ส่วนในผู้ใหญ่นั้นก็หายห่วงได้เลยว่าเกลือแกงที่สูงจะไปช่วยดองเค็มหัวใจให้ต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อคุมความดันที่พากันสูงขึ้นอย่างไม่ปรานีปราศรัยจากฤทธีของโซเดียมตัวร้าย ถ้ายังนอนใจไม่แก้ไขลดเกลือก็คงไม่มีปัญหาอะไรมากไปกว่าหัวใจไร้รักเปลี่ยนเป็นเต้นกระตุกผิดจังหวะฮิปฮอปแล้วก็ขี้เกียจเต้นไปเองในที่สุดครับ

.

รูป -- ขอให้เปลี่ยนจากแป้งและน้ำตาลขัดขาวเป็น แป้งที่มีกาก(Complex carbohydrate, High GI) แทน  เพราะจะไม่ทำให้ระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดขึ้นอย่างพรวดพราดจนร่างกายตั้งรับไม่ทันแล้วทำให้เกิดสนิมแก่ขึ้นมากมาย

.
.

สรุปส่งท้ายไว้ .. อย่าให้.."กลัวจนอดตาย"
เท่าที่อ่าน ๆ ดูก็เชื่อว่าท่านผู้อ่านก็คงสรุปได้เช่นเดียวกันว่าการจะรู้ว่าอาหารใดใส่สารปรุงแต่งอันใดบ้างนั้นค่อนข้างยากราวกับประกวดเอเอฟให้ได้ถูกใจครูเป็ด แต่ก็พอจะบอกได้ว่าอาหารที่ควรจะเลี่ยงเพราะมีความเสี่ยงสูงที่จะได้สารพิษแถมคือ อาหารสอดไส้สองล้าน เอ๊ย...ทันโทษ อาหารจำพวกของทอดกรอบเกรียมเปี่ยมน้ำมัน, อาหารแปรรูปรมควันทั้งหลายได้แก่ไส้กรอก, กุนเชียง, หมูแฮม, หมูแผ่น, เนื้อรมควัน, ปลาเค็มทั้งหลายครับ และอาหารที่มีสีสันสดใสไร้ขีดจำกัดจนแทบจะเรืองแสงฉับเมื่อดับไฟ รวมถึงอาหารตามเหลาดังคนนั่งเต็มล้นเพราะมีโอกาสสูงที่จะใช้ผงชูรสแทนความหวานจากการนั่งเคี่ยวกระดูกคาตั๊งหรือโครงไก่ให้โอชะจากกระดูกออกมาเจือจนน้ำซุปหวานกลมกล่อมตามธรรมชาติเพราะไม่มีเวลาและไม่มีคนพอที่จะมานั่งทำงานให้เกินเวลาอย่างนั้น
       
ดังที่ได้เล่าไปแล้วว่าการจะอยู่ได้ในสังคมปัจจุบันอย่างมีสุขภาพดีนั้นสิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การมีเงินทองกองมากพากันลากซื้อของดีมากินบำรุงมุ่งแต่สวยหล่อ ด้วยว่าของดีเหล่านั้นอาจเป็นพิษก็ได้ใครจะรู้ เช่นหูฉลามหรือปลิงทะเลที่มีโลหะหนักแถมอยู่มากมาย รวมถึงอาหารเสริมต่างๆนาๆราคาเฉียดซื้อรถได้นั้นก็อาจทำให้เราได้รับสารอาหารเกินไปแล้วไปสะสมก็ได้
       
แต่สิ่งสำคัญของการกินให้มีสุขภาพดีคือ “กินด้วยปัญญา” หรือกินอย่างรู้เท่าทัน ไม่มันส์ไปกับการกินอย่างคะนองปากหรือกินเพราะความเสียดายบุฟเฟ่ต์หมูกระทะที่เหลืออยู่ค่อนหม้อ ไปจนถึงเนื้อชาบูที่ถูกเคี่ยวกรำจนหดเหี่ยวจับจีบประดุจงานฝีมือทำดอกไม้จากวัสดุธรรมชาติ คือถ้าท่านได้บริโภคโดยใช้สมองไปพร้อมกับกล้ามเนื้อช่วยเคี้ยวที่ครอบอยู่รอบกระพุ้งแก้มที่เรียกว่ากินด้วยปัญญาและมีสติก่อนนำอาหารแต่ละคำใส่ปากแล้วก็ถือว่าได้ทำอย่างเต็มที่แล้วครับ ที่เหลือถ้าจะมีสิ่งใดเกิดก็ขอให้อย่าไปโทษตัวเองครับ

รูป -- ภาพ “มรณพิธีของท่านเคาท์แห่งออกาซ” โดยฝีมือจิตรกรเอกลูกรักของชาวสเปนนาม “เอล เกรโค่” แสดงให้เห็นว่ามนุษย์เรานั้นถ้าแม้นทำดีใฝ่ดีมาตลอดชีวิตแล้ว สิ่งศักดิ์สิทธิ์เบื้องบน  ก็อาจเมตตาถึงขนาดเกิดปาฏิหาริย์ขึ้นได้

 

อย่างไรก็ดีถ้าเรามีมูลเหตุแห่งวิชชาเป็นกรรมดีอยู่แล้วก็เชื่อได้เลยว่าเทวดาก็ต้องช่วยคุ้มครอง ดังเช่นท่านเคาท์แห่งออกาซแห่งสเปนที่ท่าน เอล เกรโค่ วาดไว้เมื่อศตวรรษที่ 16 แสดงให้เห็นว่าท่านเคาท์นั้นเป็นสัปบุรุษมากเสียจนแม้ชีวาจะหาไม่แล้ว ขณะที่ทำพิธีจะนำร่างท่านพำนักในหลุมศพเป็นครั้งสุดท้าย นักบุญสตีเฟนกับนักบุญออกัสตินผู้สถิตย์อยู่เบื้องบาทพระคริสต์ยังเสด็จลงมาช่วยประคองร่างของท่านนำขึ้นสู่สรวงสวรรค์เลย
       
เป็นอันว่าท่านจะบริโภคสิ่งใดให้สุขภาพดีนั้น  ไม่ขึ้นอยู่กับของแพงของถูก  แต่ขึ้นอยู่กับสติที่ควรต้องจับกำกับอยู่ทุกคำของอาหารที่จะนำเข้าปาก และเมื่อมีสติแล้ว  ปัญญาก็จะเกิดตามมาเอง ถ้าได้ฝึกไว้บ่อย ๆ ท่านจะพลอยได้เรื่องของมรณานุสติไปด้วยครับ

.




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ลุงต้าลี่ วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 08.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/loongdali

เป็นวิทยาทาน ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
indexthai วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 08.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

ไม่ต้องกินอะไรแล้ว

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
BaCon วันที่ : 06/07/2008 เวลา : 18.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/countonme

ทักทายทุกท่านคร๊าบบบบ ...

ผมลองสรุปจากแต่ละข้อได้รายชื่อมัจจุราชเหล่านี้ .-

(1) กุนเชียง, ไส้กรอก, แหนมตุ้ม, ปลารมควัน, เนื้อรมควัน, ฮ็อทด็อก
(2) ซีรีล, ธัญพืชสำเร็จรูป, หมากฝรั่ง, มันฝรั่ง, น้ำมันพืช
(3) เนื้อแดง เช่น เนื้อวัว, เนื้อหมู, ซุปไก่ และ หมากฝรั่ง
(4) ผงชูรส
(5) คุกกี้, บิสกิต, ขนมเค้ก, ฟาสต์ฟู้ด, เบเกอรี่, ปาท่องโก๋
(6) น้ำตาลเทียม ที่เอาไปใช้กับ อาหารร้อน เช่น กาแฟ ก๋วยเตี๋ยว น้ำแกง
(7) ขนมอบทั้งหลาย, วุ้นสีสวยสด, หมากฝรั่งเคี้ยวหนุบหนับ
(8) สีผสมอาหาร เช่น สีเชอรี่สด, ค็อกเทลผลไม้, ลูกกวาด, ไส้กรอก, ขนมอบทั้งหลาย
(9) มันฝรั่งแผ่นทอด, ขนมทอด
(10) ขนมปัง, เค้ก, แยมโรล, ขนมแป้ง
(11) แป้งกับน้ำตาลขัดขาว เช่น เบเกอรี่, ธัญพืชสำเร็จรูป, คุกกี้, แคร็กเกอร์, ซอสปรุงรส, อาหารที่ผ่านกระบวนการทำให้น่ากินตามห้างฯ
(12) เกลือแกง

แถม ... ปลาเค็ม +++

ถ้าเป็นจริงตามนี้ ... กินข้าวต้มแบบคนจีนดีกว่า !!!!


ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ไทเซน วันที่ : 06/07/2008 เวลา : 18.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/taimahayan
ธรรมะวิถีไทเซน  มหาสารคาม

..ปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก เป็นอีกหนึ่งทางรอด ปลอดภัยจากสารพัดสารพิษ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
กัปตันแจ๊ค_จอมโจรจอมใจ วันที่ : 06/07/2008 เวลา : 18.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paedophiel
ขับเคลื่อนอารมณ์ให้ตรงร่องน้ำหากประมาทอาจทำให้สำนึกถูกเฉี่ยวชนจนสติปัญญาเกยตื้น


มัจจุราชเงียบ

อำมหิตที่มองไม่เห็น


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
แม่มด วันที่ : 06/07/2008 เวลา : 18.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/deardog

ยิ่งรู้...ยิ่งสยอง...
แล้วจะทานอะไรล่ะทีนี้

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]