• countrygirl
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : parwnation@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-22
  • จำนวนเรื่อง : 180
  • จำนวนผู้ชม : 468334
  • ส่ง msg :
  • โหวต 159 คน
countrygirl
หญิงชาวบ้าน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/countrygirl
วันเสาร์ ที่ 7 มิถุนายน 2557
Posted by countrygirl , ผู้อ่าน : 5504 , 14:58:47 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 8 คน กำหนัน , ตาเรน และอีก 6 คนโหวตเรื่องนี้

กลุ่มรัฐวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรไม้กฤษณา เลขที่ 8 ม.4 ต.กะเฉด อ.เมือง จว.ระยอง  ได้เริ่มก่อตั้งและจดทะเบียนเมื่อปี 49 - 50  ซึ่งนอกจากจะทำเป็นแหล่งเรียนรู้โดยเปิดสอนฟรีสำหรับคนไทยและคิดค่าใช้จ่ายสำหรับชาวต่างประเทศรายละ 2 หมื่นบาทแล้วที่นี่ยังเปิดเป็นโฮมสเตย์ ปลูกผักปลอดสาร ซึ่งถือว่าเป็นชุมชนที่เข้มแข็งชุมชนหนึ่ง  8 ปีแรกของการก่อตั้งได้ใช้ภูมิปัญญาทำแก่นไม้และพัฒนาต่อยอดตามลำดับก่อนได้รับการรับรองจากกรมวิชาการเกษตรและกรมป่าไม้และไซเตรสรับรองก่อนนำส่งขายต่างประเทศซึ่งการสกัดเอาน้ำมัน 1 กิโลกรัมจะใช้ต้นกฤษณา 300 - 500 ต้น  สำหรับใบประเทศญี่ปุ่นได้สั่งออเดอร์ทำ"ชา" 3000 กิโลกรัมต่อเดือนซึ่งวิสาหกิจมีเครือข่ายเกษตกรปลูกต้นกฤษณาทั่วประเทศเพื่อส่งใบขายรับซื้อ 50 บาทต่อกิโลกรัมซึ่งเมื่อแปรรูปเป็นใบชาแล้วจะขายกิโลกรัมละ 500 บาท  โดยสามารถตัดใบชาได้เมื่อปลูกได้ 1- 2ปี ซึ่งอายุของต้นจะนานถึง 30 - 40 ปี สามารถสร้างรายได้ต่ำสุด 1.5 แสนบาทต่อไร่และสูงสุด 5  แสนบาท "พิกุล  กิตติพล" ประธานกลุ่มเกษตรผลิตไม้กฤษณาเริ่มเกริ่นคร่าว ๆ ถึงความเป็นมาของการทำไม้กฤษณาและการก่อตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชน

 

สำหรับแก่นไม้กฤษณาเกิดจากการสะสมสารกฤษณาไว้ที่เนื้อเยื่อเป็นจำนวนมากจนเห็นได้ถึงการเปลี่ยนสีของเนื้อไม้จากสีขาวเป็นสีน้ำตาลไหม้การจะได้มานั้นในธรรมชาติมีโอกาสน้อยมาก หากเกิดขึ้นแล้วรูปร่างไม่แน่นอนเป็นไม้ที่มีการกล่าวขวัญกันมายาวนานนับตั้งแต่ครั้งพุทธกาลในฐาน "ของที่มีค่าหายาก" เป็นที่ต้องการของสังคมชั้นสูงทั่วโลกและ "ราคาแพงดุจทองคำ" เป็นหนึ่งในของหอมธรรมชาติสี่อย่างที่เรียกว่า "จตุรชาติสุคนธ์" (กฤษณา กะลำพัก จันทร์และดอกไม้) ปัจจุบันชาวอาหรับ คนมุสลิมและคนจีน นิยมใช้ไม้กฤษณาเผาทำให้เกิดกลิ่นหอม และในปัจจุบันประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่สามารถส่งผลผลิตและผลิตภัณฑ์ไม้กฤษณาออกไปจำหน่ายทั่วโลกอย่างถูกต้องตามกฎหมายและตามสนธิสัญญาไซเตรส เพราะประเทศไทยมีการปลูกไม้กฤษณาเป็นจำนวนมาก และมีการใช้ระบบชีวภาพกระตุ้นให้เกิดสารกฤษณาในต้นกฤษณาได้จนเป็นที่ยอมรับของตลาดโลก


 

ส่วนของกฤษณาที่มีค่ามากที่สุดคือ น้ำมันกฤษณา โดยมีคุณสมบัติเป็นยาบำรุงหัวใจ แก้โรคท้องอืดท้องเฟ้อ โรคลำไส้ โรคกระเพาะ โรคตับ ใช้ในพิธีกรรมทางศาสนา ใช้ทาตัวเพื่อป้องกันไรในทะเลทราย เป็นเครื่องประทินผิวใช้ทำหัวน้ำหอมเป็นต้น โดยหน่วยที่ใช้สำหรับการจำหน่ายน้ำมันกฤษณา เรียกว่า โตร่า โดยเทียบอัตราส่วนดังนี้  1 โตร่า = 12.5 C.C.,1 แบน = 30 โตร่า  สำหรับราคานั้นขึ้นอยู่กับชนิดพันธุ์และคุณภาพของไม้กฤษณา โดยราคาจะเริ่มที่ประมาณ 30,000 บาท/แบน ถึง 500,000 บาท/แบน ทั้งนี้ไม้จะต้องมีอายุเท่ากัน และราคาดังกล่าวจะยิ่งแพงขึ้นเมื่อน้ำมันถูกบ่มหรือเก็บเอาไว้นาน  ไม้กฤษณาเป็นไม้ที่ใช้ในการปลูกเสริมกับพืชที่มีอยู่ เช่น พืชพื้นเมือง เช่น ทุเรียน เงาะ มังคุด ยาง ฯลฯที่สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรเป็นอย่างดี โดยในปัจจุบันเริ่มมีผู้ให้ความสนใจและปลูกกันมากขึ้น เพราะเห็นว่ามีช่องทางที่จะทำเป็นการค้าขายได้ แต่หากเกษตรกรท่านใด สนใจที่จะปลูกก็ควรจะศึกษาข้อมูลและลู่ทางการตลาดเอาไว้ด้วย หรือหากไม่มีข้อมูลก็สามารถเข้ามาศึกษาเรียนรู้กับกลุ่มเกษตรผลิตไม้กฤษณาแห่งนี้ได้ทุกวัน

      

เธอบอกว่า ผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายจะปรับปรุงบรรจุภัณฑ์เพื่อให้ดึงดูดใจลุกค้าชาวต่างชาติมากขึ้น ที่นี่จะมีต้นกล้าขายในราคาต้นละ 20 บาทซึ่งเป็นสายพันธ์ที่ดีที่สุดคัดจากแหล่งทั่วประเทศจากทั้งหมด 52 แหล่งกระจายพันธุ์ตามธรรมชาติเพื่อให้ได้สายพันธุ์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการสร้างสารกฤษณา ส่งเสริมการปลูกเพื่อเป็นอาชีพโดยให้ความรู้ และทำการกระตุ้นสารเพื่อให้เกิดสารกฤษณา นอกจากนี้ยังมีโรงงานแปรรูปไม้ โรงกลั่นสามารถดำเนินกิจการได้เองครบวงจร สำหรับผูัที่มีต้นอยู่แล้วหากเส้นผ่าศูนย์กลางต้นมีความยาวมากกว่า 8 นิ้ว สามารถให้ทางกลุ่มไปดำเนินการเพื่อเจาะสารกระตุ้นให้เกิดสารกฤษณาได้ โดยมีการขายตรงและส่งไปยังประเทศผู้ซื้อเองได้แก่ ญุี่ปุ่น มาเลเซีย ตะวันออกกลาง ฝรั่งเศส  จีน บรูไน และประเทศอื่น ๆ

 

 

 

 

 

 

 

                 

"การตลาดนั้นจะมีทั้งตลาดภายในประเทศ-ต่างประเทศ- มีการส่งเสริมการปลูกเป็นพืชแซมเพื่อเสริมรายได้ และมีการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากไม้กฤษณา เช่น ธูป,สบู่,เทียนหอม,ลิปบาล์ม,หัวน้ำหอม นำออกขายไปยังร้านค้า OTOP ทั่วประเทศ มีการออกแสดงสินค้าตามงาน ตามจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ - ส่วนในจังหวัดระยอง มีการขายอยู่ที่สวนสมุนไพรสมเด็จพระเทพฯและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ สำหรับตลาดต่างประเทศ จะขายแก่นไม้กฤษณา และน้ำมันเป็นหลัก - แก่นไม้จะขายญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน และตะวันออกกลางเป็นหลัก - น้ำมันจะขายทางตะวันออกกลางเป็นหลัก เพราะน้ำมันจะมีคุณสมบัติกันไรทะเลทรายซึ่งทางตะวันออกกลางจำเป็นต้องใช้ หลังจากที่เราสามารถผลิตแก่นไม้และกลั่นน้ำมันออกมาได้ ก็มีลูกค้าเข้ามา โดยตอนนี้ประเทศจีนเริ่มเข้ามาสั่งซื้อเพื่อนำไปใช้ทำยา ประเทศจีนจะเรียกไม้ชนิดนี้ว่า ติ่งเหียงหรือเฉินเซียงมู่ โดยถ้านำไปเพื่อกินโดยธรรมชาติก็จะเป็นยาลดไข้ แก้ปวด ปวดกระดูก แพทย์แผนจีนจะระบุไว้เลยว่าสามารถแก้ปวดได้จริง นอกจากนี้ก็ใช้บำรุงเลือด และเมื่อกลุ่มได้ตลาดแล้ว ก็ขยายตลาดออกไปเรื่อย ๆและเริ่มมีลูกค้าประจำ เช่น ผู้ประกอบการธุรกิจเครื่องสำอางชั้นนำของประเทศไทย ได้สั่งซื้อเพื่อนำไปใช้ในการผลิตเครื่องสำอาง หรือลูกค้าจากทางกลุ่มอาหรับก็จะเป็นจำพวกน้ำมัน เป็นต้น” 


สำหรับคู่แข่งทางการตลาดนั้น จะมีประเทศลาว, เขมร, พม่า, มาเลเซีย, และประเทศอินเดีย แต่ส่วนใหญ่ทุกประเทศเทศเหล่านี้มีแค่การสกัดน้ำมันออกขายซึ่งน้ำมันกลิ่นที่ได้ไม่เป็น ที่นิยมของตลาด ส่วนน้ำมันกฤษณาของไทยกลิ่นจะเป็นที่นิยม ด้านไม้แก่น ทุกประเทศจะหามาขายจากแหล่งธรรมชาติซึ่งก็เริ่มหมดไป แต่ของกลุ่มฯสามารถปลูกและผลิตได้เอง จึงนับได้ว่าถ้าตลาดต้องการเมื่อใดก็สามารถหาให้ได้เลยทันที ไม่ต้องรอจากธรรมชาติซึ่งหาได้บ้างไม่ได้บ้าง

สำหรับรายได้ที่สมาชิกจะได้รับนั้น หากสมาชิกมาช่วยทำงานในกลุ่มฯ ก็จะมีรายได้เป็นรายวันและได้เปอร์เซ็นต์ในการทำ มีหุ้นจากการทำน้ำมันสำหรับนวด โดยลงหุ้นเป็นไม้กฤษณา ไม่ต้องลงเงิน สมาชิกมีไม้กี่ต้นก็นำมาลงหุ้น ก็จะได้ส่วนแบ่ง โดยจะหักเข้ากลุ่มฯ ประมาณ 10% โดยในแต่ละเดือนจะส่งขายอยู่ที่ 2,000 กิโลกรัม (เฉพาะแก่นไม้สำหรับกลั่นน้ำมัน) โดยขายส่งก็กิโลละ 200  บาท การขายมีสองอย่างคือขายแก่นไม้กับขายน้ำมันที่กลั่นแล้ว  น้ำมันที่กลั่นแล้วขายส่งได้กิโลกรัมละ 500,000 บาท โดยน้ำมัน 1  กิโล จะใช้ไม้ประมาณ 500 กิโลกรัม มีต้นทุนค่าผลิต เมื่อหักค่าไม้, ค่ากลั่น, ค่าน้ำมัน, ค่าขนส่ง แล้วจะเหลือกำไรประมาณ 350,000 บาท/กิโลกรัม สมาชิกจะมีรายได้สูง คิดเฉพาะแค่ผลิตภัณฑ์ก็สร้างรายได้เกือบสองหมื่นต่อคน แล้วถ้ามีไม้ด้วยก็จะมีรายได้เกือบแสนบาทต่อคนต่อเดือน  การตั้งเป็นกลุ่มนั้น ผู้นำต้องเข้มแข้ง อย่างเช่นประธานกลุ่มจะพาไปทางไหน ไปด้วยกันไม่มีการทิ้ง เราช่วยกัน โดยเรานำระบบการออมของสหกรณ์มาใช้  แล้วนำเงินออมของส่วนรวม ลงมาช่วยสมาชิก คือเราแยกออกไปทำเป็นกองทุนสวัสดิการ 1 กลุ่ม กลุ่มโฮมสเตย์ 1 กลุ่ม วิสาหกิจชุมชนบริการ เป็นนวัตกรรมของเราที่แตกออกไปให้อีก 4 กลุ่ม และให้เขาดูแลกันเอง ทำให้ตอนนี้กองทุนมีเงินเกือบล้านแล้ว   และเรามีการเชื่อมโยงเครือข่ายกันอย่างเต็มรูปแบบเพื่อให้ทุกกลุ่มเข้มแข็ง อยู่ได้อย่างยั่งยืน”

 

 

                       


เรื่องที่มีผู้อ่านสูงสุด จาก NationTV


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ตาเรน วันที่ : 08/06/2014 เวลา : 13.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sammaapii
เรียนฟรีจริง ๆ  ขอเชิญแวะเยี่ยมตาเรนที่  >>> http://www.webudon.net

น่าสนใจมากครับ..

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
wansuk วันที่ : 08/06/2014 เวลา : 10.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wansuk

เกษตรกรเก่งนะคะ ที่สามารถนำมาแปรรูปได้หลากหลายที่เดียว

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Surakant วันที่ : 07/06/2014 เวลา : 19.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ThailandBest
 อ ยู่ เ มื อ ง ไ ท ย  ส บ า ย ที่ สุ ด ใ น โ ล ก

เป็นต้นไม้ที่คิดจะปลูกนานแล้วครับ ชอบมาก
ทีบ้านมีสองต้นครับ
คงจะหาโอกาสไปเรียนรู้วิธีทำชา
จะได้ทำไว้กินเองกับครอบครัว

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
countrygirl วันที่ : 07/06/2014 เวลา : 18.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/countrygirl

ค่ะรายได้ดีพอสมควร คุยกับผู้ทำอาชีพนี้แล้ว ตลาดดีสดใสค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ว่าที่ร.ต.สมโชคเฉตระการ วันที่ : 07/06/2014 เวลา : 17.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somchoke101

เป็นอาชีพที่น่าสนใจและสร้างรายได้กับครอบครัวอย่างดีเลยนะครับคุณcountrygirl

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 07/06/2014 เวลา : 17.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

น่าสนใจนะครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

คาวบอย

44

View All
<< มิถุนายน 2014 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]