• countrygirl
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : countrythai_girl@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-22
  • จำนวนเรื่อง : 196
  • จำนวนผู้ชม : 501347
  • จำนวนผู้โหวต : 159
  • ส่ง msg :
  • โหวต 159 คน
คาวบอย

44

View All
<< กันยายน 2014 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 20 กันยายน 2557
Posted by countrygirl , ผู้อ่าน : 2949 , 16:27:32 น.  
หมวด : เกษตรกรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน ลูกเสือหมายเลข9 , เฟื่อง และอีก 3 คนโหวตเรื่องนี้

ภาคใต้ยังคงเป็นแหล่งผลิตปาล์มน้ำมันขนาดใหญ่ของไทย ด้วยพื้นที่ปลูกกว่า 3 ล้านไร่ มีเกษตรกรชาวสวนปาล์มกว่า 1 แสนครอบครัว แต่สิ่งหนึ่งที่เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันส่วนใหญ่ยังคงประสบปัญหา คือ ต้นทุนการผลิตที่ค่อนข้างสูง ในขณะที่ราคาปาล์มน้ำมันผันผวนตลอดเวลา ทำให้เกษตรกรมีรายได้ไม่แน่นอน ประกอบกับการทำเกษตรในรูปแบบของการปลูกพืชเชิงเดี่ยว ยิ่งส่งผลให้เกษตรกรมีความเสี่ยงสูงเพิ่มมากขึ้นหากราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำ กระบวนการแก้ไขปัญหา จากสภาพปัญหาดังกล่าว นายสิทธิพร  จริยพงษ์ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดสุราษฎร์ธานี และรองประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติคนที่ 2 ได้หาแนวทางในการแก้ไขปัญหาการเพิ่มผลผลิตลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มรายได้โดยการทำการเกษตรแบบเชิงคู่มีลักษณะที่เกื้อหนุนซึ่งกันและกัน จึงได้ดำเนินการปลูกปาล์มน้ำมันควบคู่ไปกับการเลี้ยงแพะหรือแกะ โดยตั้งเป็นศูนย์ถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรกรที่มีความสนใจมาศึกษาและนำแนวทางไปปฏิบัติ  ในการดำเนินงานการทำเกษตรเชิงคู่มีลักษณะที่เกื้อหนุนซึ่งกันและกัน  

 


"สิทธิพร  จริยพงษ์" ถือเป็นเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จจากการเลี้ยงแพะในสวนปาล์มน้ำมัน บอกว่า เกษตรกรที่ต้องการประสบความสำเร็จต้องทำเกษตรเชิงคู่เท่านั้น ด้วยการเลือกปลูกพืช หรือ การทำปศุสัตว์ที่เกื้อกูลซึ่งกันและกันได้ เช่น ในสวนปาล์มหรือสวนยาง สามารถปลูกกาแฟ ปลูกผักเหลียง เลี้ยงแพะ เลี้ยงแกะ รวมถึงโคเนื้อได้ เพราะจะทำให้เกษตรกรลดความเสี่ยงและมีรายได้เสริมนอกเหนือจากพืชหลักที่ปลูกอีกทางหนึ่ง แต่สิ่งสำคัญ คือ ต้องพิจารณาถึงความต้องการของตลาดในท้องถิ่นด้วย “ในอดีตถ้าอยากให้ได้ผลผลิตปาล์มดีๆ ก็มักจะบอกให้เกษตรกรใส่ปุ๋ย หรือใช้ยาฆ่าหญ้าหากมีหญ้าในสวนปาล์ม แต่ก็พบว่าสิ่งเหล่านี้ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น มิหนำซ้ำยังทำลายสภาพดิน จึงได้หาแนวทางใหม่ด้วยการทำเกษตรเชิงคู่ เลี้ยงแพะและแกะในสวนปาล์มน้ำมันแทน พร้อมๆ กับลดการใช้สารเคมีลง ซึ่งได้ผลเป็นอย่างดี  เพราะแพะหรือแกะที่เลี้ยงไว้ช่วยในการกำจัดหญ้าและวัชพืชในสวนปาล์ม ขณะเดียวกันมูลสัตว์ยังเป็นปุ๋ยช่วยบำรุงดิน ในแต่ละเดือนก็ยังสามารถขายเนื้อแพะเป็นรายได้เสริมอีกทางหนึ่งด้วย”  



ปัจจุบันพื้นที่สวนปาล์มน้ำมันของนายสิทธิพร จริยพงษ์ ณ หมู่ที่ ๕ ต.ไทรโสภา อ. พระแสง จ. สุราษฎร์ธานี ได้จัดตั้งเป็นศูนย์ถ่ายทอดความรู้ในการเลี้ยงแพะในสวนปาล์มน้ำมันให้เกษตรกรในพื้นที่หรือจังหวัดใกล้เคียงได้เข้ามาเรียนรู้วิธีการและเทคนิคต่าง ๆ เช่น วิธีการปลูกปาล์มน้ำมัน การทำปุ๋ยหมักจากใบปาล์ม การเลี้ยงแพะตามธรรมชาติ เป็นต้น เทคนิคสำคัญในทำสวนปาล์มน้ำมันควบคู่กับการเลี้ยงแพะ เริ่มตั้งแต่เตรียมพื้นที่ปลูกปาล์ม โดยต้องปรับระยะห่างของการปลูกปาล์ม ให้มีระยะห่างเพิ่มมากขึ้น คือ ตั้งแต่เป็น 10 X 10  เมตรเป็นต้นไป เช่น 11 X 11  เมตร  หรือ  12 X 12  เมตร  เมื่อมีพื้นที่ระหว่างต้นมากขึ้น จะช่วยทำให้ต้นปาล์มได้รับแสงแดดเต็มที่ เจริญเติบโต หลังจากนั้นเมื่อปาล์มอายุได้ 3-4 ปี จึงนำแพะ หรือ แกะเข้ามาเลี้ยง ซึ่งสัดส่วนของการเลี้ยงแพะในสวนปาล์มนั้น ประมาณ 4-5 ตัว/ไร่  โดยแพะเหล่านี้จะช่วยในการกำจัดหญ้าที่รกในสวนปาล์ม ลดการใช้สารเคมี  ส่วนมูลแพะยังเป็นปุ๋ยช่วยบำรุงดินได้ดีอีกด้วย 

 


ต้องยอมรับว่าเมื่อเปิดการค้าเสรีในกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกัน การแข่งขันธุรกิจปาล์มน้ำมันค่อนข้างสูง ซึ่งไทยอาจจะไม่สามารถสู้มาเลเซียหรืออินโดนีเซียได้ แต่เมื่อมองถึงแนวโน้มทางด้านปศุสัตว์ หลายประเทศมีข้อจำกัดในเรื่องพื้นที่ และสภาพภูมิประเทศ ซึ่งไทยค่อนข้างได้เปรียบ รวมถึงความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีที่ไทยค่อนข้างพร้อม ถือเป็นจุดแข็งของไทยที่จะแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ได้   สำหรับเนื้อแพะ หรือ เนื้อแกะ ปัจจุบันยังเป็นที่ต้องการของตลาด ราคาซื้อขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 120-130 บาท  เมื่อพิจารณาความคุ้มค่าของการเลี้ยงแพะในสวนปาล์มน้ำมัน เบื้องต้น เกษตรกรในพื้นที่ภาคใต้โดยถัวเฉลี่ยแต่ละรายจะมีพื้นที่ของตนเองประมาณ 20 ไร่ หากปลูกปาล์มน้ำมันและเลี้ยงแพะแม่พันธุ์ไว้ 60 ตัว ในแต่ละเดือนจะขายแพะได้ประมาณ 10 ตัว  เกษตรกรจะมีรายได้เสริมไม่น้อยกว่า 26,000 บาท/เดือนเลยทีเดียว

 

 


ปัจจุบันสภาเกษตรกรจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้พยายามส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่หันมาทำเกษตรเชิงคู่ เช่น การเลี้ยงแพะในสวนปาล์มน้ำมัน โดยได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากกรมปศุสัตว์ โดยปศุสัตว์จังหวัดสุราษฎร์ธานี ล่าสุดกลุ่มเกษตรกรได้รวมกลุ่มกันจัดตั้งเป็น “ชมรมผู้เลี้ยงแพะ จ.สุราษฎร์ธานี”  มีสมาชิกแล้วประมาณ 50 ราย  โดยกิจกรรมหลักที่ชมรมร่วมกัน คือ การจัดประชุมสัญจรในแต่ละเดือนไปยังสวนปาล์มของสมาชิกเพื่อพูดคุยและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน เป็นเสมือนเครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะในจังหวัด ซึ่งในอนาคตเตรียมแผนจะขยายกลุ่มและสร้างเครือข่ายไปยังจังหวัดใกล้เคียง และการทำธุรกิจอย่างครบวงจรทั้งในส่วนของโรงเชือด การจำหน่ายผลิตภัณฑ์เนื้อแพะที่ได้มาตรฐาน รวมถึงร้านอาหารอีกด้วย  จะเห็นได้ว่าการทำเกษตรเชิงคู่ ด้วยการปลูกพืชและการทำปศุสัตว์ที่เกื้อหนุนซึ่งกันและกัน จะช่วยทำให้เกษตรกรลดความเสี่ยงในการประกอบอาชีพ อีกทั้งช่วยประหยัดต้นทุน และสร้างรายได้เสริมพึ่งพาตนเองได้ในอนาคต

 

 

 

 

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 21/09/2014 เวลา : 11.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

น่าสนใจมากครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
เฟื่อง วันที่ : 21/09/2014 เวลา : 10.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/creativeworld

ชอบดื่มนมแพะ
หน้ามีเค้า คุณเอนก นาวืกมูลค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ดงละดอน วันที่ : 20/09/2014 เวลา : 17.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yaya2508

น่าสนใจครับ เลี้ยงแพะ

ขอบคุณครับผม

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
BlueHill วันที่ : 20/09/2014 เวลา : 17.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

นมแพะก็อร่อยนะครับ
เข้มข้นมากๆ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน