• countrygirl
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : countrythai_girl@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-22
  • จำนวนเรื่อง : 206
  • จำนวนผู้ชม : 518001
  • จำนวนผู้โหวต : 161
  • ส่ง msg :
  • โหวต 161 คน
คาวบอย

44

View All
<< มกราคม 2015 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม 2558
Posted by countrygirl , ผู้อ่าน : 2120 , 14:16:40 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน แม่หมี , wullopp และอีก 3 คนโหวตเรื่องนี้

กลุ่มสหกรณ์ผลิตพันธุ์ข้าวบ้านดงสวรรค์ ต.ไฮหยอง อ.พังโคน จว.สกลนคร เกษตรที่นี่ส่วนมากจะปลูกข้าว ทำสวน ซึ่งประสบปัญหาดินเค็มปลูกข้าวไม่ได้ แต่เนื่องจากพื้นที่ทำการเกษตรของบ้านดงสวรรค์ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ดินเค็ม ค่าความเค็ม 5-8 dS/m ระดับความเค็มปานกลาง จำกัดการเจริญเติบโตของพืชหลายชนิด ทำให้การปลูกข้าวไม่มีคุณภาพและให้ผลผลิตต่ำ ทั้งนี้ในหมู่บ้านดงสวรรค์ยังเป็นกลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวเพื่อส่งให้กับศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสกลนครด้วยและเพื่อให้เมล็ดพันธุ์ข้าวมีคุณภาพดี ทางเกษตรกรจึงได้เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่ดินเค็มแบบบูรณาการในพื้นที่ลุ่มน้ำย่อย

เฉลียว ดกเอีย หมอดินอาสาประจำอำเภอพังโคน ที่อยู่บ้านเลขที่ 92 หมู่ที่ 11 บ้านดงสวรรค์ ตำบลไฮหย่อง อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร เล่าว่า การปรับปรุงดินเค็มด้วยการปรับพื้นที่ให้ราบเรียบและคันนาใหม่ให้กักเก็บน้ำได้เพื่อใช้น้ำล้างความเค็มออก จากนั้นนำดินที่อุดมสมบูรณ์ 1,000 - 1,500 กก.ต่อไร่ ผสมกับแกลบดิบ 1,500-2,000 ก.ต่อไร่ ปูนขาว 200 กก.ต่อไร่ ปุ๋ยหมัก มูลสัตว์ 500 - 600 กก. น้ำหมัก 20 - 40 ลิตร และหว่านลงไปในพื้นที่แปลงแล้วไถกลบทิ้งไว้ 15 วันแล้วปล่อยน้ำเข้าแปลงและปลูกพืชได้ตามปกติ ไถกลบพืชปุ๋ยสดโดยใช้เมล็ดพันธุ์พืชปุ๋ยสดทนเค็มได้แก่ ปอ เทือง โสนอัฟริกัน นำมาหว่านในพื้นที่เค็มและไถกลบเป็นปุ๋ยพืชสดเป็นการเพิ่มอินทรีย์วัตถุลงในดินอีกทาง ผลที่ได้หลังจากปรับดินเค็มพืชผลารเกษตรในนาข้าวเพ่มขึ้นจากที่ได้ข้าว 300 - 400 กก.ต่อไร่เพิ่มเป็น 500 - 600 กก.ต่อไร่ ซึ่งการปรับดินเค็มสามารถอยู่ได้นานถึง 8 - 9 ปี ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการปรับดินประมาณ 3,000- 4,000 บาทต่อครั้ง  

                                                                                 แกลบดิบ

                                             

จุดเริ่มของการปรับปรุงดินได้เข้าอบรมกับกรมทรัพยากรธรณีรวมทั้งกรมพัฒนาที่ดินส่งเสริมเรื่องปุ๋ยพืชสดและสารพด.ซึ่งได้นำประโยชน์ไปใช้กับการปลูกนาปี ส่วนนาปรังที่นี่จะไมทำแต่หันไปปลูกสวนแทน ผักสนครัวต่าง ๆ แทนเช่นข้าวโพเลี้ยงสัตว์ พริก มะเขือเทศ เป็นต้น "ผลดีจากการปรับปรุงดินเพื่อทำการเกษตรนั้นเกษตรได้รู้จักการคำนวณต้นทุนการผลิตว่าลดลงอย่างเห็นได้ชัดเช่นเดิมมีค่าใช้จ่ายจากสารเคมีแต่ขณะนี้ลดลง เกษตรกรที่นี่ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวเพื่อขายให้กับศูนย์วิจัยข้าวชุมชนสกลนครด้วยซึ่งจะรับซื้อที่ราคา 19 บาทต่อกิโลกรัม แต่หากขายให้กับตลาดเอกชนทั่วไปรับซื้อที่ 12 - 13 บาท ต่อกิโลกรัม

                                 

                                           

สำหรับความเป็นมาโครงการส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่ดินเค็มแบบบูรณาการในพื้นที่ลุ่มน้ำย่อย ดำเนินการโดยสถานีพัฒนาที่ดินสกลนคร สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 5 กรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีพื้นที่การเกษตรสูงสุดในประเทศโดยมีเนื้อที่เพาะปลูกของภาคถึง 60 ล้านไร่ แต่เป็นภูมิภาคที่มีอัตราการขยายตัวของผลผลิตด้านการเกษตรต่ำสุด เพราะมีปัญหาคุณภาพดินไม่ดี คือปัญหาดินเค็ม ซึ่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีพื้นที่ดินเค็ม 17.8 ล้านไร่ หรือ 29 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่เพาะปลูกของภาค และพื้นที่มีศักยภาพในการแพร่เกลืออีก 19.4 ล้านไร่ พื้นที่ดินเค็มมักเกิดในที่ลุ่มมีนํ้าท่วมในฤดูฝน ส่วนใหญ่จึงเป็นนาข้าว สังเกตได้จากคราบเกลือบนชั้นผิวดินเป็นหย่อมๆ ในฤดูฝนเกลือที่ดินชั้นบนจะถูกนํ้าฝนชะลงไปในดินชั้นล่าง และคราบเกลือจะกลับขึ้นมาปรากฏที่ผิวดินใหม่ในช่วงแล้ง นอกจากนี้ในพื้นที่ดินเค็มจะพบความเค็มทั้งน้ำในลำห้วยธรรมชาติ อ่างเก็บน้ำ และน้ำใต้ดิน ซึ่งความเค็มของดินและน้ำเป็นอันตรายต่อพืช ทำให้การเจริญเติบโตของพืชลดลงหรือตาย และยังเป็นอันตรายต่อสัตว์และสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ในระบบนิเวศ ดังนั้นจึงควรจัดการปัญหาดินเค็มในเชิงพื้นที่อย่างเป็นระบบ ประกอบด้วยการแก้ไขพื้นที่มีคราบเกลือบนผิวดินให้ลดระดับความเค็มลง ปรับปรุงบำรุงดินเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดินให้สามารถปลูกพืชได้ผลผลิต และจัดการแก้ไขสาเหตุของการแพร่เกลือในพื้นที่

                               

                              

                                

                             

                            

สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 5 จึงได้ดำเนินงานการแก้ไขปัญหาดินเค็ม โดยพัฒนาโครงการขยายผลไปสู่จังหวัดกาฬสินธุ์ อุดรธานี และจังหวัดสกลนคร โดยมีต้นแบบมาจากโครงการพัฒนาพื้นที่ดินเค็มทุ่งเมืองเพีย จังหวัดขอนแก่น ซึ่งกรมฯได้เข้าไปดำเนินการพัฒนาพื้นที่ดินเค็มจนประสบความสำเร็จ ทำให้เกษตรกรสามารถใช้ประโยชน์พื้นที่เพื่อการเพาะปลูกได้อย่างเต็มที่ สกลนครมีพื้นที่รวมทั้งหมดประมาณ 6 ล้านไร่ แต่พบว่ามากกว่า 2.7 ล้านไร่ หรือประมาณ 46% ของพื้นที่ทั้งหมดได้รับผลกระทบมีการแพร่กระจายคราบเกลือบนผิวดิน โดยส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เค็มน้อยถึงปานกลาง อาจพบคราบเกลือบนผิวดินเพียงเล็กน้อยหรือไม่พบเลย แต่น้ำใต้ดินเป็นน้ำกร่อยหรือน้ำเค็ม ซึ่งมีโอกาสที่จะพัฒนาเป็นดินเค็มจัดได้หากระดับน้ำใต้ดินยกตัวสูงขึ้น และยังมีพื้นที่สูงอีกมากกว่า 20% ของพื้นที่ทั้งหมด มีชั้นหินเกลืออยู่ใต้ดินลึกลงไป ซึ่งหากมีการแผ้วถาง ตัดไม้ทำลายป่า ทำให้สมดุลของน้ำเสียไปก็จะทำให้เกิดดินเค็มในพื้นที่ต่ำกว่าได้

                                        

                    

การดำเนินโครงการส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่ดินเค็มแบบบูรณาการในพื้นที่ลุ่มน้ำย่อยนั้น จะเน้นการปรับปรุงและพัฒนาการใช้ประโยชน์ที่ดินตามศักยภาพของดิน เพื่อให้มีความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมอีกทั้งสามารถใช้พื้นที่เพื่อการเกษตรได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืนต่อไปจากหลักการแนวทางการแก้ไขฟื้นฟูปัญหาดินเค็มดังกล่าว โดยส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีในการผลิตสู่เกษตรกร รวมถึงแผนการพัฒนาการแก้ไขปัญหาดินเค็ม เพื่อให้เหมาะสมและมีความสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกรต่อไป โดยมีแผนพัฒนาพื้นที่ดินเค็มน้อยถึงปานกลาง เริ่มจากกิจกรรมด้านวิศวกรรมการปรับรูปแปลงนา กิจกรรมด้านพืชการปลูกยูคาลิปตัสบนคันนา ปลูกกระถินออสเตรเลีย ไถกลบตอซังข้าว ปลูกพืชปุ๋ยสดเพื่อปรับปรุงบำรุงดิน (โสนอัฟริกัน ปอเทือง ถั่วพุ่ม) กิจกรรมถ่ายทอดเทคโนโลยี ฝึกอบรม ถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนา ปรับปรุงพื้นที่ดินเค็ม ให้แก่เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ  

 

                                                   

  

 

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
แม่หมี วันที่ : 20/01/2015 เวลา : 14.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

เห็นแบบนี้แล้วชื่นใจ กลับไปสู่วิถึชีวิตแบบช้าๆแต่มีความสุข

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
wullopp วันที่ : 17/01/2015 เวลา : 19.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

สำคัญมากเลย
การพลิกฟื้น
คืนแผ่นดิน
.
ให้มีต้นไม้ใบหญ้า
มีเส้นใย หรือไฟเบอร์คลุมดิน
ให้ มีความชุ่มชื้น ชีวิตชีวาขึ้นมา
ขอบคุณ ครับ...

ความคิดเห็นที่ 3 ลูกเสือหมายเลข9 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
bepran วันที่ : 17/01/2015 เวลา : 15.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bepran

ได้อ่านบทความดีดีมีประโยชน์จากจขบ.นี้หลายครั้งแล้ว รู้สึกขอบคุณในพลังสร้างสรรค์และคุณประโยชน์มากมาย ขอสนับสนุนและให้กำลังใจท่านในความมุ่งมั่นและเจตนารมณ์ที่ดีงามต่อไปครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
bepran from mobile วันที่ : 17/01/2015 เวลา : 15.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bepran

ยอดเยี่ยมครับ เกษตรกรหันมาใส่ใจที่สภาพดินน้ำลมปัจจัยรากของโครงสร้างภาคเกษตรกรรม เป็นการเริ่มต้นพิจารณาเหตุของปัญหาที่เคยสาลวนมายาวนานแทนการไปคอย หากทำได้สำเร็จก็จะมีต้นทุนเหตุที่สมควรและโอกาสลืมตาอ้าปากจะมาถึง พัฒนาทั้งปัญญาและทักษะ สมควรสนับสนุนให้เป็นวาระแห่งชาติอย่างยิ่งครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
BangkokSeaEvents วันที่ : 17/01/2015 เวลา : 15.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/scubadivingkohchang
ณ Dolphin Divers เกาะช้าง

วางแผนแล้วว่าจะกลับไปทำเศรษฐกิจพอเพียงที่ชัยภูมิ ไม้ 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน