• countrygirl
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : parwnation@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-22
  • จำนวนเรื่อง : 183
  • จำนวนผู้ชม : 482599
  • ส่ง msg :
  • โหวต 159 คน
countrygirl
หญิงชาวบ้าน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/countrygirl
วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน 2558
Posted by countrygirl , ผู้อ่าน : 3414 , 14:22:42 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน แม่หมี , BlueHill และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

 

จากปัญหาภัยแล้งต่อเนื่องทั่วประเทศรัฐบาลโดยครม.ได้มีมติเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2558 เพื่อดำเนินการโครงการสร้างรายได้และพัฒนาการเกษตรแก่ชุมชนเพื่อบรรเทาปัญหาหรือหนึ่งตำบลหนึ่งล้านโครงการดังกล่าวจึงได้เริ่มขึ้นและดำนินการในช่วงสั้น ๆ ในเดือนกุมภาพันธ์-มิถุนายนซึ่งมีชุมชนเกษตรกรเสนอขอรับโครงการมากถึง 3,044 ตำบล รวม 6,598 โครงการ ของบประมาณสนับสนุน 3,004.51 ล้านบาท โดยแต่ละตำบลได้รับเงินตำบลละ 1  ล้านบาท กิจกรรมที่ชุมชนเสนอที่น่าสนใจมี 4 ประเภทคือการจัดการแหล่งน้ำชุมชน มากถึง 3,331 โครงการ  การผลิตทางการเกษตรและแปรรูปผลิตผลเกษตรเพื่อสร้างรายได้ในฤดูแล้งของชุมชน 636 โครงการ การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต 2,370 โครงการ และ การจัดการเพื่อลดความสูญเสียผลผลิตเกษตร 261 โครงการ มีเกษตรกรและผู้ใช้แรงงานเช้าร่วมโครงการ 360,659 คน งานแรงงาน 5,409,880 แรงมีครัวเรือนได้รับประโยชน์กว่า 2.66 ล้านครัวเรือน

ก่อนหน้านี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ติดตามสถานการณ์น้ำและภาวะความแห้งแล้งอย่างต่อเนื่องพบว่ามีพื้นที่ทำการเกษตรที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากภัยแล้งจำนวน 3,051 ตำบลใน 58 จังหวัดจากภัยแล้งที่เกิดขึ้นนี้ส่งผลให้เกษตรกรไม่สามารถปลูกพืชได้ เกิดการว่างงาน ขาดรายได้จึงได้จัดทำโครงการดังกล่าวขึ้นโดยสนับสนุนให้ชุมชนเกษตรเป็นผู้กำหนดกิจกรรมการเกษตรที่สอดคล้องกับความต้องการและเป็นผู้บริหารจัดการโครงการให้เกิดผลสำเร็จอันจะนำไปสู่การพัฒนาการเกษตรของชุมชนอย่างยั่งยืนเพื่อสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรและชุมชนเกษตรในช่วงฤดูแล้ง พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการเกษตรและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของชุมชนเพื่อช่วยบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนจากภัยแล้งในระยะยาวแนวปฏิบัติของการขับเคลื่อนให้ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีประจำตำบล (ศบกต.) ซึ่งเป็นองค์กรของชุมชน ด้านการเกษตรเป็นตัวแทนของชุมชนขอรับการสนับสนุนงบประมาณ และค่าจ้างแรงงานโดยมีการบูรณาการภาครัฐ

หนึ่งในโครงการที่น่าสนใจนั่นก็คือโครงการก่อสร้างลานตากข้าวชุมชน  ตำบลตาอ็อง อำเภอเมืองสุรินทร์  จังหวัดสุรินทร์ ภายใต้โครงการสร้างรายได้และพัฒนาการเกษตรแก่ชุมชนเพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้ง   ตำบลตาอ็องมีการดำเนินงานของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน คือ ศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชนบ้านตาอ็อง ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 1 ตำบลตาอ็อง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ มีหน้าที่ในการผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีให้กับชุนและเกษตรกรทั่วไป เป็นกลุ่มที่มีความเข้มแข็ง มีการบริหารจัดการกลุ่มที่ดีจนได้รับรางวัลสถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ปี 2558 สาขาศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชน ประเภทข้าวหอมมะลิ โดยเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ผลิตทั้งหมดเป็นข้าวพันธุ์ กข 15

โดยในปีเพาะปลูก 2557/58 สมาชิกและเครือข่าย รวม 81 ราย สามารถผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว กข 15 จำนวน 998 ไร่ ผลิตจำนวน 430 ตัน ที่ผ่านมา ปัญหาที่พบคือไม่มีลานตากข้าวที่ได้มาตรฐาน  เกษตรกรอาศัยตากตามถนน หรือลานดินตามสถานที่ต่า งๆ   ซึ่งไม่เพียงพอสำหรับการตากข้าวในช่วงเร่งด่วน เพื่อแก้ไขปัญหา บรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร ตามความต้องการของเกษตรกร แก้ปัญหาของชุมชนตามความต้องการที่แท้จริง สร้างโอกาสให้ชุมชน พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการเกษตร จึงได้สร้างลานตากข้าวชุมชน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพันธุ์ข้าวของชุมชน   
 

"เอียง พิมพ์จันทร์"ประธานคณะกรรมการบริหารศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชน บ้านตาอ็อง เล่าว่า ก่อนหน้านี้ชาวบ้านไม่มีลานตากเมล็ดพันธุ์แต่จะใช้ถนนตามหมู่บ้านเป็นลานตากแทน สำหรับขนาดลานตากที่ก่อสร้างขึ้นใหม่ดังกล่าวมีขนาดยาว 45 คูณกว้าง 45 เมตรสามารถตากได้ 20 ตันต่อครั้ง โดยใช้เวลาในการตาก 3 - 4 วัน ซึ่งรองรับชาวบ้านที่จะเข้ามาใช้บริการประมาณ 80 ครัวเรือนซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อปี 2557 ชาวบ้านสามารถผลิตเมล็ดพันธุ์ได้ 250 ตัน สำหรับเมล็ดพันธุ์ที่ผลิตได้จะเน้นขายนอกพื้นที่ 60 เปอร์เซ็นต์ ใช้ในหมู่บ้าน 40 เปอร์เซ็นต์ โดยจะขายกิโลกรัม 25 บาท และหากเป็นไปได้จะขอเพิ่มนลานตากออกไปอีก 2 แห่งรวมทั้งตั้งโรงสีวิสาหกิจชุมชนเพื่อเแปรรูปข้าวสารและจำหน่ายเนื่องจากมั่นใจในพันธุ์ข้าวที่ผลิตว่าเป็นพันธุ์ข้าวคุณภาพอยู่ในเกณฑ์ที่กรมการข้าวกำหนดและจาก การบริหารจัดการของศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชนบ้านตาอ็อง ซึ่งมีความเข้มแข็งอยู่แล้ว จะส่งผลให้เกิดความยั่งยืน สร้างรายได้เพิ่มให้แก่เกษตรกร  ทำให้กระบวนการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

เครื่องทำความสะอาดเมล็ดข้าว

อีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจคือ"โครงการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชุมชนและต่อเติมอาคารเก็บปุ๋ย" บ้านตระแบก หมู่ที่ 4  ตำบลสลักได อำเภอเมืองสุรินทร์  จังหวัดสุรินทร์  "อารยา แสงคำ"เลขากลุ่มส่งเสริมอาชีพการผลิตข้าวอินทรีย์ ต.สลักได เล่าความเป็นมาว่าชาวบ้านที่นี่จะทำนาข้าวแบบใช้สารเคมีแต่เมื่อปี 2557 ได้ปรับเปลี่ยนให้มาปลูกข้าวอินทรีย์เพื่อบริโภคกันเองตลอดจนได้เพิ่มการมีส่วนร่วมให้กับเกษตรกรหันมาปุ๋ยอินทรีย์ใช้ในครัวเรือนและจำหน่ายเพื่อเพิ่มรายได้หลังฤดูกาลเพาะปลูก โครงการนี้แม้จะเริ่มทำและมีระยะเวลาดำเนินการในช่วงสั้น ๆ  แต่ด้วยความร่วมมือร่วมแรงร่วมใจ ชาวบ้านต่างเห็นความสำคัญที่จะเริ่มปรับเปลี่ยนสิ่งที่ตนเองทำมาแต่เดิม  ๆ  เช่นรอบการทำนาจะเริ่มช่วงเมษายน และรอฝน ก็ได้หันมาเริ่มศึกษา องค์ความรู้ในด้านต่าง ๆ เช่นการทำปุ๋ยอินทรีย์ดังกล่าวด้วยการประชามพันธ์ให้ทุกคนเข้ามาร่วมอย่างจริงจัง  ด้วยแรงงานที่ว่างจากการทำนา 60 คนนอกจากจะช่วยกันผลิตปุ๋ยอินทรียแล้วยังร่วมกันสร้างอาคารเก็บปุ๋ยอินทรีย์

 

โครงการนี้นอกจากจะช่วยให้มีรายได้ 300 บาทต่อวันตามราคาค่าแรงแล้วสิ่งที่หนึ่งที่ชาวบ้านจะได้รับนั่นก็คือสามารถทำใช้ในครัวเรือนซึ่งวิธีการทำก็ไม่มีอะไรยุ่งยากใช้เวล่เพียง 7 วัน ซึ่งเราสามารถผลิตได้ 2,000 กระสอบในช่วงที่ผ่านมา ขายกระสอบละ 100 บาท  กระสอบละ 25 กก. มีรายได้ล่าสุด 25,180 บาท โดยลูกค้าจะมีทั้งในและนอกหมู่บ้าน สำหรับสัดส่วนในการทำปุ๋ยอินทรีย์จะซื้อมูลวัว มูลสุกรจากชาวบ้าน ผสมกับแกลบดิบ แกลบดำ กากน้ำตาล น้ำหมักชีวภาพ รำอ่อน ทิ้งไว้ 3 วัน จากนั้นมากลับกองปู่ยที่ผสมทิ้งไว้อีก 3 วัน ก็สามารถนำไปใช้ได้

"เมื่อแรกเริ่มเกษตกรยังไม่ให้ความร่วมมือและยังไม่เข้าใจแต่ได้เริ่มทำที่ตัวเองก่อนจนได้ผลและนำไปเผยแพร่ และเมื่อเขามีความเข้าใจแล้ว ไม่เพียงแต่ทำปุ๋ยเพื่อใช้กับนาข้าวแต่ต้องให้ความรู้ การเพิ่มมูลค่า ตลอดจนให้ใช้อินทรีย์มากขึ้นและเคมีลดลง ระหว่างที่ไม่ทำปุ๋ยก็มีแนวคิดทำดินขาย เนื่องจากมีองค์ความรู้เข้ามามากมายและได้รับคำแนะนำจากกรมพัฒนาที่ดิน ทหารจากค่ายสุรนารี และยังมีตั้งเป้าหมายว่าจะแปรรุปข้าวสารโดยมีแพคแกจเอง" 

สำหรับตำบลสลักได ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนาอาศัยน้ำฝนเป็นหลัก ผลผลิตไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับปริมาณและการกระจายตัวของฝน เกษตรกรมีปัญหา ต้นทุนการผลิตสูง ผลผลิตต่อไรต่ำ เนื่องจากดินเสื่อมโทรม ขาดความอุดมสมบูรณ์ อินทรียวัตถุในดินต่ำ เกษตรกรใช้ปุ๋ยเคมีในปริมาณที่มากเกินความจำเป็น และขาดการปรับปรุงบำรุงดิน ตำบลสลักได มีกลุ่มเกษตรอินทรีย์ ที่มีความเข้มแข็ง มีสมาชิก 85 คน ครอบคลุมทุกหมู่บ้าน แต่ยังขาดที่ทำการกลุ่ม จึงได้มีโครงการผลิตปุ๋ยอินทรีย์และต่อเติมอาคารเก็บปุ๋ยปรับปรุงบำรุงดิน ปรับปรุงโครงสร้างดินเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าว มีปุ๋ยอินทรีย์ใช้เพื่อลดต้นทุนการผลิตในชุมชน ในท้องถิ่นภายใต้การบริหารจัดการของกลุ่มเกษตรอินทรีย์  เพื่อความยั่งยืนของกิจกรรม

อีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจไม่น้อยนั่นก็คือ  โครงการจัดหาแหล่งน้ำและระบบส่งน้ำเพื่อการเกษตรด้วยพลังงานแสงอาทิตย์"ขึ้นที่ ม. 7 บ้านหัวช้างและหมู่ที่ 11บ้านกาบอัก  ต.ชุมแสง  อ.กระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ เนื่องจากภัยแล้งคุกคามและสร้างความเดือดร้อนแม้ว่าบางพื้นที่จะมีแหล่งน้ำขนาดใหญ่แต่ระบบการส่งน้ำยังคงเป็นอุปสรรคต่อการเพาะปลูกทำให้มีโครงการดังกล่าว โดยติดตั้งระบบสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์จากแม่น้ำชีเข้าจำนวน 1 จุด  ขุดวางท่อส่งน้ำจากโรงสูบไปยังพื้นที่การเกษตรบ้านหัวช้างระยะทาง 760 เมตร  ขุดลอกคลองส่งน้ำสาธารณะเพื่อขยายพื้นที่ส่งน้ำระยะทาง 920 เมตร  ปลูกกล้วยน้ำว้าบริเวณสันคลองส่งน้ำ 600 ต้น ตลอดจนนาข้าวครอบคลุมพื้นที่ประมาณพันไร่  ทั้งยังช่วยยกระดับคุณภาพของผลผลิตข้าวของเกษตรกรในพื้นที่ซึ่งจากเดิมได้ผลผลิตข้าวไม่เกิน 150 กิโลกรัมต่อไร่ เป็นมากกว่า 450 กิโลกรัมต่อไร่ โดยสามารถพัฒนาระบบการผลิตข้าวของเกษตรกรเข้าสู่ระบบการรับรองมาตรฐาน GAP หรือข้าวอินทรีย์ต่อไป  ช่วยเพิ่มศักยภาพการผลิตพืชเสริมรายได้ให้แก่เกษตรกร อีกทั้งเป็นการบริหารจัดการโดยชุมชน กำกับดูแลโครงการในส่วนของการบำรุงรักษาวัสดุอุปกรณ์ระบบแผนโซล่าเซลระบบสูบน้ำ สร้างกฎระเบียบของหมู่บ้านในการใช้น้ำการบริหารงานกองทุนของโครงการ ในส่วนราชการโดยสำนักงานเกษตรอำเภอเข้ามาจัดระบบการเพาะปลูกพืช จัดทำแผนการผลิตพืชตามความเหมาะสมของพื้นที่ และการตลาดในพื้นที่ และจะมีการขุดวางท่อ และคลองส่งน้ำเพิ่มเติม เพื่อขยายพื้นที่ส่งน้ำให้เกษตรกรได้ใช้ประโยชน์ เพิ่มจำนวนเครื่องสูบผงโซล่าเซลเพื่อเพิ่มกำลังการสูบน้ำให้มากขึ้น

แม่น้ำชี

โครงการสร้างรายได้และพัฒนาการเกษตรแก่ชุมชนเพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้งได้ครอบคลุมภาคกลางยกตัวอย่างเช่นที่ จ.ลพบุรีชาวบ้านที่เข้าร่วมโครงการนี้"สนิท โสภาแจ้ง"ชาวบ้าน ม.3 ต.เขารวก  อ.ลำสนธิ จว.ลพบุรี ผู้หันมาปลูกพืชผักสวนครัวอินทรีย์ปลอดสารเคมี  เล่าว่า  แต่เดิมทำไร่ข้าวโพดแต่มีปัญหาภัยแล้งซ้ำซากประกอบกับสภาวะเศรษฐกิจไม่ดีในช่วงปี 2540 จึงได้ตัดสินใจเข้ารับการอบรมเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงภายในแนวคิดที่ว่าทำอย่างไรที่จะทำให้ภาคการเกษตรและเกษตรกรอยู่ได้ซึ่งเมื่อได้องค์ความรู้จึงได้รวมกลุ่มกับเกษตรกรรายอื่นอีก 15 คนเมื่อปี 2542 จัดตั้งกลุ่มผักปลอดสารพิษ อ.ลำสนธิ ซึ่งผักที่ปลูกจะเป็นผักสวนครัวหลากหลายชนิด ทั้งผักใบ ผักล้มลุก แต่จะเน้นปลูกตามฤดูกาลของผักแต่ละชนิดเพื่อมให้ได้ผลผลิตที่เต็มที่และได้ราคา สำหรับพื้นที่ที่ตนมีทั้งหมด 22 ไร่แต่ละแบ่งเพื่อปลูกผัก 5 ไร่ ทำนา และเลี้ยงสัตว์อาทิ หมูหลุม วัว  เลี้ยงปลา เลี้ยงกบ เป็นต้น

ใบมะตูม


ก่อนหน้านี้ที่"ลุงสนิท"บอกว่าทำไร่ข้าวโพดมาก่อนและได้ปรับเปลี่ยนปลูกผักปลอดสารพิษ 15 ปี แต่ก่อนจะลงมือปลูกผักเหล่านั้น ก็ต้องมีการรปรับปรุงดินเนื่องจากดินได้ผ่านการใช้และมีสารเคมีตกค้างมาเนิ่นนานจากการทำไร่ข้าวโพด โดยวิธีการปรับปรุงดินก็ต้องใช้ปุ๋ยหมัก ใช้นำหมักชีวภาพ  ปรับระบบนิเวศ 4- 5 ปี  เพื่อให้สภาพดินมีความพร้อมและปลอดจากสารเคมีเพื่อให้ผักที่ปลูกปลอดสารเคมีโดยแท้จริง

"จากวันที่เริ่มต้นปลุกผักปลอดสารจนถึงวันนี้แม้ผลที่ได้รับจะช้าเพราะต้องใช้ความอดทนนั้นยาวนานนับสิบปี เพื่อปรับปรุงและฟื้นฟูเพื่อเริ่มใหม่ในทุกอย่างแต่ก็ถือว่าคุ้มค่าและมีความยั่งยืนเนื่องจากมีรายได้หมุนเวียนตลอดและทุกวันซึ่งสามารถเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้ไม่ลำบากอะไร"

บวบเหลี่ยม

โครงการพัฒนาระบบรางส่งน้ำ-สร้างฝายชะลอน้ำ-ซ่อมแซมคลอง

กรมส่งเสริมการเกษตรถือเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินโครงการโดย"โอฬาร พิทักษ์"อธิบดี บอกว่า โครงการบรรลุประสงค์ไป 98 เปอร์เซ็นต์และถือว่ามีประโยชน์มากเพราะช่วยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการเกษตรเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของชุมชน บรรเทาความเดือดร้อนจากภัยแล้งในระยะยาวส่งผลให้ชุมชนได้รับประโยชน์เพราะบริหารจัดการกันเองและถือเป็นโครงการที่ตอบโจทย์ของรัฐบาลที่ต้องการให้ความช่วยเหลือเกษตรกร ทั้งเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตกรรและเป็นการท้าทายความคิดของเกษตรกรเช่นกัน เพราะเราใช้งบประมาณไปกับภูมิปัญญาชาวบ้าน

ในเดือนกรกฎาคม คณะกรมการบริหารโครงการสร้างรายได้และพัฒนาการเกษตรแก่ชุมชนเพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้งระดับกระทรวงจะสรุปผลโครงการซึ่งจะพิจารณาถึงโครงการที่มีต่อเนื่อง เร่งด่วน หรือเป็นโครงการที่จะเกิดประโยชน์ต่องเกษตรกรชุมชนเพื่อเสนอครม.ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงการเกี่ยวกับแหล่งน้ำ  การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ก่อนหน้านี้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร(สศก.)ได้ประเมินโครงการในเบื้องต้นซึ่งพบว่าเป็นโครงการที่ได้รับดีเนื่องจากให้ชุมชนดำเนินการเองเป็นกระบวนการของชาวบ้านทุกอย่างและเข้าสู่ชุมชนไม่ได้เป็นการว่าจ้างเอกชนมาดำเนินการซึ่งรู้สึกดีใจกับชาวบ้านที่จะมีรายได้ในช่วงหน้าแล้งถือเป็นความมุ่งมั่นตั้งใจของรัฐบาล

 

                                   


เรื่องที่มีผู้อ่านสูงสุด จาก NationTV


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
BlueHill วันที่ : 02/07/2015 เวลา : 11.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ผักปลอดสารพิษ เป็นที่นิยมมากครับ
ผมซื้อกินประจำ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
แม่หมี วันที่ : 01/07/2015 เวลา : 19.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ยอดเยี่ยมค่ะ เป็นตัวอย่างให้ชุมชนอื่นๆทำตามได้เลย

ร่วมมือร่วมใจกันแบบนี้ แจ่มจริงๆ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

คาวบอย

44

View All
<< มิถุนายน 2015 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]