• countrygirl
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : countrythai_girl@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-22
  • จำนวนเรื่อง : 187
  • จำนวนผู้ชม : 491898
  • ส่ง msg :
  • โหวต 159 คน
countrygirl
หญิงชาวบ้าน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/countrygirl
วันพุธ ที่ 29 กรกฎาคม 2558
Posted by countrygirl , ผู้อ่าน : 2904 , 10:50:41 น.  
หมวด : เกษตรกรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน สิงห์นอกระบบ , BlueHill และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

 

จากสถานการณ์ปัจจุบันประเทศไทยประสบปัญหาขาดแคลนน้ำในการทำการเกษตร เพื่อให้ชาวนาสามารถปลูกข้าวในสภาวะขาดแคลนน้ำกรมการข้าวได้แนะนำเทคนิคการจัดการน้ำอย่างประหยัดโดยวิธีเปียกสลับแห้ง โดย"ชาญพิทยา ฉิมพาลี" อธิบดีกรมการข้าว กล่าวในรายละเอียดว่า ขั้นตอนการจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้งเริ่มจากการเตรียมดินปรับให้พื้นที่เสมอกันติดตั้งท่อดูน้ำที่เป็นท่อพีวีซีขนาดความยาว 25 ซม.เส้นผ่านศูนย์กลาง 4 นิ้ว เจาะรูด้วยสว่านเส้นผ่านศูนย์กลางหุนครึ่งถึงสองหุน 4- 5 แถวรอบ ๆ ท่อ แต่ละรูห่างกัน 5 ซม. ฝังลงไป20ซม.ให้ปากท่อโผล่ขึ้นพ้นผิวดิน 5 ซม.ควักดินในท่อออกให้หมด เมื่อหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวแล้วระบายน้ำออกจากนาให้แห้ง

เมื่อข้าวอายุ 10 - 12 วัน ให้พ่นสารกำจัดวัชพืชโดยพิจารณาตามชนิดของวัชพืชที่เกิดขึ้น เมื่อวัชพืชตายได้ 3 วันให้เพิ่มระดับน้ำในนาประมาณ 3 ซม. ขังนาน 3 วัน และใส่ปุ๋ยเคมีครั้งแรกด้วยปุ๋ยแอมโมเนียมฟสเฟตสูตร 16-20-0 อัตรา 30 กก./ไร่ แล้วรักษาระดับน้ำผิวดินขังไว้จนกระทั่งน้ำแห้ง หากพบวัชพืชให้รีบกำจัดออก จากนั้น 2 สัปดาห์น้ำในนาเริ่มแห้งดินเริ่มแตกระแหงให้ระบายน้ำลงนาระดับ 3-5ซม.ขังไว้จนน้ำแห้งและให้น้ำเปียกสลับแห้งจนข้าวอายุประมาณ 45-50 วัน หากพบวัชพืชต้องรีบกำจัดก่อนใส่ปุ๋ยครั้งที่สองพอข้าวอยู่ในระยะแตกกอสูงสุด(อายุ 45-50วัน) ให้เพิ่มระดับน้ำนาสูง 5 ซม.ขังไว้ 3 วันจนข้าวกำเนิดช่อดอกหรือข้าวตั้งท้อง(อายุ 50-55 วัน)ใส่ปุ๋ยยูเรีย 46--0-0 อัตรา 10-15 กก./ไร่จากนั้น 7 วันให้เพิ่มระดับน้ำ 10 ซม. รักษาระดับน้ำจนข้าวออกดอกถึงระยะแห้งในเมล็ดเริ่มแข็ง(15-20วันหลังข้าวออกดอก)หลังข้าวออกดอกแล้ว 20 วัน ระบายน้ำออกจากแปลงให้แห้งเพื่อเร่งการสุกแก่

 

 

 

 

 

 

 

 




 

การส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกข้าวแบบประหยัดน้ำโดยวิธีเปียกสลับแห้ง สามารถปลูกได้ทั้งนาปรังและนาปีซึ่งช่วยประหยัดน้ำลดค่าเชื้อเพลิงในการสูบน้ำเข้าแปลงนา และเป็นการกระตุ้นรากข้าวให้ดูดซับธาตุอาหารให้ดีขึ้น ทำให้ใส่ปุ๋ยได้น้อยประหยัดต้นทุนการทำนา โดยปกติการทำนาเกษตรกรส่วนใหญ่ใช้วิธีขังน้ำไว้ในนาตลอดการปลูกจึงต้องใช้น้ำประมาณ 1,200-1,300 ลบ.ม./ไร่/ฤดู แต่วิธีการนี้สามารถประหยัดการใช้น้ำลงจากเดิมไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 - 50 หรือประมาณ 900 ลบ.ม. กรมการข้าว มีเป้าหมายส่งเสริมแก่เกษตรกรทั่วประเทศอย่างต่อเนื่องไม่เฉพาะในช่วงฤดูแล้งหรือฝนทิ้งช่วงเท่านั้น เนื่องจากน้ำเป็นทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไปต้องรณรงค์ให้ใช้อย่างประหยัดรู้ค่าเพื่อความมั่นในอนาคต


 


"การฝังท่อในนาช่วยให้สามารถดูระดับน้ำ เนื่องจากผืนนาโดยทั่วไปไม่มีการฝังท่อทำให้เห็นว่าน้ำแห้งแต่ความเป็นจริงยังมีน้ำใต้ดินหล่อเลี้ยงอยู่ อีกทั้งข้าวไม่ใช่พืชน้ำ การเอาน้ำไปแช่ไว้จึงไม่จำเป็น แต่ต้องการเพียงบางช่วงระยะเวลาเท่านั้น เช่นการใส่ปุ๋ยเพื่อเจือจางและละลาย หรือในช่วงที่ข้าวตั้งท้องที่ข้าวต้องการน้ำมาก เกษตรกรที่ปลูกข้าวไปแล้วนั้นก็สามารถใช้วิธีการนี้ได้ เพื่อให้เกษตรกรผลิตข้าวในสภาวะน้ำชลประทานมีจำกัดให้เกิดประโยชน์และประสิทธิสูงสุด ซึ่งในฤดูกาลหน้ากรมการข้าวจะขยายวิธีการดังกล่าวไปยัง 22 จว.ลุ่มน้ำเจ้าพระยา และถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือก รวมทั้งมีการศึกษาปรับปรุงพันธุ์ข้าวอายุสั้น ปลูกในพื้นที่มีน้ำน้อยหรือ"แอโรบิคไรท์"ให้กับเกษตรกรในสภาวะน้ำขาดแคลนซึ่งเราต้องเตรียมตัวต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 "พิชัย เกียรติสมพร"ชาวนาม.4 ต.สวนแตง อ.เมือง จว.สุพรรณ ซึ่งเข้าร่วมโครงการส่งเสริมการปลูกข้าวแบบประหยัดน้ำโดยวิธีเปียกสลับแห้ง บอกว่า ได้เริ่มทดลองปลูกข้าวด้วยวิธีดังกล่าวเมื่อ 3 ปีก่อน เนื่องจากต้องการลดต้นทุนการผลิตในแปลงนาแต่ไม่ได้มีปัญหาเรื่องขาดแคลนน้ำหรือภัยแล้งแต่อย่างใด วิธีการปลูกข้าวดังกล่าวจะเริ่มจากการปรับดินให้มีความเสม่ำเสมอกันและฝังท่อพีวีซีลงไปใต้ดินโดยให้ท่อพ้นหน้าดินเพื่อให้สามารถรู้ปริมาณน้ำในแปลงนาว่าลดลงเท่าไหร่ ซึ่งการปลูกข้าวของตนด้วยวิธีดังกล่าวจะปล่อยน้ำเข้านา 4 ครั้งต่อรอบการปลูกข้าว

 

โดยผลจากการปลูกด้วยวิธีนี้ เห็นได้ชัดว่ามีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากได้เมล็ดข้าวที่สวยกว่าเดิม ผลผลิตมากขึ้นจาก 700 กิโลกรัม /ไร่ เป็น 900-1,200 กิโลกรัม / ไร่ใช้เวลาในการปลูกสั้นลง แมลงไม่รบกวน เนื่องจากไม่ได้มีน้ำเข้านาตลอดทำให้เห็นว่านาแล้งไม่มีน้ำนั่นเอง อีกทั้งเหมาะกับเกษตกรทั่วประเทศแต่ขณะที่ยังไม่แพร่หลายเนื่องจากยังไม่มีองค์ความรู้และการนำไปเผยแพร่อีกทั้งเกษตรกรยังคุ้นชินกับการปลูกข้าวแบบเดิม

 

 

ลองอ่านดูอีกครั้งนะคะรายละเอียดทุกขั้นตอนสำหรับเทคนิคการจัดการน้ำอย่างประหยัดแบบเปียกสลับแห้ง สำหรับพันธุ์ข้าวอายุเก็บเกี่ยวประมาณ 110 วัน 
1. เตรียมดินแปลงนาหว่านด้วยวิธีการที่เกษตรกรนิยมปฏิบัติ 
2. ติดตั้งท่อดูน้ำ บนพื้นที่นาที่มีความสม่ำเสมอ 1-2 จุด 
3.หว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวตามอัตราที่กำหนด หลังจากนั้นระบายน้ำออกจากแปลงนาให้แห้ง 
4. หลังหว่านเมล็ดพันธุ์ 1-2 วัน พ่นสารเคมีควบคุมก่อนวัชพืชงอก
5. หลังหว่านข้าวแล้ว 15-20 วัน ถ้าระดับน้ำในท่อดูน้ำลดต่ำลงมากกว่า 10 ซม. (รูที่ 3) ให้ทดน้ำเข้าแปลงนาจนท่วมปากท่อดูน้ำ 
6.หลังหว่านข้าวแล้วประมาณ 20-25 วัน ถ้าพบว่าในแปลงนามีวัชพืชขึ้น พ่นสารกำจัดวัชพืชโดยใช้ ชนิดสารเคมีและวิธีการใช้สารเคมีตามชนิดของวัชพืชที่เป็นปัญหาในพื้นที่อีกครั้งหนึ่ง
7. ก่อนการใส่ปุ๋ยครั้งแรก เพิ่มระดับน้ำในนาท่วมปากท่อดูน้ำ ขังน้ำไว้ 3 วัน 
8. ใส่ปุ๋ยเคมีครั้งแรก (20-25 วันหลังหว่านข้าว) โดยใช้ปุ๋ยเคมีแอมโมเนียมฟอสเฟต สูตร 16-20-0 (ดินเหนียว) สูตร 16-16-8 (ดินทราย) อัตรา 30 กิโลกรัม/ไร่ หลังจากใส่ปุ๋ยรักษาระดับน้ำท่วมผิวดิน น้ำในนาเริ่มลดลงและแห้งลง
9. หลังจากใส่ปุ๋ยครั้งแรก เป็นช่วงระยะเวลาจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง ตรวจดูระดับน้ำใต้ดินจากท่อดูน้ำ ถ้าระดับน้ำในท่อดูน้ำลดต่ำลงมากกว่า 10 ซม. (รูที่ 3 ) ทดน้ำลงนาให้ท่วมปากท่อดูน้ำ ขังน้ำไว้จนกระทั่งน้ำแห้ง และให้น้ำแบบนี้จนกระทั่งข้าวเริ่มตั้งท้อง 
10. ระยะข้าวเริ่มตั้งท้อง ข้าวมีความต้องการน้ำมากขึ้น ทดน้ำลงนาท่วมปากท่อดูน้ำ ขังไว้ 3 วัน ใส่ปุ๋ยเคมีครั้งที่ 2 โดยใช้ปุ๋ยยูเรีย (46-0-0) อัตรา 10-15 กิโลกรัม/ไร่ 
11. ระยะข้าวเริ่มตั้งท้อง ออกดอก ถึงระยะแป้งในเมล็ดเริ่มแข็ง (50 วันหลังข้าวเริ่มตั้งท้อง) เป็นช่วงที่ข้าวขาดน้ำไม่ได้ รักษาระดับน้ำในแปลงนาให้สูงกว่าปากท่อดูน้ำ (10 ซม.)
12. หลังข้าวออกดอกแล้ว 20 วัน ข้าวไม่ต้องการน้ำแล้ว เก็บท่อดูน้ำ และระบายน้ำออกจากแปลงให้แห้งเพื่อเร่งการสุกแก่

 

 

 

 

 

 

ส่วนการจัดการน้ำให้เหมาะสมกับช่วงระยะการเจริญเติบโตและใช้ปัจจัยการผลิตนั้นแบ่งเป็น ระยะการเจริญเติบโตของข้าว ระยะเตรียมดิน ที่ต้องการน้ำเตรียมดินทำเทือก ส่วนระยะปลูกหรือหว่านใหม่ การจัดการป้องกันกำจัดวัชพืช การใส่ปุ๋ยครั้งที่ 1 ในช่วงนี้หลังหว่านข้าวลดระดับน้ำให้แห้ง ช่วงใส่ปุ๋ยครั้งแรกต้องมีน้ำ ขณะที่ระยะข้าวแตกกอถึงแตกกอสูงสุด การใส่ปุ๋ยครั้งที่ 2 ช่วงนี้ ต้องการน้ำแต่ไม่มาก ช่วงใส่ปุ๋ยครั้งที่สองต้องมีน้ำ ส่วนระยะข้าวตั้งท้องถึงออกดอก ต้องการน้ำมากขาดไม่ได้ ในระยะสุดระยะข้าวเริ่มสุกแก่ถึงเก็บเกี่ยว ไม่ต้องการน้ำ ระบายออกให้แห้ง 

โดยระยะการเจริญเติบโตของข้าวและความต้องการน้ำ - ระยะกล้า หรือระยะ 7-10 วันหลังหว่านข้าวใหม่ ข้าวมีความต้องการน้ำค่อนข้างน้อย มีความต้องการเพื่อการบังคับให้เมล็ดงอก ซึ่งในความเป็นจริงถ้าเมล็ดถูกแช่น้ำ การพัฒนาของรากข้าวจะมีผลกระทบจากการขาดออกซิเจนมากกว่า การควบคุมระดับน้ำในนาในระยะแรกหลังข้าวงอก ในระดับพอเพียงและไม่ขาด จะมีผลดีต่อประสิทธิภาพการใช้ปัจจัยการผลิต เช่น สารป้องกันกำจัดวัชพืช และ ปุ๋ยเคมีปัญหาวัชพืชมีมากขึ้น ถ้าควบคุมน้ำไม่ดี

ระยะการเจริญเติบโตทางลำต้นและใบ (เริ่มแตกกอ-แตกกอสูงสุด) ข้าวต้องการน้ำแต่ไม่มาก ข้าวที่มีการแตกกอดี ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่ผลผลิตสูง หลังจากปลูกข้าวควรให้น้ำในแปลงอย่างเพียงพอเพื่อช่วยให้รากข้าวเจริญเติบโตแผ่ขยายทั้งในแนวราบและแนวดิ่ง ภายหลังการพัฒนาของรากในระยะกล้า เพื่อช่วยให้ข้าวมีระบบรากแข็งแรง แตกกอได้ดี ในแปลงนามีน้ำค่อนข้างน้อยการเจริญของรากในแนวดิ่งจะมีมากกว่าในแปลงนาที่มีน้ำมาก ในแปลงที่มีการขังน้ำมากเกินไป จะมีผลทำให้ข้าวจะมีลำต้นสูงและแตกกอน้อย ใบมีสีซีด อ่อนแอ แปละน้ำ หักล้มได้ง่าย

ระยะการเจริญเติบโตทางด้านพันธุ์ (สร้างรวงอ่อน - ออกดอกและสะสมน้ำหนักแห้งในเมล็ด) ระยะนี้เป็นช่วงที่ข้าวต้องการน้ำมาก และเป็นช่วงวิกฤตที่ข้าวจะขาดน้ำไม่ได้ และเกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อผลผลิต เนื่องจากมีอัตราเมล็ดลีบสูงมาก (ม้าน) แต่ถ้าข้าวได้รับน้ำมากเกินไปในระยะข้าวตั้งท้องก่อนออกดอก (น้ำท่วมท้อง) เมล็ดข้าวลีบมากขึ้น ต้นข้าวจะอ่อนและหักล้มง่าย ซึ่งมีผลต่อผลผลิตเช่นเดียวกันถ้าการหักล้มนั้นเกิดขึ้นในช่วงข้าวออกดอกและเมล็ดกำลังพัฒนา

ระยะสุกแก่ หลังข้าวออกดอกแล้ว 15-20 วัน (ก่อนการเก็บเกี่ยว 1-2 สัปดาห์) เมล็ดข้าวเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ข้าวไม่ต้องการน้ำ การระบายน้ำออกจากแปลงนาก่อนการเก็บเกี่ยว 10-15 วัน จะช่วยเร่งให้ข้าวสุกแก่สม่ำเสมอ และพื้นนาแห้งเหมาะสำหรับการเก็บเกี่ยวด้วยเครื่องจักร และทำให้มีอัตราการสูญเสียผลผลิตจากการเก็บเกี่ยวลดน้อยลง

 

 

 

 

 

 





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

คาวบอย

44

View All
<< กรกฎาคม 2015 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]