• countrygirl
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : countrythai_girl@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-22
  • จำนวนเรื่อง : 187
  • จำนวนผู้ชม : 491869
  • ส่ง msg :
  • โหวต 159 คน
countrygirl
หญิงชาวบ้าน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/countrygirl
วันพฤหัสบดี ที่ 12 พฤศจิกายน 2558
Posted by countrygirl , ผู้อ่าน : 2015 , 16:08:26 น.  
หมวด : เกษตรกรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน BlueHill โหวตเรื่องนี้

อ้อยเป็นพืชอีกชนิดหนึ่งที่เกษตรกรกำลังให้ความสนใจปลูกเนื่องจากว่าเป็นพืชที่ให้ผลผลิตสูงนอกจากนั้น อ้อยยังเป็นพืชที่สามารถใช้เป็นพืชทดแทนพลังงานซึ่งกรมวิชาการเกษตรกำลังศึกษาค้นคว้า วิจัย เกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องด้วยเช่นเดียวกันเพื่อที่จะให้อ้อยเป็นอีกหนึ่งพืชทางเลือกที่จะสามารถใช้เป็นพืชทดแทนพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคตในเรื่องของอ้อยที่กรมวิชาการเกษตรได้มีการพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์อ้อยมาอย่างต่อเนื่อง

"จารินี จันทร์คำ"ผอ.ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรสุพรรณบุรี บอกว่าการปรับปรุงพันธุ์อ้อยสามารถปลูกในนาข้าวโดยสลับกันไปในแต่ละฤดูกาลของจว.สุพรรณบุรี แต่ละครั้งที่มีการออกพันธุ์อ่อนใหม่จะต้องได้ผลผลิตและน้ำตาลเพิ่มมากขึ้้นไม่ต่่ำกว่าพันธุ์เดิมหรือให้มีความโดดเด่นด้านอื่นเช่นต้านทานโรค ทนทานต่อสภาพแวดล้อมต่าง และลดความเสี่ยงต่าง ๆ ซึ่งการออกพันธุ์ใหม่จะใช้เวลาขั้นต่ำ 12 ปีถึงกระนั้นแม้ว่าจะใช้ระยะเวลา 12 ปีแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้พันธุ์ใหม่เสมอไปสำหรับจว.สุพรรณบุรีมีการปลูกอ้อยประมาณ 7 แสนไร่ แต่บางปี 6 แสนไร่ การปลูกดังกล่าวเป็นตามโควต้าของโรงงานที่มีความต้องการและมีความเสี่ยงน้อยประกอบอ้อยเป็นพืชที่ใช้น้ำน้อย 1 ไร่ใช้ประมาณ 1500 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่ต่อหนึ่งฤดูกาลปลูกหรือ 1 ปี แต่ข้าวจะใช้น้ำมากกว่าเพราะปลูกหลายรอบแต่ละรอบใช้น้ำ1,200-1,300ลูกบาศก์เมตรต่อไร่

น.ส.สุนี ศรีสิงห์ นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรสุพรรณบุรี บอกว่า โรงงานต้องการอ้อยจำนวนมากเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตน้ำตาล อ้อยถือเป็นทางเลือกที่ปลูกทดแทนข้าวได้เพราะใช้น้ำน้อยแต่ด้วยปัญหาแรงงานจึงทำให้มีการคิดค้นอุปกรณ์ทางการเกษตรช่วยเหลือเกษตกรที่ช่วยให้เพิ่มรายได้และผลตอบแทนได้เป็นอย่างดีและราคาไม่ตกเนื่องจากรัฐบาลรับประกันราคาแต่ราคาจะดีหรือไม่อย่างไรก็อยู่ที่การดูแลของเกษตรกรผู้ปลูกด้วยเช่นการไม่เผาใบอ้อย

                                                    

                                                       

"อ้อยน่าจะเป็นพืชทางเลือกที่ดีสำหรับหน้าแล้ง เพราะโรงงานต้องการอ้อยตลอดเวลาเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบซึ่งการปลูกสลับกับข้าวจะไม่มีปัญหาเรื่องดินซึ่งปัจจุบันมีการนำเครื่องจักรกลการเกษตรมาใช้ในไร่อ้อยเช่นเครื่องสับใบกลบเศษซากอ้อยใช้แก้ปัญหาการเผาใบอ้อยก่อนการเตรียมดิน รถตัดอ้อยสดชนิดตัดเป็นลำใช้แก้ปัญหาการเผาใบอ้อยก่อนการเก็บเกี่ยว เครื่องสางใบอ้อยใช้แกัปัญหาการเผาใบอ้อยก่อนการเก็บเกี่ยว เครื่องเตรียมดินปลูกอ้อย เครื่องปลุกอ้อยขนาดกลาง โดยหากเป็นเกษตกรรรายย่อยโรงงานจะให้ยืมและมีค่าใช้จ่ายเมื่อมีผลผลิตโดยได้ไร่ละ 1 หมื่นบาทหรือตามแต่ตกลงเรียกว่าซื้อเขียว"

 

                                                            

สำหรับพันธุ์ที่โรงงานน้ำตาลต้องการคืออู่ทอง 9 อ้อยซึ่งเป็นอ้อยพันธุ์ดี ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรสุพรรณบุรี กรมวิชาการเกษตร ได้วิจัยและพัฒนาพันธุ์อ้อยเพื่อให้ได้อ้อยพันธุ์ใหม่แก้ปัญหาดังกล่าวให้เกษตรกร โดยได้เริ่มปรับปรุงและพัฒนาสายพันธุ์ตามหลักวิชาการตั้งแต่ปี 2542 นำพันธุ์อ้อยมาผสมข้ามโดยมีพันธุ์ 94-2-128 เป็นพันธุ์แม่และพันธุ์ 94-2-270 เป็นพันธุ์พ่อ จนประสบความสำเร็จได้อ้อยพันธุ์ใหม่ที่ให้ผลผลิตสูง ผ่านการรับรองพันธุ์จากคณะกรรมการวิจัยปรับปรุงพันธุ์พืช กรมวิชาการเกษตรให้เป็นพันธุ์รับรองในปี 2552 ใช้ชื่อว่า“อ้อยพันธุ์อู่ทอง 9” อ้อยพันธุ์อู่ทอง 9 มีลักษณะเด่นคือให้ผลผลิตสูงเฉลี่ย 17.50 ตัน / ไร่ ซึ่งสูงกว่าพันธุ์อู่ทอง 3 ซึ่งเป็นพันธุ์เปรียบเทียบที่ให้ผลผลิตเฉลี่ย 14.25 ตัน / ไร่ อ้อยพันธ์อู่ทอง 9 ยังให้ผลผลิตน้ำตาลสูงถึง 2.45 ตันซีซีเอส / ไร่ ที่สำคัญสามารถต้านทานโรคเหี่ยวเน่าแดงได้ดีกว่าพันธุ์อู่ทอง 3 จากการนำอ้อยพันธุ์อู่ทอง 9 ไปปลูกทดสอบในไร่ของเกษตรกรจังหวัดสุพรรณบุรี กาญจนบุรี เพชรบุรีและกำแพงเพชร ซึ่งเป็นแหล่งปลูกอ้อยที่สำคัญของประเทศไทย พบว่าเกษตรกรมีความพึงพอใจในคุณสมบัติของอ้อยพันธุ์อู่ทอง 9 เนื่องจากให้ผลผลิตต่อไร่และผลผลิตน้ำตาลสูง ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่โรงงานน้ำตาลมีความต้องการ ปัจจุบันศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรสุพรรณบุรี ได้ขยายพันธุ์อ้อยอู่ทอง 9ให้เกษตรกรได้นำไปปลูกแล้วจำนวนมากพร้อมกับได้สร้างเครือข่ายเกษตรกรผู้ผลิตท่อนพันธุ์อ้อยอู่ทอง 9 ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี กาญจนบุรี และกำแพงเพชร เพื่อช่วยผลิตท่อนพันธุ์อ้อยอู่ทอง 9 ให้ทันและเพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร   

                                                         

นอกจากนี้กรมวิชาการเกษตรได้ประสบความสำเร็จในการปรับปรุงพันธุ์อ้อยพันธุ์ใหม่เพิ่มอีก 2 พันธุ์ ซึ่งคณะกรรมการวิจัยปรับปรุงพันธุ์พืชได้ประกาศเป็นพันธุ์แนะนำของกรมวิชาการเกษตรแล้ว คือ “อ้อยพันธุ์อู่ทอง14” และ “พันธุ์อู่ทอง15” เป็นทางเลือกให้กับชาวไร่อ้อยที่ต้องการใช้พืชพันธุ์ใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยเฉพาะการเพิ่มผลผลิตต่อไร่สูงขึ้น สำหรับอ้อยพันธุ์อู่ทอง14 เป็นลูกผสมระหว่างพันธุ์แม่ 84-2-646 กับพันธุ์พ่ออู่ทอง3 ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรสุพรรณบุรี อ้อยพันธุ์นี้มีลักษณะเด่น คือ ปลูกในพื้นที่ดินด่าง pH 7.8 ให้ผลผลิตน้ำหนักเฉลี่ย 21.19 ตัน/ไร่ สูงกว่าพันธุ์K84-200 ที่ให้ผลผลิต 14.96 ตัน/ไร่ คิดเป็น 42 % และให้ผลผลิตน้ำตาลเฉลี่ย 3.34 ตันซีซีเอส/ไร่ สูงกว่าพันธุ์K84-200 คิดเป็น 58 % 

 

หากปลูกในดินด่างชุดตาคลี ที่มี pH 8.1 อ้อยพันธุ์อู่ทอง14 จะให้ผลผลิต 17.1 ตัน/ไร่ในอ้อยปลูก และ 11 ตัน ตันไร่ในอ้อยตอ 1 ส่วนในดินด่างชุดลำนารายณ์ ที่ค่า pH 8.0 จะให้ผลผลิตน้ำหนักเฉลี่ย 27.32 ตัน/ไร่ สูงกว่าพันธุ์LK92-11 และเมื่อปรับปรุงดินด้วยการใส่กำมะถันผงในอ้อยปลูก จะให้ผลผลิตสูงถึง 28.64 ตัน/ไร่ ขณะที่พื้นที่ปลูกปลายฝนเขตน้ำฝน อ้อยพันธุ์อู่ทอง14 จะให้ผลผลิตน้ำหนักเฉลี่ย 18.28 ตัน/ไร่ สูงกว่าพันธุ์LK92-11 ที่ให้ผลผลิต 16.56 ตัน/ไร่ คิดเป็น 10 % และให้ผลผลิตน้ำตาลเฉลี่ย 2.57 ตันซีซีเอส/ไร่ สูงกว่าพันธุ์LK92-11 คิดเป็น 8 % สำหรับพื้นที่ปลูกต้นฝนเขตน้ำฝนให้ผลผลิตน้ำหนักเฉลี่ย 12.53 ตัน/ไร่ สูงกว่าพันธุ์LK92-11 ที่ให้ผลผลิต 11.94 ตัน/ไร่ คิดเป็น 5 % และให้ผลผลิตน้ำตาลเฉลี่ย 1.83 ตันซีซีเอส/ไร่ นอกจากนั้น อ้อยพันธุ์อู่ทอง14 ยังมีความต้านทานโรคเหี่ยวเน่าแดงปานกลาง พื้นที่แนะนำ คือ พื้นที่ปลูกปลายฝนเขตน้ำฝนที่จังหวัดนครสวรรค์ บุรีรัมย์ ขอนแก่น และพื้นที่ปลูกต้นฝน ได้แก่ จังหวัดเพชรบูรณ์ ลพบุรี และกาญจนบุรี ทั้งนี้ ไม่ควรปลูกอ้อยพันธุ์อู่ทอง14 ในแหล่งที่มีประวัติโรคแส้ดำระบาดรุนแรง

ส่วนอ้อยพันธุ์อู่ทอง15 เป็นลูกผสมตัวเองของพันธุ์อู่ทอง 2 มีลักษณะเด่น คือ ถ้าปลูกในดินร่วนปนทราย จะให้ผลผลิตน้ำหนักเฉลี่ย 16.97 ตัน/ไร่ สูงกว่าพันธุ์ K84-200 ที่ให้ผลผลิต 15.08 ตัน/ไร่ คิดเป็น 13 % ทั้งยังสูงกว่าพันธุ์อู่ทอง3 ที่ให้ผลผลิต 15.55 ตัน/ไร่ คิดเป็น 9 % และให้ผลผลิตน้ำตาลเฉลี่ย 2.47 ตันซีซีเอส/ไร่ สูงกว่าพันธุ์ K84-200 คิดเป็น 11 % และสูงกว่าพันธุ์อู่ทอง3 คิดเป็น 5 % สำหรับพื้นที่ปลูกปลายฝนเขตน้ำฝน ให้ผลผลิตน้ำหนักเฉลี่ย 17.91 ตัน/ไร่ สูงกว่าพันธุ์ LK92-11 ที่ให้ผลผลิต 14.53 ตัน/ไร่ คิดเป็น 23 % และให้ผลผลิตน้ำตาลเฉลี่ย 2.37 ตันซีซีเอส/ไร่ สูงกว่าพันธุ์ LK92-11 ประมาณ 12 % พื้นที่ปลูกต้นฝนเขตน้ำฝน อ้อยพันธุ์อู่ทอง15 ให้ผลผลิตน้ำหนักเฉลี่ย 12.42 ตัน/ไร่ สูงกว่าพันธุ์ LK92-11 ที่ให้ผลผลิต 11.03 ตัน/ไร่ คิดเป็น 13 % และให้ผลผลิตน้ำตาลเฉลี่ย 1.79 ตันซีซีเอส/ไร่ สูงกว่าพันธุ์ LK92-11 คิดเป็น 15 % โดยพื้นที่แนะนำให้ปลูกอ้อยพันธุ์อู่ทอง15 คือ ในดินร่วนปนทรายจังหวัดเพชรบุรี กาญจนบุรี และสุพรรณบุรี สำหรับพื้นที่ปลูกปลายฝนเขตน้ำฝน ได้แก่ จังหวัดบุรีรัมย์ ขอนแก่น นครราชสีมา และชลบุรี และพื้นที่ปลูกต้นฝนเขตน้ำฝน ได้แก่ จังหวัดลพบุรี และกาญจนบุรี ทั้งนี้ ควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีน้ำขังและมีโรคเหี่ยวเน่าแดงระบาด

                                                     

กรมวิชาการเกษตรได้มอบหมายให้ศูนย์วิจัยพืชไร่สุพรรณบุรี เร่งผลิตท่อนพันธุ์อ้อยอู่ทอง14 และพันธุ์อู่ทอง15 เพื่อรองรับความต้องการของเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่จะนำไปปลูกเพื่อยกระดับผลผลิตต่อไร่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งคาดว่า จะเป็นอ้อยพันธุ์ใหม่ที่ได้รับความนิยมสูงขึ้นในอนาคต” หากสนใจข้อมูลเกี่ยวกับ “อ้อยพันธุ์อู่ทอง 14 และ พันธุ์อู่ทอง 15” สามารถสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี โทร. 0-3555-1543, 0-3555-1433, 0-3556-4863

"ส่วนพันธุ์อื่นๆ ที่น่าสนใจนั่นก็คือ ได้มีการปรับปรุงพันธุ์อ้อยใหม่เพื่อปรับให้ผลผลิตดีขึ้นเนื่องจากโรคแมลงได้ปรับตัวไปเรื่อย ๆ อ้อยบางพันธุ์ได้ปรับปรุงสำหรับเฉพาะพื้นที่และในปี 2560 จะมีการออกพันธุ์มาเพื่อเฉลิมฉลองพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 90 พรรษา"อธิบดีกรมวิชาการเกษตร สมชาย ชาญณรงค์กุล เปิดเผย

                                                 

นอกจากจะปลูกอ้อยแล้วเกษตรกรบางรายได้หันมาขยายท่อนพันธุ์อ้อยจำหน่ายโดย"สรวิส ศรีพิมานวัฒนะ"ชาวไร่ ต.ตลาดเขต อ.พนมทวน จว.กาญจบุรี บอกว่า มีไร่อ้อยปลูกพันธุ์อู่ทอง 12 จำนวน 80 ไร่ ซึ่งการปลูกอ้อยเพื่อขยายท่อนพันธุ์จะต้องพิถีพิถันมากและต้องได้มาตรฐานต้องใส่ใจดูแลอย่างใกล้ชิดซึ่งใช้เวลาปลุก 6 เดือน โดยขายท่อนพันธุ์ต่อไร่จะได้ 10 ตัน ๆ ละ 2,000 บาทแต่หากตัดเอาท่อนพันธุ์เองตันละ 1,800 บาท ปัจจุบันศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรสุพรรณบุรี ได้ขยายพันธุ์อ้อยอู่ทอง 9ให้เกษตรกรได้นำไปปลูกแล้วจำนวนมากพร้อมกับได้สร้างเครือข่ายเกษตรกรผู้ผลิตท่อนพันธุ์อ้อยอู่ทอง 9 ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี กาญจนบุรี และกำแพงเพชร เพื่อช่วยผลิตท่7384อนพันธุ์อ้อยอู่ทอง 9 ให้ทันและเพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยทั่วประเทศ

                                                         


                                                         

  





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

คาวบอย

44

View All
<< พฤศจิกายน 2015 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]