*/
  • countrygirl
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : countrythai_girl@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-22
  • จำนวนเรื่อง : 216
  • จำนวนผู้ชม : 537651
  • จำนวนผู้โหวต : 163
  • ส่ง msg :
  • โหวต 163 คน
คาวบอย

44

View All
<< เมษายน 2016 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 26 เมษายน 2559
Posted by countrygirl , ผู้อ่าน : 2730 , 15:01:04 น.  
หมวด : เกษตรกรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน โรสกีญ่า , ni_gul และอีก 3 คนโหวตเรื่องนี้

จากจำนวนโคในประเทศไทยมีปริมาณลดลงเป็นจำนวนมากจากสถิติข้อมูลย้อนหลัง 5 ปี (2552-2556) ของกรมปศุสัตว์  จำนวนโคในพื้นที่จังหวัดหนองคาย จากปี 2552 – 2556 ลดลง 39,679 ตัว หรือคิดเป็นร้อยละ 59.10  ซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำกสิกรรมจากการใช้แรงงานโค - กระบือ มาเป็นการใช้เครื่องจักรกลทางการเกษตรและการประกอบอาชีพปลูกยางพาราทำให้มีพื้นที่ ในการเลี้ยงสัตว์ลดลง อย่างไรก็ตามยังมีเกษตรกรส่วนหนึ่งที่ประกอบอาชีพเลี้ยงโคเป็นอาชีพหลักและอาชีพเสริม ดังนั้นเพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรกลุ่มนี้จึงต้องเพิ่มมูลค่าโคของเกษตรกรซึ่งมีปริมาณน้อยให้มีราคาสูงและเพิ่มจำนวนโคเนื้อพันธุ์ดีที่เป็นที่ต้องการของตลาด

ปัจจุบันตลาดโคเนื้อมีความต้องการเนื้อโคขุนเพิ่มขึ้นเนื่องจากเป็นที่นิยมของผู้บริโภค สาเหตุคือเนื้อโคขุนมีความนุ่มกว่าเนื้อโคทั่วไปเพราะมีไขมันแทรกตามเส้นใยกล้ามเนื้อ การเลี้ยงโคขุนที่ผ่านมาต้องมีการปรับโครงสร้างแม่โคพื้นเมืองซึ่งมีขนาดเล็กให้มีขนาดใหญ่ขึ้นก่อนนำไปผลิตโคขุนเพราะใช้โคพ่อพันธุ์สายเลือดยุโรปเป็นหลักในการผลิตลูกโคขุนต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 ปี ในการผลิตลูกโคขุน 1 ตัว โควากิวเป็นโคสายเลือดญี่ปุ่นที่ผ่านการพัฒนาสายพันธุ์แล้ว มีคุณภาพซากที่ดี ซากมีไขมันแทรกสูง ไขมันมีองค์ประกอบที่นุ่ม โดยมีสัดส่วนของไขมันไม่อิ่มตัวสูง มีรสชาติดี เนื้อละเอียด หน้าตัดเนื้อสันใหญ่ ผลผลิตสูง คุณสมบัติด้านการผลิต คลอดง่าย ความสมบูรณ์พันธุ์สูง เชื่อง ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้กว้าง เนื้อโคขุนวากิวจึงเป็นเนื้อโคขุนคุณภาพสูง(premiumgrade) ที่สำคัญการผลิตโคขุนวากิวไม่ต้องใช้เวลาปรับโครงสร้างแม่โคพื้นเมือง เราสามารถนำลูกโคที่เกิดจากแม่โคพื้นเมืองซึ่งมีสายเลือดโควากิว 50 เปอร์เซ็นต์ไปขุนได้เลย ส่วนจะใช้ระยะเวลาเท่าไหร่และใช้อาหารประเภทใดนั้นขึ้นอยู่กับความต้องการตลาด

จังหวัดหนองคายได้สนับสนุนงบประมาณ ตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2559 กิจกรรมพัฒนาศักยภาพการเลี้ยงโค จำนวน 2,500,000 บาท ให้สำนักงานจังหวัดหนองคายดำเนินการผลิตลูกโคที่มีสายเลือดโควากิว50 % โดยใช้วิธีผสมเทียมแม่โคของเกษตรกรจำนวน 1000 ตัว โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่เกษตรกรจะต้องปรับปรุงและพัฒนาคอกเลี้ยงโคให้เหมาะกับการขุนเมื่อสิ้นสุดโครงการคาดว่าจะมีจำนวนลูกโควากิวที่เกิดจากแม่โคที่เข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 300 ตัว  

การเลี้ยงโคในจังหวัดหนองคายยังเป็นการเลี้ยงแบบทั่วไป ปล่อยหากินตามธรรมชาติ ราคาที่ขายโคก็เป็นราคาปกติต่างจากโคขุนซึ่งมีราคาสูงกว่า จากเหตุผลที่กล่าวมาโคขุนวากิวจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการส่งเสริมให้เกษตรกรประกอบอาชีพการเลี้ยงโคขุนเพื่อผลิตเนื้อโคคุณภาพสูง (premium grade) “หนองคายวากิว” การดำเนินกิจกรรมพัฒนาศักยภาพการเลี้ยงโค เป้าหมายคือผสมแม่โคด้วยน้ำเชื้อแช่แข็งพ่อโคพันธุ์วากิวเลือด 100 % ด้วยวิธีผสมเทียม 1,000 ตัว เกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 400 ราย (เกษตรกทั่วไปที่มีและไม่มีแม่โค)ผลที่คาดว่าจะได้รับ ลูกโควากิวเลือด 50 % ไม่น้อยกว่า 300 ตัว     

จังหวัดหนองคายวางแนวทางการผลิตเนื้อโคขุนคุณภาพสูง“หนองคายวากิว”ออกเป็น 3 ระยะ คือระยะที่ 1 การผลิตลูกโควากิวสายเลือด 50 % (กลุ่มต้นน้ำ) : ดำเนินการในปีงบประมาณ  2559 ซึ่งกลุ่มต้นน้ำนี้เป็นกลุ่มเกษตรกรที่มีแม่โคพร้อมผสมโดยไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นพันธุ์พื้นเมืองหรือพันธุ์ลูกผสมหรือพันธุ์แท้ หลังผสมจะมีการตรวจท้องโคอีกครั้งลูกโคที่เกิดจะมีสายเลือดโควากิว 50เปอร์เซ็นต์ เกษตรกรต้องเลี้ยงลูกโคจนอายุ 6 – 8 เดือนและมีน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 120 กก. จึงค่อยตัดสินใจว่าจะขุนลุกโคต่อหรือขายให้เกษตรกรกลุ่มกลางน้ำเพื่อนำลูกโคไปขุนต่อ หรือ เกษตรกรกลุ่มปลายน้ำเพื่อรวบรวมโคขุน “หนองคายวากิว” โดยกลุ่มจะเป็นผู้รับซื้อและกระจายลูกโคไปยังกลุ่มเกษตรกรกลางน้ำหรือขุนเองต่อไปซึ่งเนื้อโคขุน “หนองคายวากิว”จะออกสู่ตลาดครั้งแรกในปี  พ.ศ.2562   

ส่วนระยะที่ 2 การผลิตโคขุน “หนองคายวากิว”(ปี 2560-2562) หรือกลุ่มกลางน้ำคือกลุ่มเกษตรกรต้นน้ำที่ขุนลูกโคต่อหรือเกษตรกรรายอื่นที่ประสงค์ขุนโค ใช้ระยะเวลาการขุนประมาณ 18 - 20 เดือน   น้ำหนักโคขุนที่ได้จะขึ้นอยู่กับแม่พันธุ์ ถ้าแม่พันธุ์พื้นเมืองน้ำหนักจะอยู่ที่ประมาณ 450 กก.หากเป็นแม่ลูกผสมบาร์หมันหรือยุโรปจะอยู่ที่ประมาณ 600 – 700  กก. เมื่อขุนโคจนครบตามระยะเวลาแล้ว เกษตรกรต้องตัดสินใจว่าจะขายโคแบบทั้งตัว(ราคา=น้ำหนักมีชีวิต xราคาโคขุนตามท้องตลาด ณ เวลานั้น)) หรือขายตามคุณภาพเนื้อโค โดยตัดสินจากระดับไขมันแทรกในเนื้อว่าอยู่ในเกรดใด ซึ่งราคาจะแปรผันตรงตามระดับเกรดไขมันที่ได้  

ระยะที่ 3 การผลิตเนื้อโคขุน “หนองคายวากิว” สู่ท้องตลาด (ปี2562 เป็นต้นไป)คือกลุ่มปลายน้ำ หมายถึง กลุ่มผู้ประกอบการที่รับซื้อโคขุนเพื่อรวบรวมเข้าโรงฆ่าสัตว์ที่ได้รับการรับรองG.M.P. มีห้องบ่มเนื้อ ตัดแต่งซาก บรรจุภัณฑ์ และขายออกสู่ท้องตลาด  ซึ่งการพัฒนาที่ต้องดำเนินการควบคู่กันไปกับการผลิตลูกโค คือ การพัฒนาฟาร์มโคให้ได้มาตรฐาน(G.A.P) การพัฒนาโรงฆ่าสัตว์ในพื้นที่ การจัดหาตลาดรองรับโคขุนวากิวและผลิตภัณฑ์  และเพื่อสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรที่ประกอบอาชีพเลี้ยงโคขุน “หนองคายวากิว” อย่างมั่นคงและยั่งยืน ควรมีการจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน หรือสหกรณ์โคขุน”หนองคายวากิว”ต่อไป

สำหรับโควากิวเป็นโคเนื้อสายพันธุ์ญี่ปุ่น ซึ่งประกอบด้วย Japanese Black, Japanese Brown, Japanese Polled, Japanese Shorthorn จากโคเนื้อทั้งประเทศญี่ปุ่น 85%เป็น Japanese Black ดังนั้นเมื่อพูดถึงวากิวจึงหมายถึง“Japanese Black”  สายพันธุ์ Japanese Black ยังแบ่งออกเป็น พันธุ์ทาจิมะ พันธุ์ชิมาเน และพันธุ์เคดากะ  โคทาจิมะเป็นสายพันธุ์หนึ่งของ Japanese Black ซึ่งผลิตเนื้อมีคุณภาพสูงที่สุดเนื่องจากโคสายพันธุ์ Japanese Black มีคุณภาพซากสูงกว่าสายพันธุ์ Japanese Brown เป็นที่มาของ Kobe beef และMatsusaka beef ถือว่าเป็นโคที่ให้เนื้อมีคุณภาพดีที่สุดในโลกลักษณะเนื้อมีความนุ่มไขมันแทรกเกรดสูงเป็นไขมันชนิดที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ Kobe beef สามารถนามาปรุงอาหารประเภท steak, sukiyaki, shabushabu, sashimi, teppanyakiเป็นต้น

เนื้อโคโกเบ (Kobe Beef)โคทาจิมะส่วนใหญ่ผลิตที่จังหวัด Hyogo เขต Kinki เกาะออนชู (Honshu) ซึ่งมีเมือง Kobe เป็นเมืองหลวงเป็นสาเหตุให้เนื้อโคขุนคุณภาพดีของญี่ปุ่นถูกเรียกว่า Kobe Beef ซึ่งแหล่งผลิต Kobe Beef ที่ดีที่สุดคือเมืองทาจิมะคือผลิตจากโคทาจิมะนั่นเองซึ่งเป็นเนื้อโควางิวที่มีชื่อเสียงในเรื่องของลักษณะไขมันแทรกซึ่งเพิ่มรสชาติและความน่ากินเนื้อมีลักษณะนุ่มฉ่ำน้ำด้วยลักษณะเหล่านี้ทาให้เนื้อโกเบมีราคาสูงในประเทศสหรัฐอเมริกาการที่เนื้อโกเบมีลักษณะความน่ากินสูงเนื่องจากพันธุกรรมและอาหารโดยเฉพาะอย่างยิ่งประวัติการผลิตเนื้อโกเบในประเทศญี่ปุ่นเกษตรกรใช้เบียร์และเหล้าสาเกในการเลี้ยงโคโกเบซึ่งเป็นแหล่งพลังงานสูงนอกจากนี้เบียร์และเหล้าสาเกทาให้โคซึมเพราะแอลกอฮอล์ทาให้โคขุนสงบโคไม่เครียดซึ่งเข้าลักษณะของ animal welfare ขบวนการเผาผลาญในร่างกายเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์เนื้อโคที่ได้จึงปลอดภัยต่อผู้บริโภคนอกจากนี้เนื้อโคโกเบมีคอเลสเตอรอลต่าเพราะมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวพวก omega-3 and omega-6 มากกว่าโคทั่วไปในขณะที่ระดับของไขมันแทรกสูงทาให้ระดับของกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูงขึ้นด้วย 

 
คุณภาพเนื้อที่ได้จากการเลี้ยง Kobe beef ส่วนใหญ่จะอยู่ในเกรดยอดเยี่ยม (Prime) ซึ่งเป็นอิทธิพลของพันธุกรรมวิธีการให้อาหารและวิธีการเลี้ยงในสมัยก่อนการเลี้ยง Kobe beef จะใช้อาหารข้นระดับสูงทาให้โคได้รับอาหารเพียงพอต่อการสร้างเนื้อและไขมันแทรกนอกจากนี้มีการเสริมด้วยเบียร์แอลกอล์ฮอล์จากเบียร์ทาให้โคมีอาการสงบไม่เครียดส่วนการนวดตัวและแปรงขนเพื่อให้โคเชื่องซึ่งทาให้คนทั่วไปเข้าใจผิดว่าการเลี้ยง Kobe beef จะต้องมีการทุบเพื่อให้เนื้อนุ่มทั้งที่ความจริงคือการนวดตัวเนื้อ Kobe beef มีลักษณะฉ่ำน้ำซึ่งจะเห็นได้ว่า Kobe beef นอกจากจะได้รับอาหารเพียงพอแล้วสิ่งที่สำคัญคือโคไม่เครียดตรงกับหลักการของ Animal welfare ทาให้เนื้อโคขุน Kobe beef ปลอดภัยยิ่งขึ้นเพราะการที่สัตว์เครียดระยะหนึ่งก่อนเข้าโรงฆ่าสัตว์สัตว์จะหลั่งสารบางตัวที่มีผลในการก่อมะเร็งต่อผู้บริโภคแต่วิธีการเลี้ยงแบบนี้ทาให้ต้นทุนการผลิตสูง ดังนั้นเนื้อโคขุนญี่ปุ่นที่นำเข้าประเทศไทยมีราคาสูงกิโลกรัมละ 18,000 – 20,000 บาท

Matsusaka beef เป็นโคขุนญี่ปุ่นที่เลี้ยงที่เมือง Matsusaka จังหวัด Mei เขต Kinki เกาะออนชู (Honshu) โดยมีเมืองTsuเป็นเมืองหลวงMatsusaka beef ในอดีตผลิตจากโคสาวเท่านั้นแต่ปัจจุบันมีทั้งโคเพศผู้และเพศเมียแต่โคเพศเมียจะได้ราคาสูงกว่าMatsusaka beef เลี้ยงบริเวณที่เงียบทาให้โคสงบเลี้ยงด้วยหญ้าแห้งคุณภาพดีเพียงอย่างเดียวหรือเลี้ยงด้วยฟางข้าวและกากถั่วเหลืองหรือฟางข้าวและข้าวสาลีให้กินเต็มที่จนกระทั่งโคไม่อยากกินจึงกระตุ้นความอยากกินโดยให้กินเบียร์โคขุนเหล่านี้จะได้รับการนวดตัวด้วยแปรงฟางข้าวหลังจากพ่นด้วยเหล้า shochu และให้เดินออกกาลังกายช่วงบ่ายทุกวันนอกจากนี้จะมีการเปิดเพลงให้ฟังด้วยซึ่งทาให้โคขุนสงบยิ่งขึ้นทาให้เนื้อMatsusakaมีคุณภาพสูงมากซึ่งในประเทศญี่ปุ่นขายกิโลกรัมละ 18,000 บาท
  
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ni_gul วันที่ : 28/04/2016 เวลา : 05.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
ร.๙ : ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้ (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗)

เตรียมปลูกหญ้าเลี้ยงโคไว้ได้เลย ... น่าจะดีกว่าปลูกยางพารา

ความคิดเห็นที่ 3 ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ลำชานบ้านบู วันที่ : 27/04/2016 เวลา : 11.19 น.

สวัสดีครับ
ต้องคู่กับ ไวน์แดง MERLOT นะครับ.

ความคิดเห็นที่ 2 ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 26/04/2016 เวลา : 17.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

น่ากินมาก

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
แม่หมี วันที่ : 26/04/2016 เวลา : 15.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

เนื้อลายสวยมาก

น่ากิน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน