• countrygirl
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : countrythai_girl@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-22
  • จำนวนเรื่อง : 206
  • จำนวนผู้ชม : 518001
  • จำนวนผู้โหวต : 161
  • ส่ง msg :
  • โหวต 161 คน
คาวบอย

44

View All
<< กันยายน 2016 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 5 กันยายน 2559
Posted by countrygirl , ผู้อ่าน : 1414 , 14:23:07 น.  
หมวด : เกษตรกรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน แม่หมี , NN1234 และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

จากที่ได้มีโอกาสไปศึกษาดูงานกับการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอวิภาวดี (กศน.) ภายใต้กิจกรรมเศรษฐกิจพอเพียงที่บ้านทุ่งหาห์ ตำบลทุ่งคา อำเภอสวี จังหวัดชุมพร และโครงการพระราชดำริต่าง ๆ ซึ่งมีกิจกรรมการเลี้ยงหมูหลุมและเป็นเรื่องที่ดีแทนที่จะใช้แรงงานจากคนในการทำปุ๋ยหมัก แต่ใช้แรงงานจากหมูแทน ซึ่งนอกจากจะมีรายได้จากการเลี้ยงหมูแล้วยังได้ปุ๋ยหมักจากมูลหมูหลุมมาใช้ได้อีกด้วย"ไพศาล นิจจันทร์พันธ์ศรี ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงหมูหลุมบ้านโพธิ์พนาหรือครูบัญชีดีเด่น ประเภทบัญชีฟาร์ม ปี 2559 อยู่ที่เลขที่ 63 หมู่ที่10 บ้านโพธิ์พนา ตำบลตะกุกใต้ อำเภอวิภาวดี จังหวัดสุราษฎร์ธานี  จึงได้นำความรู้กลับมาประยุกต์ใช้ทั้งการเลี้ยงหมูหลุมและกิจกรรมเศรษฐกิจพอเพียง ในอำเภอบ้านเกิดที่อ.วิภาวดี จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งประชากรที่นี่ส่วนใหญ่ ทำสวนยางพารา-ปาล์มน้ำมัน การทำการเกษตรส่วนใหญ่จะใส่ปุ๋ยเคมีเพียงอย่างเดียว แต่เมื่อปุ๋ยแพงขึ้นจึงร่วมมือกันทำปุ๋ยหมักแต่เมื่อนานเข้าสมาชิกเริ่มเหนื่อยล้าและเริ่มลดน้อยลงปีพ.ศ.2549 

"ไพศาล"เล่าว่า หลังกลับมาจากการศึกษาดูงานจึงเริ่มเลี้ยงหมูหลุมจำนวน 1คอกขนาดคอกกว้าง 3 เมตร ยาว 3 เมตร ลึก 1.50 เมตร ก่อด้วยอิฐบล็อคไม่เทพื้น มีก๊อกน้ำสำหรับให้หมูกินห่างจากพื้น 40 ซม. ก๊อกตัวที่ 2 - 3 ห่างกัน 55 ซม.ในคอกเดียวกัน ซึ่งคอกหนึ่งสามารถเลี้ยงหมูได้จำนวนคอกละ 8 ตัว ซึ่งพื้นเลี้ยงหมูหลุมจะโรยเศษวัสดุ เช่น ขุยมะพร้าว 30 ซม. ที่พื้นล่างสุด ต่อมาจะโรยด้วยรำละเอียด 1 กระสอบ ให้ทั่วทั้งคอกและราดน้ำให้มีความชื้น 60 % และราดด้วยสารเร่งพด.1 ผสมน้ำ 20 ลิตรที่จะต้องผสมและทิ้งไว้ 15 นาทีก่อนราดให้ทั่ว ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวต้องทำ 4 ครั้ง ต่อ 1 เดือน ซึ่งหมูที่ได้จะมีน้ำหนัก 100 กก. ใช้เวลาเลี้ยงสี่เดือน ได้ปุ๋ยหมักจากมูลหมูหลุมจำนวน 5 ตัน และได้ทดลองใช้ปุ๋ยหมักมูลหมูหลุมกับสวนผลไม้ สวนยาง สวนปาล์ม และพืชผักปรากฏว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจ จึงได้รวมตัวประมาณ 10 คน จัดตั้งกลุ่มเลี้ยงหมูหลุมขึ้นเมื่อเดือนมีนาคม 2549 เพื่อผลิตปุ๋ยคอกแทนการใช้ปุ๋ยเคมี เป็นการลดค่าใช้จ่ายและการรักษาสิ่งแวดล้อมอีกทางหนึ่งด้วย

"การเลี้ยงหมูหลุมติดแอร์ เริ่มกำเนิดจากตัวผมเองได้ลงไปในหลุมเกิดความร้อน เนื่องจากภายในหลุมเกิดแก๊สขึ้น ทำให้เกิดความร้อน แต่บังเอิญช่วงนั้นลมพัดเย็นเข้ามาพอดี มีความคิดว่าจะทำอย่างไรให้ลมที่พัดผ่านมาพัดผ่านหมูหลุมด้วย จะทำอะไรเพื่อมาดักลมไว้จึงมีแนวคิดว่าจะเอาสังกะสีมาดักลมไว้ทั้ง 4 ทิศภายในคอกหมู เพื่อให้เกิดความเย็นกับหมูเพราะหมูจะชอบอากาศเย็น ทำให้หมูอารมณ์ดีและสุขภาพดี เพราะการติดแอร์ธรรมชาติทำให้อากาศระบายได้ดี หมูไม่เครียดจากอากาศร้อน ก็จะทำให้สุขภาพดี เนื้อแน่น ไขมันน้อย เมื่อเทียบกับหมูที่เลี้ยงจากฟาร์มทั่วไป เมื่อตัดตรงสะโพกหมูที่เลี้ยงจากฟาร์มจะพอตัดออกมาจะแบน แต่หมูที่ทางกลุ่มเลี้ยงจะมีเนื้อเด้งตั้งเป็นก้อน ไขมันน้อย ชุมชนมีหมูบริโภคโดยไม่ใส่สารเร่ง เมื่อลูกค้าซื้อไปกินแล้วเขาชอบใจกัน แต่ทางกลุ่มขาดการประชาสัมพันธ์ในเรื่องนี้"

หากเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูหลุมรวมตัวกันเป็นแปลงใหญ่ น่าจะสู้คู่แข่งขันรายอื่น ๆ ได้อย่างสบายเนื่องจากหมูหลุมที่เลี้ยงแอร์ธรรมชาติมีสุขภาพดี อารมณ์ดี เนื้อแน่นอนเด้ง ไขมันน้อย ส่งผลให้ผู้บริโภคมีอารมณ์ดีตามไปด้วย และที่สำคัญเหมาะกับผู้ที่รักสุขภาพอีกด้วย จึงได้ลงมือทำด้วยการหาสังกะสีมา 4 แผ่น ลูกลอก 1 ตัว ใช้เงินลงทุนในการทำแอร์ธรรมชาติให้กับหมูหลุมประมาณ 600 บาท 

ผลพลอยได้จากการเลี้ยงหมูหลุมสามารถนำอาหารส่วนที่เหลือจากที่หมูกิน นำไปให้เป็ดเทศบาลได้จากที่ก่อนหน้านี้เคยกวาดทิ้ง รวมถึงขุยมะพร้าวรำ ที่รองพื้นคอกหมูนั่นเอง โดยทำเป็นปุ๋ยหมักหมูหลุมซึ่งจะผสมกับมูลสัตว์และน้ำปัสสาวะทิ้งไว้ประมาณ 15 วันจึงนำไปใส่ถุงปุ๋ยโดยได้ปศุสัตว์อินทรีย์ 200 กระสอบปุ๋ย จากการเลี้ยงหมู 4 หลุมหรือได้ปุ๋ย 5 ตันนำไปขายได้กก.ละ 3 บาท แต่หากนำไปผสมเป็นปุ๋ยอินทรีย์เคมีจะได้กก.ละ 10-20 บาท เป็นการช่วยลดต้นทุนการผลิตเนื่องจากได้ปุ๋ยหมักจำนวน 5 ตันต่อคอก คิดเป็นมูลค่า 15,000บาทและขายได้อีกซึ่งปุ๋ยหมักหมูหลุมสามารถนำไปใช้ในการปรับปรุงดินเพื่อให้ดินดีและร่วนมีความอุดมสมบูรณ์ เกษตรกรได้ใช้ปุ๋ยที่ดีมีคุณภาพราคาถูกกว่าท้องตลาดและทำได้เองมีรายได้เสริมสิ่งแวดล้อมดีขึ้น ไม่กระทบต่อภาวะเรื่องกลิ่นเพราะมีระบบกำจัดกลิ่น โดยใช้น้ำหมักชีวภาพ พด.6 ราดเพื่อดับกลิ่น 2 อาทิตย์ / ครั้ง ชุมชนมีหมูบริโภคโดยไม่ใส่สารเร่ง ซึ่งหมูที่จำหน่ายได้ส่วนเกินตัวละ 5-10 บาทต่อกก. หากหมู 100 กก. จะได้กำไรตัวละ 500-1,000 บาท จับได้ตลอดเวลารายได้หมุนเวียน

ในช่วงแรก ๆ ของการเลี้ยงหมูหลุม ถือเป็นเรื่องใหม่มีการลองผิดลองถูกมีปัญหาในเรื่องการจัดการ การเลี้ยง วัสดุรองพื้น สุขภาพและโรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทางกลุ่มหมูหลุมโพธิ์พนาจึงได้ขอคำปรึกษาจากเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์และผู้มีประสบการณ์ก็สามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้ ต่อมาก็มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องอาหารสัตว์มีราคาแพงกลุ่มหมูหลุมโพธิ์พนาจึงแก้ไขปัญหาโดยการซื้ออาหารรวมกันในนามกลุ่มแล้วจึงมาจำหน่ายให้แก่สมาชิก ซึ่งสามารถแก้ไขปัญหาไปได้ด้วยดี และยังมีกำไรให้ปันผลคืนแก่สมาชิกอีกด้วย สมาชิกกลุ่มหมูหลุมโพธิ์พนาได้มีการพัฒนาการเลี้ยงหมูเรื่อยมาโดยการเปิดเพลงให้หมูฟัง แล้วยังติดแอร์(โดยวิธีประยุกต์จากลมธรรมชาติ)ให้หมูด้วย จนประสบความสำเร็จเป็นต้นแบบในการเลี้ยงหมูหลุมให้แก่เกษตรกรชาววิภาวดี ชาวสุราษฎร์ธานี และจังหวัดอื่น ๆ มาศึกษาดูงานซึ่งต่อมาได้จดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงหมูหลุมบ้านโพธิ์พนาเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2551 ปัจจุบันมีสมาชิก 46 คนมีทุนดำเนินงานในปีปัจจุบันจำนวน 329,867.39บาท

 

 

 

 

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
NN1234 วันที่ : 06/09/2016 เวลา : 11.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ผมก็เพิ่งได้ไปศึกษาการเลี้ยงหมูหลุมมาเช่นหันครับ ...น่าสนใจมากครับ

(กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์ดีเด่นระดับชาติ ปี 59 กลุ่มเลี้ยงหมูหลุมครบวงจรบ้านกะทม
http://www.oknation.net/blog/NN1234/2016/05/28/entry-1 )

ปีนี้มีมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง มีนักศึกษาสมัครเข้าเรียนคณะเกษตรศาสตร์ ไม่ถึง ๑๐ คน .. น่าตกใจมากครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
พล.ท.นันทเดช วันที่ : 05/09/2016 เวลา : 22.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nunrimfar
พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์

คุ้มค่าแอร์ไหมครับ

ความคิดเห็นที่ 3 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
february26 วันที่ : 05/09/2016 เวลา : 20.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bang2510
The twenty-six of February 

ยอดเยี่ยมครับ รวมกลุ่มกัน มีอำนาจต่อรอง ทั้งอาหารและการขาย ครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
อาโป วันที่ : 05/09/2016 เวลา : 17.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/agile




ความคิดเห็นที่ 1 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 05/09/2016 เวลา : 17.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ผมสนับสุนให้ไทยทำภาคเกษตรกรรมนะครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน