• countrygirl
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : countrythai_girl@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-22
  • จำนวนเรื่อง : 206
  • จำนวนผู้ชม : 518001
  • จำนวนผู้โหวต : 161
  • ส่ง msg :
  • โหวต 161 คน
คาวบอย

44

View All
<< กันยายน 2016 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 12 กันยายน 2559
Posted by countrygirl , ผู้อ่าน : 2574 , 15:22:23 น.  
หมวด : เกษตรกรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน february26 , สิงห์นอกระบบ และอีก 3 คนโหวตเรื่องนี้

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมการข้าว ได้ดำเนินการโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพผลิตและคุณภาพผลผลิตปี 2559 ในหลายพื้นที่ เนื่องจากต้องการแก้ไขปัญหาเรื่องข้าวให้ชาวนาทั้งประเทศ ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มผลผลิตต่ไร่ ด้วยการรวมกลุ่มชาวนาเพื่อทำการเกษตรแบบหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวซึ่งเป็นที่มาของ”เกษตรแปลงใหญ่”และสอดรับกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการเพิ่มอำนาจการต่อรองให้กับภาคการเกษตรโดย หลายพื้นที่ได้ดำเนินการแปลงใหญ่ไปแล้ว


เช่นเดียวกับที่ศูนย์ข้าวชุมชน ม. 2 และม.8 ตำบลคอรุม อ.พิชัย จว.อุตรดิตถ์ โดย”อัษฏางค์ สีหาราช “ประธานศูนย์ข้าวชุมชนและประธานนาแปลงใหญ่ กล่าวว่า นาแปลงใหญ่ของที่นี่ได้เริ่มขึ้นเมื่อปี 2559 นี้เอง นาแปลงใหญ่แห่งนี้เกิดจากการความร่วมมือและมีแนวคิดร่วมกัน เพื่อให้เป็นแหล่งผลิตข้าวชั้นดีเหมาะสมกับพื้นที่ เป็นแหล่งผลิตข้าวคุณภาพมีมาตรฐานรองรับ มีการบริหารจัดการร่วมกับเจ้าหน้าที่ สำหรับศูนย์ข้าวชุมชนแห่งนี้มีสมาชิก 148 คน ทำเกษตรแปลงใหญ่ 3,311 ไร่ ในขณะที่ ม.8 ศูนย์ข้าวชุมชนคลองกล้วย ตำบล คอรุม อ.พิชัย จว.อุตรดิตถ์ ก็เป็นแปลงผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวกข41 ปทุมธานี 1 กข. 61 เมล็ดพันธุืข้าวที่ได้จะให้กับสมาฃิก

ส่วนอีกกลุ่มคือข้าวคุณภาพดีมีความปลอดภัย 2,027 ไร่ ปลูกข้าวหอมปทุมธานี 1 กข.41 กข.63 ปทุมธานี 1 ขาวดอกมะลิ 105 ทัมทิมชุมแพ ไรทซ์เบอร์รี่ ซึ่งผลิตข้าวในระบบจีเอพี ภายหลังจากที่กรมการข้าวโดยศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวแพร่ ได้ให้รเเข้าร่วมอบรมจนระทั่งได้รับ GAP นอกจากนี้ยังปลูกข้าวแบบตลาดเฉพาะจำนวน 270 ไร่ เกษตรที่ปลูกข้าวประเภทนี้มี 24 ราย ซึ่งข้าวที่ปลูกจะเน้นหนักในสองสายพันธ์คือข้าวขาวดอกมะลิ105 ไรซ์เบอร์รี่ ข้าวตลาดเฉพาะนี้จะมีวิธีการปลูกที่ไม่ใส่สารเคมี ตลอดจนเครื่องจักรจะไม่ใช้ปะปนกับใครหรือวิธีการปลูกข้าวในแบบอื่น ๆ


ในการจัดการแปลงปลูกข้าว 3,311ไร่ นั้นทางกลุ่มได้จัดเป็น 4 รูปแบบเพื่อเปรียบเทียบการปลูกและผลผลิตที่ได้โดยแบบแรกคือปลูกแบบหว่านนาตม ซึ่งต้นทุนการปลูกแบบนี้จะอยู่ที่ไร่ละ 4,150 -4,550 บาท แต่ยังไม่รวมค่าเช่าซึ่งการทำนาแบบนี้จะไม่สามารทำเมล็ดพันธุ์ได้ รูปแบบที่สองคือการทำนาดำซึ่งจะมีอุปกรณ์ใช้เครื่องมือทางการเกษตรเข้ามาช่วย การทำนาประเภทนี้จะได้เป็นเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพแต่ต้นทุนสูง อยู่ที่ 4,900 -6,300 บาท  ส่วนการทำนาในรูปที่สามคือแบบภูมิปัญญาผสมผสานกับเทคโนโลยีคือการทำนาตมแบบเปียกสลับแห้ง สำหรับวิธีการและขั้นตอนการทำนาแบบนี้ติดตามได้ตามลิงค์นี้นะคะ  http://www.oknation.net/blog/countrygirl/2015/07/29/entry-1 ) ต้นทุนอยู่ที่ 3,200 บาทต่อไร่ และมาถึงรูปแบบการทำนาในแบบที่สี่คือนาโยนวิธีนี้ก็ต้นทุนต่ำซึ่งนาโยนจะใช้เมล็ดพันธุ์ประมาณ 30 ถาดต่อไร่แต่หากเราโยนเองจะถูกกว่าจ้างแรงงาน


แปลงใหญ่ที่ได้เริ่มขึ้นกำลังดำเนินมาอย่างน่าสนใจว่าผลพวงจากนโยบายนี้จะบรรลุตามที่หลายฝ่ายได้ตั้งเป้าไว้หรือไม่นั่นคือ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าว ลดต้นทุนแต่เพิ่มผลผลิตข้าวคุณภาพดี เพิ่มสมรรถนะในการบริหารจัดการการผลิตข้าวของชุมชนแบบครบวงจรตั้งแต่การผลิต การจัดการคุณภาพ และการจัดการด้านการตลาด ชุมชนเข้มแข็งพึ่งพาตนเองได้ และให้มีการจัดการด้านการตลาด เชื่อมโยงกับผู้ประกอบการและสหกรณ์การเกษตรเพื่อให้ชาวนาจำหน่ายข้าวเปลือกในราคาที่เป็นธรรม เหล่านี้เป็นประเด็นที่รอคำถามจากความเป็นจริงที่กำลังจะได้คลี่คลายในไม่ช้า เนื่องจากเหล่าพืชผล นาข้าวที่กำลังเจริญงอกงามพร้อมจะเก็บเกี่ยวอีกไม่นานจะไขข้อสงสัยว่า”แปลงใหญ่”คือคำตอบของการทำการเกษตรที่เราตั้งความหวังไว้ข้างต้นหรือไม่หรือจะช่วยลดต้นทุนการผลิตตลอดจนเพิ่มอำนาจต่อรองอีกหรือไม่


”อัษฎางค์”ได้ระบุว่าหลังจากนี้อีกประมาณหนึ่งเดือนจะสามารถเก็บเกี่ยวผลลิตในนาข้าวซึ่งจะทำใรรู้ว่าการปลูกข้าวแบบใดที่จะได้ผลดีและมีความเหมาะสมในพื้นทีโดยการนำผลผลิตที่ได้มาลบกับต้นทุนการผลิตแต่ทั้งนี้ไม่ว่าจะปลูกแบบใดจะได้ผลดีก็ไม่ได้หมายความว่าการทำนาแปลงใหญ่จะต้องปลูกข้าวแบบเดียวกันหมดหากแต่อยู่ที่ความสมัครใจของสมาชิกหรือเกษตรกรแต่ละราย แต่หากต้องการได้ผลผลิตและราคาที่ดีก็ต้องหันาปลูกข้าวออร์แกนิคที่ปลอดสารเคมีและเป็นที่ต้องการของตลาดผู้บริโภคกำลังเป็นที่นิยม ทั้งนี้ภายหลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตคาดการณ์ว่าในนา 3,311 ไร่จะได้เมล็ดพันธ์ 900 กก.ต่อไร่ ข้าวอินทรีย์ 700 กก.ต่อไร่ และข้าวที่ปลูกแบบจีเอพีจะได้ 700-800 กก.ต่อไร่

สำหรับกิจกรรมของแปลงใหญ่มีเงื่อนไขที่เราต้องยอมรับร่วมกัน เคารพกฏกติกาในการปลูกข้าวแต่ละรูปแบบ การรวมกลุ่มเป็นแปลงใหญ่ทำให้เราได้รับสิทธิประโยชน์ เช่นการเรียนรู้ร่วมกัน มีอำนาจต่อรองกับคนซื้อ และจะเปิดรับสมาชิกในรอบที่สอง เนื่องจากในช่วงเริ่มแรกของการทำแปลงใหญ่ยังขาดการประชาสัมพันธ์เกษตรกร ยังไม่เข้าใจในแนวนโยบายดังกล่าวว่าแปลงใหญ่คืออะไรแนวโน้มการทำแปลงใหญ่ น่าจะดีเพราะเกษตกรได้รับการอุดหนุนปัจจัยการผลิตต่าง ๆ เช่นเมล็ดพันธุ์ ซึ่งเราจะพัฒนาแปลงใหญ่ไปสู่คุณภาพจีเอ็มพีและออร์แกนิค

สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจนั่นก็คือนอกจากการปลูกข้าวแล้วเกษตรกรที่นี่ได้ต่อยอดแปรรูปข้าวให้เป็นจมูกข้าวพร้อมดื่ม แป้งไรซ์เบอร์รี่ อย่างไรก็ตามเสียงจากเกษตรเองอยากเรียกร้องให้ผู้เกี่ยวข้องให้การสนับสนุนนั่นคือลานตากและโกดังหรือการจัดซื้อเครืองอบลดความฃื้นราคา 9 แสนบาทที่สามารถอบได้ 10-12 ตันต่อครั้ง


ย้อนมาถึงการแปรรูปข้าวไรซ์เบอร์รี่เป็นแป้งไรซ์เบอร์รี่ในเรื่องนี้"คุณรุ่งทิพย์ สีหาราช"สมาชิกกลุ่มแม่บ้าน ได้ให้รายละเอียดว่า การแปรรูปข้าวมาเป็นแป้งไรซ์เบอร์รี่เพิ่งจะเริ่มทำปีนี้โดยนำข้าวที่หักจากการสีและเป็นข้าวที่ไม่ได้ขายมาทำเป็นอาชีพเสริม การแปรรูปจะใช้ข้าวกล้อง 5 กิโลกรัมได้แป้งไรซ์เบอร์รี่ 4 กิโลกรัม ขายในราคา กิโลกรัมละ 100 บาท จากข้าวกล้องที่ขายในราคาปกติที่ 50 บาทต่อกิโลกรัมซึ่งเป็นราคาในท้องถิ่น

"การทำแป้งข้าวไรซ์เบอร์รี่เป็นคิดของเกษตรกรเองและเป็นเพียงสิ่งที่เสริมเข้ามาอันเป็นผลพลอยได้มาจากการสีข้าวและยังมีคุณค่าทางอาหาร เนื่องจากมีสีธรรมชาติ เป็นข้าวปลอดสาร เหมือนแป้งข้าวเจ้า และได้ทดลองทำทองม้วนข้าวไรซ์เบอร์รี่ ข้าวตู และแครกเกอร์จากเมล็ดข้าวไรซ์เบอร์รี่ อนาคตของแป้งไรท์เบอร์รี่น่าจะดีเพราะเป็นการขายความเป็นไรซ์เบอรร์รี่และต้องการให้รู้ว่าสามารถนำไปทำได้หลายอย่าง เช่นขนมครก คุ๊กกี้ ขณะนี้มีออเดอร์เข้ามาแล้ว 20 กิโลกรัม"

เรามาดูการทำเกษตรแปลงใหญ่อีกที่คือ”พิจิตร”โดยเราได้เข้าไปดูพื้นที่ของศูนย์เรียนรู้บ้านบึงประดู่ ม.5 ต.ทับหมัน อ.ตะพานหิน จว.พิจิตร โดย”อนันต์ เอมสาร" ผู้ใหญ่บ้านและสมาชิกแปลงใหญ่ กลุ่มนาแปลงใหญ่ บ้านบึงประดู่ ต.ทับหมัน อ.ตะพานหิน จว.พิจิตร ผู้นำคนเก่งได้ให้เล่าถึงความเป็นมาของกลุ่มเกษตรกรที่นี่ว่า ในช่วงแรกของการรวมกลุ่มเกษตรที่นี่ยังไม่ได้เป็นวิสาหกิจชุมชน แต่เมื่อมีการเรียนรู้และทำการแปรรูปผลผลิตและเป็นในเชิงเศรษฐกิจมากขึ้นและนำปัญหาที่พบมาแก้ไขจนกระทั่งปี 2549 ได้รวมกลุ่มชาวนาอาสาเพื่ออบรมและนำความรู้ที่ได้มาปรับให้เข้ากับชุมชนและเผแพร่ความรู้นั้น ๆ ออกไปและได้มารวมกันขายข้าวสดในปีเดียวกัน ให้กับพ่อค้าในจังหวัดและต่างจังหวัด

จนกระทั่งเมื่อปี 2550 จึงได้ทำกระบวนการต่าง ๆ กันอย่างเป็นรูปธรรมและตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนในปี 2553 เพื่อทำผลิตภัณฑ์สินค้าแปรรูปเช่นเมล็ดพันธุ์ข้าว ตราประดู่และขายในตลาดต่างจังหวัดและการรวมตัวกันเป็นเกษตรแปลงใหญ่ ซึ่งมีการนำเกษตรกรที่โซนนิ่งที่ปลูกข้าว 1762 ไร่ สมาชิก 70 ราย โดยในไข่แดง 30 ราย จะปลูกข้าวเพื่อทำเมล็ดพันธุ์ เนื้อที 300 ไร่ ที่เหลือไข่ขาวจะผลิตข้าวเพื่อขายให้กับโรงสีซึ่งวิธีการในการทำพันธุ์ข้าวคือการควบคุมเครื่องจักร การปักดำ หรือโยน เครื่องมือหยอดข้าว ให้สมาชิกนำไปใช้ให้ตรงกับความต้องการของกลุ่มโดยคิดอัตราค่าเช่าไร่ละ 130 บาทจัดเก็บเข้ากองทุนรักษาเครื่องจักร 100 บาทส่วน 30 บาทจะให้กับคนทำงานในแปลงนา

การทำงานของเกษตรกรที่นี่น่าสนใจตรงที่ว่าระหว่างการปลูกจะมีกรรมการตรวจแปลงนาเพื่อดูว่าแต่ละแปลงมีแมลงศัตรูพืชหรือศัตรูข้าวหรือไม่อาทิ เพลี้ยจั๊กจั่น ด้วงเต่าคอยาว เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล แมลงปอ หนอนห่อใบข้าว แมลงปอเข็ม แมงมุมต่าง ๆ ด้วงเต่า เพลี้ยจั๊กจั่นสีเขียว เชื้อรา เพื่อมาวิเคราะห์เช่นการฉีดสารเคมีหรือไม่อย่างไรก่อนจะมีการเก็บเกี่ยว รวมทั้งกรรมการเฝ้าลานตากกำกับดูแล ซึ่งชาวนาจะแบ่งเป็นกลุ่ม ๆ และตั้งชื่อเช่นตะไคร้หอม กลุ่มข้าวกอใหญ่ กลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติ เมื่อมีการประชุมแต่ละครั้งแต่ละกลุ่มจะนำเสนอผลการตรวจแปลงตนเองว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง

”อนันต์ เอมสาร"บอกว่าการทำแปลงใหญ่ได้รับความร่วมมือและมีศักยภาพในการต่อรองเนื่องจากเป็นการรวมตัวทำให้เกิดการปลูกพืชหรือนาข้าวจากเกษตรจำนวนมากแม้ในช่วงแรกเขาอาจไม่เข้าใจเพราะคิดว่าแปลงใหญ่หมายถึงต้องมีที่ทำการเกษตรจำนวนมากและผืนใหญ่แต่เมื่อมีการปรับเปลี่ยนและทำความเข้าใจเกษตรกรก็ปรับตัว แต่การจะมีอำนาจต่อรองดังกล่าวนั่นหมายถึงว่าผลผลิตของเราก็ต้องดีมีคุณภาพ ซึ่งก็ต้องมีปัจจัยการผลิตที่พร้อมเช่นแหล่งน้ำ ตลอดจนเมล็ดพันธุ์คุณภาพดี ดินอุดมสมบูรณ์มีคุณภาพนั่นก็คือการปรับปรุงดินให้ดีมีแร่ธาตุ ที่นี่เราจะปรับปรุงดินด้วยการปลูกปอเทืองเนื่องจากเป็นปุ๋ยพืชสด ที่นาที่นี่เดิมจะปลูกถั่วเหลือง ข้าวโพดและได้ปรับเปลี่ยนมาปลูกข้าวเนื่องจากนโยบายแปลงใหญ่ให้เราปรับเปลี่ยนพืชที่ปลูกด้วย

"การเริ่มทำเกษตรแปลงใหญ่ของที่นี่มีปัญหาเรื่องน้ำเนื่องจากน้ำแล้ง แต่ข้อดีคือช่วยลดต้นทุน เจ้าหน้าที่ให้ความรู้กับประชาชน สนับสนุนอุปกรณ์ การเกษตรต่าง ๆ แต่สิ่งหนึ่งที่ขอเสนอแนะคืออยากให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ให้พร้อมกันเพราะที่ผ่านมาต่างคนต่างเดินทางลงพื้นที่เกษตรกรต้องใช้เวลาในการเข้าร่วมพูดคุยซึ่งอาจไม่สะดวก อีกทั้งต้องการความชัดเจนของตลาดให้มากขึ้นเพื่อรองรับพืชผลการเกษตรที่ออกมาพร้อมกัน"

 

ข้อมูลจากกรมการข้าว ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกข้าวในปี 2556/2557 ประมาณ 77.13 ล้านไร่ (แบ่งเป็นนาปี 62.08 ล้านไร่ นาปรัง 15.06 ล้านไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 50 ของพื้นที่การเกษตร เกษตรกรผู้ปลุกข้าวมีจำนวน 3.76 ล้านครัวเรือน คิดเป้นร้อยละ 65 ของเกษตรกรทั่งประเทศ สามารถผลิตข้าวได้ 36.85 ล้านตันข้าวเปลือก ส่งออกทำรายได้ให้แก่ประเทศประมาณปีละ 200,000 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 20 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของภาคการเกษตร  

 

 

 

 

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
february26 วันที่ : 13/09/2016 เวลา : 23.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bang2510
The twenty-six of February 

ครบวงจร เยี่ยมยอด เพลงมันมากๆ ชอบๆ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 13/09/2016 เวลา : 19.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

ยอดเยี่ยมครับ
สามารถพึ่งพาตัวเองได้ ปลูกเอง ขายเองได้ เป็นดีที่สุดครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
แม่หมี วันที่ : 13/09/2016 เวลา : 11.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ชอบกินข้าวไรซ์เบอร์รี่

ข้าวที่ปลอดภัยแบบนี้หายากนะคะ

มาขายในห้างก็ไม่แน่ใจว่าปลอดภัยหรือไม่

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
BlueHill วันที่ : 12/09/2016 เวลา : 22.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ข้าวไรซ์เบอร์รี่ นำไปทำไอศรีมก็อร่อยนะครับ
ป.ล.เพลงสนุกมากๆ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน