*/
  • countrygirl
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : countrythai_girl@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-22
  • จำนวนเรื่อง : 213
  • จำนวนผู้ชม : 532716
  • จำนวนผู้โหวต : 163
  • ส่ง msg :
  • โหวต 163 คน
คาวบอย

44

View All
<< พฤศจิกายน 2016 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 1 พฤศจิกายน 2559
Posted by countrygirl , ผู้อ่าน : 995 , 15:23:53 น.  
หมวด : เกษตรกรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน แม่หมี , ลูกเสือหมายเลข9 โหวตเรื่องนี้

 

ด้วยสภาพปัญหาและการขาดแคลนน้ำ ตลอดจนภัยแล้งในจังหวัดลำปางพบว่ามีสาเหตุจากปริมาณน้ำต้นทุนที่เก็บกักไม่เพียงพอต่อความต้องการในกิจกรรมการใช้น้ำต่าง ๆ ในลุ่มน้ำโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการเกษตร กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นหน่วยงานหนึ่งที่ทำหน้าที่จัดหาและพัฒนาแหล่งน้ำทั่วประเทศ และขอยกตัวอย่างบางโครงการอ่างเก็บน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริในจังหวัดลำปางมาสามโครงการ โดยเราได้พูดคุยถึงการจัดการน้ำในจว.ลำปางกับ "ไชยยงค์ จงอาสาชาติ" ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 2 บอกว่า สำนักงานชลประทานที่ 2 รับผิดชอบการชลประทานในพื้นที่ 4 จังหวัด ลำปาง พะเยา เชียงราย ซึ่งจังหวัดต่าง ๆ เหล่านี้มีสภาพพื้นที่แบบราบลุ่มริมเขาและริมน้ำ ประชากรประกอบอาชีพเกษตรกรรมมีโครงการชลประทานกระจายไปทั่วทั้งสี่จังหวัด ตั้งแต่โครงการขนาดเล็ก ขนาดกลางไปจนถึงโครงการขนาดใหญ่ โครงการพระราชดำริในหลวงได้ทรงวินิจฉัย ให้ข้อคิด ให้มองพื้นที่เพื่อเป็นต้นน้ำและเก็บกักน้ำให้มากที่สุด ตลอดจนดูถึงความยากจนของเกษตรกรให้ดูลักษณะภูมิประเทศ ท่านจะมองการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่ออุปโภคและบริโภคและเป็นโครงการส่วนใหญ่ โครงการห้วยสามขาเป็นโครงการขนาดเล็ก และสำเร็จตามประสงค์มากตามแนวทางของพระองค์ท่านคือเข้าใจ เขาถึง พัฒนา เป็นโครงการรับราชวินิจฉัยแนะนำมาปฏิบัติ ตรงกับนโยบายของรัฐบาลคือ"ประชารัฐ" เป็นโครงการที่ให้ประชาชนคิดเอง ทำเอง สำหรับการบริหารจัดการน้ำลำปางยังขาดแหล่งน้ำต้นทุนอีกมากประมาณหกร้อยกว่าล้านลูกบาศก์เมตร

กรมชลประทานได้ดำเนินการในโครงการหาแหล่งน้ำต่าง ๆ อาทิโครงการอ่างเก็บน้ำแม่ตีบ อ.งาว จว.ลำปาง ได้ว่าจ้างบริษัทปัญญา คอนซัลแนนท์ และบริษัทสยาม-เคกรุ๊ป จำกัด ทำอีไอเอ แม้กรมชลประทานจะพัฒนาหาแหล่งน้ำแต่หากไปกระทบกับทรัพยากรธรรมชาติกรมชลประทานก็มีหน้าที่ที่จะต้องเข้าไปช่วยแก้ไขด้วยว่าว่าจ้างบริษัทเข้าไปศึกษาผลกระทบนั้น ๆ เพื่อให้รู้ว่าโครงการที่จะดำเนินการคุ้มค่ากับทรัพยากรที่เสียหายไปหรือไม่ ซึ่งรายงานอีไอเอหากต้องแก้ไขส่วนไหนเราก็ดำเนินการตามนั้นตลอดจนการจัดสรรงบประมาณติดตามการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมตลอดเวลาเช่นการปลูกป่าทดแทน

โครงการอ่างเก็บน้ำแม่ตีบตามแนวพระราชดำริจะได้ทั้งการเก็บกักน้ำ การอุปโภค บริโภค การท่องเที่ยว งบก่อสร้าง 700 ล้านงบศึกษาอีไอเอ 200 กว่าล้านบาท พร้อมน้อมนำโครงการพระราชดำริมาพัฒนา เป็นความต้องการของชาวบ้านและอีก 10 ปีข้างหน้า ชุมชนจะมีการขยายตัว จึงต้องมีการหาแหล่งน้ำรองรับนอกจากสร้างอ่างเก็บน้ำแล้วหาแหล่งน้ำแล้วก็ต้องปรับปรุงแหล่งน้ำเดิมที่มีอยู่อาทิเช่นแก้มลิง เนื่องจากน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภคถือเป็นภาระกิจสำคัญอันดับหนึ่งตามพระราชดำรัส

จังหวัดลำปางมี 13 อำเภอ มีพื้นที่ประมาณ 7,83,726 ไร่ จำนวนประชากร 752,140 คน ( ข้อมูลปี 2558 ) พื้นที่เกษตรกรรมประมาณ 1,690,953 ไร่ ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยทั้งลุ่มน้ำปีละ 1,050 มิลลิเมตร ปริมาณน้ำท่วมเฉลี่ยรวมปีละ 1,600 ล้านลูกบาศก์เมตร มีแม่น้ำวังเป็นแม่น้ำสายหลัก

โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ตีบ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เริ่มจากที่ราษฏร์ต.บ้านหวด ต.ปงเตา ต.บ้านร้อง ต.หลวงเหนือ ต.หลวงใต้ ต.นาแก และต.แม่ตีบ อ.งาว จว.ลำปาง ได้ยื่นหนังสือถึงราชเลขาธิการเมื่อวันที่ 5 ก.ค.2534 เพื่อขอพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณให้ทางราชการพิจารณาโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำแม่ตีบ ตำบลแม่ตีบ อำเภองาว จังหวัดลำปาง กรมชลประทานต้องศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติมเนื่องจากมติครม.เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2537 ระบุว่า"โครงการเขื่อนเก็บกักน้ำหรืออ่างเก็บน้ำที่มีพื้นที่โครงการอยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์เพิ่มเติมตั้งแต่ 500 ไร่ขึ้น"ต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ

โครงการอ่างเก็บน้ำแม่ตีบเกิดจากความต้องการของชาวบ้านในพื้นที่ และไม่มีการคัดค้านที่จะสร้างแต่อย่างใด อีกทั้งขอให้กรมชลประทานเร่งดำเนินการก่อสร้าง เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรและบรรเทาปัญหาอุทกภัยในช่วงฤดูน้ำหลาก

วัตถุประสงค์โครงการอ่างเก็บน้ำแม่ตีบนั้นเพื่อเก็บกักน้ำในลำน้ำห้วยแม่ตีบไว้สำหรับการเพาะปลูกของชาวบ้านหมู่ที่ 1-5 ตำบลแม่ตีบ อีกทั้งเก็บกักน้ำไว้ในการอุปโภค-บริโภคในช่วงฤดูของชาวบ้านและสัตว์เลี้ยงที่อาศัยอยู่ในเขตโครงการและบริเวณใกล้เคียง ขณะเดียวกันเพื่อบรรเทาอุทกภัยต่อพื้นที่เพาะปลูกในช่วงฤดูน้ำหลาก และเพื่อเป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนของคนท้องถิ่น ลักษณะโครงการอ่างเก็บน้ำแม่ตีบเป็นการพัฒนาแหล่งต้นน้ำ เพื่อใช้ประโยชน์หลักการทำเกษตร อ่างเก็บน้ำดังกล่าว มีขนาดความจุ 59.70 ล้านลูกบาศก์ เมตร ระดับความจุสูงสุด 67.09 ล้านลูกบาศก์เมตร ตัวเขื่อนดินประเภท Zone Type ความกว้างสันเขื่อน 90 เมตร ความยาวเขื่อน 368 เมตร ความสูงเขื่อน 45 เมตร สามารถส่งน้ำให้พื้นที่การเกษตรตำบลแม่ตีบ จะระบายน้ำผ่านฝายในลำน้ำแม่ตีบ จำนวน 7 แห่งที่มีอยู่ในปัจจุบัน เป็นแหล่งต้นน้ำเพื่อการเพาะปลูก รวมทั้งเก็บกักไว้เป็นน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคช่วงฤดูแล้ง ช่วยลดปัญหาอุทกภัยในช่วงฤดูน้ำหลาก และที่สำคัญจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งอาชีพใหม่ด้านประมงอีกด้วย

"โครงการอ่างเก็บน้ำแม่ตีบ เป็นโครงการขนาดกลาง ที่กรมชลประทาน ต้องเร่งดำเนินการขับเคลื่อนศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เนื่องจากพื้นที่ในการก่อสร้างตั้งอยู่บนที่ป่าสงวนเกินกว่า 500 ไร่ ซึ่งอยู่ในป่าโซน C จึงต้องศึกษารายละเอียดให้รอบคอบซึ่งผลการศึกษาต้องไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ป่าและสัตว์ป่าอีกทั้งเป็นโครงการเร่งด่วนตามมติครม. 30 ธ.ค.2557 ด้วย ประกอบกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้กำหนดให้ปี 2559 เป็นปีแห่งการลดต้นทุนทางการเกษตร ตามนโยบายการเกษตรของรัฐบาลซึ่ง"การหาแหล่งน้ำที่เพียงพอต่อการเกษตร"เป็นแนวดำเนินการของรัฐบลและกระทรวงเกษตรให้ความสำคัญมาตลอด นอกจากนี้อ่างยังเก็บน้ำแม่ตีบเป็นแหล่งน้ำต้นทุนทางการเกษตร สามารถปลูกพืชได้ตลอดปี ซึ่งสามารถส่งน้ำให้พื้นที่รับประโยชน์ด้านเกษตรกรรมในตำบลแม่ตีบ ตำบลจางเหนือ ด้านท้ายอ่างในฤดูฝน จำนวน 10,000 ไร่ และฤดูแล้ง 9,500 ไร่ อีกทั้งยังเหลือส่งให้พื้นที่เกษตรกรรมด้านท้ายจุดบรรจบลำน้ำแม่ตีบ และลำน้ำงาว "

ภาพจำลองทัศนียภาพโครงการอ่างเก็บน้ำแม่ตีบ

"อธิคุณ ศรีธิ"ลูกชายนายหลั่น ศรีธิ ผู้ยื่นฎีกาถวายในหลวง ขอให้สร้างอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ บอกว่าเนื่องจากชาวบ้านมีความเดือดร้อนยังไม่มีอ่างเก็บน้ำทำให้ประสบปัญหาไม่มีน้ำเพื่อใช้ในการอุปโภคและบริโภค ประกอบกับสถานการณ์ฝนทิ้งช่วง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเข้าสู่ปลายฤดูฝนจะแห้งแล้งอย่างมาก นอกจากสภาพในพื้นที่ไม่มีน้ำแล้ว เมื่อถึงช่วงหน้าฝนก็จะประสบปัญหาน้ำท่วมสูงเกือบ 2 แมตร เรียกว่าหน้าแล้งน้ำไม่มี เมื่อหน้าฝนน้ำก็ท่วม ไม่มีอ่างเก็บน้ำหรือฝายไว้เพื่อเก็บกักหรือรองรับน้ำในฤดูกาลต่าง ๆ 

"พ่อพร้อมผู้ใหญ่บ้านอีก 5 คนได้ถวายฎีกาเพื่อขออ่างเก็บน้ำซึ่งกรมชลประทานได้ใช้พื้นที่อ่างห้วยแม่ตีบในการก่อสร้างโดยเมื่อปี 2535 ชาวบ้านประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอย่างหนัก เดือดร้อนทั้งคนและสัตว์ การทำการเกษตรที่ทำนาได้เพียงปีละ 1 ครั้ง"


อ่างเก็บน้ำหากสร้างจริงไม่ได้ใช้งบประมาณมากถึงพันล้านบาทและเชื่อว่าหากแล้วเสร็จจะจะเป็นยาวิเศษที่จะช่วยควบคุมต้นทุนการผลิต ชาวบ้านสามารถทำมาหากินได้ตลอดจนเส้นทางคมนาคมที่สะดวกสบายมากขึ้น การเสริมสร้างอาชีพใหม่ด้านประมง การเลือกปลูกพืชที่คุ้มค่า

"จากโครงการพระราชดำริของในหลวงถือเป็นบุญกุศลและจะอยู่ในหมู่พี่น้องเราตลอดไป รักในหลวงไม่เสื่อมคลาดยอยากให้เร่งดำเนินการก่อสร้าง อยากให้สานต่อ เพื่อที่ชาวบ้านจะได้มีอ่างเก็บน้ำ"

มาถึงโครงการที่มีความสำคัญไม่น้อยและยังผลต่อราษฏร์ในพื้นที่อย่างยิ่งคือ"โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยสามขาอันเนื่องมาจากพระราชดำริห้วยสามขา" ตั้งอยู่ ม.6 ต.หัวเสือ อ.แม่ทะ จว.ลำปาง ตั้งอยู่กลางหุบเขา ชาวบ้านประกอบอาชีพทำนา เลี้ยงสัตว์ ทำไร่ หาของป่า แกะสลัก รับจ้างทั่วไป รับราชการและรัฐวิสาหกิจ ห้วยสามขา มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 16,200 ไร่ มีพื้นที่ต้นน้ำประมาณ 12,000 ไร่ ก่อนปี 2545 ชุมชนประสบปัญหาภัยแล้งลำห้วยสามขาแห้งขอด การเกษตรไม่ได้ผลราษฏร์ได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานอ่างเก็บน้ำห้วยสามขาเพื่อเก็บกักน้ำทำการเกษตรได้ตลอดปีที่สุดได้พระราชทานอ่างเก็บน้ำแก่ชาวสามขา นำมาซึ่งความปลื้มปิติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ชุมชนได้ร่วมกันฟื้นฟู อนุรักษ์ป่าต้นน้ำตามแนวพรระาชดำริ เริ่มจากเยาวชนและชาวบ้านร่วมกันสร้างฝายชะลอความชุ่มชื้นของป่า จัดตั้งชุดเวรยามดุแลดับไฟป่า ปลุกจิตสำนึกให้ชุมชนเห็นความสำคัญของป่าต้นน้ำ

เราได้พูดคุยกับชาวบ้านถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอ่างเก็บน้ำห้วยสามขาอันเนื่องมาจากพระราชดำริโดย"บุญเรือน เฒ่าคำ"ผู้ใหญ่บ้านสามขา และ"พนม ใจไส"ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านสามขา ต.หัวเสือ อ.แม่ทะ จว.ลำปาง ต่างได้เล่าถึงสภาพความเป็นอยู่ในพื้นที่ให้ฟังว่า อ่างเก็บน้ำห้วยสามขาสร้างเสร็จเมื่อ 27 พ.ย. 2527 ด้วยจากการถวายฏีกาของพ่อหลวงในหมู่บ้าน แต่เมื่อสร้างเสร็จแล้วชาวบ้านยังมีการทำลายป่าไม้ด้วยการทำไร่เลื่อนลอยก่อให้เกิดความแห้งแล้ง เมื่อปี 2540 เกิดวิกฤติสภาพน้ำในอ่างแห้งขอด ปี 2544- 2545 จะมีเวลาเปิดปิด 3- 4 วันครั้งต่อครั้ง น้ำมีไม่เพียงพอต่อการบริโภค ทำให้หน่วยราชการได้ให้คำปรึกษาแนะนำให้กับชาวบ้านว่าจะนำน้ำไปใช้อย่างไรบ้าง ตลอดจนมีการจัดตั้งกลุ่มขึ้นมาเพื่ออนุรักษ์ป่าไม้และฟื้นฟูพื้นที่ป่าต้นน้ำ ตลอดจนการทำฝายในลำห้วยเล็ก ๆ ไปถึงลำห้วยใหญ่เพื่อชะลน้ำไม่ให้ไหลและสูญเปล่าโดยไม่มีการกักเก็บ มีการสร้างจิตสำนึกรักษ์ป่า การสร้างค่ายเยาวชน ซึ่งผลผลพวงจากการดูแลป่าทำให้มีผลผลิตจากป่ามากขึ้น เช่น ผักหวาน หน่อไม้ น้ำผึ้ง สถานการณ์น้ำปัจจุบันน้ำเต็มอ่างตลอดทั้งปี การปลูกพืชก็ปรับเปลี่ยนไม่มีการใช้สารเคมีเพระาที่ผ่านมาคนใช้สารเคมีไปไม่รอดสักคน

"บุญเรือน เฒ่าคำ"ผู้ใหญ่บ้านสามขา 

"ชาวบ้านที่นี่มีอาชีพหลัก ๆ คืออาชีพรับจ้างทำการเกษตรและได้เดินตามแนวทางในหลวงน้องนำเอาพระราชดำรัสแต่ละข้อของพระองค์มาดู ที่สำคัญคือสามัคคี ใช้ วิถีชาวบ้านมาดำเนินชีวิตไม่ฟุ่มเฟือยซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อปี 2540 ฟองสบู่แตกเราก็แตกเนื่องจากปัญหาโครงสร้างหนี้จึงได้บริหารจัดการโดยเฉพาะเรื่องการเงินกันใหม่โดยจัดตั้งกลุ่มสัจจะออมทรัพย์ หากไม่จัดการก็ไม่เกิดผลคนที่นี่ผูกคอตายเนื่องจากปัญหาการดำรงชีวิตหนี้สินมากมาย จึงลุกขึ้นมาจัดการปัญหาทั้งหลายรวมทั้งการจัดการน้ำ โดยรายที่เป็นหนี้สินทางกลุ่มจะจัดการแก้ปัญหาเคลียร์ให้โดยลูกหนี้ต้องมาผ่อนกับเราในอัตราดอกเบี้ย 6 บาทต่อปี โดยใช้โฉนดที่ดินเป็นเครื่องค้ำประกันบางรายเป็นหนี้ 2 แสนก็สามารถผ่อนนานเป็นสิบปีได้"

"พนม ใจไส"ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านสามขา 

การแก้ปัญหาเพื่อให้อ่างมีน้ำเก็บกักเราจะต้องดูแลป่าต้นน้ำเพราะที่ผ่านมามีปัญหาการลักลอบและไฟป่าทำให้เกิดแนวคิดและก่อสร้างฝายชะลอน้ำไห้ไหลช้าลงและเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับป่าลดปัญหาการเกิดไฟป่าซึ่งก็ได้ผลเป็นที่น่าพอใจเนื่องจากไฟป่าได้ลดลง และทำฝายโดยทั่งบริเวณพื้นที่กว่า 16,000 แห่งตั้งแต่ปี 2541 การก่อสร้างก็ใช้วัสดุในหมู่บ้านโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ เมื่อมีฝายก็ทำให้น้ำไม่ขาดแคลน ทำให้เราสามารถทำการเกษตรมีน้ำใช้ตลอดปีเริ่มตั้งแต่การทำนาปีและปลูกหอม กระเทียม หลังเก็บเกี่ยวข้าวนาปีเสร็จสิ้น น้ำที่นี่มีเพียงพอเพราะชาวบ้านแต่ละครัวเรือนมีพื้นที่การเกษตรไม่มากเพียง 3 ไร่โดยเฉลี่ย

"เดิมชาวบ้านเข้าใจผิดคิดว่าการเผาป่าจะมีของป่าแต่ก็ต้องปรับทัศนคติกันใหม่แม้ใช้เวลานานนับ 10 ปีกว่าจะปรับเปลี่ยนความคิดจากวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม ให้มาทำการเกษตรและอยู่แบบพอเพียงมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ผลจากการบริหารจัดการปัญหาต่างๆ ให้หมู่บ้านได้เป็นตัวอย่างให้ชาวบ้านจากที่อื่นเข้ามาศึกษาและนำไปปรับใช้ในท้องถิ่นตนเอง"

ปัจจุบันชาวบ้านได้รับประโยนช์จากฝายประมาณ 100 เปอร์เซ็นต์และได้ยึดพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่ว่า"ป่าถ้าเราไม่ช่วยเขา เขาจะทำลายเรา


โครงการอ่างเก็บน้ำแม่อ้อน 2 อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.งาว จว.ลำปาง เป็นอีกโครงการหนึ่งที่ได้ถวายกราบบังคมทูลต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชโดยนายวิรัตน์ สายสืบ ประธานสภาตำบลบ้านอ้อน อ.งาว จว.ลำปาง ได้มีหนังสือนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณให้ราชการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำแม่อ้อน 2 บริเวณหุบเขาเนือหมู่บ้านหัวทุ่ง ม.6 ต.บ้านอ้อน อ.งาว จว.ลำปางเพื่อเก็บกักน้ำที่ไหลในลำห้วยแม่วิตและลำห้วยแม่อ้อนไว้ใช้ในการเพาะปลูก อุปโภคบริโภคของราษฏร์ต.แม่อ้อน ต.บ้านหาด อ.งาว จว.ลำปาง สำนักราชการเลขาธิการให้กรมชลประทานพิจารณาและเห็นว่าเหมาะสมที่จะสร้างได้ สำนักราชเลขาธิการได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทและทรงโปรดเกล้ารับไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ศ.2535

โครงการดังกล่าวสามารถส่งน้ำให้กับพื้นที่รับประโยชน์โครงการในฤดูฝนประมาณ 10,000 ไร่ ก่อสร้างระหว่างปี 2558-2561 ใช้เป็นแหล่งน้ำเก็บกักน้ำและช่วยเหลือพื้นที่การเพาะปลูกของราษฏร์ใน 3 ตำบล 11 หมู่บ้าน ตลอดจนน้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภคในฤดูแล้งของราษฏร์และสัตว์เลี้ยง ตลอดจนเพื่อเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ ก่อนหน้านี้มีโครงการชลประทานเดิมอยู่ก่อนแล้วคือโครงการเหมืองฝายซึ่งโครงการแม่อ้อนเป็นการไปเติมน้ำให้กับโครงการดังกล่าวและราษฏร์ใช้น้ำจากโครงการนี้ แต่หลังจากมีอ่างเก็บน้ำแม่อ้อนจะเป็นหลักประกันให้กับเกษตรกรเพราะเป็นอ่างเก็บน้ำเต็มประสิทธิภาพ โครงการดังกล่าวยังไม่มีการศึกษาอีไอเอหรือผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมเนื่องจากเป็นโครงการรอยต่อที่เห็นชอบก่อนมติครม.เรื่องโครงการที่กระทบกับพื้นที่ป่าหรือพื้นที่อนุรักษณ์ 500 ไร่ขึ้นต้องศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมก่อน

เราได้ทราบถึงที่มาที่ไปของโครงการอ่างเก็บน้ำแม่อ้อน 2 อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.งาว จว.ลำปาง ไปแล้วคราวนี้มาฟังเสียงของประชาชนในพื้นที่ว่าเขาคิดอย่างไรกับโครงการดังกล่าว โดยเราได้พูดคุยกับ อดีตกำนัน ต.บ้านอ้อน อ.งาว จว.ลำปาง"สุนทร ยะอ้อน" กำนัน ต.บ้านอ้อน "ฉลอง ศิริมังคลากุล" "ปราชญา หล้าปาวงศ์" ผู้ใหญ่บ้าน บ้านอ้อนเหนือ ต.บ้านอ้อน อ.งาว จว.ลำปาง และ"สมศรี สุริโย" ผู้ใหญ่บ้านอ้อนหัวทุ่ง ซึ่งต่างก็ขานรับกับโครงการดังกล่าว เนื่องจากในพื้นที่หรือหมู่บ้านที่พวกเขาอาศัยไม่มีที่กักเก็บน้ำ ขาดแคลนน้ำอย่างหนักทั้งที่เป็นสิ่งสำคัญหากมีอ่างเก็บน้ำจะช่วยในการดำรงชีพต่อประชาชนอย่างมาก ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตที่จะเปลี่บนแปลงตลอดจนการประกอบสัมมาชีพต่าง ๆ เช่นการทำนา ทำไร่ ข่าวโพด ถั่วลิสง ผักกาด เป็นต้น เนื่องจากชาวบ้านที่นี่จะทำการเกษตรเป็นหลัก

 "อยากได้อ่างเก็บน้ำแม่อ้อน สภาพเดิมหน้าแล้งปลูกพืชอะไรไม่ได้เลย น้ำใช้ก็ไม่พอเพียง เกษตรกรที่นี่จะปลูกนาปีก่อน หลังจากเก็บเกี่ยวนาปีเสร็จสิ้นก็ปลูกพืชดังกล่าว อ่างเก็บน้ำแห่งนี้จะเป็นความหวังของชาวบ้านเพราะรอมา 20 ปี อ่างเก็บน้ำนี้ไม่มีใครออกมาต่อต้านแต่อย่างใดเพราะคำนึงถึงความจำเป็นและสิ่งสำคัญเป็นส่วนใหญ่ และทำความเข้าใจกับชุมชนเป็นส่วนใหญ่แม้ว่าจะกระทบพื้นที่ชาวบ้านบ้างแต่ได้รับการชดเชยด้วยการให้พื้นที่ทำกินไปแล้วเนื่องจากชาวบ้านส่วนมากเข้าไปจับจองพื้นที่ที่จะสร้างอ่างเก็บเพื่อการทำกินซึ่งแต่ละรายมีไม่มากเพียง 1-2 ไร่

พวกเขาบอกว่าแม้ว่าจะได้แหล่งน้ำจากการจัดหาแต่ในส่วนของชาวบ้านก็ต้องมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์แหล่งต้นน้ำด้วย ตลอดจนต้องรู้จักการบริหารจัดการน้ำและสามัคคี รู้จักการแบ่งการใช้น้ำ เมื่อมีอ่างเก็บน้ำเชื่อว่าชีวิตะต้องเปลี่ยน ก่อให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ มีอาชีพจะหลากหลาย ทำการประมงน้ำจืด รายได้จากการท่องเที่ยวเนื่องจากเป็นเส้นทางเชื่อมต่อกับแหล่งท่องเที่ยว ในพื้นที่คือหล่มภูเขียว พื้นที่ทำการเกษตรก็จะสามารถปลูกข้าวได้ 2 ครั้ง ตลอดจนการทำการเกษตรแบบลดการใช้สารเคมี เรียกว่า"น้ำ"จะปรับการเกษตร จะเกิดปาฏิหารย์ วิถีชีวิตอาจจะเปลี่ยนแปลงโดยไม่พึ่งนายทุน การคมนาคมสะดวกขึ้น ทุกอย่างจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นกว่าเดิม

"ชาวบ้านที่นี่ได้เดินตามรอยของในหลวงด้วยการใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงพระองค์ท่านกรุณาพวกเรามากตลอดจนในแต่ละหมู่บ้านมีกลุ่มออมทรัพ โดยผู้นำชุมชนเป็นตัวอย่างให้ชาวบ้านปฏิบัติตาม รู้สึกปลาบปลื้มในพระมหากรุณาธิคุณ ชาวบ้านจะยึดหลักของพระองค์ท่านตราบจนชีวิตจะหาไม่"

 ตอนเดินทางไปแม่ตีบฝนกำลังตกค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน