• countrygirl
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : countrythai_girl@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-22
  • จำนวนเรื่อง : 197
  • จำนวนผู้ชม : 501743
  • จำนวนผู้โหวต : 159
  • ส่ง msg :
  • โหวต 159 คน
คาวบอย

44

View All
<< มกราคม 2017 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 29 มกราคม 2560
Posted by countrygirl , ผู้อ่าน : 491 , 19:54:48 น.  
หมวด : เกษตรกรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน february26 , แม่หมี และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้


โครงการหลวงนับว่าเป็นมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการเข้ามาพัฒนาความเป็นอยู่ของชาวเขาในที่ราบสูงเนื่องจากเป็นจุดรับซื้อและรองรับผลิตภัณฑ์จากเกษตรกรที่ราบสูงก่อให้เกิดรายได้และความมั่นคงกับชาวบ้าน ปัจจุบันผลิตภัณฑ์จากโครงการหลวงได้พัฒนาต่อยอดมากขึ้นล่าสุดมกอช.ถือเป็นหน่วยงานที่ดูแลเรื่องมาตรฐานการผลิตสินค้าทางการเกษตรได้เข้ามีส่วนสำคัญในการตรวจสอบและรับรองคุณภาพสินค้าทางการเกษตรหลายอย่างและผลิตภัณฑ์ของโครงการหลวงก็เช่นกัน ในเรื่องนี้"พิศาล พงศาพิชณ์"รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) บอกว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้มกอช. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการส่งเสริมและพัฒนายกระดับการผลิตสินค้าพืชผัก และผลไม้ ของศูนย์พัฒนาโครงการหลวง จำนวน 38 ศูนย์ ในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน และพะยา ให้ได้มาตรฐานรวมพื้นที่กว่า 10,000 ไร่ โดยที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรฯได้รับรองแหล่งผลิตพืชผัก ผลไม้ และสมุนไพรของชาวเขาในพื้นที่โครงการหลวงตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีหรือจีเอพี (GAP) พืชอาหาร แยกเป็น พืชผักและสมุนไพร GAP 126 ชนิด เกษตรกร 3,897 ราย พื้นที่ 9,593 ไร่ และยังรับรองแปลงปลูกไม้ผลเมืองร้อนตามมาตรฐาน GAP  4 ชนิด ไม้ผลเมืองหนาว 4 ชนิด และไม้ผลขนาดเล็ก 5 ชนิด ทั้งยังรับรองแหล่งผลิตผักอินทรีย์ จำนวน 16 ชนิด เกษตรกร 528 ราย พื้นที่ 990 ไร่ ซึ่งปัจจุบันเกษตรกรในโครงการหลวงกว่า 70% ปลูกพืชผักในโรงเรือน รวมกว่า 2,000 โรงเรือน

พร้อมกันนี้ได้สนับสนุนให้โครงการหลวงคัดบรรจุสินค้าในโรงคัดบรรจุที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจีเอ็มพี (GMP)  และมีห้องปฏิบัติการตรวจสอบสารพิษตกค้างในพืชผักและผลไม้อย่างต่อเนื่อง ทำให้สินค้าของโครงการหลวงมีคุณภาพ ได้มาตรฐาน มีความปลอดภัยสูง และเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคทั้งภายในและต่างประเทศ ซึ่งสามารถสร้างอาชีพให้กับชาวเขาทดแทนการปลูกฝิ่น ช่วยแก้ปัญหาการทำไร่เลื่อนลอย ที่สำคัญยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตครอบครัวชาวเขาในโครงการฯให้ดีขึ้น ตามแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 มกอช. ยังได้ดำเนินโครงการระบบตามสอบผลผลิตผักมูลนิธิโครงการหลวง ดำเนินการออกแบบ พัฒนาและติดตั้งระบบตามสอบทางอิเล็กทรอนิกส์เต็มรูปแบบทั้งระบบฟาร์ม GAP หรือโกลบอลแก็บ (Global GAP) ระบบตรวจสอบคุณภาพ ระบบการผลิต GMP ระบบส่งขาย และระบบการตามสอบและเรียกคืนสินค้า สามารถรองรับการใช้เทคโนโลยี Radio Frequency Identification (RFID) ทำให้เชื่อมโยงข้อมูลการตามสอบของโครงการหลวงเข้าสู่ระบบตามสอบของกระทรวงเกษตรฯ ในส่วนสินค้าพืชได้ ซึ่งโครงการหลวงได้เริ่มนำร่องใช้เทคโนโลยี RFID ที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่เหียะและเชื่อมโยงไปยังศูนย์โครงการหลวงทั้งหมดแล้ว

สำหรับเทคโนโลยี RFID เป็นการเก็บข้อมูลแบบอัตโนมัติ คล้ายกับป้ายอิเล็กทรอนิกส์ (RFID Tag) โดยมีการรับส่งสัญญาณข้อมูลผ่านทางสัญญาณวิทยุ ซึ่งข้อมูลที่เก็บไว้จะเก็บไว้ในส่วนที่เรียกว่า แท็กของ RFID มีประโยชน์ คือ ใช้ติดตามฉลากสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อใช้ในการติดตามข้อมูลหรือเก็บข้อมูลของผลิตภัณฑ์ชิ้นนั้น ซึ่งดีกว่าการใช้ระบบบาร์โค้ด (Barcode) ตรงที่ไม่ต้องอ่านข้อมูลในระดับสายตา   เพราะมีการส่งสัญญาณวิทยุ ทำให้มีความสะดวกและรวดเร็วมากขึ้นในการตามสอบและเรียกคืนสินค้ากรณีที่มีปัญหา ถือเป็นเครื่องมือสำคัญอย่างที่ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคได้

“ระบบดังกล่าว สามารถรองรับการใช้งานด้านบริหารจัดการแปลงเกษตรกรของโครงการหลวงได้ครบทุกราย ครอบคลุมพืชผักในโครงการฯทุกชนิด ทั้งยังรองรับการทำงานการตามสอบที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวง 38 ศูนย์ และโรงงานคัดบรรจุ 1 โรง นอกจากนี้ ยังสามารถตามสอบจากบรรจุภัณฑ์ (ถุงหรือกล่อง) ถึงรายเกษตรกรหรือแปลงที่เพาะปลูกพืชผักตามมาตรฐาน Global GAP และสามารถตามสอบแหล่งกระจายสินค้าได้ภายในเวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมง โดยเรียกคืนสินค้าหรือนำสินค้าออกจากชั้นวางขายได้ภายในเวลาที่กำหนด ทั้งยังเกิดระบบคลังสินค้าแบบเรียลไทม์ (Real Time) เป็นฐานข้อมูลสำหรับการจัดการอุปสงค์และอุปทาน ช่วยลดการสูญเสียและเพิ่มโอกาสในการจำหน่ายสินค้า ทำให้ต้นทุนการผลิตผักของโครงการหลวงลดลง”

"พันนุมาศ ทองกระจ่าง"หัวหน้าศูนย์พัฒนาโครงการหลวงผาตั้ง หนึ่งใน 38 ศูนย์ ที่ได้นำมาตรฐาน จีเอพี มาใช้ในการพัฒนาคุณภาพผลผลิต  กล่าวว่า สำหรับศูนย์พัฒนาโครงการผาตั้ง อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย เดิมเป็นหน่อยย่อยของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยแล้ง  เริ่มดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพของเกษตรกรครั้งแรก ในเดือนตุลาคม ปีพ.ศ. 2347  โดยได้ทำการทดสอบและผลิตพืชผักเมืองหนาว ต่อมาในปีพ.ศ. 2549  ได้ทำการส่งเสริมและผลิตพืชผักเมืองหนาว ไม้ผลเมืองหนาวและการผลิตเมล็ดพันธุ์ผักอย่างจริงจัง และในปี พ.ศ. 2550 ชาวบ้านหมู่บ้านผาตั้ง บ้านร่มฟ้าผาหม่นและบ้านศิลาแดง  ได้ถวายฎีกาทูลหม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี องค์ประทานมูลนิธิโครงการหลวง เพื่อช่วยส่งเสริมและพัฒนาอาชีพแก่ชาวบ้าน  พัฒนาปรับปรุงพื้นที่ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญและอนุรักษ์  ทรัพยากรธรรมชาติป่าไม้และต้นน้ำให้คงสภาพสมบูรณ์ ในวันที่ 9 เมษายน  พ.ศ. 2550 หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี องค์ประทานมูลนิธิโครงการหลวง ได้เสด็จ มายังบ้านผาตั้ง และได้โปรดให้จัดตั้งศูนย์พัฒนาโครงการหลวงผาตั้งขึ้น โดยชาวบ้านได้ยกพื้นที่ฟาร์มเลี้ยงสัตว์บ้านผาตั้งพื้นที่ 50 ไร่ ให้เป็นที่ตั้งของศูนย์ ประกอบด้วย ชาวจีนคณะชาติ, ม้ง, เย้า, มูเซอ,อีก้อ, ไทยลื้อ และคนพื้นเมืองรวม 2,704  คน คิดเป็น  623  ครัวเรือน

“ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงผาตั้งได้ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพให้แก่เกษตรกร โดยเน้นการปลูกผักภายใต้โรงเรือนและการลดการใช้สารเคมีเน้นให้เกษตรกรผลิตปุ๋ยหมักทดแทนเพื่อเข้าสู่การปลูกพืชในระบบ GAP ตลอดจนถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการเกษตรเพื่อเพิ่มผลผลิตและปรับปรุงฐานะความเป็นอยู่ของเกษตรกร และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตครอบครัวชาวเขาในโครงการฯ ให้ดีขึ้น และเดินหน้าพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานสินค้าโครงการหลวงให้เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น เพื่อสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9”

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
february26 วันที่ : 30/01/2017 เวลา : 16.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bang2510
The twenty-six of February 

พระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ในหลวงรัชกาลที่๙

หาที่สุดมิได้ จริงๆ ครับ

ขอบคุณครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน