• countrygirl
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : countrythai_girl@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-22
  • จำนวนเรื่อง : 209
  • จำนวนผู้ชม : 524699
  • จำนวนผู้โหวต : 161
  • ส่ง msg :
  • โหวต 161 คน
คาวบอย

44

View All
<< มีนาคม 2017 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 16 มีนาคม 2560
Posted by countrygirl , ผู้อ่าน : 616 , 16:32:59 น.  
หมวด : เกษตรกรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน february26 โหวตเรื่องนี้

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีนโยบายพัฒนาเกษตรกรไทยเป็นเกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Farmer) คือที่มีความรู้ในเรื่องที่ทำอยู่มีการบริหารจัดการจัดการผลผลิตและการตลาด มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ตระหนักถึงคุณภาพสินค้าและความปลอดภัยผู้บริโภค รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม มีความภูมิใจในความเป็นเกษตรกรพัฒนาเกษตรกรไทยใยยุค เออีซีมีศักยภาพและขีดความสามารถผลิตข้าวให้มีต้นทุนต่ำ คุณภาพสูง ผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้น กรมการข้าวเองได้เล็งเห็นถึงความสำคัญต่อข้าวและเพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติของชาวนา จึงได้ทำกิจกรรมสืบสานอนุรักษ์ภูมิปัญญาอาชีพการทำนา การดำเนินงานด้านการสร้างและพัฒนาชาวนารุ่นใหม่และการสืบสานอนุรักษ์วัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่นภายใต้โครงการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชาวนาและองค์กรชาวนาปี 2560 ถือเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ประเทศ ในการปรับปรุงขีดความสามารถการแข่งขันข้าวไทยสร้างความเข้มแข็งให้ชาวนาและองค์กรชาวนาในการผลิตข้าวให้มากขึ้นพึ่งพาตนเองได้ดำนินชีวิตแบบเศรษฐิจพอเพียงและเป็นการส่งเสริมให้เยาวชน ชาวนารุ่นใหม่และลูกหลานชาวนามีการสืบทอดการทำนามีทัศนคติที่ดีต่ออาชีพการทำนาตลอดจนการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เกี่ยวกับข้าว

ที่ตำบลบ้านตุ่น อ.เมือง จว.พะเยา เป็นหนึ่งพื้นที่ที่มีกิจกรรมสร้างและพัฒนาชาวนารุ่นใหม่ตลอดจนการทำนาแปลงใหญ่ "สวาท พรรสินตระ" อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 132 ม.4 ต.บ้านตุ่น อ.เมือง จว.พะเยา เล่าว่า เดิมทำนาตั้งแต่เด็กจนกระทั่งอายุ 18 ปีได้ทำงานและใช้วิถีชีวิตอย่างเด็กวัยรุ่นทั่วไปคือหางานทำในเมืองใหญ่นับตั้งแต่นั้นมาชีวิตก็ก้าวไปสู่สังคมเมืองและเมื่อเวลาผ่านไปได้มีครอบครัวและกลับมาทำนาอีกครั้งเนื่องจากที่่ผ่านมาหลังหันหลังให้กับท้องทุ่งสู่คนเมืองกลับพบว่าไปไม่รอด เนื่องจากบ้านเราเป็นเมืองเกษตรกรรม ที่คนเราต้องทำนาต่อไปและต้องฝึก ถ่ายทอดไปยังรุ่นลูกและหลานต่อไป

"ตัดสินใจกลับมาทำงานตามเดิมเพราะเกษตรกรก็คือเกษตรกร และทำอะไรก็แล้วแต่ที่ได้ประโยชน์ต่อตนเอง จะเป็นความภูมิใจมากที่สุด"

การทำนาในปัจจุบันได้เริ่มปรับเปลี่ยนจากการทำนาแบบใช้สารเคมีที่ไม่รู้จักต้นทุนที่แท้จริง รู้แต่เพียงขาดทุน ทำนาแบบเปลืองทุน ได้ปรับแนวความคิดแบบใหม่ ด้วยการเข้าไปอบรมด้านการเกษตรต่าง ๆ ของศูนย์ข้าวพะเยาและทำข้าวแบบจีเอพีและปลูกข้าวแบบอินทรีย์เมื่อปี 2556 ทำให้รู้ว่าทำได้ยาก เพราะต้องระวังแมลงศัตรูพืชต่าง ๆ โดยเฉพาะแมงบั่ว ที่ควบคุมได้ยากเนื่องจากข้าวที่เราปลูกอยู่ในโซนข้าวอินทรีย์ การแก้ปัญหาในการกำจัดแมลงศัตรูจะใช้วิธีการทางอินทรีย์เช่นคือ ใช้น้ำส้มควันไม้ พด.7 บิวเวอร์เรีย 

"สวาท"บอกถึงจุดเปลี่ยนการปลูกข้าวจากการใช้สารเคมี มาเป็นการปลูกแบบปลอดสารเคมีว่า เมื่อปี 2552 ชาวนาในหมู่บ้านเริ่มมีอาการป่วยเนื่องจากใช้สารเคมี เพราะปลูกข้าวจากการใช้สารเคมีมากเกินไป ประกอบกับทำให้ดินเสื่อมโทรม ทำการเกษตรแบบมีต้นทุนเพิ่ม จึงได้เริ่มเปลี่ยนแปลงการทำเกษตรแบบใหม่ปลอดสารเคมด้วยการปรับปรุงบำรุงดิน เริ่มจากปรับดิน ไถกลบตอซังข้าว ปลูกปอเทืองซึ่งเป็นปุ๋ยพืชสด และพักดินตามกำหนดก่อนการทำนาในครั้งต่อไปเนื่องจากบ้านเราเป็นการทำนาน้ำฝน

สำหรับพื้นที่การเกษตรของเกษตรกรผู้นี้มี 1 ไร่ 3 งาน หากแต่ได้เช่าพื้นที่นา 23 ไร่ เพื่อปลูกข้าว ข้าวโพดข้าวเหนียว แก่นตะวัน ผักสวนครัว และปอเทือง สำหรับการปลูกข้าวจะปลูกนาปีทำนาดำ 12 ไร่ 3 งาน นาหยอดข้าวแห้ง 12 ไร่ โดยพันธุ์ข้าวที่ใช้คือขาวดอกมะลิ 105 และกข.6 แหล่งน้ำจากชลประทานอ่างเก็บน้ำแม่ตุ่นและน้ำฝนปลูก ต้นทุนการผลิตต่อไร่นาดำ 3,200 บาท นาหยอดข้าวแห้ง 2,400 บาทต่อไร่ ผลผลิต / ไร่ นาดำ 600 กก. / ไร่ นาหยอด 500 กก. / ไร่ หลังฤดูทำนาเสร็จสิ้นปลูกข้าโพดข้าวเหนียว 2 ไร่ แก่นตะวัน 4 ไร่ ผักสวนครัวและปลูกปอเทืองสลับพื้นที่ปลูกปีละ 5 ไร่ แต่ด้วยที่เป็น smart farmer ต้นทุนในการปลูกข้าวอาจไม่ได้มากหรือใช้จ่ายอะไรมากนักเพราะปัจจัยการผลิตได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ

"หลังปรับเปลี่ยนนาข้าวแบบอินทรีย์ค่าใช้จ่ายลดลง 40 เปอร์เซ็นต์จาก 100 เปอร์เซ็นต์ได้ผลผลิตลดลงแต่มีคุณภาพและราคาดี โดยเข้าร่วมเกษตรแปลงใหญ่และปลูกเพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ 8 ไร่ ข้าวอินทรีย์ 4 ไร่ และจากที่ไม่มีอะไรตอนนี้สามารถซื้อรถแทรกเตอร์ได้"

เกษตรกรผู้นี้ถือว่าเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ที่หันมาปรับกระบวนการการปลูกข้าวและเขาเห็นว่าการเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ หากตามกระแสมากไปก็คงล้ม ทวนกระแสก็ล้ม คือทำอย่างไรให้อยู่ได้ พ่อแม่เราเป็นเกษตรกรเราก็ต้องทำเกษตรคนเราเป็นชาวนไม่อยากทำก็ต้องทำเพราะไม่มีอะไรจะกิน แต่ก็ต้องปรับตัว และเกษตรกรรุ่นใหม่ไม่จำเป็นต้องปลูกพืชเชิงเดี่ยวอย่างเดียว สำหรับรายได้ปีที่ผ่านมา 250,000 บาทถือว่าอยู่ได้ ทุกคนต้องกลับมาทำนาตามเดิมมาทำงานที่บ้านสุดท้ายก็กลับบ้าน เกษตรกรรุ่นใหม่ได้รับความสนใจอย่างมากจากภาครัฐที่จะให้การสนับสนุนและร่วมรับผิดชอบ ตลอดจนเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาทุกอย่างที่ต้องการความรวดเร็ว"

จังหวัดพะเยายังมีมุมหนึ่งที่น่าสนใจนั่นคือ ที่บ้านบัว ม.4 ต.บ้านตุ่น อ.เมือง จว.พะเยา ได้เปิดเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยว โดยประธานศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง "ผัดแก้ว งามเมือง" บอกว่า บ้านบัวเป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงอันดับ 1 ของประเทศโดยเมื่อปี 2553 มีหน่วยงานหรือประชาชนทั่วไปเข้ามาดูงานแต่ด้วยต้องเดินทางไกลทำให้ไม่สะดวกที่จะเดินทางกลับทำให้เกิดแนวคิดในการทำโฮมสเตย์ขึ้นมาให้บริการโดยความร่วมมือของการท่องเที่ยวที่เข้ามาประเมิน จนกระทั่งเปิดให้บริการราวปี 2545 - 2555 มีโฮมสเตย์ให้บริการ 11 หลัง ผู้เข้าพักสามารถเลือกพัก 1 คืน 2 วันซึ่งมีกิจกรรมการดูงานต่าง ๆ เช่นการจักสาน แกสชีวมวลพลังงานทดแทน ข้าวอินทรีย์ เพาะพันธุ์ด้วงกวาง ผลจากการดูงานหลายคณะนำไปต่อยอดได้

สำหรับรายละเอียดการดูงาน 20 คน ค่าดูงาน 3,000 บาท 20 คนขึ้นไปไม่เกิน 100 คน ค่าดูงาน 5,000 บาท 100 คนขึ้นไปคิดเพิ่มคนละ 10 บาท ที่ผ่านมาคณะที่มาดูงานมีทั้งคนไทยและต่างชาติเช่น ลาว จีน หมู่บ้านแห่งนี้เป็นหมู่บ้านพึ่งตนเอง มีความเข้มแข็ง โดยในปี 2553 ได้รับรางวัลหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง และเป็นจุดเริ่มต้นการเปิดเป็นโฮมสเตย์ดังกล่าว บ้านบัวมีกิจกรรมน่าสนใจตลอดปีเริ่มจากหน้าฝน ที่สามารถดำนา หาเห็ด เก็บแมงมันขุดหน่อไม้ความพิเศษของหน้าฝนนอกจากข้าวกล้าและไม้จะเขียวขจียังเด็ดที่อาหารป่า มีหิ่งห้อยส่วนหน้าหนาว จะเป็นการปลูกผัก ตีข้าว เกี่ยวข้าว หน้าร้อน ชวนขึ้นรถอีแต๋น เดินดูดอยหมอก ขึ้นน้ำตก

จังหวัดหนึ่งที่มีการทำนาแปลงใหญ่คือเชียงราย เราได้แวะดูพื้นที่ที่มีการทำนาแปลงใหญ่ที่ตำบลดอยลาน อ.เมือง จว.เชียงราย "ยุทธ ศิรินามวงศ์" ประธานกลุ่มแนาแปลงใหญ่ ต.ดอยลาน อ.เมือง จว.เชียงราย บอกว่า ที่นี่มีการทำนาแปลงใหญ่ 3,600 ไร่ มีสมาชิก 244 รายที่ร่วมทำแปลงใหญ่ จากเนื้อที่การปลูกนาข้าวทั้งหมด 19,000 ไร่ แต่การปลูกแปลงใหญ่ที่นี่จะกระจายไปใน 10 หมู่บ้าน และเป็นนาดำ 20 เปอร์เซ็นต์ การปลูกแปลงใหญ่มีปัญหาตลาดไม่แน่นอน ตลอดจนปัญหาเงินทุนหมุนเวียน การบริหารจัดการ ทำให้การทำแปลงใหญ่ที่นี่ยังไม่ประสบความสำเร็จอาจเพราะเป็นปีแรกที่เริ่มดำเนินการ ผลผลิตที่ออกมายังไม่เหมาะสมหรือยังไม่ตลาด แต่ที่เห็นคือการลดต้นทุนการผลิตเดิมใช้เมล็ดพันธุ์ 30 - 40 ไร่ แต่ลดลงเหลือ 10 กิโลกรัมต่อไร่ ตลอดจนมีหลายหน่วยงานให้การสนับสนุนและช่วยเหลือ อาทิรถเกี่ยวข้าวที่คิดค่าบริการลดลงจากปกติ 800 ลดลงเหลือ 400 - 500 บาท ราคาจะคิดตามสัดส่วนของผลผลิตที่ได้เพราะบางรายได้ผลผลิตมากน้อยไม่เท่ากัน เราอยู่ร่วมกันก็ช่วยกัน

"กัมพล พิกุล" 10 ม.16 ต.ดอยลาน อ.เมือง จว.เชียงราย กลุ่มนาแปลงใหญ่ ต.ดอยลาน ได้อธิบายการริเริ่มทำแปลงใหญ่ของที่นี่ว่า "ปัญหานาแปลงใหญ่ที่เห็นได้ชัดขณะนี้โรงสีข้าวไม่ให้ความร่วมมือไม่ทำตามข้อตกลง ขายข้าวแบบกดราคาและไม่เสม่ำเสมอในแต่ละช่วงเวลาที่เกษตรกรนำข้าวไปขาย เช่นข้าวติดเขียว เห็นได้ว่าโรงสีไม่มีมาตรฐานราคา ดูด้วยสายตาและให้ราคาไม่เป็นธรรมและไม่นิ่ง แต่ก็ต้องขายข้างให้กับโรงสีในสภาวะจำยอม อยากให้ภาครัฐเข้ามาดูแลในส่วนนี้ ด้วยการหาตลาดรับซื้อข้าวจากเกษตรกรให้มากขึ้น แต่เบื้องต้นได้หาทางออกด้วยการเก็บไว้เพื่อชะลอการขายจะขายเฉพาะเท่าที่จำเป็นเท่านั้น แต่ก็หวังว่าเกษตรแปลงใหญ่จะทำให้ราคาข้าวดี และเป็นข้าวที่มีคุณภาพซึ่งปีที่ผ่านมาได้ผลผลิต 400 กก.ต่อไร่เนื่องจากปัญหาฝนตกหนักจากปกติได้ 600 กก.ต่อไร่เกษตรกรที่นี่ทำนาแปลงใหญ่ตั้งแต่รายละ 3 ไร่ถึง 100 ไร่ การปรับมาทำแปลงใหญ่ของที่นี่เริ่มจากปรับปรุงบำรุงดิน หลังเก็บเกี่ยว 1 เดือนด้วยการไถกลบตอซัง ลดการใช้สารเคมีลง และอยากให้ดำเนินการทำแปลงใหญ่เพราะเราเชื่อมั่นในโครงการและขอให้ทำต่อไปเพื่อช่วยเหลือชาวนา และช่วยลดต้นทุนให้กับเกษตรกร ทั้งมีระบบการต่อรองราคาสินค้า แต่อยากให้รัฐบาลเข้ามาสนับสนุนเรื่องโรงสี ลานตาก ตาชั่ง ให้เป็นของเกษตรกรเอง ซึ่งทางกลุ่มได้ทำโครงการขอกู้ยืมเงินธกส. 10 ล้านเพื่อจัดซื้อ

"ที่นี่จะปลูกข้าวอินทรีย์ 1,200 ไร่ และแนวโน้มจะเพิ่มเป็นอีก 70 เปอร์เซ็นต์ ที่ยังปลูกข้าวแบบเคมีเพราะนาบางแห่งอยู่นอกเขตชลประทานยังคงมีวัชพืช สำหรับการขายข้าวของเกษตรกรที่นี่จะขายให้โรงสี และแพคขายกันเองเนื่องจากบางแห่งมีโรงสีเล็ก ๆ ขายกันเอง มีทั้งข้าวเจ้าและข้าวเหนียว"     

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน