• countrygirl
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : parwnation@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-22
  • จำนวนเรื่อง : 183
  • จำนวนผู้ชม : 483606
  • ส่ง msg :
  • โหวต 159 คน
countrygirl
หญิงชาวบ้าน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/countrygirl
วันจันทร์ ที่ 20 มีนาคม 2560
Posted by countrygirl , ผู้อ่าน : 663 , 20:14:00 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

กลับจากเวียดนามได้พักใหญ่มานั่งนึกถึงเรื่องราวที่ไกด์เล่าให้ฟังตลอดช่วง 3 วันที่ใช้ชีวิตจำได้มั่งไม่ได้มั่งแต่ก็จะขอถ่ายทอดประสบการณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ ผ่านบล็อคนี้นะคะ และเห็นว่าประเทศเพื่อนบ้านเรานี้ น่าจับตามองถึงการเปิดประเทศ และพัฒนาอย่างต่อเนื่องที่น่าสนใจกับการเปลียนแปลงในหลายด้าน แต่ก่อนหน้านั้น เพื่อนบ้านเราเช่นเวียดนาม ก็ได้ผ่านเรื่องราวในอดีตอันบอบช้ำมาไม่น้อยถึงขั้นแยกประเทศออกเป็นสองส่วน

ไปติดตามเรื่องราวดี ๆ น่าประทับใจของประเทศนี้กันค่ะ หลังจากเครื่องบินสายการบินไทยเวียดเจ็ตแอร์ แตะสนามบิน"ตัน เชิน นึก" นครโฮจิมินทร์ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยก็ไปขึ้นรถบัสที่รอรับอยู่ด้านหน้าสนามบินมีไกด์ชาวเวียดนามพูดไทยชัดเจนเราเรียกว่า "ป้ามาย"ได้กล่าวทักทายคณะเราด้วยรอยยิ้มและมิตรภาพ รถบัสเริ่มแล่นเข้าไปในเมืองเพื่อไปรับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร Palance (International Buffet) อาหารที่นี่เป็นแบบบุปเฟต์มีความหลากหลายแม้ไม่ทานเนื้อสัตว์แต่ก็ไม่มีปัญหาเพราะด้วยมีอาหารมากมายหลายอย่าง ที่แน่ ๆ ไข่ต้มเราได้หมายตาไว้แล้ว ประกอบกับไกด์จากเมืองไทยได้เตรียมน้ำพริกไปด้วยทานพร้อมผักอร่อยเหมือนทานอาหารบ้านเรา เมื่ออิ่มท้องก็เดินทางต่อ

ไกด์บอกว่าที่เวียดนามจำกัดความเร็วในการขับขี่อยู่ที่ 50 - 60 กม.ต่อชม. ทางด่วนจำกัดความเร็วที่ 80 กม.ต่อชั่วโมงซึ่งเราก็เห็นเช่นตามที่ไกด์ว่าน่าจะใช่เพราะรถบัสวิ่งไม่เร็วมากแม้ในและนอกเมืองโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองทำเวลาไม่ได้นักเพราะด้วยการจราจรที่ติดขัดรถราจำนวนมากโดยเฉพาะจักรยานยนตร์ (ไม่ได้ถ่ายภาพ รถจักรยานยนตร์วิ่งกันขวักไขว่ )  ไกด์เล่าต่อว่า ชาวเวียดนามจะปลูกมันสำปะหลัง เลี้ยงวัว ยางพารา ผลไม้ก็เหมือนกับประเทศไทย เช่นละมุด ลำไย ส้มโอ แต่รสชาติไม่อร่อยเท่ากับบ้านเราค่ะ ( อันนี้ไกด์บอกเอง ) ทุุเรียนก็มีแต่เมล็ดใหญ่เกินไป ส่วนบ้านจะเป็นแบบสี่เหลี่ยมชั้นเดียวกว้าง 4 - 5 เมตร ความยาว 12 - 15 เมตร และจะสร้างบ้านพออยู่ได้แม้ว่าจะมีที่ทางเยอะก็ตาม คนที่มีบ้านใกล้ถนนส่วนมากจะเปิดเป็นร้านค้าหากไม่ทำเองก็ให้ผู้อื่นมาเช่าทำแทน

สำหรับที่ดินของเวียดนาม 70 เปอร์เซ็นต์จะเป็นของรัฐบาลแต่เมื่อซื้อเป็นเจ้าของแล้วก็จดทะเบียนตลอดชีวิตโอนเป็นของลูกหลานได้และเวียดนามจะปล่อยเสีเปิดให้ทำธุรกิจได้อย่างอิสระเพียงเสียภาษีให้รัฐบาลเท่านั้น สำหรับผู้ลงทุนหากในระยะหนึ่ง - สองปีแรกไม่มีกำไรหรือรายได้รัฐบาลก็จะยังไม่เก็บภาษี โดยเวียดนามจะมีเขตเศรษฐกิจระดับสูง และเขตอุตสาหกรรมที่อยู่ห่างออกไปจากตัวเมืองแต่รัฐบาลก็ได้ทำถนนตัดผ่านเพื่ออำนวยความสะดวก

อากาศที่เวียดนามใต้ค่อนข้างเหมือนเมืองไทยคือร้อน โดยเฉพาะช่วงเดือนเมษายน ส่วนฮานอยอากาศจะอยู่ 12 - 18 องศา ดังนั้นช่วงที่เราไปคืออากาศร้อนค่ะ ประชาชนที่นี่นิยมใช้รถจักรยานยนตร์ หากบ้านอยู่ห่างจากโฮจิมินทร์ชาวเวียดนามก็ยังคงใช้รถจักรยานยนตร์เพื่อเดินทางไปทำงานเป็นปกติจะเห็นว่าร้านกาแฟจะเยอะมากบางแห่งมีเปลซึ่งเปลนี้ไว้บริการสำหรับผู้เดินทางที่แวะดื่มกาแฟโดยไม่คิดค่าบริการ หากมีไว้เพื่อพักผ่อนก่อนเดินทางต่อไปยังจุดหมายต่อไปหรือแม้กระทั่งป้ายที่เขียนภาษาเวียดนามที่แปลเป็นไทยว่า"ขนมจีน"ก็มีให้เห็นตลอดทางเช่นกัน สำหรับโฮจิมินทร์ชายแดนด้านจะติดกับประเทศกัมพูชามีระยะห่างกัน 200 กิโลเมตร

ไกด์บอกว่าคนเวียดนามโดยเฉพาะในโฮจิมินทร์จะนิยมใช้สินค้าจากประเทศไทยเพราะเห็นว่าสวย มีความคงทน ส่วนเวียดนามเหนือจะใช้นิยมของจากประเทศจีน อเมริกา เยอรมัน แต่หากคนมีฐานะก็จะชอบสินค้าจากประเทศญี่ปุ่น....ที่โฮจิมินทร์เริ่มก่อสร้างรถไฟใต้ดินแล้วโดยบริษัทจากญี่ปุ่นแล้วค่ะ

วันที่สองในโฮจิมินห์หลังอิ่มท้องในมื้อเช้าจากโรงแรมที่พัก ได้ไปเที่ยวชม"กรมไปรษณีย์กลาง"ก่อสร้างเมื่อปีพ.ศ.2439 เสร็จในปี พ.ศ.2444 การก่อสร้างเป็นแบบสไตส์ฝรั่งเศส ตกแต่งด้วยกระจกสี เป็นไปรษณีย์ที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนาม โอ่โถง นักออกแบบมากมายมาศึกษาเรียนรู้ ข้าง ๆ กัน เป็น"โบสถ์นอร์ทเธอดาม" ที่จำลองมาจากโบสถ์นอร์ทเธอดามในฝรั่งเศส เรียกอีกอย่างว่า"โบสถ์พระแม่มารี"ตั้งอยู่กลางเมืองบนถนน Han Thuyen ก่อสร้าง พ.ศ.2420 ใช้เวลา 6 ปี โบสถ์นี้ไม่มีการเล่นสีเหมือนโบสถ์คริสต์อื่น เพราะได้รับความเสียหายจากสงครามเวียดนาม

 

เราใช้เวลาชื่มสถาปัตยกรรมสวย ๆ งามถึงเวลาสมควรก็ไปชม"อดีตทำเนียบประธานาธิบดี"ตั้งอยู่บริเวณที่เคยเป็นทำเนียบของผู้ว่าการชาวฝรั่งเศสเรียกว่าทำเนียบนโรดม ( Norodom Palace ) มีอายุย้อนหลังไปถึงปีพ.ศ.2411 หลังจากที่ข้อตกลงเจนีวานำจุดจบมาสู่การยึดครองของฝรั่งเศส "โงดันท์เดียม" ประธานาธิบดีเวียดนามใต้ได้พำนักอยู่ในทำเนียบแห่งนี้ เป็นอาคารทันสมัยขาดใหญ่มีสวนใหญ่ล้อมรอบ ที่นี่เคยเป็นกองบัญชาการทางทหารสมัยสงครามเวียดนามและเป็นอดีตทำเนียบของประธานาธิบดีเวียดนามใต้

ที่นี่จะติดหน้าต่างทรงยาว ๆ โดยรอบ

ห้องต่าง ๆ ของที่นี่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามเช่นห้องประชุม ห้องรับประทานอาหาร เป็นต้น ทำเนียบประธานาธิบดีปัจจุบันเรียกกันว่า "ทองยัด" และเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้เข้าชมได้ โดยทุกสิ่งทุกอย่างถูกทิ้งไว้ให้เสมือนภาพเดิม มีทั้งหมดกว่า 100 ห้องแต่เปิดให้ดูเฉพาะห้องสำคัญ ๆ เช่นห้องเกี่ยวกับการรับมอบเอกสารทางการทูต พิธีการทางการทูต การแต่งตั้งทูต (ไกด์บอกว่างั้น)ก็จะมาห้องนี้ค่ะ ถือว่าเป็นห้องที่สวยที่สุด 

ห้องรับประทานอาหาร

 

บันไดนี้ไม่ได้ใช้ขึ้นแต่ตรงกลางใช้ต้อนรับแขกของปธน.

โซนส่วนตัวของอดีตประธานาธิบดีเวียดนามมีห้องนอน ห้องนอนบุตร ห้องสวดมนต์ ห้องพักผ่อน เป็นต้น

ของที่ระลึกที่ประชาชนมอบให้ประธานาธิบดี

ห้องใต้ดินค่ะไปดูว่ามีอะไร

ทางเดินในห้องใต้ดิน

เป็นการบันทึกจำนวนทหารประเทศต่าง ๆ ที่เข้าร่วมสงครามเวียดนามสิ้นสุดการบันทึกเมื่อ 29 - 6 - 1968 สำหรับทหารไทย มีมากถึง 3 หมื่นกว่าคนและมาช่วยเรื่องเสบียงอาหาร...หากเรามองย้อนกลับไปบอกได้เลยค่ะว่าอุปกรณ์ต่าง ๆ ทันสมัยไม่น้อยในยุคนั้นและห้องใต้ดินก็คือกองบัญชาการทางทหารสมัยสงครามเวียดนามนั่นเองค่ะ 

อีกมุมของทำเนียบหากมองออกจากด้านใน

เต็มอีกกับประวัติศาสตร์ในสมัยสงครามประจวบกับท้องเริ่มหิวเราออกจากทำเนียบรัฐบาลข้ามถนนไปยังฝั่งตรงข้ามเพื่อรับประทานอาหารเที่ยงที่ภัตตาคาร Ngon Restaurant ก่อนเดินทางไปยังย่านไชน่าทาวน์ไหว้พระที่ "วัดเทียนหาว" วัดจีนที่สร้างอุทิศให้กับแม่พระผู้คุ้มครองชาวเรือหรือเทพีเทียนหาว โดยชาวเวียดนามเชื่อว่าเทพีช่วยคุ้มครองผู้คนให้รอดพ้นอันตรายจากมหาสมุทร 

สีฃมพูคือใบบริจาค

เสร็จสรรพ์ไหว้พระสบายใจกันแล้วจุดสุดท้ายก่อนรับประทานอาหารเย็นวันนี้"ตลาดเบนถัน"น่าจะเป็นเป้าหมายที่ทุกคนรอคอย เราใช้เวลาในการเดินวนไปเวียนมาสักพักว่าจะซื้ออะไรดีบ้างก็แนะนำว่ากาแฟ บ้างก็บอกว่ากระเป๋างานปักสวย สุดท้ายได้เม็ดบัวมา 1 กก.ราคาก็เอาเรื่องไม่เบาแต่ไหน ๆ ก็ไปแล้วก็ซื้อซะหน่อยอร่อยเคลือบน้ำตาลไม่หวานมาก สรุปได้ของฝากมาอย่างเดียว ตลาดแห่งนี้มีทั้งร้านของเอกชนและรัฐบาลหากเป็นสินค้าจากร้านนี้จะต่อรองไม่ได้ พนักงานสวมชุดสีฟ้า แม่ค้าที่นี่พูดไทยได้กว่า 80 - 90 เปอร์เซ็นต์ ส่วนของเอกชนต่อไป 50 - 60 เปอร์เซ็นต์ ก่อนเดินทางไปรับประทานอาหารเย็นเอาอุปกรณ์ข้างของไปเก็บไว้ในที่พักอาบน้ำอาบท่าให้สดชื่นก่อนมื้อเย็นเวลา 19.00 น. มาถึง

อาหารเย็นวันนี้ค่อนข้างพิเศษและน่าประทับใจเมื่อเราล่องเรือ Saigon River Cruise พร้อมกับชมการแสดง และชมวิวทัศน์ยามค่ำคืนตามแนวแม่น้ำ Saigon (ไซ่ง่อน) ก่อนเรือจะออกจากท่าจะมีพนักงานยืนประจำตามจุดบนเรือและทำท่าแบบนี้ค่ะตามรูป น่ารักค่ะ... ก็เป็นอีกทริปค่ะที่ประทับใจ

 

 

 

 

 


เรื่องที่มีผู้อ่านสูงสุด จาก NationTV


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

คาวบอย

44

View All
<< มีนาคม 2017 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]