*/
  • countrygirl
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : countrythai_girl@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-22
  • จำนวนเรื่อง : 273
  • จำนวนผู้ชม : 645709
  • จำนวนผู้โหวต : 169
  • ส่ง msg :
  • โหวต 169 คน
คาวบอย

44

View All
<< มิถุนายน 2017 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 18 มิถุนายน 2560
Posted by countrygirl , ผู้อ่าน : 1586 , 17:30:10 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

จังหวัดระยองได้ชื่อว่าเป็นแหล่งปลูกผลไม้อร่อย ๆ  ทั้งทุเรียน มังคุด ลองกอง เงาะ แต่หลายคนยังไม่ทราบว่ามีผลไม้อีกชนิดหนึ่งที่เรียกได้ว่ามีรสชาติดีไม่แพ้ 4 อย่างข้างต้นแถมราคาซื้อขายยังได้กำไรงามอีกด้วยนั่นคือ"กระท้อน"เราตามไปดูขั้นตอนการผลิตผลไม้คุณภาพของสวนนี้กันค่ะโดยเจ้าของคือคุณ"สมชาย บุญก่อเกื้อ"หมอดินบ้านกร่ำ อ.แกลง จว.ระยอง เกษตรกรผู้บุกเบิกพื้นที่ 23 ไร่จากที่ดินที่ไม่สามารถและไม่เหมาะสมจะทำการเกษตรใด  ๆ ได้เลยเมื่อหลายปีก่อน แต่จากการพัฒนาตามกระบวนการที่ถูกต้องทำให้ผืนดินแห่งนี้กลายเป็นจุดเรียนรู้ทางการเกษตรที่ดีจุดหนึ่งให้กับเกษตรกรได้เข้ามาศึกษาการทำการเกษตรอย่างถูกต้อง

 

"เริ่มเข้ามาพัฒนาพื้นที่สปก.แห่งนี้ด้วยการปรับปรุงบำรุงบำรุงดินตามกระบวนการที่ได้รับคำแนะนำจากหน่วยงานต่าง  ๆ ตลอดจนศึกษาการพัฒนาที่ดิน มีการใช้สารอินทรีย์เข้ามาร่วมในกระบวนการปรับปรุงดินทั้งปุ๋ยหมัก ปุ๋ยน้ำ แทนการใช้ปุ๋ยเคมี จากดินมีค่าความเป็นกรดสูงได้แก้ไขจนค่าความเป็นกรดลดลงตามลำดับและจากผืนดินที่ไม่สามารถทำการเกษตรใด ๆ ได้ จนกระทั่งกลายมาเป็นสวนเกษตรที่มีคนเข้ามาเรียนรู้จำนวนมาก"คุณสมชายกล่าวย้ำด้วยความภูมิใจ

สวนแห่งนี้ได้เริ่มปรับเปลี่ยนวิธีการปลูกและดูแลตามความเหมาะสม เนื่องจากที่ผ่านมามีการใช้สารเคมีที่ต้นทุนจะสูงและในอนาคตจะเปลี่ยนเป็นการปลูกแบบอินทรีย์ทั้งหมดจากที่ขณะนี้ได้กลายเป็นสวนอินทรีย์ไปแล้ว 70 - 80 เปอร์เซ็นต์ โดยจะผลิตปุ๋ยอินทรีย์ใช้เองจากวัสดุตามธรรมชาติที่มีอยู่แล้วและรับซื้อทั่วไปเช่นกิ่งไม้เศษไม้ต่าง ๆ และเก็บไว้ที่ธนาคารปุ๋ย แต่ที่ยังเหลือเป็นเคมีอยู่บ้างนั่นคือมังคุดเนื่องจากจะต้องส่งขายตลาดต่างประเทศยังต้องป้องกันศัตรูพืช ส่วนกระท้อนปลูกด้วยอินทรีย์ทั้งหมดและขายตลาดในประเทศอย่างเดียวเท่านั้นและหากพูดถึงเรื่องรายได้เจ้าของบอกว่ารายได้เพิ่มจากที่เมื่อ 3- 4 ปีก่อนที่จะอยู่ที่  5 - 6 แสนบาทขณะนี้เพิ่มเป็นหลักล้านแต่สวนแห่งนี้ไม่ปลูกทุเรียนและเงาะเนื่องจากพื้นที่ไม่เพียงพอ ประกอบกับที่ดินแห่งนี้มีความเหมาะสมกับการปลูกมังคุด กระท้อนและพุทรามากกว่า

แม้ว่าจะมีการปลูกมังคุดส่งต่างประเทศแต่ความเด่นของผลไม้ที่นี่คือ"กระท้อน"ที่มากถึง 200 ต้นด้วยกัน เจ้าของสวนเห็นว่าเนื่องจากที่จังหวัดระยองไม่มีผู้ปลูกหรือมีอาจน้อยแต่ไม่มีคุณภาพและมั่นใจในรสชาติที่หวาน เนื้อในนุ่ม อร่อยถูกใจผู้บริโภคโดยนำพันธุ์มาจาก"ลุงพูน"และเมื่อปลูกแล้วผลออกสีทองสวยงามจึงตั้งชื่อว่า"ทองพูน"เพื่อเป็นการรำลึกนึกถึงลุงพูนที่ให้เมล็ดพันธุ์มาปลูกและนำมาซึ่งความเจริญก้าวหน้าจนปัจจุบันจากการปลูกกระท้อนขายสร้างรายได้อย่างงาม กระท้อนพันธุ์นี้จะมีสีทองโดยดูจากก้นของผลส่วนความหวานจะฉีดฮอร์โมน

สำหรับผลกระท้อนที่นี่จะแบ่งออกเป็นสองไซส์คือเอและบีและสามารถผลิตตามความต้องการได้เช่นลูกละ 1 กิโลกรัม  โดยขายกิโลกรัมละ 100 บาท หากมีน้ำหนักลดลงก็จะขายอยู่ที่ กิโลกรัมละ 60 บาท คือขนาดบีหรือไซส์กลาง ผลผลิตที่นี่จะเก็บเกี่ยวปีละครั้ง ๆ ละ 15 - 20 ตันหรือประมาณ 6 หมื่นถุง  (กระท้อนแต่ละลูกจะถูกห่อด้วยถุงเพื่อป้องกันแมลงวันทองขณะที่ลูกยังเป็นสีเขียวเพราะเมื่อมีสีเหลืองแมลงชนิดนี้จะชอบสีและกลิ่น ) โดยระยะเวลาในการปลูกจะอยู่ที่ 120 - 130 วันก็เก็บผลผลิตได้ การขายจะขายเป็นลูก ๆ ละ 50บาท ทั้งนี้หมายถึงราคาโดยเฉลี่ย สำหรับการขายกระท้อนจะตั้งราคาเองและขายเฉพาะลูกค้ามารับเองไม่ขายให้กับพ่อค้า

"การทำการตลาดเราต้องดูว่าตลาดต้องการอะไรและมาผลิต..อย่าผลิตโดยไม่รู้ความต้องการของตลาดเพราะอาจการผิดพลาดได้ และหากอยากกินของดีต้องเข้าสวนอย่าไปซื้อข้างทาง" เทคนิคการทำตลาดผลผลิตสินค้าที่คุณสมชายได้แนะนำไว้อย่างน่าสนใจทีเดียวค่ะ

สวนมังคุดคะ

จังหวัดระยองยังมีอีกสวนที่เป็นที่นิยมรู้จักนั่นคือสวนสมควรหรือ"สมควร ศิริภักดี"เจ้าของสวนบอกว่า เริ่มการเข้ามาบุกเบิกพื้นที่แห่งนี้เมื่อประมาณปี 2549- 2550 ด้วยการปรับปรุงบำรุงและพัฒนาผืนดินตามคำแนะนำจากหลายหน่วยงานจนกระทั่งกลายมาเป็นสวนเกษตรที่ได้รับ "GAP" ที่นี่จะปลูกผลไม้หลากหลาย เช่น เงาะ ทุเรียน มังคุดด มะปรางหวาน ลองกอง นอกจากจะเป็นสวน"จีเอพี"แล้วยังเป็นศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ต.บ้านแลง อ.เมือง จว.ระยอง โดยแบ่งฐานการเรียนรู้ออกเป็น 5 ฐานคือ ฐานการลดต้นทุน ฐานการใช้น้ำอย่างรุ้คุณค่า  ฐานปุ๋ยหมัก  ฐานเศรษฐกิจพอเพียง และการปลูกพืชแซม อีกด้วย

             

         บุฟเฟ่ต์ผลไม้คะ                         

"การทำการเกษตรที่นี่จะเน้นเรื่องความปลอดภัยและปลอดสารเคมีเพื่อให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจแม้ว่าราคาผลผลิตที่นี่จะแพงกว่าที่อื่น 5 - 10 บาท อีกทั้งจะมีเจ้าหน้าที่มาตรวจสวนตลอเนื่องจากเราได้มาตรฐานจีเอพี  รวมทั้งการปรับปรุงบำรุงดินเป็นประจำโดยการที่ใช้ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอกเพื่อให้ดินมีสภาพความเหมาะสมและพร้อมต่อการปลูกพืชผลทางการเกษตรตลอดเวลา"   

ชาวบ้านช่วยกันทำปุ๋ยหมัก  

                    

                      

                                                                    ต้นมังคุด 100 ปี

"ก่อเกียรติ จันทร์พึ่งสุข"ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 2 กรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  กล่าวถึงหน้าที่ของกรมพัฒนาที่ดินในการดูแลพื้นที่การเกษตรหรือเกษตรกรรมทั่วไปว่า  กรมพัฒนาที่ดินโดยหลักแล้วจะเน้นการดูแลพื้นที่ทำกินของเกษตรกร พร้อมทั้งให้เกษตรกรตระหนักถึงการใช้ประโยชน์ในที่ดินของตนเองให้มากที่สุดเพื่อลดต้นทุนการผลิต แต่เพิ่มผลผลิตมากขึ้น แต่ให้อยู่ในสัดส่วนที่เหมาะสมของการใช้สารปรับปรุงบำรุงดินต่าง ๆ เช่นการหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีที่ไม่จำเป็น หากพื้นที่ดินเหล่านั้นมีคุณค่าทางอาหารเพียงพอแล้ว แต่ถึงกระนั้นก็ต้องปรับปรุงบำรุงดินบริหารจัดการให้ถูกต้องและเหมาะสมตามช่วงเวลาโดยตลอดเช่นกัน  แม้ว่าจะไม่ได้ใช้ประโยชน์ แต่ต้องดูแล และกรมพัฒนาที่ดินก็คงตายจากไปพร้อมกับเกษตรกร อย่างไรก็ตามเกษตรกรในยุคปัจจุบันนี้ถือว่ามีความรู้ความเข้าใจในการทำการเกษตรมากขึ้น มีการศึกษาหาความรู้จากสื่อโซเชียลต่าง ๆ ด้วยตนเองอันนำมาสู่การวางแผนการทำการเกษตรที่ถูกต้อง

จะเห็นได้ว่าในระยะหลังเกษตรกรบ้านเรามีการปรับเปลี่ยนจากเกษตรกรเคมีมาเป็นเกษตรอินทรีย์มากขึ้นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจะต้องมีใจรักในอันดับแรก ดังจะเห็นได้จากสวนกระท้อนที่ปลูกแบบไม่ใช้สารเคมีมีการบริหารจัดการแปลงที่ดีเริ่มตั้งแต่แหล่งน้ำ การผลิตปุ๋ย ที่หากมีกระบวนการที่ไม่ดีก็จะกระทบกับผู้บริโภคได้ ตลอดจนการดูแลพัฒนาดินอย่างต่อเนื่อง เพราะทำการเกษตรเพื่อค้าขาย   

 

ภาพ / พุทธชาติ แซ่เฮ้ง 

                                   

 

 

 

 

 

 

 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน