*/
  • countrygirl
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : countrythai_girl@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-22
  • จำนวนเรื่อง : 273
  • จำนวนผู้ชม : 645707
  • จำนวนผู้โหวต : 169
  • ส่ง msg :
  • โหวต 169 คน
คาวบอย

44

View All
<< สิงหาคม 2017 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 26 สิงหาคม 2560
Posted by countrygirl , ผู้อ่าน : 1096 , 18:27:46 น.  
หมวด : เกษตรกรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

จังหวัดสตูลคงเหมือนกับจังหวัด ๆ อื่น ๆ ในพื้นที่ภาคใต้ที่เกษตรกรปลูกยางพาราและปาล์มน้ำมันกันเป็นส่วนใหญ่ แต่ในบางที่สามารถปลูกข้าวเพื่อการบริโภคได้ด้วยแต่เนื่องจากที่ผ่านมาสภาพดินมีปัญหาความเป็นกรดสูงมากทำให้เกษตรกรปล่อยทิ้งร้างมายาวนานนับสิบปี "สมชาย เหมาะแหล่" หมอดินประจำตำบลกำแพง อ.ละงู จว.สตูล บอกว่า เกษตรกรที่นี่จะปลูกยางพารา ปาล์ม เป็นหลัก ส่วนการปลูกข้าว และประมง เป็นอาชีพรองลงมา ก่อนที่เราจะพลิกฟื้นผืนนาร้าง กรมพัฒนาที่ดินได้อบรมให้ความรู้กับเกษตรกรเรื่องการปรับปรุงบำรุงดินเช่นการไถกลบ  การทำน้ำหมักพด. การปลูกปอเทืองเพื่อเป็นปุ๋ยพืชสด ตลอดจนใช้สารโดโลไมท์ร่วมด้วยในการฟื้นฟูดิน หลังจากนั้นส่งผลให้คุณภาพดินมีคุณภาพขึ้นตามลำดับ ผลผลิตได้เพิ่มมากขึ้น ลดต้นทุนการผลิตจาก 5,000-6,000 บาทต่อไร่ลง จากเดิมที่นาร้างปัจจุบันสามารถปลูกข้าวเพื่อสร้างรายได้และจากจุดประสงค์ที่เพียงแค่ต้องการปรับปรุงไม่ให้เป็นที่ร้างแต่ขณะนี้มีได้ปรับให้ทำการเกษตรด้านอื่นด้วยการปลูกพืชน้ำน้อยและจัดส่งผลิตไปจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าเช่นแมคโคร รวมทั้งการทำระบบแปลงใหญ่

"จุดเริ่มการพลิกฟื้นนาร้างมาจากปัญหาเศรษฐกิจเนื่องจากยางพารามีราคาตกต่ำจึงกลับมาดูว่านาร้างทำอะไรได้บ้างจึงเป็นที่มาของการปรับดินเพื่อการเกษตรดังกล่าว สำหรับตำบลกำแพงเริ่มปลูกข้าวได้ประมาณ  4 ปีที่่ผ่านหลังได้ปรับปรุงบำรุงดินแล้ว ส่วนมากจะทำนาปีและขณะนี้กำลังพิจารณาปลูกข้าวนาปรังเพิ่ม อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่านอกจากทำนาและยังปลูกพืชผักเช่น ข้าวโพด แตงกวา ผักกาด ถั่ว บวบ แตงโม เป็นต้น"

"ละหมาด โสตะมาศ"เกษตรกรผู้ปลูกข้าวบอกว่า นาของตนเองมีปัญหาเรื่องดินเช่นกันแต่เมื่อปรับสภาพแล้วดินเริ่มดีขึ้นพร้อมกับนำองค์ความรู้ต่าง ๆ มาจัดการและจากที่ต้องใช้ปุ๋ยเคมีจำนวนมากก็ปรับเปลี่ยนใช้น้ำหมักพด.แทนเมื่อดินมีความอุดมสมบูรณ์ข้าวก็เจริญงอกงามโดยข้าวที่ปลูกจะเน้นพันธุ์พื้นเมืองคือ"พันธุ์อัลฮัมดุลิลละห์"และ"พันธุ์สปอร์ต"นอกจากนี้ยังปลูกข้าวโพด โดยไม่ใช้สารเคมี

เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่าภาคใต้ปลูกปาล์มน้ำมันเป็นพืชหลัก ๆ  รองจากยางพารากรมพัฒนาที่ดินก็ยังคงมีบทบาทในการถ่ายทอดความรู้ในการจัดการพื้นที่เพาะปลูกให้มีความเหมาะสมเพื่อลดต้นทุนแต่เพิ่มผลผลิต เช่นการเก็บตัวอย่างดินไปวิเคราะห์  แนะนำการใช้ปุ๋ยตามสภาพดินนั้น ๆ การปรับปรุงดินด้วยปุ๋ยพืชสด ส่งเสริมทำปุ๋ยหมัก ตลอดจนนำวัสดุที่เหลือใช้ในครัวเรือนมาทำน้ำหมัก

"หวาหาบ ยาบา" ประธานศูนย์เครือข่ายเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรกรปาล์มน้ำมัน ต.นิคมพัฒนา อ.มะนัง จว.สตูล บอกว่า เราปฏิเสธไม่ได้ว่าปาล์มน้ำมันต้องใช้สารเคมีแต่ก็ใช้ในปริมาณที่เหมาะสมควบคู่กับปุ๋ยหมัก สำหรับเกษตรกรที่นี่ได้รวมตัวกันทำแปลงใหญ่ทำให้ค่าใช้จ่ายลดลงจากที่ต่างคนต่างทำและผลผลิตเพิ่มขึ้นจากเดิมได้ผลผลิต 2 ตันเป็น 3 - 3.6 ตันต่อไร่แต่สำหรับสวนปาล์มของตน ผลผลิตเพิ่มขึ้น 5.5 - 5.8 ตันต่อไร่ จากเดิมได้ 3 ตันต่อไร่

"การปรับปรุงบำรุงดินในหนึ่งปีแรกด้วยการใส่โดโรไมท์ ต้นละ 4 กิโลกรัม  ปีที่สองลดลงมา 2 กิโลกรัม ปีที่สามเหลือ 1 กิโลกรัมจากนั้นใส่ปุ๋ยอินทรีย์และน้ำหมักสำหรับอายุของต้นปาล์มจะปลูก 25 ปี ก็โค่นเนื่องจากหากสูงมากจะเก็บเกี่ยวลำบาก แต่หากปลูกใหม่ก็ใช้เวลา 3 ปีซึ่งปาล์มถือว่าเป็นพืชที่ไม่ค่อยมีโรค อย่างไรก็ตามคาดว่าในอีก 3 ปีการปลูกปาล์มจะมีปัญหาเนื่องจากโรงงานไม่เพิ่มโควต้าการรับซื้อ"

          

แม้ว่าเกษตรกรจะทำปุ๋ยหมักใช้เองแต่บางพื้นที่เช่น ม.2 บ้านปาเต๊ะเหนือ  ต.เจ๊ะบิลัง อ.เมือง จว.สตูล ได้มีธนาคารปุ๋ยอินทรีย์เพื่อเป็นจุดผลิตและจำหน่าย"ก่อหนี เหตุฉูนุ้ย"ประธานกรรมการหมู่บ้าน บ้านปาเต๊ะเหนือ  ต.เจ๊ะลิบัง อ.เมือง จว.สตูล บอกว่า กรมพัฒนาที่ดินได้เข้ามาส่งเสริมการทำปุ๋ยหมักโดยเน้นการรวมกลุ่มให้ความรู้การผลิตตลอดจนการดูแลสุขภาพ เราได้พัฒนาทำปุ๋ยอินทรีย์มาตลอดเพื่อลดต้นทุนการผลิตภาคการเกษตร เพราะหากใช้สารเคมีเพียงอย่างเดียวจะทำให้ดินกระด้าง สำหรับปุ๋ยขายกระสอบละหนึ่งร้อยบาทมี 50 กิโลกรัม แต่หากเป็นปุ๋ยอัดเม็ดจะขายให้กยท.

                                                               ภาพ ... พุทธชาติ แซ่เฮ้ง



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน