*/
  • countrygirl
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : countrythai_girl@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-22
  • จำนวนเรื่อง : 216
  • จำนวนผู้ชม : 537396
  • จำนวนผู้โหวต : 163
  • ส่ง msg :
  • โหวต 163 คน
คาวบอย

44

View All
<< ธันวาคม 2017 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 3 ธันวาคม 2560
Posted by countrygirl , ผู้อ่าน : 945 , 16:10:12 น.  
หมวด : เกษตรกรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน february26 , wullopp และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

ในการลงพื้นที่ดูงานสหกรณ์ผู้ปลูกเฮมพ์(กัญชง)พบพระ จำกัด ต.คีรีราษฏร์ อ.พบพระ จว.ตากของนายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บอกว่า  เป็นที่ทราบกับว่าในอดีตกลุ่มเกษตรกรที่สูงเช่นชาวเขาเผ่าม้งมักมีปัญหาการทำการเกษตรไม่ยั่งยืน โครงการหลวงจึงได้เข้ามาจัดตั้งสหกรณ์ ผลิตผ้าทอใยกัญชง เนื่องด้วยกฎหมายครอบคลุมถึงและยังถือว่าเป็นพืชเสพติดอยู่ในกลุ่มเดียวกับกัญชา ทำให้ต้องมีการจำกัดพื้นที่เพาะปลูกอยู่ในช่วงทดลองปรับปรุงพันธุ์ภายใน 3 ปีให้มีสารเสพติดต่ำ 0.3% หลังจากนั้นกัญชงจะได้รับอนุญาตให้ปลูกได้ เป็นพืชเศรษฐกิจจะสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้ดี โดยสหกรณ์จะเข้ามารวบรวมผลผลิตหลังการเก็บเกี่ยว การตลาด เมื่อสำเร็จจะเป็นต้นแบบสหกรณ์ชุมชนดูแลกันเอง 

"ในอนาคตหากไม่ติดขัดข้อกฎหมายภายใน 3 ปีนี้ ผ่านการทดลอง เป็นพืชเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นที่ต้องการจำนวนมากทั้งในยุโรป ญี่ปุ่น จีน โดยมีความต้องการทั้งเส้นใย แกนลำต้น เมล็ดทำเป็นอาหารสุขภาพ น้ำมันโปรตีน โอเมก้าช่วยบำรุงสมอง มีคุณค่าเหมือนน้ำมันตับปลา จากทะเลน้ำลึก"

"สริตา ปิ่นมณี"นักวิจัยสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง(องค์การมหาชน) กล่าวว่า จากพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนารถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงห่วงใย วิถีชาวบ้านปลูกต้นกัญชง อยู่แล้วเพื่อมาทอทำเครื่องนุ่งห่ม จะโดนจับ โดยลำดับแรกมีการอนุญาต การใช้เส้นใย เปลือกแห้ง แกนแห้ง ลำต้นแห้ง และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ โดยคุมเรื่องเมล็ดพันธุ์ให้มีสารเสพติดต่ำกว่า 1% เพื่อให้ได้พันธุ์คงที่มีสารเสพติด 0.3 % คุมพื้นที่ปลูก ซี่งกระทรวงสาธารณสุข อนุญาต 5 พื้นที่นำร่อง เช่นเชียงใหม่  เชียงราย ตาก น่าน เพชรบูรณ์ เป็นโมเดลปลูกกัญชง  ถ้า 3 ปีไม่มีปัญหาจะขยายไปสู่พื้นที่อื่น ๆ ขณะนี้ได้วิจัยกลุ่มแรกเส้นใย ใช้ประโยชน์สองแนวทาง ชาวม้ง ใช้ทำเสื้อผ้า แผนระยะสองปรับสู่อุตสาหกรรม ส่งไปยุโรป จีน ส่วนแกนลำต้น คุณสมบัติเบา แข็งแรง ช่วยดูดซัพสารพิษ

ส่วนยอดต้น มีสารซีบีดี สกัดทำเป็นยารักษาโรค ช่วยสมานแผล โรคอัลไซเมอร์ พาร์คินสัน และเมล็ด ไปสู่อุตสาหรรรมระบบใหญ่มาก เพราะมีคุณค่าทางโภชนาการดี มีน้ำมัน 25-30% มีโอเมก้า 3 - 6 เป็นสัดส่วนเหมาะสมกับร่างกายมนุษย์ น้ำมันปรุงอาหาร ใส่สลัด ทำนมจากเมล็ดกัญชง โดยสภาพัฒน์ฯกำลังให้กระทรวงอุตสาหกรรม เขียนแผนเดินหน้าเรื่องเฮมพ์ ระยะที่สอง นอกจากนี้ยังนำไปผลิตเครื่องสำอางค์ เช่น ลิปบาล์มจากเมล็ดโดยภาคเอกชนเป็นผู้ดำเนินการ

เนื่องจากรายได้ต่อไร่สูงกว่าการปลูกข้าวโพด 5-6 เท่า หากปลูกเฮมพ์ 1 ไร่ เกษตรกรมีรายได้เพิ่ม 3.5 - 5.2 พันบาท ต่อไร่ โดยการปลูกเฮมพ์ที่เหมาะสมเกษตรกร 1 คนปลูกเพียงไม่เกิน 5 ไร่ จะมีรายได้ 1-1.25 แสนบาท สามารถใช้แรงงานในครัวเรือนโดยไม่ต้องจ้างแรงงาน

"ศักดิ์ศิริ คุปตรัตน์"เจ้าหน้าที่โครงการสถาบันวิจัยและพัฒนาพืนที่สูง (องค์การมหาชน) บอกว่า สำหรับการส่งเสริมการปลูกภาครัฐจะทำอย่างเป็นระบบเริ่มตั้งแต่การขออนุญาติ ว่าปลูกเพื่ออะไร  พิกัดหรือบริเวณไหน รวมทั้งการแจกเมล็ดพันธุ์ที่จะใช้ปลูกเป็นพันธุ์พื้นเมือง RPF 3 ใช้เวลาในการปลูก 2 เดือนแรกและเก็บผลผลิตในเดือนที่ 3 โดยผลผลิตจะได้ 3- 4 ตันต่อไร่และจะเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่มีแสงแดดจัด โดยราคาต้นสดกิโลกรัมละ 10 บาท หากแปรรูปเป็นเส้นใยจะมีราคาสูงขึ้นถึงพันบาท ซึ่งราคาในบ้านเราแม้จะแพงแต่ในต่างประเทศเช่นยุโรป ญี่ปุ่น มียอดสั่งจำนวนมากโดยเฉพาะญี่ปุ่นจะนำผ้าไปใช้เพื่อตัดจีวรพระแต่เราไม่สามารถรับออร์เดอร์ได้เนื่องจากผลิตไม่ทัน


สำหรับสหกรณ์ผู้ปลูกเฮมพ์พบพระ จำกัด สหกรณ์ผู้ปลูกเฮมพ์พบพระ จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ.2558 ตั้งอยู่เลขที่ 21/1 หมู่ที่ 10 ตำบลคีรีราษฎร์ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ปัจจุบันมีสมาชิก 55 คน  เป็นสหกรณ์ตั้งใหม่ ซึ่งสหกรณ์ได้รับการสนับสนุนเงินทุนเพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียน จากสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง รวมเป็นเงิน 520,260 บาท

ในปี 2559 สหกรณ์ร่วมกับสถาบันวิจัยและพัฒนา พื้นที่สูง ส่งเสริมให้สมาชิกปลูกเฮมพ์ (กัญชง) จำนวน 130 ไร่ เพื่อผลิตเป็นเมล็ดพันธุ์มีสมาชิกร่วมโครงการ  26 คน และสหกรณ์ได้ผู้รวบรวมเมล็ดพันธุ์จากสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อจำหน่ายให้สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง ปริมาณ 16,649.90 กิโลกรัม เป็นมูลค่า 2,083,458 บาท

ปี 2560  สหกรณ์ร่วมกับสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง ส่งเสริมให้สมาชิกปลูกเฮมพ์ (กัญชง) จำนวน 10 ไร่ เพื่อขายต้นสด มีสมาชิกร่วมโครงการ 8 คน  และสหกรณ์ได้ผู้รวบรวมต้นเฮมพ์สดจากสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อจำหน่ายให้บริษัทดีดี เนเจอร์กราฟ  ปริมาณ 20,510 กิโลกรัม เป็นมูลค่า 102,548 บาท


ปี 2561สหกรณ์ร่วมกับสถาบันวิจัยและพัฒนา พื้นที่สูง ส่งเสริมให้สมาชิกปลูกเฮมพ์ (กัญชง) จำนวน 24 ไร่ มีสมาชิกร่วมโครงการ 9 คน เพื่อขายต้นสดให้บริษัทดีดี เนเจอร์กราฟ จำนวน 4 ไร่ และเพื่อขายเส้นใยให้สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง จำนวน 20 ไร่  และสหกรณ์ร่วมกับมูลนิธิโครงการหลวง ส่งเสริมให้สมาชิกปลูกผักเมืองหนาว พืชไร่ และไม้ผลเมืองหนาว ดังนี้ สมาชิกปลูกพริกหวาน 3 คน จำนวน 3 โรงเรือน สมาชิกปลูกแตงกวาญี่ปุ่น 7 คน จำนวน 10 ไร่ สมาชิกปลูกผักทองญี่ปุ่น 5 คน จำนวน 6 ไร่ สมาชิกปลูกบีทรุท 2 คน จำนวน 2 ไร่ สมาชิกปลูกเครปฟรุตเบอรี่ 2 คน จำนวน 2 ไร่ สมาชิกปลูกสตอเบอรี่ 1 คน จำนวน 2 งาน สมาชิกปลูกเสาวรสหวาน 8 คน จำนวน 10 ไร่ และสมาชิกปลูกอะโวคาโด 25 ราย จำนวน 25 ไร่ ซึ่งสหกรณ์อยู่ระหว่างรวบรวมผลผลิตของสมาชิก

 

สหกรณ์ผู้ปลูกเฮมพ์พบพระ จำกัด ส่งเสริมให้สมาชิกปลูกเฮมพ์ตามความต้องการของตลาด ซึ่งสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูงจัดหาตลาดไว้แล้ว (ใช้ตลาดนำการผลิต) เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ และช่วยลดพื้นที่การปลูกข้าวโพดในช่วงฤดูฝน ช่วงฤดูปลูกเฮมพ์ที่เหมาะสม ได้แก่ ช่วงเดือนพฤษภาคม  ถึงเดือนกรกฎาคม และใช้เมล็ดพันธุ์เฮมพ์ที่มีปริมาณสารเสพติด THC ต่ำกว่าร้อยละ 0.3 (กฎหมายกำหนดให้มีปริมาณสารเสพติด THC ไม่เกินร้อยละ 1) นำเมล็ดพันธุ์จากสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง เนื่องจากรายได้ต่อไร่สูงกว่าการปลูกข้าวโพด (5 ถึง 6 เท่า) หากปลูกเฮมพ์ 1 ไร่ เกษตรกรจะมีรายได้ประมาณ 20,000 – 25,000 บาท ต่อไร่ และหากปลูกข้าวโพด 1 ไร่เกษตรกรจะมีรายได้ประมาณ 3,500 –5,200 บาท ต่อไร่ (การปลูกเฮมพ์ที่เหมาะสม เกษตรกร 1 คน ปลูกเพียงไม่เกิน 5 ไร่ จะมีรายได้ประมาณ 100,000 – 125,000 บาท ซึ่งสามารถใช้แรงงานในครอบครัวช่วยทำไม่ต้องจ้างแรงงาน) จะเห็นได้ว่าการปลูกเฮมพ์แค่เพียง 5 ไร่ ทำให้เกษตรกรมีรายได้เท่ากับปลูกข้าวโพด 30 ไร่  เกษตรกรที่มีพื้นที่ในการเพราะปลูกน้อย ไม่จำเป็นต้องหาเช่าที่ในการเพาะปลูก ซึ่งค่าเช่าที่เพื่อ ทำการเพาะปลูก อยู่ที่ไร่ละ 3,000 บาท ต่อปี           

ทั้งนี้การปลูกเฮมพ์ภายใต้ระบบควบคุม  1. การปลูกเฮมพ์ (กัญชง) เพื่อผลิตเป็นเมล็ดพันธุ์ จะมีปริมาณผลผลิตต่อไร่จะได้เมล็ดพันธุ์ประมาณ 150 - 200 กิโลกรัม ต่อไร่ ราคากิโลกรัมละ 130 บาท จะมีรายได้ต่อไร่ประมาณ 19,500 – 26,000 บาท (ค่าใช้จ่ายต่อไร่ รวมทั้งสิ้น 3,500 บาท ดังนี้ ค่าเมล็ดพันธุ์ 300 บาท ค่าไถ 200 บาท ค่าปุ๋ย 1,500 บาท และค่าแรงงาน 1,500 บาท)


การปลูกเฮมพ์ (กัญชง) เพื่อขายต้นสด จะมีปริมาณผลผลิตต่อไร่ จำนวน 4,000 – 5,000 กิโลกรัม ต่อไร่ ราคากิโลกรัมละ 5 บาท จะมีรายได้ต่อไร่ประมาณ 20,000 – 25,000 บาท (ค่าใช้จ่ายต่อไร่ รวมทั้งสิ้น 11,700 บาท ดังนี้ ค่าเมล็ดพันธุ์ 1,500 บาท ค่าไถ 200 บาท ค่าปุ๋ย 1,500 บาท และค่าแรงงาน 8,500 บาท)


การปลูกเฮมพ์ (กัญชง) เพื่อผลิตเส้นใย จะมีปริมาณผลผลิตต่อไร่ จำนวน 200 กิโลกรัม ต่อไร่ ราคากิโลกรัมละ 200 บาท จะมีรายได้ต่อไร่ประมาณ 40,000 บาท (ค่าใช้จ่ายต่อไร่ รวมทั้งสิ้น 13,000 บาท ดังนี้ ค่าเมล็ดพันธุ์ 1,500 บาท ค่าไถ 200 บาท ค่าปุ๋ย 1,500 บาท และค่าแรงงาน 9,800 บาท)

 

ข้อมูล...งานประชาสัมพันธ์ สำนักงานสหกรณ์จังหวัดตาก

ภาพ...พุทธชาติ แซ่เฮ้ง



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 february26 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
wullopp วันที่ : 05/12/2017 เวลา : 08.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

กัญชง ดูจะทนต่อศัตรูพืช
ไม่ต้องใช้ยาฆ่าแมลง-ยาฆ่าหญ้า

ขอเชียร์ให้มีการวิจัยด้านนี้ในไทย
ขอบคุณครับ...

ความคิดเห็นที่ 1 february26 , wullopp ถูกใจสิ่งนี้ (2)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 04/12/2017 เวลา : 16.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

ผ้าน่าใช้มากค่ะ
แม่มดก็มีหมวกที่ทำจากใยกัญชงอยู่ใบหนึ่งค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน