*/
  • countrygirl
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : countrythai_girl@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-22
  • จำนวนเรื่อง : 273
  • จำนวนผู้ชม : 645707
  • จำนวนผู้โหวต : 169
  • ส่ง msg :
  • โหวต 169 คน
คาวบอย

44

View All
<< ธันวาคม 2017 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม 2560
Posted by countrygirl , ผู้อ่าน : 809 , 18:55:48 น.  
หมวด : เกษตรกรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้


จากกรณีที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีนโยบาย ลด ละ เลิก การใช้สารเคมีทางการเกษตร รวมทั้งกำหนดให้มีการจำกัดการใช้งานสารไกลโฟเซตหรือยาฆ่าหญ้า ในเรื่องนี้ "ศุภชัย โชติชัยชรินทร์" กรรมการบริษัทพิธานปาล์มพัฒนา จำกัด ซึ่งเป็นเกษตรกรสวนปาล์มในจังหวัดกระบี่ บอกว่า ตามธรรมชาติของสวนปาล์ม การกำจัดวัชพืชไม่ได้มีความถี่มาก นอกจากนั้น ปาล์มยังเป็นพืชที่มนุษย์บริโภคในลักษณะของน้ำมันที่ผ่านการแปรรูปเรียบร้อยแล้ว ไกลโฟเซตที่อยู่ในดินจากการเตรียมแปลงก่อนปลูกปาล์ม ไม่น่าจะส่งผลกระทบที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้บริโภคได้

"การฉีดยาเพื่อกำจัดวัชพืชจะทำเพียงปีละหนึ่งถึงสองครั้งเท่านั้น แต่การฉีดยาแต่ละครั้งจะใช้วิธีการสังเกตประกอบไปด้วยว่าสมควรฉีดหรือไม่ เราใช้ยาตามสภาพ เช่นหากอยู่ในช่วงหน้าแล้งวัชพืชจะขึ้นช้า ก็ไม่ต้องฉีดบ่อย สำหรับการฉีดที่โคนต้นปาล์มก็เพื่อให้โคนต้นสะอาดแต่ไม่ถึงกับต้องโล่งเตียนมาก แต่ให้มีหญ้าหรือวัชพืชที่คลุมดินบ้าง  วิธีการกำจัดวัชพืชจะใช้คนและสารเคมี แต่องค์ประกอบที่จะทำให้ได้ผลผลิตดีขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา เช่นการใส่ปุ๋ยหากไม่มีคุณภาพ การกำจัดวัชพืชอย่างเดียว ไม่ได้ช่วยให้ผลปาล์มเจริญเติบโต

ทั้งนี้้ผลปาล์มจะให้เปอร์เซ็นต์น้ำมันโดยทั่วไปอยู่ที่ 15 - 16 % หรือ 16 - 17 % เป็นปริมาณที่โรงงานรับซื้อแต่ในสวนของตนได้ปริมาณน้ำมันที่  20.02 %  ปลูกมานาน  30 - 40 ปี เนื้อที่กว่าพันไร่ คนงานยังไม่ได้รับผลกระทบหรือมีผลข้างเคียงใด ๆ เกิดขึ้น ปัจจุบันผู้บริโภคคำนึงถึงเรื่องสุขภาพมาก สำหรับปาล์มโอกาสที่จะมีเรื่องสารเคมีที่ถูกดูดขึ้นไปถึงผลนั้นอาจจะเป็นไปได้น้อย ทั้งนี้ก็ขึ้นกับกระบวนการผลิตด้วย การผลิตน้ำมันปาล์มไม่น่าจะมีผลกระทบเยอะจากสารเคมีตกค้าง จริง ๆ แล้ว หากจะพูดถึงผลกระทบ น่าจะอยู่ที่ชาวสวนที่นำยาฆ่าหญ้าไปใช้งานมากกว่า ซึ่งในส่วนของสวนปาล์มของเราก็ต้องมีการอบรมให้ความรู้คนงานที่จะลงแปลงเพื่อปรับพื้นที่ และพ่นยาฆ่าหญ้าว ต้องแต่งตัวให้มิดชิด ต้องเรียนรู้วิธีการพ่นยาที่ถูกต้อง เพื่อไม่ให้ตัวเองได้รับผลกระทบ

สวนปาล์มใช้วิธีพ่นยาฆ่าหญ้า เป็นวิธีที่สะดวก รวดเร็ว หากมีการจำกัดการใช้งานไกลโฟเซตตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำหนดจริง เกษตรกรน่าจะต้องหันมาใช้วิธีถอนหญ้าด้วยการจ้างแรงงาน หรือใช้รถไถ ซึ่งไม่น่าจะทำได้หากต้องการผลผลิตตามเป้าหมาย ทั้งปลูกและตัดขายได้ทันตามช่วงเวลาที่กำหนด การจ้างคนเป็นต้นทุนสูงกว่าการใช้ยาแน่นอน แต่ต้นทุนที่มากกว่าคือเรื่องของเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งสวนใหญ่ ๆ กว่าจะใช้คนถอนหญ้าจนหมดก็คงปลูกพืชได้ช้าลง ผลผลิตที่เก็บได้ช้าก็จะกลับมาเป็นรายได้ที่ช้าและไม่เข้าเป้า

แทนที่รัฐจะบอกไม่ให้เราใช้ แต่ควรทำข้อมูลออกมาดูจริง ๆ ว่า ผลกระทบเป็นอย่างไร ตัวเลขทางเศรษฐกิจจะกระทบหรือไม่หรือหากจะจำกัดการใช้ก็ควรดูเป็นประเภทของพืชแต่ละชนิดไป  ปัจจุบันหลายประเทศพยายามเป็นประเทศเกษตรกรรมปลอดสารเคมี  แต่วิธีการสำหรับการกำจัดหญ้าในแปลงที่ไม่ใช้สารเคมียังไม่รู้ว่ามีอะไรบ้าง ถ้าเป็นเช่นนั้นเราก็ควรจะช่วยกันศึกษาก่อน เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนให้ได้ว่า ถ้าไม่ใช้ยาฆ่าหญ้าแล้วจะใช้อะไร


"หากภาครัฐประกาศยกเลิกการใช้ไกรโคเซต ก็กระทบแน่นอน โดยเฉพาะต้นทุนการบริหารจัดการจะเพิ่ม ในการจ้างแรงงาน  รวมถึงระยะวลาในการทำลายวัชพืชในสวนที่มีเนื้อที่จำนวนมากต้องเพิ่มขึ้นเพราะต้องใช้คนและเครื่องจักรในบางจุดที่คนไม่สามารถเข้าไปถึงเนื่องจากวัชพืชมีปริมาณมากยากแก่การกำจัดแต่หากใช้สารเคมีจะคุ้มค่ามากกว่า หากต้องยกเลิกจริงก็ต้องยอมรับแต่อยากให้ภาครัฐให้คำแนะนำ ความรู้และควบคุมว่าสารเคมีตัวไหนมีความเหมาะสมกับสวนปาล์ม วิธีการปฏิบัติอย่างถูกวิธี รวมทั้งหากมีการลักลอบนำเข้าหรือแอบขายสารตัวอื่นจะทำอย่างไร  เราคงไม่ไปเรียกร้องเพราะไม่ได้มีองค์กรที่เข้มแข็งไปร้องอะไรไม่ได้ "นายศุภชัย กล่าวย้ำ

 

ภาพ ... พุทธชาติ แซ่เฮ้ง

 

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
wullopp วันที่ : 22/12/2017 เวลา : 13.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

ปี 2556-2560
พบ ยาฆ่าแมลง ยาฆ่าหญ้า
ใน ผัก ผลไม้ พริก ครบ...

ขอขอบคุณที่ยกเรื่องนี้ขึ้นมา
และขอให้คนไทย
อยู่รอด ปลอดภัยทุกๆ ท่านเทอญ...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน