*/
  • countrygirl
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : countrythai_girl@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-22
  • จำนวนเรื่อง : 273
  • จำนวนผู้ชม : 645707
  • จำนวนผู้โหวต : 169
  • ส่ง msg :
  • โหวต 169 คน
คาวบอย

44

View All
<< พฤษภาคม 2018 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 10 พฤษภาคม 2561
Posted by countrygirl , ผู้อ่าน : 1380 , 11:27:10 น.  
หมวด : เกษตรกรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

 

 

ปัจจุบันการทำการเกษตรในหลายสาขาสิ่งหนึ่งที่เกษตรกรมีความพยายามอย่างมากนั่นก็คือการเพิ่มผลิตและต้นทุนในสิ่งที่ตนเองปลูก"ข้าว"ก็เช่นกันในพื้นที่แปลงนาในหลายแห่งหวังว่าจะเพิ่มปริมาณข้าวในนาของตนแต่ในขณะเดียวกันต้นทุนก็จะต้องลดลงตามไปด้วย

เราได้พบกับผลสำเร็จจากโจทย์ที่ว่า"ลดต้นทุนเพิ่มผลิต"ในพื้นที่จังหวัดน่าน ที่นี่มีพื้นที่ทำการเกษตรรวม 1,414,516 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 20 ของพื้นที่ทั้งจังหวัด พื้นที่นาข้าว 277,496 ไร่ หรือร้อยละ 16 ของพื้นที่ทำการเกษตร

"นายอนงค์ บ้านเลขที่ 49 หมู่ 1 ต.ป่าคา อ.ท่าวังผา จังหวัดน่าน เกษตรกรผู้หันมาปลูกข้าวด้วยวิธีการใช้เครื่องหยอดข้าว ได้อธิบายว่า มีเจ้าหน้าที่จากกรมการข้าวเข้ามาแนะนำในแต่ละขั้นตอน ตลอดจนแนะนำเกี่ยวกับเทคโนโลยีทางการเกษตร รวมทั้งการดูแลรักษาแปลงนาที่อาจะมีการรบกวนและระบาดจากแมลงศัตรูข้าวต่าง ๆ ในระหว่างที่ต้นข้าวกำลังออกรวง จนถึงขั้นตอนการเก็บเกี่ยว

การปรับเปลี่ยนมาใช้เครื่องหยอดเมล็ดพันธุ์ข้าวในแปลงนาของตนปีนี้ถือเป็นปีที่สองและได้เห็นความแตกต่างที่เกิดขึ้นเช่นการประหยัดต้นทุนลงครึ่งต่อครึ่งในแต่ละครั้งที่ปลูกข้าวทั้งเรื่องเวลาการเพาะปลูก ค่าแรงงาน ค่าจ้างต่าง ๆ

"ประหยัดเวลาและแรงงาน ในการทำนามากขึ้นเนื่องจากหลังหยอดเมล็ดสิบวันเมล็ดพันธุ์ก็จะเจริญเติบโตแต่หากมีฝนหรือน้ำก็ใช้เวลาเพียง 3 ถึง 4 วัน และได้คุณภาพดีกว่าการปักดำซึ่งถือว่าดีกับการทำนาในพื้นที่ 10 ไร่"

เขาบอกด้วยว่า การใช้เครื่องหยอดข้าวในพื้นที่นี้ยังมีเพียงตนที่ทำเพียงรายเดียวเนื่องจากเกษตรกรที่นี่ยังไม่พร้อมที่จะปรับเปลี่ยนหากแต่รอดูผลผลิตจากนาข้าวของตนว่าจะได้ผลผลิตหรือมีประสิทธิภาพอย่างไร เรียกว่าาตนเป็นผู้นำร่องการใช้เครื่องหยอดเมล็ดพันธุ์ข้าวของที่นี่ก็ว่าได้

 "ผมใช้เครื่องหยอดข้าวเพียงคนเดียวชาวนาคนอื่นกำลังรอดูผลผลิต ส่วนการทำงานของผมจะเริ่มตั้งแต่เช้าและหยอดเมล็ดพันธุ์ข้าววันละสี่ไร่ โดยใช้ข้าวพันธุ์ กข.10 หลังจากหยอดเมล็ดพันธุ์ข้าวแล้วก็จะใส่ยาในแปลงนาข้าวซึ่งสามารถควบคุมหญ้าได้นานถึงสองเดือน ต่างจากนาดำที่จะมีหญ้าขึ้นมากกว่าการปลูกข้าวด้วยวิธีนี้"

ส่วนการใช้เครื่องหยอดเล็ดพันธุ์ข้าวจะมีต้นทุนอยู่ที่ 300 ถึง 400 บาทได้ผลผลิต 700 กิโลกรัมต่อไร่ ส่วนการเก็บเกี่ยวจะว่าจ้างชาวนาไร่ละ 1200 บาท เนื่องจากคนในพื้นที่ต่างก็ออกไปทำงานในกรุงเทพมหานครกันเกือบหมด อย่างไรก็ตามอยากให้รัฐบาลช่วยเหลือในด้านการตลาดด้วย

 

เกษตรกรอีกรายหนึ่งที่มีความพยายามในการจะลดต้นทุนการผลิตในผืนนาของตน "จันทร์ พรมรังกา" ประธานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร(ศพก.) อ.ปัว จังหวัดน่าน กล่าวว่า การทำนาของตนจะใช้วิธีแบบนาโยนที่เป็นนวัตกรรมใหม่ในการช่วยเพิ่มผลผลิตกับนาข้าวและช่วยลดต้นในการปลูกข้าว รวมทั้งยังช่วยป้องกัน ควบคุมการเกิดวัชพืช และลดต้นทุนการผลิตลงผลผลิตที่ได้มีมาตรฐาน ไม่ทำลายสุขภาพผู้บริโภค สุขภาพตนเอง รวมทั้งไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

  "เราเน้นทำนาโยนแทนนาดำที่ใช้เมล็ดพันธุ์ข้าว 15 - 20 กิโลกรัมต่อไร่ ส่วนนาโยนใช้กล้าพันธุ์ 4 กิโลกรัมต่อไร่หรือถาดกล้าพันธุ์ข้าวประมาณ 60 ถาด เท่านั้น แต่ผลผลิตที่ได้จากการทำนาโยนอยู่ที่ 968 กิโลกรัมต่อไร่ ส่วนนาดำได้ไร่ละ 700 กิโลกรัมต่อไร่ โดยพันธุ์ข้าวที่ใช้ปลูกคือ สันป่าตอง กข.6 กข. 10 และจะทำนาปีละครั้ง เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนของทุกปี ผลผลิตที่ได้จะส่งให้ศูนย์วิจัยพันธุ์ข้าวแพร่ตรวจสอบว่าได้คุณภาพหรือไม่ทั้งนี้เพื่อจำหน่ายให้กับชาวบ้านในพื้นที่ต่อไป การปลูกข้าวแบบนาโยนนี้หากเกษตรกรรายใดสนใจอยากทำตามพร้อมยินดีให้คำแนะนำ"

"สำหรับการบำรุงรักษาจะใช้น้ำหมักชีวภาพตลอดจนเจ้าหน้าที่จาก กรมการข้าวจะเข้ามาดูแล ตรวจแปลง ให้คำแนะนำเป็นระยะในการปลูกช่วงตลอดช่วงหน้าหรืออาจมีโรค การตรวจแปลงต่าง ๆ แต่อยากให้มีการช่วยเหลือเรื่องอุปกรณ์เช่น เครื่องตัดข้าว เพราะต้องว่าจ้างทั้งหมด ส่วนการตลาดไม่มีปัญหาอะไร เมล็ดพันธุ์ข้าวเรามีคุณภาพ สหกรณ์สามารถนำไปจำหน่ายต่อได้"

 การทำนาโยนจะเน้นลดต้นทุน ทำให้ความเป็นอยู่ดีขึ้น เกษตรกรมีการรวมกลุ่ม เป็นกลุ่มข้าวชุมชนได้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวหลัก ๆ เพื่อจำหน่าย ซึ่งการรวมกลุ่มจะดีกว่าการทำเพียงคนเดียว นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนด้านอื่น ๆ เช่นปุ๋ยหมัก จากกรมพัฒนาที่ดิน พันธุ์ปลาดุก ปลานิล จากกรมประมง กรมปศุสัตว์สนับสนุนการเลี้ยงไก่ หลังจากสิ้นสุดฤดูกาลปลูกและเก็บเกี่ยวข้าวแล้วเกษตรกรที่นี่นอกจากจะทำนาแล้วยังทำการเกษตรหรือการปลูกพืชหลังนา เช่น ข้าวโพดหวาน หอม กระเทียม พริก หอมแดง ฟักทอง เป็นต้น

เกษตรกรที่นอกจากจะปลูกข้าวแล้วบางรายยังปลูกข้าวเพื่อจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ด้วยอีกทั้งเป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่มีความพยายามในการลดต้นทุนการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพ "มนู ธิลาว" อยู่บ้านเลขที่ 185 ม. 1 บ้ายฝ่ายมูล ตำบลป่าคา อ.ท่าวังผา จังหวัดน่าน ประธานศูนย์ข้าวชุมชนวิสาหกิจชุมชนและศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร(ศพก.)ตำบลป่าคา และอ.ท่าวังผา จังหวัดน่าน บอกว่า ศูนย์เปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2552 ได้รับการสนับสนุนจากศูนย์วิจัยข้าวแพร่ให้มาต่อยอดสร้างองค์ความรู้ รายได้ให้กับเกษตรกรเนื่องจากประสบภัยแล้ง

ทั้งนี้เราได้จัดการเรียนรู้การผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพ เช่น จัดการศัตรูพืชชุมชน โรงเรียนเกษตรศึกษาด้านแมลงศัตรูพืช บ้านปุ๋ยที่มีการทำนาอินทรีย์ และการปลูกข้าว โดยศพก.ที่นี่จะมีเครือข่ายต่าง ๆ เช่น ด้านการปศุสัตว์ ทฤษฏีใหม่ พืชตระกูลถั่ว การจัดการน้ำ รวมทั้งการแปลงใหญ่ ลำไย กาแฟ ไผ่รวก พริก มะม่วง

  

สำหรับแปลงนาของตนมีทั้งหมด 16 ไร่แยกเป็นพื้นที่ทำนา 4 แปลง 6 ไร่ และการทำเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพเพื่อจำหน่ายซึ่งต้องให้แน่ใจว่ามีคุณภาพโดยการตรวจสอบขั้นตอนต่าง ๆ เช่นการวัดความชื้นห้ามเกิน 15 เปอร์เซ็นต์ หากเกินต้องนำไปตากใหม่จากนั้นจะมีการกระเทาะเปลือกเพื่อตรวจสอบดูว่ามีสิ่งปลอมปนหรือไม่

ความสำเร็จของการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคือการลดต้นทุนการผลิตด้วยความพยายามหลายครั้งจากการลองผิดลองถูกไม่ว่าจะเป็นการนำเทคโนโลยี อุปกรณ์ เครื่องทุ่นแรงในการทำนาแบบปราณีตเพื่อให้น้ำเขานาอย่างทั่วถึง การใช้เครื่องหยอดข้าวแห้ง เพื่อลดขั้นตอนการผลิ ลดต้นทุน ลดแรงงาน รวมทั้งการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวที่ดี (พันธุ์หลัก) การเตรียมดิน การปรับปรุงบำรุงดินให้ดีอย่างเสม่ำเสมอ การไถกลบตอซัง หว่านพืช ตระกูลถั่วบำรุงดิน การใช่ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ ที่หาได้ในท้องถิ่นตนเอง แทนการใช้ปุ๋ยเคมี การใช้สารชีวภัณฑ์ ผลิตเชื้อไตรโคเดอร์มา เชื้อบิวเวอเรีย และใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน

ผลิตตามหลักการเกษตรที่ดี(จีเอพี)บริหารจัดการทรัพยากรในพื้นที่ให้เกิดประโยนช์สูงสุด ทำให้สร้างความยั่งยืนในอาชีพเกษตรกรในพื้นที่ ขยายแปลงการเรียนรู้ ศูนย์เรียนรู้ และเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตข้าวให้เกษตรกรได้ศึกษา

"แปลงนาของผมลองผิดลองถูกมาหลายครั้งเพื่อให้รู้ว่าทำนาอย่างไรเพื่อให้ได้กำไรและผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพรายได้จากการจำหน่ายผลผลิต (ข้าว) 86,720 บาทต่อปี รายได้จากการจำหน่ายผลผลิตพืชเศรษฐกิจหลังการทำนา 30000 บาทต่อปีรายได้จากการบริการไถนารับจ้าง 150,000 บาทต่อปี รายได้อื่น ๆ 96,000 บาทต่อปี รวมรายได้ 362,720 บาทต่อปี"

ภาพ : พุทธชาติ แซ่เฮ้ง



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
wullopp วันที่ : 13/05/2018 เวลา : 06.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

นี่เป็น การวิจัย-พัฒนา (R&D)
ที่สำคัญ ของไทย และของคนทั้งโลก

1. นาลดต้นทุน
2. นาใช้น้ำน้อย
3. นาทนดินเค็ม
4. ข้าวพันธุ์ทนน้ำท่วมนาน-ทนแล้ง
5. ข้าวน้ำตาลต่ำ (ดีกับเบาหวาน)

เรียนมาด้วยความเคารพครับ...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน