*/
  • countrygirl
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : countrythai_girl@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-22
  • จำนวนเรื่อง : 241
  • จำนวนผู้ชม : 617848
  • จำนวนผู้โหวต : 164
  • ส่ง msg :
  • โหวต 164 คน
คาวบอย

44

View All
<< มกราคม 2019 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 30 มกราคม 2562
Posted by countrygirl , ผู้อ่าน : 1723 , 20:19:36 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน wullopp , ATM_Decor โหวตเรื่องนี้

 

 

กรมปศุสัตว์จับมือกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศจัดระดมสมอง “โคนมไทย ก้าวไปพร้อมกับ FTA” เตรียมรับมือผลกระทบโคนมไทยทั้งระบบ

 

การเป็นประเทศคู่ค้าตามความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ)ในส่วนของอุตสาหกรรมนมประเทศไทยได้เตรียมพร้อมมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะเกษตรกรที่เป็นกลุ่มแรก ๆ ที่ได้รับผลจาเอฟทีเอ ในเรื่องดังกล่าว นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ได้มีการจัดสัมมนา"โคนมไทย ก้าวไปพร้อมกับเอฟทีเอ"เป็นความร่วมมือของกรมปศุสัตว์และกรมเจรจาการค้าต่างประเทศ ที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมโคนมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ในการรองรับเอฟทีเอ เพื่อให้อุตสาหกรรมนมไทยบุกตลาดโลกด้วยเอฟทีเอ สองหน่วยงานได้ให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมให้กับเกษตรกร และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมโคนมไทย รับมือความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ที่ไทยทำกับประเทศคู่ค้า และใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอบุกตลาดต่างประเทศ โดยได้จับมือร่วมกันทำงานอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2561 ที่ผ่านมา

 

 

การสัมมนาครั้งนี้เป็นการถ่ายทอดความสำเร็จของโครงการที่จัดขึ้นในปี 2561 ที่ได้คัดเลือกเกษตรกร ผู้ประกอบการนมและผลิตภัณฑ์นมของไทยที่มีความพร้อมในการทำตลาดต่างประเทศ เข้าฝึกอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพการผลิตและการทำตลาด และได้พาไปเรียนรู้ตลาดจีน พฤติกรรมผู้บริโภคจีน ตลอดจนจัดให้มีการเจรจาจับคู่ธุรกิจกับผู้ประกอบการจีน จนประสบความสำเร็จได้ยอดสั่งซื้อ และขยายตลาดไปจีน นับเป็นการใช้ประโยชน์จากการที่จีนลดภาษีนำเข้าสินค้านมและผลิตภัณฑ์นมจากไทยเหลือร้อยละ 0 ภายใต้เอฟทีเอ ขยายการส่งออกนมและผลิตภัณฑ์นมของไทยไปจีนมากขึ้น

 

 

โดยปัจจัยของความสำเร็จที่สำคัญ อาทิ การศึกษากฎระเบียบการนำเข้าของจีนให้เข้าใจ การศึกษาช่องทางการจัดจำหน่ายโดยเฉพาะปัจจุบันผู้บริโภคจีนนิยมสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ในแพลตฟอร์มมีชื่อของจีนกันมากขึ้น การให้ความสำคัญกับรักษาคุณภาพมาตรฐาน พัฒนานวัตกรรม และสร้างความแตกต่างสร้างสรรค์ให้กับสินค้า เช่น การผลิตนมอัดเม็ดรสชาติต่าง ๆ ซึ่งเป็นที่นิยมของผู้บริโภคชาวจีน การผลิตนมที่ไม่มีแลคโตส นมออร์แกนิค เนื่องจากผู้บริโภคชาวจีนให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น เป็นต้น


กรมฯเล็งเห็นศักยภาพของอุตสาหกรรมโคนมไทย จึงได้แนะนำให้เกษตรกร และผู้ประกอบการโคนมของไทยแสวงโอกาสในการส่งออกนมและผลิตภัณฑ์ของไทยไปตลาดอาเซียน และจีน ที่ปัจจุบันไม่เก็บภาษีนำเข้าจากไทยแล้ว สืบเนื่องจากการทำความตกลงเอฟทีเอระหว่างกัน ขณะเดียวกันก็จะต้องเตรียมความพร้อมรับมือการเปิดเสรีภายใต้เอฟทีเอที่ไทยทำกับออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ โดยทั้งสองประเทศได้ลดภาษีศุลกากรให้กับสินค้าจากไทย ทุกรายการเหลือร้อยละ 0 แล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2558

 

 

ขณะที่ไทยจะต้องทยอยลดภาษี ยกเลิกโควต้า และเปิดเสรีเต็มรูปแบบให้กับสินค้านมผงที่มีไขมันเกิน 1.5% (ไม่ใช้เลี้ยงทารก) เวย์โปรตีน ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของนม เนยแข็ง จากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ในปี 2564 และให้กับน้ำนมดิบ นมผงขาดมันเนย และเครื่องดื่มประเภทนมปรุงแต่ง จากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ในปี 2568 จึงจำเป็นต้องสร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมของไทย ให้สามารถแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพในยุคการค้าเสรี ผ่านการลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตน้ำนมดิบ ให้ความสำคัญกับการวิจัยพัฒนาและนวัตกรรมเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์

 

 

รวมทั้งอาจอาศัยความได้เปรียบในเชิงที่ตั้งความเป็นศูนย์กลางอาเซียนของไทย ส่งเสริมการลงทุนและการร่วมทุนจากสองประเทศเพื่อให้เกิดการพัฒนาถ่ายทอดเทคโนโลยีที่จะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมโคนมไทย ซี่งกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ จะร่วมกับกรมปศุสัตว์ ชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย เมืองนวัตกรรมอาหาร และศูนย์ให้คำปรึกษาและพัฒนาผู้บริหารทางธุรกิจแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จับมือกันทำงานต่อไปในปี 2562 เพื่อช่วยเสริมสร้างศักยภาพเกษตรกรและผู้ประกอบการนมของไทย ตลอดห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ให้แข่งขันได้ในเอฟทีเอ” นางอรมน กล่าว

 

 

ทั้งนี้ ในปี 2561 ไทยส่งออกนมและผลิตภัณฑ์เป็นมูลค่า 472.4 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า ร้อยละ 16.42 โดยมีตลาดส่งออกที่สำคัญ เช่น กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมาร์ ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ ขณะที่ไทยนำเข้านมและผลิตภัณฑ์เป็นมูลค่า 630.82 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า ร้อยละ 4.1 โดยมีแหล่งนำเข้าสำคัญ เช่น นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย เบลเยียม เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และสหรัฐอเมริกา โดยส่วนใหญ่เป็นการนำเข้านมผงเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร

 

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า สินค้านมและผลิตภัณฑ์นม ภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (FTA) กำลังจะเริ่มต้นขึ้น โดยอัตราภาษีโควต้าการนำเข้านมและผลิตภัณฑ์นม จะค่อยๆ ทยอยลดลงทุกปี จนในปี พ.ศ. 2568 จะไม่มีอัตราภาษี หรือเป็น 0% ในที่สุด ซึ่งทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม เกิดความตื่นตระหนก ด้วยเกรงว่าต้นทุนการผลิตน้ำนมของไทยที่ยังสูงกว่าต่างประเทศ จะทำให้น้ำนมและผลิตภัณฑ์นมจากต่างประเทศเข้ามาตีตลาดน้ำนมไทย ทำให้น้ำนมที่ผลิตภายในประเทศขายไม่ได้ จนกระทบถึงเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ที่อาจจะต้องเลิกกิจการในที่สุด แต่ทุกภาคส่วนทั้งรัฐและเอกชนได้เล็งเห็นถึงปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น จึงพยายามพลิกวิกฤตเป็นโอกาส ได้มีการระดมความคิด เพื่อเตรียมรับมือป้องกันปัญหา และหาช่องทางที่จะทำให้ความตกลงการค้าเสรี (FTA) ที่จะเกิดขึ้นเกิดประโยชน์กับประเทศไทยมากที่สุด เพื่อการเตรียมตัวให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโค สหกรณ์โคนม และผู้ประกอบการนมและผลิตภัณฑ์นม ให้มีความเข้มแข็ง พร้อมที่จะต่อสู้ในตลาดโลกต่อไป ซึ่งการเตรียมการณ์ ได้ดำเนินการมาแล้วหลายปี

 

 

อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของกรมปศุสัตว์ การเตรียมตัวรับความตกลงการค้าเสรี (FTA) ในเบื้องต้นให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม สหกรณ์โคนม รวมถึงผู้ประกอบการอุตสาหกรรมนมนั้น กรมปศุสัตว์ ได้เร่งรัดให้มีการเพิ่มประสิทธิภาพในระดับฟาร์มและสหกรณ์ ทั้งด้านการผลิต มาตรฐาน และสุขภาพ โดยได้มีการระดมนักวิชาการทั้งจากสำนัก กอง เขต จังหวัด เข้าเยี่ยมชี้แจง ทำความเข้าใจ ให้ความรู้ ในด้านต่างๆ ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและสหกรณ์โคนม เพื่อให้การเลี้ยงและการจัดการ ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ผลผลิตน้ำนมสูงขึ้น ต้นทุนการผลิตลดลง แม่โคนมมีสุขภาพดีขึ้น ทั้งสุขภาพร่างกาย สุขภาพระบบสืบพันธุ์ และสุขภาพเต้านม ดังเช่น กรมปศุสัตว์ได้ส่งเสริมให้มีการปลูกพืชอาหารสัตว์คุณภาพดี เพื่อสามารถผลิตอาหารสัตว์ที่มีคุณภาพใช้เองในราคาถูก เร่งพัฒนาสายพันธุ์โคนมให้ทนสภาพร้อนชื้น เลี้ยงง่าย ผสมติดง่าย ร่างกายแข็งแรง น้ำนมเหมาะสม

 

 

เร่งทำความเข้าใจกับเกษตรกรในการเลี้ยงและการจัดการที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้โคนมแข็งแรงให้น้ำนมได้นาน เผยแพร่โปรแกรมการจัดการโดยพัฒนาเป็น Application ให้เกษตรกรได้ใช้ เพื่อให้ได้รับรู้ศักยภาพของฟาร์มโคนมของตน ทั้งด้านผลผลิตและสุขภาพของแม่โคนม ตลอดจนเร่งทำความเข้าใจให้มีการเพิ่มคุณภาพน้ำนม เพื่อให้น้ำนมมีเนื้อนม (total solid) สูงขึ้น และ somatic cell ต่ำลง ทำให้สามารถแข่งขันในด้านคุณภาพน้ำนมในตลาดแห่งอนาคตได้ พร้อมเร่งทำความเข้าใจให้มีการคำนวณรายรับรายจ่าย เพื่อรับรู้ต้นทุนและกำไรของฟาร์มของตนเอง นอกจากนี้ ที่สำคัญในด้านระบบสืบพันธุ์ของแม่โคนม ในอันที่จะทำให้แม่โคนมตั้งท้อง คลอดลูก และให้น้ำนมได้นั้น กรมปศุสัตว์ได้พยายามใช้เทคโนโลยีชีวภาพต่างๆ เพื่อช่วยลดช่วงเวลาท้องว่าง(days open) ของแม่โคให้สั้นลง เพิ่มอัตราการผสมติดให้สูงขึ้น เพื่อปริมาณน้ำนมที่ได้จากแม่โคนมจะมากขึ้นในต้นทุนที่ต่ำลง ส่วนในเรื่องเงินที่เกษตรกรและสหกรณ์โคนมจะต้องใช้ลงทุนพัฒนาสิ่งต่างๆ เพื่อพร้อมที่จะต่อสู้แข่งขันนั้น กรมปศุสัตว์ได้พยายามหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยถูกให้แก่เกษตรกรและสหกรณ์ โคนมกู้ยืมไปลงทุนดังกล่าว เพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง และสามารถแข่งขันได้ในตลาดการค้าเสรี ฯลฯ อีกด้วย

 

นายสัตวแพทย์สรวิศ กล่าว “กรมปศุสัตว์จะพยายามยามทุกวิถีทาง ที่จะช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม สหกรณ์โคนม และผู้ประกอบการนมและผลิตภัณฑ์นมของประเทศไทยให้มีความเข้มแข็ง พร้อมจะต่อสู้ในตลาดโลก สามารถก้าวไปพร้อมกับ FTA ได้อย่างมั่นคง เข้มแข็ง และยั่งยืนต่อไปในอนาคต”

 

 

การเตรียมตัวเพื่อรองรับเอฟทีเอตนเชื่อมั่นว่าเกษตรกรมีความพร้อมและยอมรับกับการเปลี่ยนแปลงและมีศักยภาพแข่งขันได้เพราะมีการบริหารจัดการ ตลอดจนเทคโนโลยีที่ทันสมัย ดังจะเห็นจากการจัดงานต่าง ๆ เช่นเทศกาลโคนมที่มีการพันาอย่างต่อเนื่อง อุตสาหกรรมนมไทยปรับตัวตลอดเวลา รวมทั้งภาครัฐ เอกชน ได้ทำยุทธศาสตร์โคนมทั้งระบบที่กำลังจะเสนอครม. ทั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาโคนมอย่างมีประสิทธิภาพทั้งปริมาณ คุณภาพ ตลอดจนการส่งเสริมพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปที่มีความสำคัญ ซึ่งจะต้องหาตลาดเพิ่มขึ้น

 

"ประเทศไทยถือเป็นผู้นำในอาเซียนที่ส่งน้ำนมออกแต่ต้องรักษาคุณภาพด้วยการผ่านมาตรฐานจีเอพีแต่หากยังไม่ถึงขั้นนั้นก็ะต้องอยู่ในระดับ ฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสมหรือGood Farming Management (GFM)"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
soultraveller วันที่ : 06/02/2019 เวลา : 17.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/soultraveller
LOVstay

ครัวโลก

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
wullopp วันที่ : 03/02/2019 เวลา : 09.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

ขอให้ อาหารไทย
ประสบ
ความสำเร็จในด้านดีทุกๆ ด้าน ครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน