*/
  • countrygirl
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : countrythai_girl@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-22
  • จำนวนเรื่อง : 246
  • จำนวนผู้ชม : 621544
  • จำนวนผู้โหวต : 165
  • ส่ง msg :
  • โหวต 165 คน
คาวบอย

44

View All
<< เมษายน 2019 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 26 เมษายน 2562
Posted by countrygirl , ผู้อ่าน : 372 , 15:36:36 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

 

จังหวัดชายแดนใต้ของประเทศไทย เป็นพื้นที่ที่มีลักษณะพิเศษมากกว่าท้องถิ่นอื่น ๆ ของประเทศประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม มีความแตกต่างทางวัฒนธรรม ภาษาและการดำรงชีวิต ด้วยบริบทดังกล่าวทำให้การจัดการศึกษามีความหลากหลายโดยรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามส่วนมากวิวัฒนาการจากปอเนาะและสอนศาสนาอิสลามอย่างเดียวแต่ระยะหลัง ปอเนาะได้แปรสภาพเป็นโรงเรียน รัฐในการสนับสนุนและยกระดับมีประสิทธิภาพมากขึ้น ปัจจุบันกระทรวงศึกษาธิการได้ส่งเสริมผู้เรียนเรียนอิสลามศึกษา สามารถจบหลักสูตรอิสลามศึกษากับหลักสูตรสามัญพร้อมกันใช้เวลา 12 ปีและเป็นแนวทางให้ผู้เรียนเลือกเรียนในเวลาเดียวกันที่จะศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งโครงการต่าง ๆ ที่สร้างโอกาสทางการศึกษา

 


โดย"นายสันติ แสงระวี ศึกษาธิการภาค 7 พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูงได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการจัดเทียบความรู้ตามหลักสูตรอิสลามศึกษา พุทธศักราช 2546 ประจำปีงบประมาณ 2562 ณ โรงเรียนพัฒนาวิทยา อ.เมือง จ.ยะลา ได้กล่าวว่า โครงการสอบเทียบความรู้ตามหลักสูตรอิสลามศึกษา พุทธศักราช 2546 ประจำปีงบประมาณ 2562 เป็นไปตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการสอบเทียบความรู้อิสลามศึกษา พ.ศ. 2549 เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถศึกษาได้ทั้งการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย ให้มีความเชื่อมโยงต่อเนื่องทุกระดับ และในระเบียบข้อที่ 10 กำหนดให้มี การสอบเทียบความรู้อิสลามศึกษา โดยให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ หรือที่ได้รับมอบหมายดำเนินการสอบเทียบความรู้อิสลามศึกษาอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง ซึ่งศูนย์พัฒนาอิสลามศึกษาเป็นหน่วยงานในการรับผิดชอบดูแลการสอบเทียบความรู้อิสลามศึกษา ให้สามารถจัดสอบได้อย่างต่อเนื่องและเป็นไปตามระเบียบกระทรวงฯ ซึ่งการจัดสอบในครั้งนี้ เป็นการจัดสอบเทียบเป็นปีที่ 12

 

 

 

“โครงการสอบเทียบความรู้ตามหลักสูตรอิสลามศึกษา เป็นหนึ่งในการสนองนโยบายด้านการศึกษาที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ พัฒนาการจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคง ด้วยการยกระดับคุณภาพและส่งเสริมโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พลเอกสุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ ได้ลงพื้นที่มาตรวจติดตามกำกับงานด้านการศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การจัดการศึกษาอิสลามศึกษามีเอกภาพ สามารถยกระดับมาตรฐานคุณภาพการจัดการอิสลามศึกษาโรงเรียนนอกระบบให้สอดคล้องกับหลักสูตรอิสลามศึกษา พ.ศ. 2546 รวมทั้งยังสามารถถ่ายโอนกันได้ทั้งระบบ อันจะส่งผลให้ผู้เรียนสามารถเข้าศึกษาต่อทางด้านอิสลามศึกษาในระดับที่สูงขึ้นระดับอุดมศึกษาทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งเป็นที่น่ายินดีว่ามีผู้สนใจมาสมัครสอบเทียบฯ เป็นจำนวนมากขึ้นทุกปี” นายสันติกล่าว

 

 

ทั้งนี้ โครงการสอบเทียบความรู้ตามหลักสูตรอิสลามศึกษา พุทธศักราช 2546 ประจำปีงบประมาณ 2562 จัดขึ้นโดยภายใต้วัตถุประสงค์คือ (1) เพื่อพัฒนาระบบการจัดการศึกษาอิสลามศึกษาทุกระดับในจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้มีคุณภาพ สามารถเชื่อมโยงและเทียบผลการเรียนกันได้ทุกระดับ (2) เพื่อส่งเสริมผู้เรียนที่อยู่นอกระบบ หรือผู้ที่สนใจให้ได้รับวุฒิด้านอิสลามศึกษา นำไปต่อยอดในการศึกษาต่อและเป็นหลักฐานประกอบที่ใช้ในการสมัครงาน (3) เพื่อให้บริการทางวิชาการในเรื่องการจัดการศึกษาอิสลามศึกษาแก่ผู้ที่สนใจโดยทั่วไป และ (4) เพื่อการบูรณาการทำงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีหน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการ คือ สำนักงานศึกษาธิการภาค 7 (ศูนย์พัฒนาอิสลามศึกษา)

 

 

โดยคาดว่าจากการดำเนินโครงการนี้ จะเป็นหนึ่งในการขับเคลื่อนและยกระดับการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเปิดโอกาสและบริการให้ผู้เรียนอิสลามศึกษานอกระบบหรือผู้ที่สนใจ สามารถเทียบโอนความรู้ผ่านใบรับรองเทียบวุฒิด้านอิสลามศึกษาเพื่อนำไปต่อยอด เช่น การศึกษาอิสลามศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยทั้งในประเทศและต่างประเทศ หรือนำไปประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องต่อไป นอกจากนั้นยังทำให้การศึกษาอิสลามศึกษาเป็นเอกภาพ สามารถถ่ายโอนกันได้ทั้งระบบ ทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ เกิดการบูรณาการทำงานที่ดีและมีประสิทธิภาพระหว่างหน่วยงานในกระทรวงศึกษาธิการที่เกี่ยวข้อง ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และหน่วยงานอื่นๆ

 

 

นายมูฮำหมัดรุสลัน กาเดร์ นักวิชาการศึกษาชำนาญการ สำนักงานศึกษาธิการภาค 7 สํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.) กระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า การสอบเทียบความรู้อิสลามศึกษาตามหลักสูตรอิสลามศึกษา พุทธศักราช 2546 ประจำปีงบประมาณ 2562 เป็นการเปิดสอบสำหรับผู้จบการศึกษาจากภาคบังคับของสถาบันการศึกษาต่าง ๆ และบุคคลทั่วไปที่ต้องการใบรับรองเพื่อนำไปประกอบอาชีพหรือศึกษาต่อทั้งในและต่างประเทศเช่นอินโดนีเซีย และกลุ่มประเทศอาหรับ ทั้งนี้ไม่ได้จำกัดอายุผู้เข้าสอบ โดยจะจัดขึ้นทุกปี ๆ ละ 2 ครั้ง แต่ละครั้งจะจัดอบรมปูพื้นความรู้ให้กับผู้เข้าสอบได้รู้แนวทางข้อสอบก่อนเนื่องจากที่ผ่านมา 10 ปีที่เปิดสอบเทียบมีผู้สอบไม่ผ่านเช่นกันแต่เป็นจำนวนน้อย แต่ก็สามารถมาสอบเทียบครั้งใหม่ได้ไม่จำกัด ขึ้นอยู่กับผู้สอบเอง

 

 

โครงการสอบเทียบดังกล่าวได้รับความสนใจเพิ่มจากจากแต่เดิมมีผู้สมัครเพียง 67 คนเพิ่มเป็น 216 หรือ 200 เปอร์เซ็นต์ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก ทำให้การจัดการศึกษาด้านอิสลามศึกษาเป็นเอกภาพสามารถเทียบโอนกันได้ทั้งระบบ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพราะเป็นการต่อยอดของผู้เข้าสอบเพื่อนำใบรับรองจากการสอบเทียบไปแสดงในการทำงานเช่นเพื่อสมัครใช้เป็นครูสอนศาสนาในสถาบันการศึกษา โรงเรียนสอนศาสนา ต่าง ๆ หรือศึกษาต่อเปิดโอกาสและให้บริการแก่ผู้เรียนอิสลามศึกษานอกระบบหรือผู้ที่สนใจ

 

 

สามารถเทียบโอนความรู้ผ่านใบรับรองเทียบวุฒิด้านอิสลามศึกษาเพื่อนำไปต่อยอด เช่น ศึกษาต่อด้านอิสลามศึกษาในมหาวิทยาลัยทั้งในประเทศและต่างประเทศ หรือนำไปประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องต่อไปเกิดการบูรณาการทำงานที่ดีและมีประสิทธิภาพระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นจังหวัดชายแดนภาคใต้ อาทิเช่น สำนักงานการศึกษาเอกชน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ /สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้/ สำนักงาน กศน. 5 จังหวัดชายด้านภาคใต้ /สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้/ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้

 

 

"ไม่ได้จำกัดอายุ อาชีพในการเข้าสอบเทียบดังนั้นคนที่เข้ามาสอบมีทั้งโต๊ะอิหม่าม ผู้นำศานา ผู้นำชุมชน หรือนักเรียนที่จบชั้นป.6 และเป็นโครงการที่ตอบสนองให้กับคนที่ยังขาดโอกาส และเป็นการยกระดับทางการศึกษา ให้กับผู้ที่จบจากโรงเรียนปอเนาะ ที่ไม่มีใบรับรองคุณวุฒิแม้ว่าจะเรียนรู้ทางด้านศาสนามาก็ตาม รวมถึงผู้สนใจทั่วไป ก็สามารถสอบได้ แต่ต้องไม่ได้ศึกษาในระบบการศึกษาภาคบังคับในขณะที่จะสอบเทียบ โดยก่อนการสอบจะมีการอบรม แนะแนว ข้อสอบ ทั้งนี้การสอบเทียบเท่าความรู้อิสลามศึกษาเปิดสอบให้ระดับความรู้คือ 1.ระดับอิสลามศึกษาตนต้น (อิบติตาฮ๊นะฮ) 2. ระดับอิสลามศึกษาตอนลกาง (มุตะวัซซีเฏาะฮ) 3. ระดับอิสลามศึกษาตอนปลาย (ซานาวียะฮ)" สำหรับโครงการสอบเทียบความรู้อิสลามศึกษาตามหลักสูตรอิสลามศึกษา เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดนโยบายองค์กรที่ดีของกระทรวงศึกษาธิการ"นายมูฮำหมัดรุสลัน กล่าวย้ำ

 


"อภิชาติ รองเดช" อายุ 33 ปี จากจังหวัดสตูล ผู้เข้าสอบเทียบความรู้อิสลามศึกษาพ.ศ.2562 บอกว่า เรียนจบจากโรงเรียนปอเนาะแต่ไม่มีคุณวุฒิรองรับในการศึกษาต่อหรือทำงาน ดังนั้นจึงได้ตัดสินเข้ามาสอบเทียบในระดับอิสลามศึกษาตอนปลาย(ซานาวียะฮู)เพื่อใช้เป็นใบรับรองเพราะถือเป็นหลักฐานเอกสารตามมาตรฐานสากล โดยได้วางแนวทางในการใช้ใบรับรองดังกล่าวคือศึกษาต่อในต่างประเทศระดับมหาวิทยาลัยกลุ่มประเทศอาหรับหรืออาจทำงานตามที่ตั้งใจไว้เช่นเป็นอาจารย์ในสถาบันการศึกษาต่าง ๆ แม้ว่าตนจะมีประสบการณ์เป็นอาจารย์สอนในโรงเรียนมาแล้วแม้ไม่มีใบรับรองแต่ หากเรามีคุณวุฒิรับรองก็จะเป็นการการันตีคุณสมบัติไปในตัว

 

 

"อยากสอบให้ได้ เพราะจบจากโรงเรียนปอเนาะมานาน และถือเป็นโอกาสที่จะได้เข้ามาเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ แต่ก็มีความกังวลว่าจะสอบผ่านหรือไม่ เนื่องจากยังไม่รู้แนวทางข้อสอบ ดังนั้นจึงต้องมาเข้ารับการอบรม เพื่อนำความรู้ไปเตรียมพร้อมในการเข้าสอบต่อไป"

 


 

เผยผลสำเร็จ"SMP"ห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์อิสลามศึกษา SMP สร้างดาวรุ่งคณิตศาสตร์-ดาราศาสตร์โอลิมปิก ดันเด็ก 3 จังหวัดใต้สนใจเพิ่มขึ้น

 

อีกโครงการหนึ่งที่น่าสนใจและเปิดโอกาสการศึกษาให้นักเรียนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้อีกโครงการคือโครงการโรงเรียนห้องเรียนพิเศษโปรแกรมวิทยาศาสตร์ที่เน้นอิสลามศึกษาในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม หรือ Science Mathematics Program:SMP

 

นายสันติ แสงระวี ศึกษาธิการภาค 7 ได้เยี่ยมชมโครงการโรงเรียนห้องเรียนพิเศษโปรแกรมวิทยาศาสตร์ที่เน้นอิสลามศึกษาในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม หรือ Science Mathematics Program:SMP ที่โรงเรียนมูลนิธิอาซิซสถาน นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เป็นการบูรณาการความร่วมมือของ สำนักงานศึกษาธิการภาค 7 โดยศูนย์พัฒนาอิสลามศึกษา ร่วมกับ สำนักงานการศึกษาเอกชน 5 จังหวัด พัฒนาหลักสูตรวิทยาศาสตร์

 

 

ภายใต้ชื่อ โครงการโรงเรียนห้องเรียนพิเศษโปรแกรมวิทยาศาสตร์ ที่เน้นอิสลามศึกษาในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม (SMP) โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้โรงเรียนเอกชนสอนศาสนานำไปใช้เป็นกรอบ และทิศทางในการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ เพื่อพัฒนาผู้เรียนที่มีความสนใจด้านวิทยาศาสตร์โดยตรง ให้มีคุณภาพด้านความรู้และทักษะที่จำเป็นสำหรับการเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา เป็นการยกระดับการจัดการศึกษาของโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา ซึ่งได้รับความสนใจจากโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

 

 

“ห้องเรียนวิทยาศาสตร์ของเราเป็นบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำขึ้นเพื่อขับเคลื่อนและยกระดับการศึกษาในพื้นที่ให้เด็กๆ ที่ร่วมโครงการมีผลการสอบ Inet เต็ม 100 เป็นโครงการที่มีที่เดียวในประเทศไทย จากการดำเนินโครงการนี้มา เราสามารถผลักดันส่งเสริมให้เด็กในพื้นที่ของเราเข้าสู่วงการวิชาการระดับคณิตศาสตร์โอลิมปิก และดาราศาสตร์โอลิมปิกสำเร็จมาแล้ว ซึ่งหลายโรงเรียนก็เริ่มตื่นตัวและสนับสนุนให้เด็กๆ ได้รู้จักโครงการดังกล่าว นับเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจในฐานะผู้ขับเคลื่อนและประสานงานด้านการศึกษาอย่างแท้จริง ภายใต้การกำกับดูแลของท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พลเอกสุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ ที่สนับสนุนให้การขับเคลื่อนการศึกษาโดยออกแบบมาเพื่อให้เข้ากับบริบทของคนในพื้นที่ ซึ่งจะเป็นฟันเฟืองเล็กๆ ที่มีส่วนสำคัญในการเปลี่ยนแปลงมิติทางการศึกษาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อำนวยประโยชน์ต่อผู้เรียนและต่อยอดกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศในลำดับต่อไป” นายสันติกล่าว

 

 

"การพัฒนาการศึกษาทุกระดับไม่ว่าจะเป็นจังหวัด หรือภาคจะต้องมีความเชื่อมโยงกันโดยยึดแผนที่มีบุคลากรทางการศึกษา บริหารงาน กำหนดทิศทางกรอบการดำเนินการ สำหรับการศึกษาในพื้นที่ภาคใต้ประจำปี 2562 ได้กำหนดให้เป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางการศึกษาในชายแดนให้สัมฤทธิ์ผลและได้นำยุทธศาสตร์ที่พระราชทานคือการเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา มาเป็นแนวดำเนินการและมุ่งให้มีทัศนติที่ดีต่อบ้านเมือง พื้นฐานความมั่นคง ประกอบอาชีพ และเป็นพลเมืองที่ดี"

 

ผลสำเร็จของโครงการฯ ที่ โรงเรียนมูลนิธิอาซิซสถาน ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงเรียนที่เปิดห้องเรียนพิเศษโปรแกรมวิทยาศาสตร์ที่เน้นอิสลามศึกษาในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม หรือ SMP รวมถึงการพัฒนานักเรียนอย่างต่อเนื่อง โดยกระทรวงศึกษาธิการร่วมกับ Google ประเทศไทย นำเทคโนโลยีดิจิทัลและแอพพลิเคชั่นเพื่อการศึกษา หรือ G-Suite for Education มาประยุกต์ใช้ผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกรูปแบบ เพื่อให้เกิดการปฏิรูปการศึกษาอย่างบูรณาการ สนับสนุนการอบรมพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาเพื่อเสริมสมรรถนะการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ต่อยอดสู่การสร้างชุมชนครูเพื่อการเรียนรู้เทคโนโลยี โรงเรียนจึงปรับโปรแกรม SMP เป็น SmartSMP ให้เป็นห้องเรียนนำร่องเป็นห้องตัวอย่างที่ครูผู้สอน จะได้สร้างนวัตกรรมและฝึกทักษะการนำเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่ได้รับการส่งเสริมนี้มาสนับสนุนการเรียนรู้อย่างเต็มรูปแบบ

 

 

ผลงานล่าสุดของนักเรียนในโปรแกรม SMP คือสามารถสอบผ่านค่าย 1 ค่าย 2 และเป็นตัวแทนศูนย์ สอวน. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เพื่อเข้าร่วมแข่งขันโอลิมปิกวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 16 ที่จะจัดขึ้นในช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน ปีนี้ ทั้งหมด 5 คนประกอบด้วย ประเภท คณิตศาสตร์โอลิมปิก นายเนาวาฟ เล๊ะนุ๊ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ประเภทดาราศาสตร์โอลิมปิก ดญ.ฟารีญา เหมมา และดญ.นิญาณี นิโมง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 นายอัฟฟาน ยะโยะ และนางสาวซัลวา เจ๊ะอะ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ซึ่ง โรงเรียนมูลนิธิอาซิซสถาน เป็นโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา สอนในระดับ ม.ต้น-ม.ปลาย มีนักเรียนประมาณ 2,500 คน

 

 

นายกามาล อับดุลวาฮับ ผู้อำนวยการโรงเรียนมูลนิธิอาซิซสถาน ต.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี กล่าวว่า นักเรียนที่เรียนในหลักสูตร SMP ของโรงเรียนมูลนิธิอาซิซสถาน จะเน้นการเรียนคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เพื่อให้สามารถสอบแข่งขันเข้าเรียนต่อคณะแพทย์ศาสาตร์หรือเภสัชและจากหลักสูตรดังกล่าวทำให้เห็นว่าเด็กมีการพัฒนาอย่างชัดเจน ทั้งนี้นอกจากจะมีการศึกษาที่เป็นเลิศ แต่ยังสอดคล้องกับบริบทต่าง ๆ เช่นการเรียนศาสนาและวิชาเรียนในตลาดความรู้ด้วยถือว่าเป็นความสำเร็จของโครง SMP

 

อย่างไรก็ตามหลักสูตรการเรียนการสอนทางศาสนาของโรงเรียนสอนศาสนาทั่วไปก็สามารถนำSMPไปปรับใช้ได้เพราะเราเน้นทักษะ และทำอย่างไรให้เด็กนักเรียนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้สามารถเข้าศึกษาในคณะแทพย์และเภสัชได้เพิ่มขึ้น ทั้งนี้จะยึด SMP เป็นโมเดล และขยายต่อไปในโรงเรียนอื่นเพราะเป็นการจัดการเรียนการสอนตามความถนัดของผู้เรียน รวมถึงได้อบรบมคณะครูให้มีความรู้พัฒาตนเองเพื่อรองรับกับรูปแบบการศึกษาที่เปลี่ยนไปด้วย แต่ทางด้านศาสนาก็ไม่ได้ทิ้งแต่อาจเรียนน้อยลงกว่าวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ที่มีการจ้างครูมาสอนพิเศษ

 

 

"สำหรับค่าเล่าเรียน 3,000 บาทต่อปี บางแห่ง 1,000 - 1,500 บาทต่อปี ถือเป็นค่าใช้จ่ายพิเศษและในอนาคตการเรียนการสอนจะเป็บบดิจิตัลคือไม่มีเอกสารตั้งแต่การสั่งงาน การทำการบ้าน ทุกอย่างต้องเป็นแบบไอทีตั้งแต่ระดับชั้นม.1-ม.6 และคาดว่านักเรียนที่สำเร็จจาก SMPจะมีโอกาสสอบแข่งขันในสถาบันชั้นนำทั้งในท้องถิ่นและส่วนกลาง และนักเรียนจะให้ความสนใจเรียนและศึกษาต่อด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์และสาขาที่เกี่ยวข้องมากขึ้น"

 



นายอาตีกี สนิหวี นักเรียนโรงเรียนมูลนิธิอาซิซสถาน ต.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ผู้ผ่านเข้าศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตร์บัณฑิต คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ประจำปีการศึกษา 2561 กล่าวว่า ได้เข้าเรียนในหลักสูตรเป็นรุ่นแรกตั้งตั้งระดับชั้น ม.1 ซึ่งจะเน้นวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ตลอดจนศาสนา สลับกันไปโดยใช้เวลาเรียน 6 วันรวมวันเสาร์ แต่หลักสูตรจะมีความเข้มข้นมากในระดับชั้นม.4 และม.5 การเรียนในระดับนี้แม้จะหนักแต่เป็นผลดีกับตนเองเพราะในระดับชั้นม.6 ได้นำวิชาที่เรียนมาทั้งหมดทบทวน ไม่ได้เคร่งเครียดมากนัก จนกระทั่งได้โควต้าเข้าศึกษาในคณะแพทย์ด้วยคะแนน 3.78 ที่เปิดรับ 20 คนและตนเป็นหนึ่งในนักเรียนที่จบจากโรงเรียนปอเนาะ

 

 

สำหรับการศึกษาคณะแพทย์ในชั้นปีที่ 1 หลักสูตรค่อนข้างหนักแต่ยังมีบางวิชาที่เรียนเช่นเดียวกับมัธยมบ้างแต่จะลึกลงไปอีกขั้นหนึ่ง รวมทั้งจะเรียนศาสนาควบคู่ไปด้วย สำหรับตนเลือกลงแพทย์ชนบท และเมื่อศึกษาจบใน 6 ปีก็สามารถเลือกแพทย์เฉพาะทางได้ ซึ่งตนสนใจเกี่ยวกับการศึกษาด้านระบบประสาทเพราะที่นี่ขาดแคลน

 

"อยากฝากไปถึงน้อง ๆ ว่าการเรียนในหลักสูตรSMPถือว่าได้เปรียบ เป็นการเปิดโลกไปในตัว รวมทั้งให้ทุกคนมีเป้าหมาย ว่าอยากเรียนอะไร เพราะจะมีความสุขรวมทั้งมีประโยชน์ ให้รู้ว่าควรทำอะไรและตั้งใจให้ได้ในสิ่งนั้นมาแม้ต้องเรียนหนักก็ตาม สำหรับผมพ่อแม่ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่"

 

 

สำหรับการพัฒนาโปรแกรมห้องเรียนพิเศษด้านวิทยาศาสตร์ เน้นอิสลามศึกษาแบบบูรณาการในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม เนื่องจาก โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นสถานศึกษาที่ได้วิวัฒนาการจากสถาบันศึกษาปอเนาะ ซึ่งเป็นการจัดการเรียนการสอนสองหลักสูตร คือ ศาสนาและสามัญ หลักสูตรสามัญใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ปรับปรุง 2560 และหลักสูตรศาสนาใช้หลักสูตรอิสลามศึกษา พ.ศ. 2546 การจัดการจัดการเรียนการสอนในปัจจุบันนี้ โรงเรียนเอกชนศาสนาอิสลามจะจัดการสอนโดยแบ่งสัดส่วนเป็นรายวิชาสามัญร้อยละ 50 และ รายวิชาศาสนาร้อยละ 50

 

 

ในปี พ.ศ. 2558 ทางสำนักงานศึกษาธิการภาค 12 (สำนักงานศึกษาธิการภาค 7) ปัจจุบัน ได้ตระหนักถึงนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามและไปศึกษาต่อสายวิทยาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยต่างๆ พบว่า นักเรียนเหล่านั้น จะประสบปัญหาเรียนไม่ทันกับเพื่อนๆ เนื่องจากบางเรื่องของรายวิชาวิทยาศาสตร์อาจจะเรียนไม่ครอบคลุมเนื้อหาที่กำหนดในหลักสูตร เพราะความจำกัดของเวลาในการจัดการเรียนการสอนที่นักเหล่าจะต้องศึกษาทั้งวิชาสามัญและศาสนาไปพร้อมกัน ๆ

 

 

จากประเด็นดังกล่าว ท่านผู้ตรวจราชการ ดร. พีรศักดิ์ รัตนะ ได้มีแนวทางคิดให้พัฒนาโปรแกรมห้องเรียนพิเศษด้านวิทยาศาสตร์ เน้นด้านวิทยาศาสตร์ประมาณร้อยละ 70 และศาสนา ร้อยละ 30 พร้อมกับให้ดำเนินการจัดทำวิจัยเรื่องดังกล่าวด้วย และได้เรียนเชิญผู้บริหารโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่จะนำร่องห้องเรียนดังกล่าว จำนวน 30 โรงเรียน

 

 

โครงการนี้ เป็นโครงการร่วมระหว่างศูนย์พัฒนาอิสลามศึกษา สำนักงานศึกษาธิการภาค 7 กับสำนักคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช) ส่วนกลาง ได้พัฒนามาแล้วเป็นเวลา 4 ปี โดยปัจจุบันนี้มีโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน ประมาณ 80 โรง เพื่อนักเรียนได้เรียนตามความถนัดของผู้เรียนอย่างแท้จริงเพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรายวิชาวิทยาวิทยาศาสตร์เหมือนกับโรงเรียนของรัฐบาลที่เปิดโรงเรียนพิเศษด้านวิทยาศาสตร์เช่นกันเพื่อแก้ปัญหานักเรียนจากโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาที่ได้เรียนต่อวิทยาศาสตร์ในระดับมหาวิทยาลัยเพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ศาสนาในรูปแบบบูรณาการที่สามารถปฏิบัติกับตนเองและครอบครัว

 

 

ในปี พ.ศ. 2562 นับว่าเป็นแรกที่โรงเรียนได้นำร่องของโปรแกรมนี้ และจากการติดตามสอบถามผู้บริหารโรงเรียนและครูฝ่ายวิชาการที่รับผิดชอบ พบว่า โรงเรียนได้รับความพอใจเป็นอย่างในดำเนินการจัดการเรียนการสอนของโปรแกรมนี้ และขอให้หน่วยที่รับผิดชอบช่วยสนับสนุนส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง เช่น โรงเรียนดารุณศาสตร์วิทยา อ. สายบุรี จ. ปัตตานี โรงเรียนนูรุดดีน อ. ตากใบ จ. นราธิวาส โรงเรียนดารุลมาอาเรฟ อ. ควนโดน จ. สตูล เป็นต้น ทั้งนี้ เนื่องจาก นักเรียนของสถานศึกษาเหล่านั้น ที่สำเร็จจากโปรแกรมได้เข้าศึกษาต่อที่สายวิทยาศาสตร์ เช่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นต้น

 


 

ภาพ...วรรักษ์ มิ่งขวัญปิยะกุล

 

 

 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน