*/
  • countrygirl
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : countrythai_girl@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-22
  • จำนวนเรื่อง : 273
  • จำนวนผู้ชม : 645708
  • จำนวนผู้โหวต : 169
  • ส่ง msg :
  • โหวต 169 คน
คาวบอย

44

View All
<< กรกฎาคม 2019 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 7 กรกฎาคม 2562
Posted by countrygirl , ผู้อ่าน : 422 , 15:22:50 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน Chaoying โหวตเรื่องนี้

 

นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่าจากปริมาณการนำเข้าสัตว์น้ำของประเทศไทยที่เพิ่มสูงขึ้นในรอบ 5 เดือนที่ผ่านมา เนื่องจากปริมาณความต้องการวัตถุดิบเพื่อนำไปผลิตส่งออกรวมทั้งความต้องการในการบริโภคในประเทศที่เพิ่มสูงขึ้นและยังมีการลักลอบนำเข้าสัตว์น้ำโดยไม่ถูกต้อง ทำให้เกิดกระแสการร้องเรียนจากสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย สมาคมผู้เพาะเลี้ยงปลาไทย ถึงความเดือดร้อนของผู้ประกอบการไทยที่มีต้นทุนในการผลิตที่สูงกว่าวัตถุดิบที่นำเข้า มีการร้องเรียนของผู้บริโภคถึงความปลอดภัยของสัตว์น้ำที่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศว่ามีความปลอดภัยตามเกณฑ์มาตรการที่กำหนดหรือไม่

ทั้งนี้ภายใต้นโยบาย IUU Free THAILAND และ Food Safety ของประเทศไทยที่ได้มีการประกาศและแสดงเจตนารมย์ไว้ เพื่อให้การประมงไทยทั้งจากการจับจากธรรมชาติและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำมุ่งสู่ความยั่งยืนซึ่งเป็นที่ยอมรับของประชาคมโลกแล้ว หลักสำคัญอีกประการหนึ่งคือการสร้างความเป็นธรรมและโปร่งใสทางธุรกิจ ซึ่งจะคุ้มครองผู้ประกอบการในการแข่งขันทางธุรกิจ และผู้บริโภคที่มีสินค้าที่บริโภคได้อย่างปลอดภัยในราคาที่เป็นธรรม

 

 

ช่วงที่ผ่านมาได้เพิ่มประสิทธิภาพระบบการนำเข้าสัตว์น้ำของไทย โดยเริ่มจากสัตว์น้ำที่มีการนำเข้ามาในประเทศไทยทางเรือ โดยใช้ “เรือขนถ่ายสัตว์น้ำ” เนื่องจากสามารถบรรทุกได้ในปริมาณมากและมีค่าใช้จ่ายถูกกว่าการขนส่งประเภทอื่น ทำให้มีการขนถ่ายในช่องทางนี้เป็นจำนวนมากโดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ทูน่า” ซึ่งประเทศไทยเป็น “ตลาดนำเข้าทูน่า” ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ภายใต้มาตรการ PSMA กรมประมงได้มีการตรวจสอบสัตว์น้ำที่มากับเรือขนถ่ายทุกลำว่ามีการขนสัตว์น้ำจาก เรือจับลำใด มีการทำประมงในช่วงไหน แหล่งใด ทำการประมงผิดกฎหมายหรือไม่

โดยมีการประสานงานกับรัฐเจ้าของธงรัฐชายฝั่ง หรือ RFMO อย่างใกล้ชิด เพื่อขอ “หลักฐาน” ที่จะสามารถยืนยันความถูกต้องของสัตว์น้ำเหล่านั้น อาทิเช่น ข้อกฎหมาย พิกัดสัญญาน VMS/AIS ใบอนุญาตการจับสัตว์น้ำ ตลอดจนกรมประมงยังได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่จำเป็นกับองค์กรต่างๆ ที่เฝ้าจับตามการประมง IUU ในน่านน้ำต่างๆ เช่น FFA ที่ดำเนินการอยู่ในมหาสมุทรแปซิกฟิก หรือ Fish-I- Afarica ที่ดูแลในพื้นที่บริเวณชายฝั่งแอฟริกา เพื่อให้มั่นใจได้ว่าสัตว์น้ำที่เข้าสู่ประเทศไทยเป็นสัตว์น้ำที่ปลอดจากการทำประมง IUU

 

 

“ผลการดำเนินงานประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมาได้มีการจับเรือประมงต่างชาติที่พิสูจน์ได้ว่าเป็นเรือ IUU ถึง 5 ลำ และมีการปฏิเสธการนำเข้าสินค้าประมงที่ไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนพอที่จะให้เชื่อมั่นได้ว่าไม่ได้มาจากการทำประมง IUU ไปแล้วประมาณ 400 ตัน สิ่งเหล่านี้ทำให้ได้รับการยอมรับว่าประเทศไทยมีการปฎิบัติตามพันธกรณี ภายใต้ PSMA ที่ได้มีการลงนามให้สัตยาบันไว้ และทำให้ประเทศไทยหลุดจากข้อกล่าวหาว่าเป็น “แหล่งฟอกปลา IUU ของโลก” ซึ่งส่งผลเสียหายต่อประเทศชาติอย่างใหญ่หลวง”นายอดิศร กล่าว

นอกจากนี้จากความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในการที่ช่วยควบคุมเรือประมง หรือเรือขนถ่ายสัตว์น้ำ ทั้งประเทศมาเลเชีย เวียดนาม พม่า ที่จะเข้ามาเทียบท่าโดยไม่ได้รับอนุญาต ทำให้ประเทศไทยมีภาพลักษณ์ที่ดีทางการควบคุมการทำประมงและส่งผลต่อการเจรจาความร่วมมืออื่นๆ ต่อไปในอนาคต แต่อย่างไรก็ตามหากยังคงมีการลักลอบและเรายังคงไม่สามารถควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประเทศไทยจะถูกเพื่อนบ้านประนามได้ว่า “สนับสนุนการประมง IUU” สิ่งเหล่านี้คงเป็นประเด็นที่ต้องฝากให้ทุกท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้องต้องช่วยกันเฝ้าระวัง

 

 

จากมาตรการ PSMA ที่มีผลบังคับใช้ทั่วโลกตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน 2560 ทำให้กลไกในการต่อต้าน IUU มีประสิทธิภาพมากขึ้น กระแสการนำสัตว์น้ำ IUU ไปในช่องทางอื่นเริ่มมีขึ้นอย่างชัดเจน โดยมีการนำสัตว์น้ำ IUU ไปขึ้นท่าเทียบเรือในประเทศที่มาตรการ PSMA ยังไม่มีประสิทธิภาพ และนำสัตว์น้ำขนถ่ายขึ้นตู้คอนเทนเนอร์และส่งออกทางเรือบรรทุกสินค้า

 

 

ทำให้ประเทศต่างๆ เริ่มจับตามองสินค้าประมงที่บรรจุในตู้คอนเทนเนอร์มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์น้ำที่มาจากประเทศที่ไม่ได้รับความเชื่อถือ ส่งผลให้ประเทศที่นำเข้าสินค้าจากประเทศเหล่านี้ถูกจับตามองเป็นพิเศษ ประเทศไทยก็ถูกเพ่งเล็งเช่นเดียวกัน

จากประวัติการทำการประมงในช่วงที่ผ่านมา จากสภาพการณ์ดังกล่าวกรมประมงได้นำหลักการของ PSMA เข้ามาใช้ในการตรวจสอบสินค้าที่มาในลักษณะตู้คอนเทนเนอร์ด้วย โดยได้มีการตรวจสอบไปยังรัฐเจ้าของท่าที่มีการนำสัตว์น้ำขึ้นท่า รัฐชายฝั่ง และรัฐเจ้าของธงเรือจับ เพื่อขอหลักฐานที่ยืนยันได้ว่าสัตว์น้ำนั้นไม่ได้มาจากการทำประมง IUU เช่นดียวกับมาตรการ PSMA และการแจ้งพิกัดการนำเข้าทางพิธีศุลกากร เป็นสิ่งหนึ่งที่กรมประมงให้ความสนใจ เนื่องจากเป็นสิ่งที่จะก่อให้การแข่งขันที่เป็นธรรมในประเทศ ผลจากดำเนินการในช่วงที่ผ่านมากรมประมงได้มีการปฏิเสธการนำเข้าสินค้าสัตว์น้ำไปทั้งสิ้น 58 ตู้ น้ำหนักประมาณ 1,160 ตัน และมีดำเนินคดีและการริบสัตว์น้ำที่นำเข้าไปทั้งสิ้น 3 ตู้ จำนวน 60 ตัน

 

 

นอกจากนี้แล้วสัตว์น้ำที่มาจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำยังถูกควบคุมเป็นพิเศษ ภายใต้มาตรการควบคุมการระบาดของโรคสัตว์น้ำ กรมประมงให้ความเข้มงวดกับการควบคุมสัตว์น้ำที่นำเข้าภายใต้ พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ เพื่อให้มั่นใจว่าสัตว์น้ำที่นำเข้ามาไม่ได้เป็นพาหะของโรคที่จะส่งผลต่อการเพาะเลี้ยงของประเทศไทย ซึ่งช่วงที่ผ่านมากรมประมงมีการตรวจพบโรคทำให้มีการยึดและทำลายสัตว์น้ำโดยเฉพาะอย่างยิ่งปลาสวยงามที่มีราคาแพง เช่น ปลาคราฟ ซึ่งในปี พ.ศ. 2562 มีการจับทำลาย 12,000 ตัว คิดเป็นมูลค่าประมาณ 5 แสนบาท และมีการสั่งให้ผู้นำเข้าทำลายโดยใช้ความร้อน จำนวน 9 ตู้ น้ำหนักประมาณ 180 ตัน

และเพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค กรมประมงได้จัดทำระบบการติดตามเฝ้าระวัง โดยสุ่มตรวจสินค้าสัตว์น้ำที่นำเข้าทุกชนิดว่าจะสารตกค้างที่มีปริมาณเกินกว่ามาตรฐานที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยากำหนดหรือไม่ ซึ่งมีการตรวจสอบสารตกค้าง 5 ชนิด ดังนี้ คอลแรมแฟนิคอล กลุ่มไนโตรฟูแรน มาลาไคท์กรีน และลูโคมาลาไคท์กรีน ตะกั่ว และปรอท

 

 

โดยหากพบว่ามีแนวโน้มที่จะเกินเกณฑ์ที่กำหนดจะเริ่มใช้มาตรการควบคุมอย่างเคร่งครัดตามความจำเป็น เช่น ในช่วงที่ผ่านมาพบว่า “ปลาช่อนมีชีวิต” ที่นำเข้าพบว่ามีสารตกค้างกลุ่มไนโตรฟูแรน มาลาไคท์กรีน และลูโคมาลาไคท์กรีน เกินเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยากำหนด กองควบคุมการค้าสัตว์น้ำและปัจจัยการผลิต กรมประมง ได้ชะลอการนำเข้าเป็นการชั่วคราว และแจ้งให้ผู้ประกอบการนำเข้าต้องมีแสดงหนังสือรับรองสุขอนามัยหรือรายงานผลการทดสอบประกอบการนำเข้า

อย่างไรก็ตามแม้มีเอกสารดังกล่าว กรมประมงยังคงมีการสุ่มตรวจและถ้าพบว่ามีปริมาณสารตกค้างเกินเกณฑ์ที่กำหนด เอกสารรับรองดังกล่าวจะหมดความน่าเชื่อถือลงไป และหากผู้ประกอบการจะนำเข้าต้องมีการอายัดสินค้าไว้จนกว่าจะมีผลการตรวจสอบว่าสินค้ารุ่นนั้นมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคจึงจะสามารถนำออกจำหน่ายได้ แต่หากยังคงมีพบสารตกค้างอยู่ กรมประมงจะแจ้งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสั่งดำเนินการทำลายต่อไป

 

 

อธิบดีกรมประมง กล่าวว่าภายใต้มาตรการต่างๆ ที่กล่าวมาจะช่วยให้การประมงของไทยและของโลกมุ่งไปสู่ความยั่งยืนและเป็นธรรมกับทุกภาคส่วนที่ทำอย่างถูกต้อง เพราะเป็นที่ยอมรับทั่วโลกว่าการทำประมง IUU เกินกว่าทรัพยากร ไร้การรายงานและควบคุมก่อให้เกิดการล่มสลายของการประมง ตลอดจนสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคทั้งภายในและภายนอกประเทศถึงความปลอดภัยในการบริโภคที่ได้รับและการมีส่วนช่วยในการผลักดันให้การประมงของโลกมุ่งไปสู่ความยั่งยืนและเป็นสมบัติของลูกหลานในอนาคต

 

 

 

 

 

 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน