*/
  • countrygirl
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : countrythai_girl@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-22
  • จำนวนเรื่อง : 282
  • จำนวนผู้ชม : 650462
  • จำนวนผู้โหวต : 169
  • ส่ง msg :
  • โหวต 169 คน
คาวบอย

44

View All
<< ตุลาคม 2019 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 22 ตุลาคม 2562
Posted by countrygirl , ผู้อ่าน : 387 , 22:09:57 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

 

 

“สังคมเมืองรุกคืบเข้าหาเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แต่เราจะปรับตัวเรียนรู้ อยู่ในสังคมเมืองอย่างไร ให้มีสุขภาวะที่ดีคือเรื่องที่ทุกคนในแต่ละชุมชนต้องคิดร่วมกันได้”วรรคตอนสำคัญที่ชวนให้ทุกคนร่วมกันฉุกคิด ภายงานในงานมหกรรม+สุขภาวะสร้างได้ด้วยมือเรา"

 

งานนี้จัดโดยมูลนิธิพร้อมใจพัฒนาและสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ(สอช.) ร่วมมือกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) เพื่อขับเคลื่อนงานโครงการพื้นที่สร้างสรรค์สุขภาวะคนเมืองและชนบทจำนวน 40 เมือง กระจายทั่วประเทศเพื่อส่งเสริมและยกระดับพื้นที่ในประเด็น สุขภาวะให้เป็นพื้นที่เมืองศูนย์การเรียนรู้จำนวน 6 เมือง เมืองพื้นที่รูปธรรม จำนวน 12 เมือง และพื้นที่เมืองพัฒนาจำนวน 22 เมืองให้เกิดขบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันกับภาคีทุกภาคส่วนอันจะนำไปสู่การเป็นเมืองสุขภาวะ เมืองแห่งความสุขของทุกคนที่ประชากรในเมืองมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และส่งเสริมแกนนำเยาวชน คนรุ่นใหม่ให้สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่อง

ดร.นพ.ไพโรจน์เสาน่วม ผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมระบบสื่อและสุขภาวะทางปัญญา สสส.กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยได้เปลี่ยนจากวิถีชีวิตแบบชนบทมาเป็นสังคมเมืองถึง 60 % เทคโนโลยีและความเจริญทางเศรษฐกิจรุกคืบเข้าหาเราและตัวเราเองก็เดินเข้าหาความเจริญด้วยเช่นกัน มีตัวอย่างหนึ่งของการลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลง เพื่อรักษาความเป็นชุมชนก็ คือบ้านสายรุ้ง ประเทศไต้หวัน  เรื่องราวของบ้านหลังนี้เริ่มต้นเมื่อรัฐบาลของไต้หวัน ประกาศนโยบายจัดสรรที่ดินใหม่  เพื่อให้ประชาชนโยกย้ายไปอาศัยอยู่ในคอนโดแล้วเริ่มรื้อถอนหมู่บ้านเก่า ๆ เพื่อปรับพื้นที่ใหม่ 

 

 

 

 

ดังนั้นการจัดสรรพื้นที่จึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลมีแนวคิดในการบริหารจัดการให้เป็นระบบระเบียบ บ้านของ “ลุงฟู่” ชายชราผู้เคยเป็นทหารผ่านศึก อยู่ในพื้นที่ซึ่งกำลังจะถูกรื้อถอนไม่ใช่เรื่องง่ายของคนที่อาศัยอยู่บ้านหลังหนึ่งมาทั้งชีวิตเขาไม่ได้มีความรู้สึกว่าอยากจะไป คุณลุงฟู่ คิดอะไรไม่ออก ก็เลยซื้อสีมาวาดภาพบนตัวบ้านวาดทุกวันวาดไปตามอารมณ์ศิลปิน จนกระทั่งวันหนึ่งมีนักศึกษาศิลปะเดินมาพบแล้วเห็นว่าสิ่งที่ลุงฟู่ทำเป็นผลงานศิลปะชั้นครู จึงบอกเล่าให้อาจารย์ฟัง

หลังจากนั้นข่าวกระจายในสังคมโซเซียลผู้คนที่ทราบข่าวต่างให้ความสนใจบ้านของลุงฟู่ มาขอถ่ายรูปจนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง ทำให้รัฐบาลมองเห็นประโยชน์ต่อผลงานศิลปะของลุงฟู่จึงอนุญาตให้ ลุงฟู่ อาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ต่อไปและปรับพื้นที่ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ

“สิ่งที่ลุงฟู่ทำเริ่มต้นจากความคิดที่ว่า เราต้องทำอะไรสักอย่างหนึ่งเพื่อแสดงถึงจุดยืนและความต้องการของเราเอง ไม่ใช่การรอคอย นิ่งเฉย แล้วปล่อยไปเขาเลือกใช้ศิลปะแสดงจุดยืน" ผอ.สำนักส่งเสริมสร้างวิถีชีวิตสุขภาวะ ยกตัวอย่างที่เห็นเป็นรูปธรรมย้อนกลับมาที่ประเทศไทยหลายชุมชนเริ่มตระหนักถึงปัญหาความเจริญที่เข้ามาคุกคามวิถีชีวิตและวัฒนธรรมอันดีงามในท้องถิ่น หนึ่งในชุมชนที่น่าสนใจ คือกลุ่มโครงการบ้านมั่นคงเมืองสุรินทร์โดยใช้หนังสือเป็นเครื่องมือสร้างเยาวชนของพวกเขาให้เป็นคนคุณภาพของสังคม

 


 

นางสุดใจ มิ่งพฤกษ์ ผู้ประสานงานโครงการบ้านมั่นคงเมืองสุรินทร์ จ.สุรินทร์ระบุว่า ในจังหวัดมีการอ่านหนังสือต่อปีน้อยมาก จึงเกิดความคิดว่าแล้วเราจะทำอย่างไรให้เกิดการอ่านหนังสือกันมากขึ้น เพราะการอ่านช่วยให้สมองของเด็กมีพัฒนาการทีดีและป้องกันเด็กติดมือถือ แทปเลตแต่ปัญหาของชุมชนอยู่ที่การเข้าถึงหนังสือเพราะราคาหนังสือสูงเมื่อเทียบกับรายได้ของพ่อแม่โครงการบ้านมั่นคงจึงได้ของบประมาณมาจัดซื้อหนังสือ และรวบรวมหนังสือใหม่เข้ามาทำเป็นกล่องหนังสือเดินทางไปตามชุมชนต่าง ๆ หมุนเวียนกันให้เด็กๆ และประชาชนที่สนใจได้เข้ามาอ่านหนังสือด้วยกันผลที่ได้รับก็คือเด็ก ๆ มีกิจกรรมทำได้รู้จักรักการอ่านหนังสือมีความฉลาดรอบรู้มากขึ้น เราจะต้องพัฒนาสุขภาวะของคนในชุมชน โดยเฉพาะเยาวชนให้มีการเจริญก้าวหน้าในสังคมคนเมือง

ดร.นพ.ไพโรจน์เสริมเรื่องการพัฒนาสุขภาวะคนเมืองต่อว่า เวลานี้สังคมเมืองกำลังจะกลายเป็นชนกลุ่มใหญ่ แล้วคนที่อยู่ในชนบทกำลังจะกลายเป็นชนกลุ่มน้อย จึงเกิดคำถามที่ว่าแล้วเราจะให้สังคมเมือง กลายเป็นนายของเราไหมคงตอบว่าไม่เพราะเราต่างอยากเป็นเจ้านายของตัวเอง

“หลายคนถามว่าแล้วภาครัฐทำอะไรบ้างก็ต้องตอบว่า ทำหลายอย่างแต่สุดท้ายแล้วโครงการที่ยั่งยืนที่สุดคือโครงการที่มาจากความต้องการของประชาชนหรือคนในชุมชนส่วนโครงการที่ทำแล้วไม่ใช่สิ่งที่ชุมชนต้องการก็ถูกทิ้งร้างโดยเปล่าประโยชน์อย่างที่เราเคยเห็นกันมาก่อน”

 

 

 

มีตัวอย่างโครงการที่สร้างสุขภาวะคนเมืองที่ประสบความสำเร็จก็คือการพัฒนาพื้นที่ใต้ทางด่วนจากเดิมเป็นพื้นที่รกร้างมีขยะทิ้งมากมายแต่ปัจจุบันได้มีการพูดคุยกับคนในพื้นที่ชุมชนว่าพวกเขามีความต้องการอะไรบ้างเสียงตอบรับที่ได้กลับมาส่วนใหญ่คือพวกเขาต้องการพื้นที่จอดรถต้องการพื้นที่สำหรับเล่นกีฬาให้เด็กเตะฟุตบอลเล่นบาสเกตบอลมีพื้นที่สำหรับวิ่งและเครื่องออกกำลังกายเมื่อความต้องการของคนในชุมชนชัดเจนภาครัฐก็สามารถจัดสรรงบประมาณเพื่อลงไปพัฒนาพื้นที่ให้กลายเป็นชุมชนที่มีคุณภาพได้ง่ายและยั่งยืน

 

 

 

 

 

 

 

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
wullopp วันที่ : 23/10/2019 เวลา : 12.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

ขอให้
บ้านมั่นคงเมืองสุรินทร์
ชาวสุรินทร์
ชาวไทย

ประสบ
ความสำเร็จในด้านดีทุกๆ ด้าน
ครับ...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน