*/
  • countrygirl
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : countrythai_girl@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-22
  • จำนวนเรื่อง : 283
  • จำนวนผู้ชม : 651162
  • จำนวนผู้โหวต : 169
  • ส่ง msg :
  • โหวต 169 คน
คาวบอย

44

View All
<< พฤศจิกายน 2019 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 16 พฤศจิกายน 2562
Posted by countrygirl , ผู้อ่าน : 287 , 11:58:28 น.  
หมวด : เกษตรกรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เกษตรฯ-พาณิชย์ ร่วมเจรจาขายยาง มีปริมาณการซื้อขาย 260,480 ตัน เดินหน้าขายยางตุรกี ต่อพร้อมชู กยท. ให้เพิ่มศักยภาพการแข่งขัน เพิ่มอำนาจการต่อรองในเวทีโลก บรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนยาง สถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง และผู้ประกอบกิจการยางพารา

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายในการรักษาเสถียรภาพและผลักดันราคายางให้สูงขึ้น ซึ่งนอกจากนโยบายประกันรายได้เกษตรกรแล้ว กระทรวงเกษตรฯ โดยการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ยังได้มีการเจรจาขายสินค้ายางพาราเพื่อเพิ่มศักยภาพในการส่งออก และให้บูรณาการร่วมกับกระทรวงพาณิชย์เดินหน้าทำงานเชิงรุกตามนโยบายอย่างเข้มข้น

 

โดยปัจจุบันกระทรวงเกษตรและสหกรณ์สามารถเจรจาซื้อขายยางพาราระหว่างประเทศกับผู้ซื้อเบื้องต้นจำนวน 2 ราย คือ 1) บริษัทเอกชนจากจีน ซึ่งมีการลงนาม MOU รองรับแล้ว เพื่อซื้อยาง STR 20 ปริมาณ 60,480 ตัน และ 2) ปริษัทเอกชนจากฮ่องกง ซึ่งมีการลงนาม MOU รองรับแล้ว เพื่อซื้อยาง STR 20 100,000 ตัน และยางแผ่นรมควันชั้น 3 อัดก้อน 100,000 ตัน รวมเป็นล็อตนี้ 200,000 ตัน รวมปริมาณการซื้อขายรอบนี้ ทั้งสิ้น 260,480 ตัน

 

 

โดยยางที่นำมาขายเป็นยางที่รับซื้อผลผลิตยางจากเกษตรกร สถาบันเกษตรกรมาแปรรูป และบางส่วนเป็นยางแปรรูปจากเกษตรกร สถาบันเกษตรกรชาวสวนยางที่มีมาตรฐานการผลิต เช่น GMP หรือ ISOขณะเดียวกันวันที่15-19พ.ย.นี้ตนจะนำคณะไปเจรจาขายบางกับทางประเทศตุรกีด้วยและคาดว่าจะวามารถระบายยางได้มากขึ้นด้วย

การดำเนินการดังกล่าว ส่งผลให้เกิดประโยชน์ต่อวงการยางพาราไทยได้ขยายช่องทางการจำหน่ายไปต่างประเทศ เพิ่มศักยภาพการแข่งขันด้านการตลาดของกยท. และเพิ่มอำนาจการต่อรองในเวทีโลก เกิดการส่งออกภายใต้แบรนด์ กยท. ซึ่งเป็นที่ยอมรับในกลุ่มธุรกิจยางทั่วโลก

นอกจากนี้ ยังเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนยาง สถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง และผู้ประกอบกิจการยางพารา ที่กำลังประสบปัญหาราคายางตกต่ำ ช่วยให้มีช่องทางในการขยายตลาดจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ยางพารา อีกทั้งยังทำให้เกิดการเชื่อมโยง ส่งเสริมและสนับสนุนเกษตรกรชาวสวนยาง สถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง และผู้ประกอบกิจการยางพารา เพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า/ผลผลิต/ผู้ประกอบกิจการยางพารา ให้ครอบคลุมและทั่วถึงทั้งประเทศด้วย

 

 

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า สำหรับโครงการการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยางพารา ระยะที่ 1 กำลังอยู่ในภาคปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง โดย กยท. กับ ธ.ก.ส. ทำหน้าที่โอนเงินให้กับเกษตรกรหลังจากตรวจสอบบัญชีและการปลูกยางจริงในพื้นที่ เป็นการช่วยสร้างหลักประกันให้เกษตรกรชาวสวนยาง ทั้งเจ้าของสวน ผู้เช่า ผู้ทำ และคนกรีดยาง ให้มีรายได้ที่แน่นอนมั่นคงและมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น

ขณะนี้มีเกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนและแจ้งข้อมูลพื้นที่ปลูกยางกับ กยท. จำนวน 1,711,252 ราย เป็นยางแผ่นดิบ 150,803 ราย น้ำยางสด 470,767 ราย และยางก้อนถ้วย 790,447 ราย โครงการนี้ kick off จ่ายเงินงวดแรกพร้อมกันทั่วประเทศไปแล้วเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

 

 

นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังได้บูรณาการกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหา โดยใช้มาตรการเสริมหรือมาตรการคู่ขนาน ได้แก่ 1) โครงการสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนแก่สถาบันเกษตรกรเพื่อใช้ในการรวบรวมยาง (วงเงิน 10,000 ล้านบาท) 2) โครงการสนับสนุนสินเชื่อสถาบันเกษตรกรเพื่อแปรรูปยางพารา (วงเงิน 5,000 ล้านบาท) ระยะเวลาดำเนินงาน 1 ก.ย. 57 - 31 ธ.ค. 67

3) โครงการสินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบกิจการยาง (น้ำยางข้น) (วงเงิน 10,000 ล้านบาท) ระยะเวลาดำเนินงาน พ.ค. 60 - เม.ย. 62 4) โครงการสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบกิจการยาง (ยางแห้ง) (20,000 ล้านบาท) เพื่อดูดซับยางออกจากระบบประมาณร้อยละ 11 ของผลผลิตยางแห้ง หรือ 350,000 ตัน จากผลผลิตยางแห้งทั้งปีที่มีประมาณ 3,200,000 ตัน

5) โครงการสนับสนุนสินเชื่อผู้ประกอบการผลิตผลิตภัณฑ์ยาง (วงเงินสินเชื่อ 25,000 ล้านบาท) ระยะเวลาดำเนินงาน ปี 2559 – 2569 โดยมีเป้าหมายเป็นผู้ประกอบการแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางขั้นปลายน้ำ ทั้งผลิตภัณฑ์ยางจากน้ำยางข้นและผลิตภัณฑ์ยางจากยางแห้ง ที่ใช้ยางพาราในประเทศ เน้นแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ยางที่มีมูลค่าสูง เช่น ถุงมือยาง ยางยืด ยางล้อ ยางที่ใช้ในงานวิศวกรรม และอื่น ๆ

 

 

 

6) โครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางและสร้างมูลภัณฑ์กันชนรักษาเสถียรภาพราคายาง
7) โครงการสินเชื่อเกษตรกรชาวสวนยางพารารายย่อย เพื่อประกอบอาชีพเสริม (พ.ย. 57 – พ.ย. 62) (งบประมาณ 15,000 ล้านบาท) 8) โครงการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางไร่ละ 1,800 บาท ไม่เกิน 15 ไร่ (แบ่งเป็นชาวสวน 1,100 บาท/คนกรีด 700 บาท) ระหว่าง ธ.ค. 61 - ก.ย. 62 (งบประมาณ 17,007 ล้านบาท)

9) โครงการบริหารจัดการรักษาเสถียรภาพราคายางพาราของสถาบันเกษตรกร โดยให้ใช้สินเชื่อจากสภาพคล่อง ธ.ก.ส. ในวงเงิน 5,000 ล้านบาทอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 ต่อปี ระยะเวลาโครงการตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 2561- 28 ก.พ. 2563 10) โครงการ 1 หมู่บ้าน 1 กิโลเมตร สร้างถนนพาราซอยด์ซีเมนต์ (para soil-cement) ทั่วประเทศจำนวน 75,032 หมู่บ้าน หมู่บ้านละ 1 กม. รวมระยะทาง 75,032 กม.(ระยะเวลาดำเนินงาน เดือน ธ.ค.61 – ก.ย.62 เงินงบประมาณ 92,327 ล้านบาท)

11) โครงการส่งเสริมการใช้ยางของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อมุ่งผลักดันนโยบายการเพิ่มปริมาณการใช้ยางพาราในประเทศกำหนดให้หน่วยงานภาครัฐใช้วัตถุดิบยางพาราจากเกษตรกรชาวสวนยางและสถาบันเกษตรชาวสวนยาง ซึ่ง ณ วันที่ 25 ตุลาคม 2562 มีหน่วยงานภาครัฐ 10 แห่ง เข้าร่วมโครงการฯ ดำเนินการใช้ยางพารา รวมปริมาณความต้องการใช้ยาง คิดเป็นน้ำยางสดเกือบ 170,000 ตัน วงเงินงบประมาณรวมกว่า 43,000 ล้านบาท 

 

 

 

12. คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) กำหนดให้ผู้ประกอบกิจการยางที่มีปริมาณการรับซื้อตั้งแต่เดือนละ 5,000 กก.ขึ้นไป แจ้งปริมาณการซื้อ ปริมาณการจำหน่าย ปริมาณการใช้ไป ปริมาณคงเหลือ และสถานที่เก็บสินค้ายางพารา ตลอดจนให้จัดทำบัญชีคุมรายวัน เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ทุกเวลา ทั้งหมดลำดับที่ 1-11 ดำเนินการโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่วนลำดับที่ 12 นั้นดำเนินการโดยกระทรวงพาณิชย์ ยืนยันว่ารัฐบาลบูรณาการร่วมกันทุกภาคส่วนเพื่อเดินหน้าทั้งมาตรการหลักและมาตรการคู่ขนานเพื่อยกระดับราคาช่วยเหลือเกษตรกรด้วยความจริงใจและ "ทำได้ไว ทำได้จริง"

นายสุนันท์ นวลพรหมสกุล รักษาการผู้ว่าการยางแห่งประเทศไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับมูลค่าการส่งออกในปี 2562 ระหว่างมกราคม - กันยายน 2562 อยู่ที่ 128,696 ล้านบาท ตลาดส่งออกที่สำคัญคือ จีน มาเลเซีย ญี่ปุ่น อเมริกา เกาหลีใต้ ส่วนคู่แข่งที่สำคัญคือประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย และเวียดนาม

โดยในปี 2561 ปริมาณการส่งออกรวม 4.15 ล้านตัน และในจำนวนนี้ส่งออกไปยังประเทศจีนรวม 2.48 ล้านตัน คิดเป็นร้อยละ 59.7 ของปริมาณส่งออกทั้งหมด ส่วนสถานการณ์ปี 2562 กำลังอยู่ระหว่างการเร่งผักดันการส่งออกนอกโควต้า ข้อตกลงหรือ MOU เดิม ทั้งนี้ เพื่อผลักดันราคายางพาราเพื่อรองรับการช่วยเหลือเกษตรกรตามนโยบายของรัฐบาลสำหรับปริมานบาฃในสต๊อกขณะนี้มีอยู่แระมาณ 1แสน4พันตัน ซึ่งจะต้องเร่งรัดในการส่งออกและชื่อว่าจัจะทำให้ราคายางขยับตัวสูงขึ้น โดยขณนี้ราคาอยู่ประมาณกก.ลิ40บาทจากการนะบายยางน่าจะส่งผลให้ราคายางขับตัวสูงขึ้นต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน