*/
  • countrygirl
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : countrythai_girl@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-22
  • จำนวนเรื่อง : 357
  • จำนวนผู้ชม : 701485
  • จำนวนผู้โหวต : 170
  • ส่ง msg :
  • โหวต 170 คน
คาวบอย

44

View All
<< กันยายน 2020 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 9 กันยายน 2563
Posted by countrygirl , ผู้อ่าน : 276 , 11:11:18 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ดร.วิมลกานต์ โกสุมาศ รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า สสว. ร่วมกับ ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน (ECBER) มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดงานสัมมนา พลิกวิกฤติ พิชิตโอกาส: SMEs ผงาดในตลาด รัสเซีย มาเลเซีย เมียนมา & กัมพูชา” เพื่อเปิดให้ผู้ประกอบการไทยที่สนใจรับฟังประสบการณ์ตรงจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญในตลาดรัสเซีย มาเลเซีย เมียนมา และกัมพูชา ได้เรียนรู้การสร้างเครือข่ายธุรกิจการทดสอบตลาดสินค้า

รวมถึงการให้คำปรึกษาทางธุรกิจ Business Consulting กับผู้ประกอบการรายบุคคลจากผู้เชี่ยวชาญ และการให้ความรู้เกี่ยวกับกลยุทธ์ เคล็ดลับการบุกตลาดอย่างไรให้ประสบความสำเร็จในการสร้างเครือข่ายธุรกิจในต่างประเทศ การจัดสัมมนาครั้งนี้ สืบเนื่องมาจาก สสว. ได้ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการใช้ประโยชน์จากการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน +8 ซึ่งเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่มากกว่า 3,400 ล้านคน จึงเป็นตลาดที่น่าจับตาสำหรับ SMEs ไทย

 

 

สำหรับตลาดส่งออกของกลุ่มสินค้าเป้าหมาย SMEs ไทย ประเภทกลุ่มอาหารเครื่องดื่ม และบริการ เป็นกลุ่มสินค้าที่สำคัญของไทย ทั้งในแง่ของการผลิต การส่งออก และการบริการ โดยในเดือนมกราคมปี 2563 ที่ผ่านมา พบว่าประเทศไทยมีการส่งออกมูลค่ากว่า 587,494.39 ล้านบาท ทำให้มูลค่าการส่งออกไทยในเดือนมกราคมมีการขยายตัวมากในรอบ 6 เดือน ถึง 3.3% เมื่อพิจารณามูลค่าการนำเข้าสินค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่มของประเทศ +8 (อาเซียน 10 ประเทศ และ อินเดีย รัสเซีย จีน เกาหลีใต้ นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น อเมริกา)

พบว่า ตลาดหลัก (Matured Market) สูงที่สุด คือ สหรัฐฯ (17,856 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ) รองลงมาคือ จีน (10,797 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ) ญี่ปุ่น (6,190 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ) อินเดีย (2,842 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ) และรัสเซีย (1,722 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ) และจากข้อมูล พบว่า ข้อมูลประกอบด้าน GDP ปี 2018 ใน 5 ลำดับแรก ถือว่าเป็นขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของโลก และยังเป็นประเทศที่มีแนวโน้มของขนาดเศรษฐกิจขยายตัวต่อเนื่องและชัดเจนตลอด 10 ปี ที่ผ่านมา ตามลำดับ

  

 

ส่วนตลาดศักยภาพสูง (Dynamic Market) ในกลุ่มประเทศอาเซียนที่นำเข้ามากที่สุด คือ อินโดนีเซีย (1,147 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ) รองลงมา คือ ไทย (442 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ) มาเลเซีย (382 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ) สิงคโปร์ (310 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ) และฟิลิปปินส์ (303 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ)และกลุ่มประเทศ CLMV (2,612.7พันล้านเหรียญสหรัฐ) ตามลำดับ

ส่วนกลุ่มยาสมุนไพรและเครื่องสำอางเป็นสาขาที่ได้รับความสนใจจากชาวรัสเซียเป็นจำนวนมากในขณะนี้ โดยส่วนใหญ่ชาวรัสเซียจะคัดเลือกสินค้าที่เป็นที่นิยมในประเทศไทยและดำเนินการด้านการนำเข้าไปขายที่รัสเซียด้วยตนเอง ซึ่งยังมีโอกาสให้ผู้ประกอบการ SMEs ของไทยในการขยายสินค้าในกลุ่มนี้ไปยังประเทศรัสเซียและในประเทศอาเซียนอื่นด้วย โดยในปี 2563 ประเทศมาเลเซีย มีการนำเข้าสินค้าในกลุ่มนี้มูลค่าถึง 1,813 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

 

 

การจัดสัมมนา “พลิกวิกฤติ พิชิตโอกาส: SMEs ผงาดในตลาด รัสเซีย มาเลเซีย เมียนมา & กัมพูชา” จัดขึ้นทั้งหมด 4 ครั้ง ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 4 ภูมิภาค ของประเทศไทย โดยผู้เข้าอบรมจะได้รับฟังแนวทางการดำเนินธุรกิจและประสบการณ์ตรงจากผู้เชี่ยวชาญในตลาดรัสเซีย มาเลเซีย เมียนมา และกัมพูชา เพื่อช่วยแนะนำลู่ทาง โอกาส และการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ตลาด ทั้ง 4 ดังกล่าว ตามความเหมาะสมในแต่ละภาค อีกทั้งผู้ประกอบการยังได้เรียนรู้การสร้าง Business Networking และการทดสอบตลาด จากคู่มือที่แจกในงานสัมมนา นอกจากนี้ ยังมีการให้คำปรึกษาทางธุรกิจ Business Consultingกับผู้ประกอบการรายบุคคล ในรูปแบบ Private group

สำหรับการสัมมนาวันนี้เป็นการเจาะลึกตลาดรัสเซียและมาเลเซีย ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่มีประชากรกว่า 144 ล้านคน และกว่า 32 ล้านคนตามลำดับ และจากข้อมูล GDP ปี 2562 พบว่า รัสเซีย มี GDP 1,722 พันล้านเหรียญสหรัฐ แม้มาเลเซียจะมี 382 พันล้านเหรียญสหรัฐ แต่มาเลเซียก็ถือว่าเป็นหนึ่งในประเทศกลุ่มอาเซียนที่เศรษฐกิจมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องและเห็นได้ชัดเจนตลอด 10 ปี จึงถือเป็นตลาดที่น่าจับตาสำหรับ SMEs ไทย อีกทั้งผู้บริโภคจะเน้นการซื้อสินค้าออนไลน์ทำให้ผู้ประกอบการลดต้นทุนแต่สิ่งที่ต้องแนะนำคือการติดฉลากในสินค้าควรเป็นภาษาท้องถิ่น รัสเซียมีกำลังซื้อโดยผ่านเอเจนซี่แทนการซื้อจากห้างสรรพสินค้า

"โครงการนี้เน้นให้บุกตลาดอาเซียน แต่ต้องมีการเทสสินค้าและเข้าใจตลาดผู้บริโภค"

 

 

อย่างไรก็ตามครม.ได้ให้ความเห็นชอบร่างกฏกระทรวงที่สสว.ร่วมกับกรมบัญชีกลางเสนอ เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานภาครัฐในการกันงบประมาณสนับสนุนเอสเอ็มอี 30 เปอร์เซ็นต์ ในการจัดการซื้อ รวมถึงการประมูลงานร่วมกับกลุ่มบริษัทเอกชนหากสินค้าของกลุ่มเอสเอ็มอีสูงกว่าบริษัทเอกชนไม่เกิน 10 เปอร์เซ็นต์ต้องให้สิทธิ์กับเอสเอ็มอีก่อน นอกจากนี้ หากหน่วยงานในจังหวัดใดต้องการซื้อสินค้าจะต้องให้สิทธิ์กับเอสเอ็มอี ในพื้นที่นั้น ๆ ก่อนหากไม่สามารถหาได้จึงจัดซื้อจัดจ้างนอกพื้นที่ หรือใช้วิธีการเปิดประมูล ซึ่งจะส่งผลให้เอสเอ็มอีมีตลาดมากขึ้น แต่ต้องขึ้นทะเบียนกับสสว.

"อนวัช เม็งสุวรรณ" ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดและที่ปรึกษาแบรนด์สินค้าไทยในตลาดรัสเซีย กล่าวว่า คนรัสเซียชอบสินค้าและเข้ามาเที่ยวใสประเทศไทยมากแม้จำนวนไม่มากแต่อาศัยในประเทศระยะยาวเพื่อหนีหนาวมาอยู่ในไทย บางครอบครัวส่งบุตรหลานมาศึกษาเล่าเรียนและในประเทศไทยสำหรับการทำธุรกิจส่งออก มีทุนเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอแต่เราต้องปรับสินค้าให้เข้ากับผู้บริโภคว่าเขาต้องการอะไร

  

 

"การตลาดทำสินค้าไม่มีสูตรตายตัว แต่ศึกษาเรียนรู้ ว่ามีสินค้าอะไรเขาต้องการ และนิยมอะไร ขอให้เป็นแบรนด์ระดับท้องถิ่น เพื่อจะหาผลตอบกลับจากลูกค้าก่อน โดยการทำตลาดออนไลน์ และออกบูธเป็นการทดลองสินค้าว่าผู้บริโภค พึงพอใจในสินค้าเราหรือไม่ เพราะสินค้าแต่ละชนิด ต้องปรับปรุงแตกต่างกันออกไป เราต้องเน้นการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค เก็บข้อมูลและสร้างกระแสให้คนรัสเซียนิยมในสินค้าก่อน ภาษาไม่ใช่ปัญหา"

"อดุลย์ โชตินิสากรณ์" อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพานิชย์ กล่าวว่า การทำตลาดในประเทศมาเลเซียค่อนข้างง่าย เนื่องจากมีความคุ้นเคยกับสินค้าไทยดังนั้นการผลิตอาหารไม่เพียงพอกับการบริโภค นำเข้าเกือบทั้งหมด เช่น ปศุสัตว์ นำเข้าวัวและกระบือทั้งหมด ส่วนข้าวผลิตได้ 65 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นสินค้าและอาหารไทยไดรับความนิยมอย่างมากคือ แต่คนเรายังมีความเข้าใจที่ผิดว่าทุกอย่างต้องฮาลาล แต่ในความเป็นจริงไม่ใช่เช่นนั้นเนื่องผู้อาศัยในมาเลเซียมีความต้องการหลากหลาย

 

 

 

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน