*/
  • คันทรี่แมน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-07-06
  • จำนวนเรื่อง : 151
  • จำนวนผู้ชม : 1006789
  • จำนวนผู้โหวต : 302
  • ส่ง msg :
  • โหวต 302 คน
<< มีนาคม 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม 2551
Posted by คันทรี่แมน , ผู้อ่าน : 24131 , 18:43:02 น.  
หมวด : ดารา/นักร้อง/คนดัง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ดาว บ้านดอน - ทางลัดสายลูกทุ่ง

เทียม เสิกศิริ หรือ ดาว บ้านดอน เกิดเมื่อ 4 มกราคม 2490 ที่บ้านดอนมะยาง ต.ตาดทอง อ. เมือง จ.ยโสธร เป็นบุตรนายผ่าน - นางแพง เสิกศิริ ที่มีอาชีพทำนา จบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนบ้านดอนมะยาง จากนั้นก็มาช่วยครอบครัวทำไร่นา แต่เมื่อมีเวลาว่างชอบที่จะมาทำหน้าที่เด็กวัดบ้านดอนมะยาง ที่อยู่แถวบ้านเนื่องจากโปรดปรานการได้ขึ้นมาร้องเพลงลูกทุ่งบนหอระฆังของวัด ที่เขาบอกว่าเวลาขึ้นมาที่นี่ เขารู้สึกปลอดโปร่งโล่งใจดี โดยเพลงที่เขาโปรดปรานส่วนมากเป็นเพลงของโฆษิต นพคุณ

เมื่ออายุ 12 ปีได้บวชเป็นสามเณรที่วัดนี้ และสอบได้เปรียญธรรมชั้นตรี ระหว่างนั้นเขายังคงชื่นชอบการร้องเพลงอยู่ แต่ไม่สามารถร้องได้เพราะผิดศีล เพื่อหาทาง เขาตัดสินใจสมัครเรียนการเทศน์มหาชาติ ที่ต้องอาศัยทักษะไม่ต่างไปจากการร้องเพลง เขาฝึกเรื่องนี้อยู่ 2 ปี จนช่ำชอง และกลายเป็นสามเณรเสียงดี ที่ตระเวนเทศน์ในหลายพื้นที่ จนผู้คนเรียกกันว่าเณรบ้านดอน

ต่อมา สามเณรวัย 18 ปีก็เกิดไปหลงเสียงของชาตรี ศรีชล ทำให้ต้องตัดสินใจสึกออกมาในช่วงเดียวกับที่วงดนตรีมิตรเพชรประชา วงดนตรีแถวบ้านประกาศรับสมัครนักร้อง ซึ่งดาว บ้านดอน และน้าชาย ก็มาเป็นนักร้องอยู่กับวงนี้ แต่หลังจากที่ทางวงช่วยกันเก็บเงินซื้อกลองชุดมาได้ชุดหนึ่ง และเกิดเหตุให้กลองตกลงมาแตก วงก็เลยแตกไปตามกลอง

ดาว บ้านดอน กลับมายึดอาชีพทำไร่ปอและทำนาตามเดิม เพื่อหาทุนรอนในการตามหาความฝันเรื่องการเป็นนักร้องอัดแผ่น เพราะเพื่อนชาวร้อยเอ็ดที่เป็นนักร้องวงดนตรีอุรารักษ์ในกรุงเทพฯชื่อจะเด็ด เพชรอีสาน บอกกับเขาว่ามีทางลัดในการเป็นนักร้อง นั่นก็คือการหาเงินเพื่อบันทึกเสียง ยกระดับตัวเองเป็นนักร้องอัดแผ่น แล้วค่อยเอาแผ่นเสียงไปเสนอวงดนตรีดังๆหรือครูเพลง ซึ่งจะทำให้ดูมีภาษีกว่าการไปมือเปล่าๆ

หลังจากทำไร่ปอจนเก็บเงินได้ 8.000 บาท ดาว บ้านดอน กับเพื่อนอีกคน ก็เข้าห้องอัด โดย ดาว บ้านดอน อัดเพลงหนุ่มยโสธร ที่เขาแต่งเอง แต่เป็นการเลียนเพลงบุพเพสันนิวาส ของครูไพบูลย์ บุตรขันที่แต่งให้ศรคีรี ศรีประจวบ งานนี้อดีตสามเณร หันมาใช้ชื่อดาว บ้านดอน ที่ตั้งขึ้นเอง โดยมีที่มาจากฉายา เณรบ้านดอน สมัยยังบวชเป็นเณรอยู่ งานนี้ทั้งสองคนตกลงออกค่าใช้จ่ายคนละครึ่งคือคนละ 3,000 บาท

ที่เมืองกรุง ทั้งสองไปบันทึกเสียงกันที่ห้างแผ่นเสียงกมลสุโกศล โดยมีวงดนตรีเพชรสำราญเล่นดนตรีให้ ซึ่งก็ใช้เครื่องดนตรีแค่ 4 ชิ้นเท่านั้น หลังบันทึกเสียงเสร็จ ก็สั่งตัดแผ่นออกมา 200 แผ่น เพื่อนำไปตระเวนแจกตามสถานีวิทยุ และหนึ่งในนั้น ดาว บ้านดอน ต้องการนำไปให้นพดล ดวงพร เจ้าของวงดนตรีเพชรพิณทอง อันลือลั่นที่อุบลราชธานี แต่ปรากฏว่าคำแรกที่นพดล ดวงพร พูดหลังจากให้ฟังแผ่นเสียง และดาว บ้านดอน ยื่นความจำนงอยากจะขอเป็นนักร้องหรือนักแต่งเพลงในวงก็คือ ดายหญ้าเป็นหรือเปล่า ทำเอาดาว บ้านดอน ต้องผิดหวังและรีบกลับบ้านทันที

จากนั้นดาว บ้านดอน ได้นำแผ่นเสียงไปให้นักจัดรายการเพลงลูกทุ่ง 2 คนที่สถานีวิทยุ จ.ส. ร้อยเอ็ด ก่อนที่จะนำส่วนที่เหลือออกเร่ขายในราคาถูกๆ เพื่อหาทุนคืน จากนั้นเขากับเพื่อนก็ไปสมัครเป็นนักร้องอยู่กับวงดนตรีอุรารักษ์ และต่อมาย้ายมาอยู่กับเพชรสำราญ

ในขณะนั้นเพลง หนุ่มยโสธร ที่เขานำไปฝากกับนักจัดรายการที่ร้อยเอ็ด ก็เป็นที่ชื่นชอบของนักฟังเพลงทีร้อยเอ็ด จนเพลงติดอันดับ 1 ของร้อยเอ็ดอยู่หลายสัปดาห์ ทำให้ในที่สุด เทพบุตร สติรอดชมพู เจ้าของวงดนตรีและคณะหมอลำชื่อดังของภาคอีสาน ต้องรุดมาเอาตัวดาว บ้านดอนไปร่วมงานด้วย โดยส่งเขาไปประจำคณะหมอลำเพชรสยาม ดาว บ้านดอน ในฐานะนักร้องอย่างเต็มภาคภูมิ ออกแสดงครั้งแรกที่สุรินทร์

การเดินสาย ทำให้เพลงหนุ่มยโสธรของเขาโด่งดังมากขึ้น เขาจึงได้แต่งเพลงเพิ่มอีกหลายเพลง ซึ่งก็ได้รับความนิยมอย่างมาก เทพบุตร สติรอดชมพู จึงตั้งวงดนตรีดาว บ้านดอนให้เขา จากนั้นในปี 2516 ดาว บ้านดอน ก็มาโด่งดังอย่างสุดๆจากเพลง ลำเพลินเจริญใจ เพลงนี้ทำให้งานเพลงเก่าๆของเขา และการแสดงหน้าเวทีได้รับความนิยมตามไปด้วย

แต่หัวหน้าวงตัวปลอมเช่นเขาก็ยังคงได้รับเงินเดือนจากหัวหน้าตัวจริงเดือนละ 2,500 บาทเท่าเดิม ดาว บ้านดอนจึงไปขอขึ้นค่าตัว และได้รับการปรับขึ้นมาเป็นวันละ 300 บาท ใกล้เคียงกับศักดิ์สยาม เพชรชมภู เบอร์ 1 ของเครือที่ได้วันละ 450 - 500 บาท แต่นักร้องทั้งสองก็ยังรู้สึกว่ารายได้ของพวกเขาไม่เป็นธรรม ดาว บ้านดอน จึงทิ้งวง หนีตามไปอยู่กับศักดิ์สยามที่ทางภาคเหนือ ซึ่งทางเทพบุตร สติรอดชมพู พยายามตามทั้งสองคนกลับมา แต่ได้กลับมาเฉพาะศักดิ์สยามเท่านั้น ส่วนดาว บ้านดอนไม่ยอมกลับมารับค่าตัววันละ 300 บาทตามเดิม

ดาว บ้านดอนกลับมาทำไร่ปอและแตงโมที่บ้านเกิดเพื่อหาทุนตั้งวงดนตรีของตัวเอง ขณะเดียวกันก็พยายามผลิตผลงานออกมาอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้แฟนเพลงลืม ในที่สุดเขาก็ตั้งวงได้ และออกเดินสายแถวภาคอีสาน ต่อมาเขาได้รู้จักกับคมศร พรสวรรค์ นักจัดตารางการแสดงวงดนตรีในกรุงเทพฯ และก็ได้มอบหมายให้คมศรช่วยจัดตารางการแสดงของวงให้ ทำให้เขาสามารถเปิดการแสดงในพื้นที่ที่กว้างมากขึ้น

แต่หลังจากคบค้ากันมานาน ดาว บ้านดอนก็ได้รู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว คมศร พรสวรรค์ก็คือธุรกิจสายหนึ่งของเทพบุตร สติรอดชมพูนั่นเอง ทำให้เขารู้สึกอึดอัดไม่น้อยที่ต้องกลับมาอยู่ภายใต้อิทธิพลของเจ้านายเก่า แต่ก็ทำใจได้ และเดินหน้าทำงานกับเจ้านายต่อไปตามเดิม

ปี 2525 ดาว บ้านดอน ออกผลงานชุด ยอดตำลึงชุมแพ ก่อนที่จะประกาศปิดวง นำรถอุปกรณ์ และเครื่องดนตรีให้วงดนตรีของนักร้องหน้าใหม่เช่า ส่วนตัวเองก็หันไปเป็นนักร้องรับเชิญกับวงดนตรีหน้าใหม่เหล่านี้ แต่ก็ยังคงผลิตผลงานเพลงของตัวเองออกมาเรื่อยๆ ร่วมทั้งตั้งหน้าตั้งตาแต่งเพลงปั้นนักร้องแนวหมอลำหน้าใหม่ ซึ่งก็ประสบความสำเร็จอย่างมากกับสมจิตร บ่อทอง และฮันนี่ ศรีอีสาน และอีกหลายคน

นอกจากนั้น ก็ยังแต่งเพลงให้นักร้องมากมายทั้งศักดิ์สยาม เพชรชมพู , จินตหรา พูนลาภ , พิมพา พรศิริ , สันติ ดวงสว่าง , สดใส รุ่งโพธิ์ทอง , สาธิต ทองจันทร์ , ลูกแพร - ไหมไทย อุไรพร , พิมพ์ใจ เพชรพลาญชัย , ศรเพชร ศรสุพรรณ

สำหรับชีวิตครอบครัวนั้น ดาว บ้านดอน แต่งงานตอนอายุ 21 ปีคือก่อนตอนเป็นนักร้องกับสาวบ้านเดียวกันและลูก 1 คน ก่อนจะเลิกรากันไป พอถึงปี 2518 ช่วงที่กำลังดังเต็มที่ก็แต่งงานอีกครั้งกับสาวร้อยเอ็ดชื่อบุญเรือง และมีลูก 5 คน และในปี 2521 ก็แต่งงานอีกครั้งกับสาวร้อยเอ็ดอีกคนชื่อคำพัน และมีลูกอีก 1 คน ปัจจุบัน ภรรยาทั้งสอง และลูกๆใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ชายคาเดียวกัน

ดาว บ้านดอนได้รับรางวัลเสาอากาศทองคำพระราชทานปี 2519 จากเพลงคนขี่หลังควาย และได้รางวัลในเพลงเดียวกันจากโครงการ กึ่งศตวรรษเพลงลูกทุ่งไทยครั้งที่ 2 ปี 2534

เรียบเรียงจากหนังสือ อีสานคดีชุดลูกทุ่งอีสาน ประวัติศาสตร์อีสานตำนานเพลงลูกทุ่ง เขียนโดยแวง พลังวรรณ

ส่วนภาพ นำมาจากอินเตอร์เน็ตทั้งหลายแหล่

ต้องขอขอบคุณทุกๆส่วนสำหรับเรื่องนี้ด้วย

นำเพลงคนขี่หลังควายมาให้ฟังกันครับ

เพลง คนขี่หลังควาย

ขับร้อง ดาว บ้านดอน

กลุ้มใจจริงๆ รักผู้หญิง หญิงก็ ไม่สน

เรามันคนจน แม่หน้ามนจึงไม่มอง

เราคนจน ไร้เงิน ไร้เงินไร้ทอง

สาวก็ไม่มอง เพราะเราจนกระเป๋าแบน

คนรวยๆ เขาคงซื้อน้องด้วยเงินแสน

เรามันคนจนคงไม่ได้น้องเป็นแฟน

คนมีเงิน เขาขี่รถเบ็นซ์รถแวน

เราขี่หลังควาย ตามท้องนามันน่าขำ

ฝนตกมา ต้องไถนาดำนาหน้าดำ

งานจะหนักไม่หวั่น ทำทั้งวันแต่เช้ายันค่ำ

ถึงจะเหนื่อยแค่ไหน ทำเรื่อยไปไม่เคยบ่นซักคำ

โธ่เอ๋ยเวรกรรม ไม่ทำก็ไม่มีกิน

โอ้โชคชะตา วาสนาเราเกิดมาจน

คิดขึ้นมาน้ำตามันไหลริน

จะมีสาวใด สนใจรักไม่สูญสิ้น

ขอเป็นทาสเธอ จะรักเธอเพียงคนเดียว

ผมรู้จักดาว บ้านดอนก็เริ่มจากเพลงนี้แหละครับ สมัยนั้น ตอนยังเป็นวัยรุ่น มีคนเอาสเตอริโอมาจำนำกับแม่ เจ้าของสเตอริโอยกมาจำนำทั้งชุด คือสเตอริโอ ลำโพง พร้อมด้วยเทปทั้งหมดที่แกมีอยู่ แกมีเทปมากมายเกือบร้อยม้วนเห็นจะได้

ในจำนวนนั้นเป็นเพลงฝรั่งม้วนเดียว ผมจำได้ว่าเป็นเพลงของร็อด สจ๊วต นอกจากนั้น เป็นหมอลำ หรือไม่ก็ลูกทุ่งอีสานทั้งนั้น ก็เจ้าของแกเป็นคนอีสานนี่ครับ

พวกหมอลำนี่ ผมไม่ค่อยได้ฟังหรอกครับ เพราะฟังไม่ค่อยออก แต่พวกลูกทุ่งอีสานนี่ ฟังได้ และก็ชอบเสียด้วย และนั่นก็คือเหตุการณ์ตอนนี้ผมรู้จักกับดาว บ้านดอน นักร้องเสียงแปลก และหน้าตาแปลกๆ คนนี้

ช่วยกันฟังเพลงลูกทุ่งและสนับสนุนนักร้องลูกทุ่งด้วยครับ ก่อนที่สิ่งเหล่านี้จะหายไปจากบ้านเรา 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
fanggg วันที่ : 10/03/2008 เวลา : 11.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/fanggg

เพลงเพราะดีค่ะ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
SOMBOONTIEW วันที่ : 08/03/2008 เวลา : 20.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somboontiew
เราจักทำเวบหลวงปู่ทิม วัดพระขาว ด้วยใจต้องการบูชาพระคุณ หลวงปู่ www.luangputim.com

แวะมาตักมาตวงความรู้และข้อคิดดีดีครับ

และก็ตั้งใจมาเชื้อมาเชิญ
ไปกราบสุดยอดเกจิห้าแผ่นดินครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
คันทรี่แมน วันที่ : 08/03/2008 เวลา : 15.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/countryman
ชีวิตกับเพลงของคนบ้านนอก และอื่นๆ

ใช่ครับ ยุคนั้นถือเป็นยุคการเริ่มบุกเข้าส่วนกลางของลูกทุ่งอีสาน

3 คนเหล่านี้ จึงถือว่ายิ่งใหญ่

ผมเขียนถึงเทพพร เพชรอุบล ไปแล้ว ยังเหลือศักดิ์สยาม เพชรชมภู อีกคน คิดว่าคงจะเขียนถึงเร็วๆนี้

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
โกศล วันที่ : 08/03/2008 เวลา : 03.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kosol
  เชิญแวะเยี่ยมบ้านของกระผมครับ www.kosolanusim.org 

ขอบคุณครับ

ยุคสมัยของดาว บ้านดอน นั้น มี อยู่ด้วยกัน 3 คนที่เป็นจอมยุทธแห่งอีสาน

หนึ่งคือ เทพพร เพชรอุบล
หนึ่งคือ ศักดิ์สยาม เพชรชมพู
และหนึ่งคือ ดาว บ้านดอน

เพลงโดดเด่นของทั้ง 3 (ในความคิดผม) คือ

เทพพร : อีสานบ้านเฮา,อาลัยพระธาตพนม,สั่งฟ้าไปหาน้อง
ศักดิ์สยาม : อส.รอรัก,ทุ่งกุลาร้องไห้,สัญญาเดือนสาม
ดาว บ้านดอน : คนขี่หลังควาย,รอรักใต้ต้นกระโดน,ลำเพลินเจริญใจ

เป็นเพลงที่สะท้อนวิถีชีวิต โลกทัศน์ และความเป็นอีสานได้สมบูรณ์มาก

นอกจากนี้ ทั้งสามคนยังเคยร้องเพลงด้วยกัน เป็นเพลงที่มีบทสนทนาด้วย เรื่องเกี่ยวกับความเปิ่นเชยของหนุ่มอีสานมากรุงเทพฯ เป็นเพลงที่สนุกๆ น่ารัก ขำๆ

ในยุคของพวกเขา พวกเขาคือผู้ยิ่งใหญ่โดยแท้

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
นานาจิตตัง วันที่ : 07/03/2008 เวลา : 17.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yorwor
บ้านหลังใหม่ฮะ --- >>>> http://www.oknation.net/blog/mouthshell

ชอบครับ ชอบ

สวัสดียามเย็นครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
สิปาง วันที่ : 06/03/2008 เวลา : 19.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/plas

สวัสดีค่ะ...

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
จินตนากาล วันที่ : 06/03/2008 เวลา : 19.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Manake

ขนาดว่า..กลุ้มใจ..เรื่องความรัก..แต่ก็แต่งงานไปตั้ง 3ครั้งแนะ..เฮ..มันยังไง งง

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ป๊อกป๊อกป๊อก วันที่ : 06/03/2008 เวลา : 19.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/unseenssk
มาเด้อหล่า มาซอยกันเบิ่งแยงบ้านเฮา

ขอแอดไว้ เพื่อจะได้หาเพลงลูกทุ่งฟังง่ายๆหน่อยนะครับ
เรื่องราวดีๆ สมกับที่จะให้+1ครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ฟ้าใสที่ปลายฟ้า วันที่ : 06/03/2008 เวลา : 18.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/feasai
พรากมีวันพบ จากมีวันเจอ จากกันยามเป็นได้เห็นน้ำใจ จากกันยามตายได้เห็นน้ำตา

มาแจ้งข่าวการจากไปของน้องเดือนค่ะ เชิญที่บ้านฟ้าใสค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
เที่ยวไปตามคะวัน วันที่ : 06/03/2008 เวลา : 18.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/garmo
เพลงหนึ่งเพลงช่วยให้โลกนี้มีสีสรรจริงๆๆชีวิต..ขาดรสหวาน..แวะมาที่นี่..หวานหวาน..มีให้เติม...เที่ยวไปตามตะวัน..เหนื่อยนัก..แวะพัก..เพื่อเจอสาว..ที่รู้ใจสักคน.. 


ชอบเพลงคนขี่หลังควายมากๆๆ
เพลงนี้ของดาวบ้านดอนดังมากๆๆ
(ฟังเพลงนี้ตอนนี้นึกถึงคนโดนสั่งย้ายเพราะควายเลย)

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
numouse_2007 วันที่ : 06/03/2008 เวลา : 18.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/numouse
ถ้าเราลดความ "เห็นแก่ตัว" ให้น้อยลงบ้าง อะไรๆ มันคงจะดีกว่านี้ และถ้ายิ่งจัก "ยอม" บ้างคงจะดี

ว้าว ... ไม่ได้ฟังอย่างนี้มานานอีกแล้ว

ดีใจที่ได้ฟังอีกครั้งค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน