• คันทรี่แมน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-07-06
  • จำนวนเรื่อง : 151
  • จำนวนผู้ชม : 925611
  • จำนวนผู้โหวต : 299
  • ส่ง msg :
  • โหวต 299 คน
<< มิถุนายน 2008 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 6 มิถุนายน 2551
Posted by คันทรี่แมน , ผู้อ่าน : 13405 , 22:56:58 น.  
หมวด : ดารา/นักร้อง/คนดัง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ศักดิ์สยาม เพชรชมพู - ลูกทุ่งมาตรฐานอีสานวงแรก

บุญชื่น เสนาราช หรือ ศักดิ์สยาม เพชรชมพู เกิดที่บ้านนานกเขียน ต.โคกก่อ อ.เมือง จ.มหาสารคาม เมื่อ 3 กุมภาพันธ์ 2495 ครอบครัวมีฐานะยากจน โดยมีอาชีพทำนา เขาจบการศึกษาชั้นประถมปีที่ 4 จากโรงเรียนบ้านหัวช้าง ที่อยู่ห่างจากบ้านไป กิโลเมตร หลังจากนั้นก็ไม่ได้เรียนต่อ และก็ได้มาช่วยครอบครัวทำนาเต็มตัว

ศักดิ์สยามโปรดปรานการร้องเพลงลูกทุ่งอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพลงของไวพจน์ เพชรสุพรรณ อย่างเพลง ลาก่อน - บางกอก และ ลาน้องไปเวียดนาม และเสียงของเขาก็เป็นที่จับใจของคนในหมู่บ้านที่ได้ฟัง

ต่อมาได้เข้าเป็นหนึ่งในสมาชิกของคณะรำวง ดาวอีสาน ที่จัดตั้งขึ้นใน ต.โคกก่อ หลังจากที่ตามไปเป็นเพื่อนพี่สาวที่เป็นนางรำวงของคณะ ต่อมาก็ผูกขาดการเป็นนักร้องเชียร์รำวงของคณะอยู่คนเดียว แม้ต้องร้องเพลงตั้งแต่ 3 ทุ่มไปจนถึงรำวงเลิกเวลาตี 2 ตี 3 โดยได้ค่าร้องแค่ไม่กี่บาทต่อ 3 คืน แต่เขาก็พอใจเพราะว่าได้ขึ้นร้องเพลงโชว์ ระหว่างนั้นเขาก็ฝึกตีกลองชุดไปด้วย

ในยามที่วงไม่มีงาน เขาก็จะติดตามพี่ชายอีกคนที่เป็นหมอลำไปกับคณะทองดีพัฒนาของบ้านนานกเขียน ต่อมาพี่ชายย้ายไปอยู่คณะสุภีร์คะนองศิลป์ ที่ขอนแก่น เขาก็ติดตามไปเช่นเดิม และซึมซับเอาศิลปะหมอลำไปไม่น้อย แต่ที่คณะนี้ เขาได้เข้าร่วมวงในฐานะมือกลอง โดยได้ค่าตัวคืนละ 50 บาท เขากับพี่ชายอยู่ที่นี่ได้ราว 1 ปีก็กลับมาอยู่กับหมอลำคณะขวัญใจจักรวาลที่บ้านเกิด โดยรับหน้าที่มือกลองเช่นเคย แต่มีโอกาสได้ร้องเพลงบ้าง เขาอยู่ที่นี่ 2 - 3 ปี จากนั้นก็ย้ายมาอยู่กับหมอลำคณะเพชรสยาม หนึ่งในธุรกิจบันเทิงของ เทพบุตร สติรอดชมพู โดยศักดิ์สยามยังคงรับหน้าที่ตีกลองและร้องเพลงบ้างเช่นเดิม แต่ได้ค่าเหนื่อยเพิ่มเป็นคืนละ 70 บาท เขาอยู่ที่นี่อีกราว 2 - 3 ปี

ต่อมา บุญชื่น รื่นฤดี ซึ่งเป็นชื่อของเขาในการทำหน้าที่ร้องเพลงขัดตาทัพในวง ก็ถูกชวนให้ย้ายมาอยู่ในคณะหมอลำรังสิมันต์ วงหมอลำที่โด่งดังที่สุดในยุคนั้น แต่วงนี้ก็ยังอยู่ในเครือของ เทพบุตร สติรอดชมพู โดยในยุคนั้น วงรังสิมันต์ มีการเปลี่ยนแปลงจากวงหมอลำแท้ เป็นหมอลำ - ลูกทุ่ง เพื่อขยายตลาดไปยังภาคอื่นๆ ที่นี่ ศักดิ์สยามยังคงทำหน้าที่เดิมทุกประการ

ในยุคนั้น บางครั้งวงรังสิมันต์ ก็ต้องแปลงร่างไปเป็นวงดนตรี จิระ จีรพันธุ์ เจ้าของเพลงดัง เศรษฐีขายขี้กระบองด้วย เพราะวงจิระ จีรพันธุ์ ก็อยู่ในเครือข่ายธุรกิจของเทพบุตร สติรอดชมพูเช่นกัน

แต่ในการแสดงวันหนึ่ง ตัวหัวหน้าวงเกิดมาไม่ทันการแสดง วงจึงเปิดการแสดงไปก่อนโดยใช้ชื่อวงอื่นแทน ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับหัวหน้าวงผู้มาสายอย่างมาก จึงเกิดการอาละวาดต่อหน้าเทพบุตร สติรอดชมพู เขาจึงมีคำสั่งดอง จิระ จีรพันธุ์ และ ดันศักดิ์สยาม ให้ขึ้นมาแทน โดยได้ยื่นกระดาษให้แผ่นหนึ่งโดยบอกให้เอาไปท่อง ซึ่งในกระดาษดังกล่าวก็คือเนื้อเพลง " ตามน้องกลับสารคาม " ที่เตรียมเอาไว้ให้จิระ จีรพันธุ์สำหรับการบันทึกแผ่นเสียง

ไม่กี่วันถัดมา เขาก็เข้าเมืองหลวงเพื่ออัดแผ่นเสียงที่ห้องอัดของห้างแผ่นเสียงศรีกรุงถึง 6 เพลงรวด ซึ่งหาได้ไม่ค่อยได้บ่อยนักสำหรับนักร้องหน้าใหม่ 6 เพลงดังกล่าวก็คือ ตามน้องกลับสารคาม , เสน่ห์สาวเวียงจันทน์ , ธิดากัมปงจา , คิดฮอดอย่างแฮง , คุยเขื่อง และ เศรษฐีขายขี้กระบอง งานนี้ เขาหันมาใช้ชื่อศักดิ์สยาม เพชรชมพู ตามที่เทพบุตร สติรอดชมพูตั้งให้

จากนั้นไม่นาน เพลงตามน้องกลับสารคาม ก็ฮิตติดหูแฟนเพลงในภาคอีสานตามที่หวังกันไว้ จึงมีการตั้งวงดนตรีศักดิ์สยาม เพชรชมพู ขึ้นรองรับความดังทันที ความโด่งดังของเขา สามารถกลบความดังของวงหมอลำในเครือของเทพบุตร สติรอดชมพูเสียหมดสิ้น ภายในปีเดียว ความดังของเขาก็ติดลม มีการบันทึกเสียงเพิ่มเติมอีกหลายเพลง และก็ได้รับความนิยมมากมาย อาทิ คักใจเจ้าแล้วบ่ , สัญญาเดือนสาม และอื่นๆ

วงศักดิ์สยาม เพชรชมพู ในยุคนั้น ถือเป็นวงดนตรีอีสานวงแรกที่มีรูปแบบเป็นลูกทุ่งมาตรฐาน โดยไม่ต้องอาศัยหมอลำมาเรียกความนิยมเช่นแต่ก่อน และความนิยมที่ได้รับก็ทำให้วงนี้กล้าประชันวงกับสายัณห์ สัญญา ที่กำลังดังจากเพลงลูกสาวผู้การ และรักเธอเท่าฟ้า ส่วนเรื่องรายได้จากการเก็บค่าผ่านประตู ก็เคยทำสถิติมาแล้วในการแสดงที่เวทีมวยลุมพินี ซึ่งในยุคโด่งดัง ดาว บ้านดอน และเทพพร เพชรอุบล ก็เคยร่วมงานกับวงนี้ด้วยเช่นกัน

แต่ในด้านรายได้ ในฐานะหัวหน้าวงตัวปลอม ศักดิ์สยามมีรายได้แค่คืนละ 400 บาทเท่านั้นไม่ว่าวงจะเปิดการแสดงวันละกี่รอบก็ตาม ก่อนที่จะขยับขึ้นมาเล็กน้อยอีก 100 บาท เรื่องนี้สร้างความอึดอัดให้กับตัวนักร้องอย่างมาก แม้ว่าวิเชียร สติรอดชมพู น้องชายของเทพบุตร จะแอบมุบมิบยัดเงินช่วยเหลือศักดิ์สยามอยู่บ้างในหลายๆครั้ง มีอยู่ครั้งหนึ่ง ศักดิ์สยาม ก็ถึงขั้นหลบหนีออกจากวงไป แต่ก็ถูกตามตัวกลับมา ซึ่งจากความอึดอัดเรื่องรายได้ ก็ทำให้ทั้งดาว บ้านดอน และเทพพร เพชรอุบล ต่างก็แยกตัวออกไปจากวงเช่นกัน

ต่อมา เทพบุตร สติรอดชมพูหันไปทุ่มเทกับบานเย็น รากแก่น เพื่อให้เป็นนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ขณะที่ความนิยมในศักดิ์สยามก็เริ่มลดลง และหลังยุคเพลงทุ่งกุลาร้องไห้ และ อ.ส.รอรัก ความบาดหมางระหว่างหัวหน้าวงตัวปลอมกับตัวจริง จากเรื่องเงินๆทองๆ ก็ปรากฏออกมาเรื่อยๆ จนในที่สุด ในปี 2521 ศักดิ์สยาม เพชรชมพู ก็แยกตัวออกมา และได้เปลี่ยนวงรัตนวาริน วงโนเนมแถวสระบุรีให้เป็นวงศักดิ์สยาม เพชรชมพู โดยมีเสี่ยคนหนึ่งเป็นนายทุน ที่นี่เขามีรายได้วันละ 1,200 บาท และเปิดการแสดงครั้งแรกในวันขึ้นปีใหม่ปี 2522 ที่สระบุรี วงของเขาออกเดินสายเฉพาะเขตภาคกลางและตะวันออก เนื่องจากเครือข่ายของวงไม่กว้างขวางพอสำหรับทั่วประเทศ เขาเดินสายจนถึงปี 2525 ชื่อเสียงก็จางหายจนเกือบหมด พี่ชายจึงชวนออกมาตั้งคณะหมอลำชื่อเพชรเม็ดเยี่ยม ศักดิ์สยาม จึงถูกแปลงไปเป็นพระเอกหมอลำ แต่การที่เป็นนักร้องที่ใช้เสียงสูง เมื่อมาเป็นหมอลำที่ต้องใช้เสียงต่ำลงมาทำให้เขาเกิดความอึดอัด ก็เลยประ

กาศเลิกต่อหน้าแฟนหมอลำที่มาชมการแสดงเมื่อเดือนเมษายน 2525 ก่อนที่จะหันมาหาเลี้ยงชีพด้วยการเป็นนักร้องรับเชิญตามห้องอาหาร และผลิตผลงานใหม่ออกมาบ้างตามโอกาส

เกียรติยศ

รางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ในงานกึ่งศตวรรษลูกทุ่งไทยจากเพลงทุ่งกุลาร้องไห้ ปี 2534

ผลงานเพลงดัง

คักใจเจ้าแล้วบ่ , สัญญาเดือนสาม , ตามน้องกลับสารคาม , เสน่ห์สาวเวียงจันทน์ , ขันหมากลูกกำพร้า , คิดฮอดอย่างแฮง , รวมอักษร , ช่างหัวมันเถาะ , เซียงบัวล่องกรุง ,เสียงซอ , คุยเขื่อง , ธิดากัมปงจา , นัดตีสี่ , เจ็บๆแสบๆ , อย่าไปตามดวง , ร้องไห้ทำหยัง , จดหมายรักฉบับแรก , คงมีสักวัน , หงส์ปีกหัก , กอดหมอนนอนหนาว , ตามน้องทั่วอีสาน , แอมจ๋า , ฮักสาวรำวง , หัวใจแหว่ง , อย่าเห็นกันดีกว่า , ผิดด้วยหรือที่เกิดมาจน , นักร้องกลัวเมีย , สาลิกาหลายรัง , แคนสะกิดสาว , ศักดิ์สยามเดินกลอน , ศักดิ์สยามกราบแฟน , พระพรหมช่วยที , วาสนาอ้ายน้อย , จากบ้านนาด้วยรัก , อาลัยสาวเรณู , น้ำในคลอง

งานนี้ต้องขอขอบคุณอย่างสูงสำหรับข้อมูลจากหนังสือ  อีสานคดีชุดลูกทุ่งอีสาน ประวัติศาสตร์อีสานตำนานเพลงลูกทุ่ง เขียนโดยแวง พลังวรรณ และภาพจากผู้ใจบุญในอินเตอร์เน็ต

นำเพลงแรกที่ศักดิ์สยามร้องบันทึกเสียงมาให้ฟังกันครับ ตามน้องกลับสารคาม

เพลง ตามน้องกลับสารคาม

ขับร้อง ศักดิ์สยามเพชรชมพู

พี่ตามหาคนงามจากสารคามไปถึงเมืองขอนแก่น

สืบหาเนื้อเย็น แต่ไม่เห็นหน้าแฟน

จากขอนแก่น ไปอุดรธานี

หาแก้วตา ทั่วบาร์ทั่วคลับ

ไม่ได้นอน ไม่ได้หลับ

เพราะอยากจะพบ คนดี

หาจนทั่วอุดร น้องก็ไม่เห็นมี

จากอุดรธานี พี่ไปตามที่หนองคาย

ถึงลำโขง พี่นั่งลงร้องไห้

หาจนทั่วแดนไทย น้องจากไกลหนีหาย

จำจะข้าม ลำโขง หาอนงค์ แก้วใจ

จะข้ามลำ โขงไป หาจอมใจที่เวียงจันทร์

กราบวิงวอน พระธาตุหลวงให้ดลช่วย

ให้ได้พบคนสวย เหมือนดังที่ใฝ่ฝัน

ตามหานวลน้อง จนทั่วนครเวียงจันทร์

ไม่เห็นแม้เงาจอมขวัญ พี่แทบจะกลั้นใจตาย

พี่ตามหาคนงาม จากสารคามไม่รู้ว่าเจ้าไปไหน

จึงฝากเสียงร้อง ก้องกับสายลมไป

ได้ข่าวแล้วแม่ทรามวัย ให้รีบกลับไปที่สารคาม

ข้างล่างนี้เป็นการแสดงสดของศักดิ์สยามในเพลงเดียวกันครับ  





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
คันทรี่แมน วันที่ : 23/06/2008 เวลา : 11.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/countryman
ชีวิตกับเพลงของคนบ้านนอก และอื่นๆ

+คุณโกศล

ขอขอบคุณสำหรับช้อมูลเพิ่มเติม มีประโยชน์มากๆครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
โกศล วันที่ : 17/06/2008 เวลา : 14.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kosol
  เชิญแวะเยี่ยมบ้านของกระผมครับ www.kosolanusim.org 

ในยุคของพวกเขา ลูกทุ่งอีสานที่ยิ่งใหญ่คักๆก็คือ 3 เทพบุตรลูกทุ่งอีสาน อันได้แก่ เทพพร เพชรอุบล ดาว บ้านดอน ศักดิ์สยาม เพชรชมภู

ผมคิดว่า 3 คนนี้ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่แก่นักร้องอีสาน คือ เสนอความเป็นอีสานผ่านเพลงตรงๆ ทั้งถ้อยคำ สำนวน ภาษา ท่วงทำนอง ประกาศเอกลักษณ์ความเป็นอีสาน

หากนับรุ่นพ่ออันได้แก่ ครูเบญจมินทร์,ปอง ปรีดา เป็นผู้บุกเบิกหนทาง เปิดประตูสู่วงการลูกทุ่งไทยให้แก่ลูกหลานอีสาน ตกมาถึง 3 เทพบุตรลูกทุ่งอีสานก็เป็นรุ่นที่สร้างการยอมรับอย่างยิ่งใหญ่ จนส่งแรงกระเพื่อมมาถึงปัจจุบัน

เช่นเดียวกับโรม ศรีธรรมราช สาริกา กิ่งทอง ดาวไต้ เมืองตรัง เป็นผู้บุกเบิกให้แก่นักร้องชาวใต้ และสานต่อดดย ฉัตรทอง มงคลทอง ส่งต่อมายัง เอกชัย ศรีวิชัย ฯลฯ

ลูกทุ่งแนวอีสานหรือแนวใต้ที่ไหลบ่าท่วมตลาดเพลงลูกทุ่งในวันนี้ ย่อมต้องให้เกียรติแก่บุคคลทั้งหลายที่กล่าวมานี้ด้วยกันทั้งสิ้น

กล่าวเฉพาะศักดิ์สยาม เพชรชมภู ผมยกให้เพลง อส.รอรัก,สัญญาเดือนสาม,ทุ่งกุลาร้องไห้ เป็นสุดยอดเพลงของเขา เชื่อว่า หากให้คนอื่นร้องก็ไม่ได้ใจเท่ากับศักดิ์สยามร้อง.

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
เจนอักษราพิจารณ์ วันที่ : 09/06/2008 เวลา : 11.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/numsunjon

ชอบเพลงตามน้องกลับสารคามกับเพลงสาวเวียงจันทน์

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
mesa วันที่ : 08/06/2008 เวลา : 08.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sanjorn

สมัยเด็กๆ จำได้ว่าร้องเพลงดังๆของศักดิ์สยามได้หลายเพลงเลยค่ะ ร้องผิดๆถูกๆไปตามประสาเด็ก รวมทั้งเพลงนี้ด้วย (ตามน้องกลับสารคาม)...

ขอบคุณที่ทำให้หวนกลับไปสู่วัยเด็กอีกทีค่ะ....

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
คนใส่แว่น วันที่ : 07/06/2008 เวลา : 22.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chattrg


ฟังชื่อ
นึกว่า
นักมวย

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
พิราบดำ วันที่ : 06/06/2008 เวลา : 23.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pat-1
เมืองมะขามหวาน  

เกิดไม่ทัน.....................

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน