• คันทรี่แมน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-07-06
  • จำนวนเรื่อง : 151
  • จำนวนผู้ชม : 926310
  • จำนวนผู้โหวต : 299
  • ส่ง msg :
  • โหวต 299 คน
<< มิถุนายน 2009 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 1 มิถุนายน 2552
Posted by คันทรี่แมน , ผู้อ่าน : 16434 , 13:40:23 น.  
หมวด : ดารา/นักร้อง/คนดัง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

พร ภิรมย์ - ราชาเพลงแหล่

บุญสม มีสมวงษ์ หรือ พร ภิรมย์ เกิดเมื่อ 29 พฤศจิกายน  2471  เป็นชาว อ. พระนคร ศรีอยุธยา จ.อยุธยา เป็นบุตรนายประเสริฐ และนางสัมฤทธิ์ มีสมวงษ์ ซึ่งเป็นครอบครัวลิเก เขาจึงสนใจศิลปะการแสดงของไทยทุกแขนง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องปี่พาทย์ และเชี่ยวชาญในเรื่องเพลงไทยเดิมอย่างมาก ทั้งในเรื่องร้องและเล่น ว่ากันว่าความรู้เรื่องดนตรีนั้นเขาได้มาจากครูบุญยัง - บุญยง เกตุคง 2 พี่น้องศิลปินแห่งชาติผู้ล่วงลับไปแล้ว

พร ภิรมย์ จบการศึกษาชั้นมัธยม 3 จากโรงเรียนวัดบพิตรพิมุข ในกรุงเทพฯ หลังจบการศึกษา ก็เลิกเรียนเพราะไปหัดร้องเพลงแล้วได้ค่าตัวดีมาก นอกจากนั้นก็ยังรับทำขวัญนาค และพากย์หนัง จากนั้นก็ไปอยู่กับคณะงิ้ว ต่อมาได้รู้จักกับเสน่ห์ โกมารชุน ที่ชักชวนให้เขามาเล่นลิเก เขาตระเวนเล่นลิเก ทั้งในกรุงเทพฯ อยุธยา และโคราช จนขึ้นชั้นเป็นพระเอกลิเกชื่อดัง โดยใช้ชื่อว่าบุญสม อยุธยา เมื่อมาอยู่ในคณะเกศคง ดำรงศิลป์ ของ บุญยงค์ เกศคง ต่อมาย้ายมาอยู่คณะหอมหวล และที่นี่พร ภิรมย์ ก็โด่งดังสุดขีดในบทจะเด็ด แห่งเรื่องผู้ชนะสิบทิศ จนในปี 2501 ครูมงคล อมาตยกุล หัวหน้าวงดนตรีจุฬารัตน์ ต้องมานั่งดูอยู่สองคืน แล้วชวนมานั่งคุยที่ร้านข้าวต้มข้างร้านนพรัตน์ อันเป็นร้านขายเสื้อผ้าชื่อดังย่านบางลำพู เพื่อชวนมาเป็นนักร้องในวง

วันรุ่งขึ้นครูมงคลนัด พร ภิรมณ์ ให้ไปพบที่ห้างแผ่นเสียงดีคูเปอร์ ที่อาคาร 4 ราชดำเนิน เพื่อดูนักร้องดังๆ อัดแผ่นเสียงกัน แล้วพาไปเลี้ยงอาหาร ที่ห้องวีไอพี ร้านอาหารเฉลิมชาติ (ต่อมาคือโรงภาพยนตร์พาราไดส์) แล้วต่อเพลงกันที่นี่ พร ภิรมย์ ร้องไป ครูมงคลก็เคาะนิ้วเป็นจังหวะพร้อมเขียนโน้ตเสร็จสรรพ 3 เพลงที่พระเอกลิเกร้องเองแต่งเอง ทั้งสองรู้จักกันวันอังคาร มาต่อเพลงกันวันพุธ อัดเสียงวันพฤหัสบดี ในเพลง 'ลมจ๋า'

3 เพลงแรกคือ “ลมจ๋า” , “ กระท่อมทองกวาว “ , “ลานรักลานเท “ ยังไม่ดัง จากนั้นก็หันไปร้อง “ ดอกฟ้าลับแล”  ของ ไพฑูรย์ ไก่แก้ว ก็ยังไม่ดังอีกจนเริ่มท้อ และอยากกลับไปเล่นลิเกตามเดิม แต่ในเพลงที่ 5 “ บัวตูมบัวบาน “ ที่พร ภิรมณ์ ร้องเองแต่งเองอีกครั้ง และกะว่าจะเป็นเพลงสุดท้าย ถ้าไม่ดังก็จะเลิกร้องเพลง แต่เพลงนี้ก็ทำให้เขาแจ้งเกิดสำเร็จในปี 2503 เพลงนี้ทำให้เขามีชื่อเสียงคับบ้านคับเมือง และกลายมาเป็นหนึ่งในสี่ทหารเสือของวงจุฬารัตน์

พร ภิรมย์ ร้องเพลงอยู่กับวงดนตรีจุฬารัตน์หลายปี  มีผลงานบันทึกเสียงประมาณ 200 เพลง โดยเพลงที่ร้องส่วนใหญ่ คือร้อยละ 95 เขาเป็นผู้แต่งเอง โดยใช้นามปากกาว่าบุญสม อยุธยา

เอกลักษณ์ความโดดเด่นในเพลงของพร ภิรมย์ ที่หาใครเสมอเหมือนก็คือการเขียนเพลงในแนวนิทานชาดก เพลงแฝงธรรมะ และเพลงลีลาไทย ใช้ภาษาพลิ้วสวยงาม จนบางคนเยกเขาว่าคีตกวี เขาใช้ดนตรีไทยเดิมเป็นพื้นฐาน ด้วยเทคนิคการแหล่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร โดยเพลงที่ได้รับความนิยมก็อย่างเช่นเพลง "บัวตูมบัวบาน"  , "ดาวลูกไก่" , "ดาวจระเข้" , "วังแม่ลูกอ่อน" , "กลับเถิดลูกไทย", จำใจจาก, น้ำตาลาไทร, เห่ฉิมพลี, วังแม่ลูกอ่อน , ไม้หลักปักเลน เป็นต้น

เมื่อครั้งชาย เมืองสิงห์ มาสมัครเป็นนักร้องในวงดนตรีจุฬารัตน์ ครูมงคล อมาตยกุล ก็ยกหน้าที่การตัดสินชะตากรรมของชาย เมืองสิงห์ ว่าจะได้เป็นนักร้องในวงหรือไม่ให้กับพร ภิรมย์ เมื่อเขาจะต้องแหล่สดๆโต้กับพร ภิรมย์ ออกอากาศทางวิทยุ ซึ่งคนในวงการลูกทุ่งถือกันว่าครั้งนั้น เป็นการโคจรมาเจอกันของสองอัจฉริยะในด้านนี้ในแบบที่คลาสสิกมากๆ

พร ภิรมย์ ได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทาน 2 ครั้งจากเพลงบัวตูมบัวบาน และ ดาวลูกไก่ และได้รับรางวัลกึ่งศตวรรษลูกทุ่งไทย ในปี พ.ศ. 2532 จากเพลงบัวตูมบัวบาน และ พ.ศ. 2534 จากเพลงดาวลูกไก่

ปัจจุบันพร ภิรมย์ บวชเป็นพระภิกษุ  “ ปุญญวังโสภิกขุ “  อยู่ที่วัดรัตนชัย (วัดจีน)  ต. หอรัตนชัย อ. พระนครศรีอยุธยา จ. พระนครศรีอยุธยา ตั้งแต่ พ.ศ. 2524 จนถึงปัจจุบัน โดยตอนแรกตั้งใจจะบวช 3 เดือน เพื่อจะแผ่ส่วนกุศลถวายแด่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่นำเรื่องของพระองค์มาเขียนเป็นบทเพลง แต่เมื่อถึงกำหนดลาสิกขาบท พร ภิรมย์ก็มิได้ลาสิกขาบทแต่อย่างใด

ถือได้ว่าพร ภิรมณ์เป็นอัจฉริยะอีกคนหนึ่ง เพราะมีความสามารถในด้านต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการร้องเพลง , แต่งเพลง, เล่นลิเก, พากย์หนัง, แสดงภาพยนตร์, เล่นดนตรีจีน, กลอนสด และทำขวัญนาค รวมทั้งยังได้รับการยกย่องว่าเป็นยอดแห่งเจ้าพ่อเพลงแหล่ และเป็นนักร้องนักแต่งเพลงผู้โด่งดังและเป็นแบบอย่างกับนักร้องลูกทุ่ง รุ่นหลังๆหลายต่อหลายคน โดยนอกจาก ไพบูลย์ บุตรขันแล้ว พร ภิรมย์ ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่แต่งเพลงใช้คำที่วิจิตร และมีความหมาย เพลงของ พร ภิรมย์  ทุกเพลงเป็นตัวอย่างการใช้ภาษาไทยได้ดีที่สุด ทุกเพลงรักษาฉันทลักษณ์และชั้นเชิงกานท์กวีไว้ได้อย่างไม่มีจุดบกพร่อง และทุกเพลงไม่ก่อให้เกิดกำหนัด ซึ่งท่านใช้คำว่า เพลงใฝ่ต่ำ

จึงถือกันว่าเพลงของ พร ภิรมย์ เป็นเพลงสะอาดบริสุทธิ์ โดยเจ้าตัวเคยบอกว่าเราเกิดมาชาติหนึ่งพึงสำนึกว่าจะสามารถตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ครูบาอาจารย์อุปัชฌาย์ได้อย่างไร และสิ่งที่ท่านยึดเป็นหลักการส่วนตัวของท่านคือการเขียนเพลงโดยไม่ทำลายภาษาไทย

นำเพลงน้ำตาลาไทรมาให้ฟังกันครับ ด้วยเห็นว่าสมัยนี้ไม่ค่อยมีใครเปิดเพลงนี้กันแล้ว

เพลง น้ำตาลาไทร
คำร้อง/ทำนอง บุญสม อยุธยา (พร ภิรมย์)
ขับร้อง พร ภิรมย์

มาแล้วแก้วตา สัญญาให้ไว้ยังจำ
บุญนี้บาปนำ พี่มาไม่เจอนวลนาง
ทั่วถิ่น พนาตามหาหมดทาง
เจ้าทิ้งสัญญาหรือนาง พี่อ้างว้างอารมณ์

นางไม้แม่เอย ไยเฉยให้ช้ำวิญญา
นวลน้องไม่มายิ่งพาอุราระบม
หรือเจ้าเขาไพรบังไว้ซ่อนชม
ข้าขอจอมไพรพนม
ยอมสิ้นลมบวงสรวงจอมไพร

เทพารักษ์ร่มไทรสาขา
อุ้มสมพานางน้องมา
ให้ข้าเถิดหนาพระไทร
มีน้ำตาข้าหลั่งรินจากใจ
ขอหลั่งไว้ล้างเท้าเทวดา

ขอหนุนตักนางจนสางอรุโณทัย
ยอมแม้สิ้นใจเซ่นสรวงแด่ปวงเทวา
คอยเจ้าแม้เงาไม่เห็นเจ้ามา
พี่นี้มีเพียงน้ำตา
รินหลั่งลารากไม้ไทรงาม








อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ศ.ศาลาเงียบเหงา วันที่ : 07/12/2010 เวลา : 19.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/unclewin

อยากให้พรภิรมย์เป็นอมตะ
ก็สุดจะกำหนดตามบทฝัน
เป็นความคิดเพ้อเจ้อละเมอครัน
แต่ใจฉันก็ยังใฝ่แม้ไม่จริง

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
patijjachon วันที่ : 17/06/2009 เวลา : 15.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/patijjachon
ปฏิจจชน ... คนที่ยังเป็นหนี้แผ่นดิน

ผมฟังเพลงของท่านมาตั้งแต่เด็ก ...
แม่ผมชอบเพลงดาวลูกไก่มาก
พ่อชอบเพลงบัวตูม บัวบาน

ส่วนผมเองก็ชอบเพลงของท่านหลาย ๆ เพลง ... ประทับใจกับคำว่า
"ทุกเพลงไม่ก่อให้เกิดกำหนัด" หรือเป็น "เพลงใฝ่ต่ำ"

ตอนที่น้องชายคนรองของผมบวช เมื่อหลายปีมาแล้ว ยังเคยนิมนต์ท่าน มาทำขวัญนาค เลยครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
101ไทยหลังอาน วันที่ : 01/06/2009 เวลา : 14.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/101thairidgeback



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน