*/
  • คันทรี่แมน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-07-06
  • จำนวนเรื่อง : 151
  • จำนวนผู้ชม : 952460
  • จำนวนผู้โหวต : 300
  • ส่ง msg :
  • โหวต 300 คน
<< ตุลาคม 2011 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 15 ตุลาคม 2554
Posted by คันทรี่แมน , ผู้อ่าน : 2058 , 11:43:36 น.  
หมวด : ดารา/นักร้อง/คนดัง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

มนต์รัก มนต์เสน่ห์ มีชื่อจริงว่า วัลลพ มาตรนอก มีชื่อเล่นว่า นาย เกิดเมื่อ 2 ธันวาคม ภูมิลำเนาเดิมอยู่ อ.หัวย ทับทัน จ.ศรีสะเกษ มีพี่น้อง 3 คน เขาเป็นคนที่ 2 จบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขา นิเทศศาสตร์ จากสถาบันราชภัฏจันทรเกษม เมื่อปี 2544 เขาเข้าสู่วงการเพลงตั้งแต่ พ.ศ. 2541 โดยการชักนำของอ.มนต์รัก กลิ่นบุปผาชาติ ก่อนเป็นนักร้องเคยเป็นซ่อมคอมพิวเตอร์ และปัจจุบัน นอกจากการร้องเพลงแล้วยังทำน้ำยาล้างรถส่งขาย

สำหรับประวัติก่อนมาเป็นนักร้องนั้น ทุกวันที่แม่ไปรับจ้างดำนา เกี่ยวข้าว วัลลพก็จะคอยติดสอยห้อย ตามไปด้วยทุกครั้ง ในขณะที่เดินเล่นอยู่ตามคันนา ก็ได้ยินเสียงเพลงจากวิทยุของชาวนาคนอื่นแว่ว มาแต่ไกล ฟังดูรู้สึกว่าเพราะมาก ถึงขนาดต้องหยุดเดินเพื่อให้ได้ยินชัดขึ้น จนกว่าเพลงจะจบจึงค่อย เดินต่อ ส่วนเพลงนั้นพอจะจำเนื้อร้องได้ว่า “เพลงนี้ขอมอบแด่คนชื่อเจี๊ยบ ใจไม่เคยหยาม เหยียบ ไม่ว่าเจี๊ยบสักนิดเดียว………….” แต่ตอนนั้นก็ยังไม่รู้ว่าใครเป็นคนร้อง 

เมื่อวันเวลาผ่านไป พออายุได้ 7 ขวบ ก็เข้าเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่โรงเรียนประจำหมู่บ้าน มีโอ กาสได้เล่นฟุตบอลกับพี่วิรัช ถาวร เพราะพี่วิรัชจะชอบไปเล่นฟุตบอลที่สนามโรงเรียนทุกวัน และนอกจากนี้ก็ยังชอบฟังเพลงลูกทุ่งอีกด้วย หลังจากเล่นฟุตบอลเสร็จเดินกลับบ้าน วัลลพก็มักจะแวะที่บ้าน พี่วิรัชเพื่อกินข้าวบ้าง ฟังเพลงบ้าง 

และบังเอิญว่าพี่วิรัชมีเพลงของเจ้าของเสียงที่วัลลพเคยได้ยินเสมอๆ ตั้งแต่หลายปีก่อน จึงถามว่า ใครร้องถึงได้รู้ว่าเจ้าของเสียงสวรรค์ที่เคยได้ฟังนั้นก็คือ พี่เป้า สายัณห์ สัญญา นี่เอง 

ตั้งแต่นั้นมาจึงติดตามผลงาน และฟังเสียงของพี่เป้า จนแทบจะซึมซับเข้าสายเลือดเลยก็ว่าได้ ใน สมัยที่เรียนมัธยมได้มีโอกาสซื้อเทปเพลงของพี่เป้ามาฟัง ไล่ตั้งแต่ชุด บัวตูมบัวบาน ลงไป จนถึง เพลงแรกๆ ที่พี่เป้าร้อง เช่น ชุดไอ้หนุ่มรถไถ, รักเธอเท่าฟ้า เรียกได้ว่า เทปทุกชุด เพลงทุกเพลง ของพี่เป้า ไม่มีเพลงใดที่วัลลพจะร้องไม่ได้ ดังนั้นวัลลพจึงชื่นชมชื่นชอบถึงขนาด ยกย่องให้พี่เป้า สายัณห์ สัญญา เป็นสุดยอดอภิมหาลูกทุ่งนิรันดร์กาล เป็นนักร้องชายที่ยอดเยี่ยม ที่สุดตั้งแต่ตั้ง ประเทศไทยมา  

ระหว่างทางที่ขี่จักรยานไปโรงเรียน ระยะทางไป-กลับ 16 กิโล กว่าจะถึง ก็ร้องได้หลายเพลง แม้กระนั้นยามพักเที่ยงก็จะรีบกินข้าวให้เสร็จเร็วที่สุด เพราะจะใช้โอกาสที่เพื่อนๆ ยังไม่กลับเข้าห้องเรียน ซ้อมร้องเพลงอยู่คนเดียว รู้สึกว่ามันได้อา รมณ์ และเสียงร้องในห้องจะก้องกังวาลเหมือนมีเอ็กโค่ในตัว ฟังแล้วจะไพเราะเป็นพิเศษ 


แม้วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ มักจะปีนต้นไม้สูงๆ ร้องเพลง ทำให้เสียงดังไปไกล ถ้ามีคนเดินมาจากไกลๆ ก็จะได้ยินเสียงของเขา และเมื่อเดินมาใกล้ๆ เขาก็จะหยุดร้องทำให้ผู้คนสงสัยว่าเพลงดังมาจากวิทยุหรือใครร้อง ทำไมหาตัวคนร้องไม่เจอ สรุปแล้วก็คือไม่ว่าจะดีใจ มีความสุขหรือเสียใจ เศร้าใจ ก็ต้องร้องเพลง ส่วนเนื้อหาอย่างไร หรือเพลงอะไรนั้นก็ขึ้นอยู่กับอารมณ์ในขณะนั้น

วันหนึ่งอาจารย์ เสกสรร ภุมรา อาจารย์ประจำวงดนตรีของโรงเรียนมัธยมห้วยทับทันวิทยาคม จะเข้า มาสอน บังเอิญได้ยินจึงหยุดฟังจนจบเพลง โดยที่ยังไม่เดินเข้าห้องเรียน เพราะกลัววัลลพจะเขินอาย หลังจากนักเรียนเข้าชั้นเรียนทุกคนแล้ว อาจารย์จึงพูดขึ้นว่า “ครูค้นพบนักร้องอีกคนแล้วเสียง เหมือน สายัณห์มาก ครูจะรับเข้าเป็นนักร้องประจำวงของโรงเรียน” เท่านั้นเอง วัลลพก็รู้ได้เลยว่าไม่มีใคร นอกจากตนเอง 

ตั้งแต่วันนั้น (อยู่ชั้น ม.2) เป็นต้นมา จึงได้เป็นนักร้องประจำวงของโรงเรียน จนกระทั่งเรียนอยู่ชั้นมัธ ยมศึกษาปีที่ 6 จึงเข้าประกวดชิงชนะเลิศระดับนักเรียนนักศึกษาประจำปี 2537 สาเหตุมาจากที่บ้านไม่มีเครื่องเสียง อยากจะได้เครื่องเสียงมาก เห็นว่าแค่ผ่านเข้ารอบแรกก็จะได้เครื่องเสียงสเตอริโอ มาฟังที่บ้านแล้ว แต่ในที่สุดก็ได้รับรางวัลชนะเลิศ และยังเข้าประกวดงานกาชาด จังหวัดศรีสะเกษปีใหม่ 2538 ได้รางวัลชนะเลิศ และนักร้องยอดเยี่ยมจังหวัดศรีสะเกษ จากนั้นเข้าประกวดรายการที่จัดโดย อาจารย์มนต์รัก กลิ่นบุปผาชาติ ซึ่งเป็นนักจัดรายการชื่อดังจากจัง หวัดอุบลราชธานี ได้รับราง วัลชนะเลิศเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2538 และหลายๆ ครั้งต่อมา ไม่ว่าจะประกวดเวทีไหนก็มั่นใจได้ เลย ว่าชนะเลิศแน่นอน สิ่งที่วัลลพได้เปรียบนักร้องรุ่นราวคราวเดียวกันก็คือ โดยทั่วไปวัยรุ่นมักจะฟัง เพลงสตริง และร้องสตริงได้ดีกว่าลูกทุ่ง ซึ่งตรงข้ามกับวัลลพที่ร้องลูกทุ่งมาตั้งแต่เด็ก ซึ่งหายากสำ หรับคนในวัยเดียวกัน

ในที่สุดอาจารย์มนต์รัก ก็เรียกไปคัดเพลงบันทึกเสียงร้อง ส่งให้หลายค่ายเพลงในกรุงเทพฯ นั่นคือ จุดแรกที่ทำให้วัลลพมีความฝันขึ้นมาทันที ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยคิดว่าจะเป็นนักร้องลูกทุ่งเลย เพราะคิดว่าความสามารถคงไม่ถึง และไม่รู้จะหาช่องทางไหนที่เข้าสู่วงการเพลงได้ จนปี 2541 อาจารย์ก้อง บ้องตื้น จึงเรียกมาอยู่ด้วย และฝึกให้ร้องเพลง คัดเพลงให้ร้อง ซึ่งก็มีเพลง เงินไม่พอ รอหน่อย, ปีหนึ่งวันนั้น, รู้ดีไม่มีสิทธิ์ และพี่มาทีหลัง รวมอยู่ด้วย ซึ่งก็เป็น 4 ใน 10 เพลงที่อยู่ในอัล บั้มชุด เงินไม่พอรอหน่อย ของ มนต์รัก มนต์เสน่ห์ นั่นเอง 


ในระหว่างอยู่กับอาจารย์ก้อง วัลลพ ก็ถือสุภาษิตที่ว่า “อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย” ว่างจากการซ้อม เพลงก็จะกวาดบ้าน ถูบ้าน ล้างจาน ล้างห้องน้ำ ทำกับข้าว ล้างรถ เลี้ยงสุนัข เป็นกิจวัตรประจำวัน ตัด แต่งกิ่งไม้ เมื่อเวลาผ่านไป 1 ปี ไม่มีทีท่าว่าจะได้อัดเสียง อาจารย์บอกว่า “ให้ไปเรียนหนังสือให้จบ ปริญญาตรีนะ เพราะอาชีพนักร้องเป็นอาชีพที่ไม่แน่นอน” วัลลพจึงหยุดร้องเพลง และมาหา งานทำ เพื่อเป็นค่าเทอมจนจบปริญญาตรี เอกนิเทศศาสตร์ จากสถาบันราชภัฏจันทรเกษม เมื่อปี 2544 

ประจวบเหมาะกับพี่วิรัช เปิดร้านข้าวต้มกิจการกำลังไปได้ดี จึงพาตระเวนหาค่ายเพลงสังกัดแต่ก็ไม่มี ใครรับ ระหว่างนั้นยังได้มีโอกาสนัดทานข้าวกับคุณ พลอยดี สีฟ้า ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง คุยกันอยู่ 3 วันจึงรู้ถึงค่าใช้จ่ายในการการทำ มาส เตอร์เพลง จึงกลับบ้านมาปรึกษากัน และวางแผนเพื่อ หาเงิน ทำเพลง โดยวิรัชจะเป็นตัวตั้งตัวตีให้เพราะคิดว่า ถ้าพวกเราไม่ทำกันเองคงไม่มีใครเขาจะมาทำให้เรา หรอก และนักร้องก็จะยิ่งอายุมากขึ้นทุกวัน เรื่องเงียบไป 2-3 ปี วิรัชนึกขึ้นได้ว่าจะต้องทำเพลงจึงรื้อ ฟื้นกันอีกครั้ง โดยเริ่มดำเนินการเมื่อปี 2547 ตั้งแต่การคัดเพลง ซ้อมเพลง และทำดนตรีในเดือน มิถุนายน 2547 และบันทึกเสียงร้องเสร็จในเดือนกันยายน 2547 โดยวิรัชได้ตั้งชื่อให้นักร้องว่า " มนต์รัก มนต์เสน่ห์ " เพื่อเป็นเกียรติแด่ อาจารย์มนต์รัก กลิ่นบุปผาชาติ ที่เป็นผู้ชักนำเข้าสู่วงการเป็นคนแรก หลังจากนั้นได้นำแผ่นแจกจ่ายตามสถานีวิทยุชุมชนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลก่อน จนได้พบกับ อาจารย์ชัยชนะ วาทะกร ซึ่งจัดรายการอยู่ที่คลื่น FM.91.25 MHz คลองหลวง

อาจารย์รู้จักกับนักจัดรายการมากมายทั้งภาคตะวันออก อีสาน และจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ จึงให้อาจารย์เป็นผู้นำพาไปแจกแผ่น แต่เมื่อทำไปสักพักจึงรู้ว่าค่าใช้จ่ายมันช่างมากมายเกินกว่าจะ รับไหว วิรัชจึงว่าการที่จะให้เพลงเราได้โปรโมทนั้นต้องอาศัยค่ายเพลงแล้วล่ะ ดังนั้นจึงนำผลงานเข้าสู่สังกัด เอส. เอ็น. อาร์ต โปรโมชั่น ในที่สุด

ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.snartpromotion.com




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
จอมโจรเทวะ วันที่ : 15/10/2011 เวลา : 16.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kpkk

หล่อซะด้วย....

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน