• คันทรี่แมน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-07-06
  • จำนวนเรื่อง : 151
  • จำนวนผู้ชม : 906320
  • จำนวนผู้โหวต : 296
  • ส่ง msg :
  • โหวต 296 คน

<< ตุลาคม 2011 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]



Warning: Smarty::include() [function.Smarty-include]: Unable to allocate memory for pool. in /content/oknation/blog/include/libs/Smarty.class.php on line 1265
วันอาทิตย์ ที่ 23 ตุลาคม 2554
Posted by คันทรี่แมน , ผู้อ่าน : 9997 , 02:14:12 น.  
หมวด : ดารา/นักร้อง/คนดัง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เดวิด อินธี นักร้องหนุ่มลูกครึ่งไทย-อเมริกัน “ หน้าฝรั่ง หัวใจไทย ”  คนนี้  ในวงการเพลงลูกทุ่งเพื่อชีวิต นับว่าจัดอยู่ในอันดับต้นๆ เลยก็ว่าได้ ด้วยบุคลิกที่เรียบง่าย สบาย ๆ แต่แฝงความขี้เล่น สนุกสนาน และเป็นกันเอง ประกอบกับกระแสเพลงฮิตที่หลาย ๆ คนร้องตามกันได้ อย่างเพลง ตั้งใจมาหลอก ผลงานในอัลบั้มชุดแรก "ฝรั่งบนหลังควาย" ซึ่งถือเป็นการแจ้งเกิดในวงการได้อย่างเต็มตัว ตามมาด้วยเพลง"ฝากแฟนผมด้วย" ในอัลบั้มชุดที่ 2 "มือใหม่หัดรัก" รวมทั้งเพลงฮิตจากอัลบั้มอีกหลายชุดต่อมา



"เดวิด อินธี"  มีชื่อจริงว่า เดวิด จิรกิจภักดีกุล เป็นชาวนครพนม โดยเป็นบุตร โรนัลด์ อี. ยัง อดีตทหารจีไอสหรัฐ อเมริกาที่มาตั้งฐานทัพในเมือง ไทย ในช่วงสงครามเวียดนามในปี 2517 แล้วเกิดมาพบรักกับ นางสมดี อินธี แม่ของนักร้องหนุ่ม ซึ่งในขณะนั้นทำงานเป็นแม่บ้านในแคมป์ทหารอเมริกัน สุดท้ายจึงตัดสินใจแต่งงานอยู่กินกันจนให้กำเนิดนักร้องหนุ่มในภายหลัง

ต่อมาตอน เดวิด อินธี อายุได้ประมาณ 4 ขวบ ทางสหรัฐมีคำสั่งให้ทหารกลับไปประจำการที่ตั้งเดิม ทำให้ โรนัลด์ อี ยัง ต้องเดินทางกลับประเทศ โดยพยายามชักชวนนางสมดีกับเดวิดไปสหรัฐด้วย แต่นางสมดีตอบปฏิเสธเพราะไม่อยากทิ้งลูกสาวอีก 2 คนที่เกิดกับสามีเก่าไว้ตามลำพัง จึงทำให้เดวิด อินธีกับพ่อต้องจากกันนับแต่บัดนั้น

หลังจากที่ นายโรนัลด์ อี ยัง บินกลับไปอเมริกาในระยะแรกๆ ก็ยังเขียนจดหมายติดต่อกลับมาหาเดวิดเป็นระยะๆ กระทั่งช่วงหลังนายโรนัลด์ ได้เขียนจดหมายมาบอกเดวิดว่ามีครอบครัวใหม่แล้ว ซึ่งหลังจากนั้นเดวิดก็แทบไม่ได้ยินข่าวของนายโรนัลด์อีกเลย

เดวิด เล่าถึงชีวิตตนเองว่า "ผมเป็นคนนครพนม เป็นลูกครึ่งอเมริกัน-ไทย คุณพ่อเป็นคนอเมริกัน คุณแม่เป็นคนไทย สำ หรับคุณพ่อไม่เจอกันมาประมาณ 10 กว่าปีแล้ว ส่วนคุณแม่ก็อยู่ที่บ้านที่นครพนม ตอนนี้พ่อกับแม่ผมแยกทางกันแล้ว"

"ผมมีพี่น้อง 5 คน ผมเป็นน้องคนสุดท้อง ชีวิตวัยเด็กผมเหมือนเด็กชาวบ้านทั่วไป คลุกดินเล่นโคลนตามท้องไร่ท้องนา ไปช่วยกันทำไร่ไถนา ดำนาเกี่ยวข้าว ขี่ควาย ฐานะทางบ้านไม่ใช่ครอบครัวมีเงิน ทุกคนต้องช่วยทำงาน ต้องดูแลตัวเอง พี่สาวแต่ละคนก็ทำงานแต่เด็ก แต่ว่าผมโชคดีที่มาได้ทุนจากองค์การเพิร์ลเอสบัค ช่วยเหลือเด็กลูกครึ่งอเมริกันในเรื่องการเล่าเรียน"

"ที่ผมหน้าฝรั่งแบบนี้เป็นเรื่องประจำที่โดนล้อบ่อยๆ ตอนเด็กๆ โกรธมาก เค้าชอบมาล้อว่าฝรั่งจมูกโต ตาน้ำข้าว เราก็น้อยใจและไม่เข้าใจว่าทำไมเราเกิดมาไม่เหมือนคนอื่นเค้า เลยทะเลาะกับคนรอบข้างบ่อย"

"ผมอยู่นครพนมจนถึงจบม.3 ก็มาทำงานที่กรุงเทพฯ เพราะเป็นช่วงที่ค่อนข้างเกเรนิดนึง คือเราไม่ชอบเรียน และเริ่มติดเพื่อน พอเห็นคนอื่นเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ ก็อยากมาบ้าง งานที่ได้ทำคือเป็นช่างไฟฟ้าตามอาคาร ทำอยู่ 1-2 เดือนก็รู้สึกว่าเหนื่อย ชักไม่สนุกอย่างที่คิดแล้ว ก็กลับไปเตร็ดเตร่อยู่ที่นครพนมพักนึง แล้วก็ไปเรียนดนตรีเพิ่มเติม ก็ไม่ได้ว่าอยากเป็นนักดนตรีอะไรหรอก แต่พอดีว่าไปจีบสาว แล้วสาวๆ เค้าเล่นกีตาร์ ส่วนเราเป็นนักร้องก็รู้สึกเจ็บใจ ก็เลยไปหัดเล่นบ้าง จบกีตาร์ก็เรียนกลองต่อ ผมเองไม่ได้อยากเป็นนักร้อง แค่อยากเป็นนักดนตรีตามผับ ตอนนั้นผมก็ได้เล่นดนตรีตามงานและร้านต่างๆ ใช้ชีวิตแบบนั้นอยู่ปีสองปีก็กลับไปเรียนต่อม.ปลาย พอจบก็เข้ากรุงเทพฯ อีกที มาทำงานเป็นเซลส์แมนขายลูกอม ขายเครื่องใช้ไฟฟ้า เหนื่อยสุดๆ"

"ตอนนั้นเรียนอยู่มหาวิทยาลัย เรียนได้สักพักก็อยากไปอยู่พัทยา เพราะเพื่อนอยู่ที่นั่นเยอะ และญาติเราก็เปิดร้านอาหารด้วย ไปช่วยเค้าเสิร์ฟบ้าง ดูแลร้านบ้าง แล้วก็เริ่มหัดร้องเพลง ตอนนั้นเริ่มทำวงดนตรีขึ้นมาชื่อ "ไวท์ แคท" เล่นอยู่สองปี พอวงแตก ก็ทำวงขึ้นมาใหม่อีกไปเล่นตามผับตามเธค แล้วช่วงหนึ่งผมเคยไปทำงานที่ฮ่องกงด้วย เห็นเพื่อนไปร้องเพลงที่ฮ่องกง รายได้ดีก็เลยอยากไปบ้าง แต่ไม่ค่อยถูกต้องนัก คือผมไปเที่ยวสามารถอยู่ได้ 1 เดือนก็แอบรับจ็อบพิเศษร้องเพลง มาช่วงหลังๆ ก็เริ่มเปิดแผ่น พอมีรายได้ที่เป็นเงินเก็บมาใช้ในช่วงที่มาบันทึกเสียงทำมาสเตอร์กับพี่วิสาท โมรา (โปรดิวเซอร์)"

"ในสมองช่วงนั้นเคยแว่บๆ ว่าอยากเป็นศิลปินกับเค้าบ้าง แต่ผมเป็นคนที่ค่อนข้างจะกลัว เคยเขียนประวัติตัวเองเตรียมส่งไปค่ายเทปต่างๆ แต่ก็ทิ้งไป พอดีช่วงนั้นได้รู้จักกับพี่วิสาท ก็ทำมาสเตอร์เพลงด้วยกันเพื่อเตรียมไปเสนอค่ายๆ ต่าง แล้วพี่วิสาทเค้าเป็นโปรดิวเซอร์อยู่ที่ค่ายรถไฟดนตรีอยู่แล้ว เค้าก็ลองเอาไปเสนอหลายครั้ง ผมตามพี่เค้าอยู่ 3-4 เดือน ไปนั่งรอพี่เค้าประชุมที่หน้าออฟฟิศ ตอนนั้นก็ท้อ แต่มันก้าวมาครึ่งตัวแล้ว เอกสารทุกอย่างที่เตรียมไว้สำหรับเซ็นสัญญามันเละไปหมดแล้ว พอเดือนที่ 4 เค้าก็เรียกเข้าไปคุยและเซ็นสัญญา ผมดีใจมาก อัลบั้มแรกชื่อ "ฝรั่งบนหลังควาย" เพลงดังคือ "ตั้งใจมาหลอก" ซึ่งได้รับความนิยมมาก ผมไม่คิดเลยว่ามันจะได้รับการตอบรับที่ดีขนาดนี้"



"ด้วยความที่เป็นลูกครึ่งแล้วมาร้องลูกทุ่ง น่าจะมีส่วนที่ทำให้เรามีชื่อเสียงเร็ว คำว่า "ฝรั่งบนหลังควาย" ที่เป็นอัลบั้มแรกก็เป็นอะไรที่มาจากตัวเราอยู่แล้ว ผมเป็นเด็กบ้านนอก โตมากับท้องไร่ท้องนา วันนึงมีโอกาสเรามาอยู่ตรงนี้ก็อยากให้คนรู้ว่าเรามาจากตรงนั้นจริงๆ พอคนมองว่าฝรั่งมาร้องเพลงก็น่าสนใจ อย่างแรกคือคนเค้าจะสงสัยว่าเราจะร้องชัดมั้ย ซึ่งเราร้องสำเนียงไทยชัดเลย อีกอย่างแนวเพลงของผมเป็นลูกทุ่งเพื่อชีวิตก็คงเป็นอีกความแปลก"

"งานเพลงของผมค่อนข้างได้รับการตอบรับที่ดีทุกชุด ทำให้ต้องมีมาตรฐานในการทำงาน เพลงที่ได้มาผมต้องมาคัดสรร บางเพลงต้องช่วยกันเขียน ไม่ใช่ว่าคนเดียวเขียน บางเพลงที่ผู้ใหญ่หามาให้ ก็มาถามผมก่อนว่าเพลงนี้ดีมั้ย ชอบมั้ย ร้องได้มั้ย ถ้าเกิดมันไม่ใช่ตัวเราจริงๆ ผมก็ไม่เอา ผมยอมรับว่าผมกดดันนะ เพราะที่ผ่านมาเรามีเพลงติดชาร์ตหลายเพลง ก็เป็นข้อเปรียบเทียบว่าถ้างานชุดหน้ามันไม่ดี มันจะแย่มั้ย แต่ผมมองมุมที่ว่าคนเราทำงานจะให้ดีและดังทุกเพลงคงเป็นไปไม่ได้ เราควรทำเพลงให้คนฟังได้ทุกเพลงดีกว่า"

"ตอนนั้นเพลง "ฝากแฟนผมด้วย" เป็นที่รู้จัก คือผมไม่มองว่าเพลงดังแล้วสุดยอดนะ แต่เรารู้สึกว่าจากชุดแรกคนรู้จักเราและเพลง "ตั้งใจมาหลอก" เยอะมาก ก็กลัวว่าชุดที่ 2 จะไม่เป็นอย่างนี้ แต่ปรากฏว่าเพลง "ฝากแฟนผมด้วย" ได้รับการตอบรับที่ดี เลยรู้สึกว่าเราสามารถรักษาระดับงานเพลงตัวเองได้"

แต่ถึงจะดังแค่ไหนก็ยังยืนว่าไม่เปลี่ยนไป "สำหรับผมคิดว่าตัวเองไม่เป็นนะ เพราะคนใกล้ชิดที่รู้จักกันมาเค้าก็ชื่นชมผมในจุดนี้ คนที่มองว่าผมเปลี่ยนไปเค้าคงไม่ได้เข้ามารู้จักตัวตนของผมจริงๆ ซึ่งตอนแรกที่โดนมองแบบนี้เราก็เสียใจเหมือนกัน เพราะรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เป็น แต่ตอนหลังก็ไม่รู้สึกอะไรคือเราไม่ได้เป็นแบบนั้น" นักร้องหนุ่มกล่าวยืนยัน

เป็นนักร้องดังแถมยังหน้าตาดี เลยเป็นจุดที่ทำให้มีผู้หญิงเข้ามา จนถูกมองว่าใช้ความหน้าตาดีมาหลอกสาวๆ "เดวิด อินธี" รีบแก้ต่างว่า "ผมว่าคงไม่ใช่การหลอกกัน แต่ด้วยความที่เราเป็นคนอัธยาศัยดี เข้าได้กับทุกคน มันก็ถูกมองว่าเราเป็นคนเจ้าชู้ไป ถามว่าผมเจ้าชู้มั้ย ก็มีบ้าง คือผู้ชายมันมีอยู่แล้ว แต่ผมไม่ได้ไปเกินเลยกับใคร ด้วยความที่ผมเป็นคนที่ชอบแกล้งคนมาก ยิ่งสนิทก็ยิ่งแกล้ง ก็คิดว่าเราไปชอบเค้าจริงๆ ซึ่งจริงๆ เราอาจจะคิดกับแค่เป็นพี่เป็นน้อง แบบนี้เค้าก็เลยคิดว่าผมไปหลอกเค้ามากกว่า

"ตอนนี้ผมก็มีคนที่คุยและคบอยู่ รู้จักกันมาเกือบ 2 ปีแล้ว ก็เป็นคนน่ารัก เก่ง มีสมอง ขยัน ดูแลตัวเองได้ดี เอาตัวรอดได้ เรื่องบางเรื่องเค้าทำเองได้โดยที่ไม่ต้องพึ่งผม แถมบางครั้งเราต้องไปพึ่งเค้าในเรื่องขอคำปรึกษาด้วยซ้ำ ผมจะบอกเสมอว่าผมไม่ได้ชอบผู้หญิงที่หน้าตาสวย ขอแค่ดูได้ ดูแลตัวเองดี ที่สำคัญต้องขยัน เก่ง แค่นี้ก็โอเคแล้ว ส่วนเรื่องอนาคตก็ต้องดูกันไปเรื่อยๆ ตอนนี้ขอทำงานเพลงให้ดีก่อน"  



สำหรับเรื่องการตามหาพ่อนั้น  ท้ายที่สุดในปี 2550 เขาก็ตามหาจนพบหลังพยายามมานานหลายเดือน แต่ปรากฏว่าพ่อของเขาได้สิ้นใจตายไปเมื่อปี 2547 ที่ผ่านมา ขณะพักอาศัยอยู่ในประเทศสหรัฐ อเมริกา

โดยเมื่อต้นเดือนตุลาคม 2550  เดวิด อินธี เดินทางเข้าพบสื่อมวลชนให้ช่วยเป็นสื่อกลางในการตามหาพ่อที่พักอาศัยอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา เพราะอยากให้พ่อรู้ว่าลูกชายคนนี้ประสบความสำเร็จในชีวิตได้เป็นนักร้องสมใจ อีกทั้งยังมีโครงการจะบวช จึงอยากส่งข่าวให้พ่อบินกลับมาอุ้มผ้าไตร ทำให้ข่าวการตามหาพ่อนักร้องหนุ่มแพร่สะพัดออกไปทั่ว

ในตอนแรกเดวิดคิดจะไปที่จัสแม็กซ์ หรือหน่วยเก็บข้อมูลทหารต่างชาติที่มาประจำในประเทศในอดีต แต่ก็มืดแปดด้านไม่รู้จะไปเริ่มต้นที่ไหน

แต่ยังไม่ทันไรข่าวจากเมืองไทยก็ดังข้ามทวีปไปถึงสหรัฐอเมริกาจนได้ หลังจากที่มีข่าว ไม่ถึงเดือน ก็มีคนโทร.ทางไกลข้ามทวีปมาบอกข่าวดีและข่าวร้ายแก่ "เดวิด อินธี" ซึ่งข่าวดีคือ รู้ที่อยู่ของนายโรนัลด์ อี ยัง แล้วส่วนข่าวร้าย ก็คือนายโรนัลด์ อี ยัง ได้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งตั้งแต่ปี 2004 หรือพ.ศ.2547 ที่ผ่าน มา ทำให้ "เดวิด อินธี" ยิ้มได้ไม่นานก็ต้องเศร้ากับข่าวการจากไปของพ่อที่ ตนเองไม่มีโอกาสแม้กระทั่งการไปกราบเคารพศพ

เดวิดทราบข่าวการจากไปของพ่อจาก นายเติมบุญ ชัยพานิช ซึ่งเป็นคนไทยที่ไปอยู่ที่อเมริกากว่า 20 ปี บอกว่าสามารถติดต่อกับครอบครัวของพ่อได้แล้ว ตอนนี้ครอบครัวของพ่ออยู่ที่เมืองสลิปเปอรี่ ร็อก รัฐเพนซิลเวเนีย โดยมีภรรยาใหม่ชื่อ "คริสทีน" มีลูกด้วยกัน 2 คน คนโตเป็นผู้หญิงชื่อ เอมี่ ยัง อายุ 28 ปี และมีน้องชายชื่อ อีริก ยัง อายุ 15 ปี ซึ่งขณะนี้พ่อได้เสียชีวิตแล้วจากอาการป่วย ด้วยโรคมะเร็ง

โดยนายเติมบุญยังเล่าย้อนเหตุการณ์ให้ฟังด้วยว่า เมื่อปี ค.ศ. 1995 พ่อลาออกจากทหารอากาศ และไปปักหลักอยู่ที่เมืองนี้ โดยไปทำงานที่โรงงานเหล็ก อีก 1 ปี ต่อมาหมอตรวจพบพ่อเป็นมะเร็งผิวหนังที่ หลังจึงทำการผ่าตัด จากนั้นปี ค.ศ. 2003 ตรวจพบมะเร็งที่จมูกอีก และมะเร็งลามไปที่กระดูกและปอด กระทั่งวันที่ 9 ก.พ.2004 พ่อเสียชีวิตที่ โรงพยาบาล ขณะนี้ศพฝังไว้ที่สุสานเมืองสลิปเปอรี่ ร็อก

ดังนั้นการตามหาพ่อจึงยุติลงเพียงเท่านี้ "เมื่อผมได้ยินข่าวตอนแรกรู้สึกดีใจมาก เพราะคิดว่าจะมีโอกาสเจอพ่อ แต่พอรู้ว่าแกเสียชีวิตแล้ว ความรู้สึกดีใจก็หายไป เป็นเศร้าใจแทน แต่ทางคุณเติมบุญยังบอกอีกว่า ทางครอบครัวของพ่อที่อยู่ที่อเมริกา เมื่อรู้ว่าที่เมืองไทยพ่อมีลูกชายเป็นคนไทย เขาถึงกับตะลึง ทั้งตื่นเต้นและดีใจมาก โดยเฉพาะน้องๆ ของผม เขาดีใจที่มีพี่ชาย และยังฝากบอกมาว่า ถ้ามีอะไรที่จะให้ช่วย พวกเขาพร้อมจะให้ความช่วยเหลือ ผมฝากขอบคุณไป ซึ่งหากว่าตอนนี้พ่อผมยังมีชีวิตอยู่ก็จะมีอายุประมาณ 53 ปี ส่วนแม่ผมอายุ 63 ปีแล้ว แก่กว่าพ่อ 10 ปี

แม้ว่าพ่อจะเสียชีวิตไปแล้วก็ตาม แต่ยังมีน้องๆ ของผมอยู่ ผมคิดว่าจะหาโอกาสไปเจอกับเขาที่อเมริกา ผมต้องการจะไปกราบหลุมศพของพ่อด้วย

ล่าสุด   หลังจากหมดสัญญา 8 ปีกับค่ายรถไฟดนตรี เดวิด อินธี เข้ามาเป็นศิลปินน้องใหม่ค่ายแกรมมี่ โกล์ด และกำลังโด่งดังจากอัลบั้ม “แก๊งปากซอย” นับเป็นปรากฎการณ์ การรวมตัวกันของ 8 สุดยอดนักร้องลูกทุ่งเพื่อชีวิตของแกรมมี่ โกล์ด ซึ่ง เดวิด อินธี ก็เป็นหนึ่งในนั้น ร่วมกันถ่ายทอดบทเพลงที่เป็นตัวของตัวเองออกมาเป็นอัลบั้ม “แก๊งปากซอย”  โดยมีเพลง ขอทวงแฟนผมคืน ที่เดวิด อินธีร้องเดี่ยว และยังมีเพลง อย่าเสี่ยงกับคนเหงา ที่เดวิด ร้องดูโอกับนักร้องรุ่นพี่ แสน นากา ซึ่งกำลังเป็นเพลงฮิตติดหูอยู่ในขณะนี้ รวมทั้งเพลง อยากโดนเต็มหัวใจ ที่ขับร้องหมู่ร่วมกับเพื่อน ๆ ร่วมแก๊งปากซอย อีก 7 คน คือพี สะเดิด, กล้วย แสตมป์,แช่ม แช่มรัมย์, โกไข่, นายสน, แสน นากา, และดอน ปาละกุล โดยมี ยีนส์ ศิลาแลง อาจสาลี เป็นโปรดิวเซอร์อัลบั้ม

ในขณะนี้ เดวิดกำลังเตรียมตัวทำอัลบั้มเดี่ยว ซึ่งแนวเพลงก็ยังคงความเป็นตัวตนของเดวิดอยู่ แต่เนื้อหาของเพลงคงมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากยิ่งขึ้น มีภาษาที่สวยงามและฟังง่ายขึ้น ที่สำคัญเขามีโอกาสที่จะได้ร่วมงานกับครูเพลงที่เขาชื่นชอบ รวมทั้ง โปรดิวเซอร์เก่งๆ อย่าง ครูสลา คุณวุฒิ, อ.พยัต ภูวิชัย, อ.บอย ธีระพงษ์, อ.ยีนส์ ศิลาแลง และเดวิดบอกว่า ที่ดีใจสุดๆ คือได้กลับมาร่วมงานกับ อ.วสุ ห้าวหาญ ที่เคยแต่งเพลงแจ้งเกิดให้เขาในเพลง “ฝากแฟนผมด้วย”

ผลงาน
ฝรั่งบนหลังควาย (2548)
มือใหม่หัดรัก (2549)
อัลบั้มพิเศษ "แด่คุณครูด้วยหัวใจ"
เสือปืนไว (2550)
ผู้ชายรักจริง
อัลบั้มพิเศษ ยกหัวใจให้เธอคนเดียว
แก๊งปากซอย (2554)
ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ข่าวสด , สยามดารา และอื่นๆ




เรื่องที่มีผู้อ่านสูงสุด จาก NationTV



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน