• คันทรี่แมน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-07-06
  • จำนวนเรื่อง : 151
  • จำนวนผู้ชม : 906673
  • จำนวนผู้โหวต : 296
  • ส่ง msg :
  • โหวต 296 คน

<< ตุลาคม 2011 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 23 ตุลาคม 2554
Posted by คันทรี่แมน , ผู้อ่าน : 7907 , 17:04:00 น.  
หมวด : ดารา/นักร้อง/คนดัง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

บุญตา เมืองใหม่ นักร้องลูกทุ่งสาวเสียงดี ที่ได้ฝากผลงานไว้แล้วหลายชุดในสังกัดค่ายเพลงชัวร์ ออดิโอ ตั้งแต่อัลบั๊มชัวร์ชะชะช่า 1-6, จดหมายรักจากชัวร์ อัลบั้มดูโอ และอัลบั๊มเดี๋ยวอัลบั๊มแรกอย่าง “จำไว้นะ “ ที่ทำให้เธอเป็นที่รู้จักในหมู่แฟนเพลงลูกทุ่ง แต่เพิ่งมาดังเปรี๊ยงปร๊างในอัลบั๊มที่ 2 ชุด “คนดีที่อ้ายบ่ฮัก” ในเพลง คนดีที่อ้ายบ่ฮัก จากการเขียนของ อ.สมชาย ตรุพิมาย



บุญตา เมืองใหม่ มีชื่อจริงว่า จำปี ขนทรัพย์  มีชื่อเล่นว่ากิ๊ก เกิดเมื่อ 11 ก.พ. ภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่ 87/1 ม.2 บ.นาหว้า ต.นาเสิน อ.ศรีเมืองใหม่ จ.อุบลราชธานี  บิดาชื่อนายสมบูรณ์ มารดาชื่อนางพันธุ์ ขนทรัพย์ มีพี่น้อง  7 คน เป็นคนสุดท้อง จบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  

"ครอบครัวกิ๊ก เป็นคนจังหวัดอุบลฯ หรือที่เรียกกันว่าชาวอีสาน มีพ่อแม่และพี่น้องทั้งหมด 7 คนด้วยกัน กิ๊กเป็นน้องคนสุดท้อง ความเป็นอยู่ของที่บ้านจะไม่รู้จักการซื้อของที่นอกเหนือจากของใช้จำเป็น เพราะเราก็ไม่ได้มีเงินทองมาก ใช้ชีวิตตามประสาคนบ้านนอกทั่วไป หาของกินจากของพื้นบ้าน จึงไม่ต้องใช้เงินมากนัก จนเราไม่คิดฝันว่าอยากได้โน่นได้นี่ อยากเป็นโน่นเป็นนี่ และถึงอยากจะได้ ก็ไม่สามารถที่จะได้อยู่ดี แม้กระทั่งเรื่องเรียนเราก็อยากที่จะเรียนต่อให้สูงๆ แต่ก็ไม่ได้เรียนเพราะที่บ้านไม่มีเงิน"

บุญตา เล่าถึงการเข้ามาเป็นนักร้องของเธอในวันนี้ว่า เมื่อเรียนจบป.6 ด้วยความเชื่อของแม่ที่ว่าเรายังไม่มีเงินเรียน หากเราทำงาน พอมีเงินแล้วจะกลับมาเรียนเมื่อไหร่ก็ได้ จากที่เธอใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติมานาน ไม่มีเงินก็อยู่ได้หากขยันทำมาหากิน เธอจึงไม่มีความทะเยอทะยานอยากจะเรียนสูง ๆ เป็นใหญ่เป็นโต และความคิดแบบเด็ก ๆ ที่ว่าเป็นลูกนกเมื่อโตแล้วก็ต้องบินออกไปหากินในต่างถิ่น เธอจึงยอมจากบ้านมา

“ตอนนั้นเพิ่งเรียนจบ ป. 6 พี่สาวที่เป็นหางเครื่องอยู่วงดนตรี เฉลิมพล มาลาคำ ก็มาชวนบุญตา และก็พี่สาวอีกคนไปเป็นหางเครื่องด้วยกัน ตอนแรกเรายังไม่อยากไป อยากเรียน แต่แม่บอกให้มาทำงานดีกว่า เพราะเรียนจบออกมาก็ไม่รู้จะทำอะไร ก็เลยตัดสินใจมาเป็นหางเครื่อง”



จากวันนั้น เธอจึงลองติดตามพี่สาวที่เป็นหางเครื่อง มาช่วยงานดูการทำงานของพี่และฝึกเต้นอยู่นาน จึงได้เป็นหางเครื่อง บุญตา เล่าถึงความเปิ่นของการมาเป็นหางเครื่องครั้งแรกว่า “มาวันแรก ก็ขึ้นไปเต้นให้กับครูหมู ซึ่งเป็นครูสอนเต้นประจำวงได้ดู แรกๆ เขาก็ให้จับดอกบัว โยกไป โยกมา ซึ่งเราทำไม่ได้ เพราะตื่นเวทีคนดูเยอะมาก ก็เป็นคนในวงดนตรีแหละ ก็โดนครูดุ จากนั้นพี่สาวก็มาช่วยสอนด้วย ทำให้การเต้นดีขึ้น วันแรกๆ ก็ยังทำไม่ได้ มานั่งดูพี่เขาอยู่ 2-3 วัน ว่าเขาเต้นอย่างไร ซ้อมอย่างไร การหมุน การโยกตัวต่างๆ จากนั้นก็ได้ขึ้นเวที แต่อยู่หลังสุดเลย ก็มั่วไป เปลี่ยนชุดก็เปลี่ยนไม่เป็นต้องให้เพื่อนช่วย หลังจากนั้นก็ฝึกมาเรื่อยๆ ประมาณครึ่งปีกว่าจะได้ เพราะเราไม่เคยเต้นเลย เคยแต่เต้นแรง เต้นกาอยู่กับบ้าน ก็ทำได้ทุกอย่าง ตรงไหนใครขาด เราก็สามารถแทนได้ทั้งหมดเลยค่ะ”
พอเต้นหางเครื่องไปได้สักพัก หัวหน้าเฉลิมพลก็ให้เล่นเป็น "นางเอก" ได้ค่าตัวคืนละร้อยห้าสิบบาท แต่หลังจากจบฤดูกาลเดินสายในปีนั้นแล้ว เธอก็ตัดสินใจขอลากลับบ้าน ด้วยรู้สึกเบื่อชีวิตที่สัญจรรอนแรมไปเรื่อยๆ อดบ้าง อิ่มบ้าง และเพราะคิดถึงบ้าน รวมเวลาที่เธออยู่กับวงประมาณ 3 ปี

เธอกลับมาทำนาทำไร่อยู่บ้านเกิดเพียงปีเดียว แต่ด้วยสังคมบ้านนอกช่วงนั้นเปลี่ยนไปจากพิษเศรษฐกิจ ครอบครัวเกิดปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย จึงตัดสินใจลาบ้านไปขายผ้ากับญาติที่อุดรธานี ซึ่งสภาพการทำงานตอนนั้นที่จริงก็คือ "คนใช้ที่เขาให้ช่วยขายผ้า" และนี่เป็นจุดเปลี่ยนชีวิตครั้งสำคัญในชีวิตเธอ



เพราะความลำบากของงานและรายได้ที่แทบจะไม่พอกิน ทำให้กิ๊กนึกถึงอาชีพหางเครื่องที่เคยทำ จึงปรึกษากับพี่สาว เขาจึงแนะนำมาให้สมัครเป็นหางเครื่องที่วงมนต์สิทธ์ คำสร้อย ที่ตอนนั้นเพลงขายควายช่วยแม่กำลังดัง แต่เธอต้องมาเริ่มต้นใหม่ด้วยการช่วยหอบเก็บเสื้อผ้าให้หางเครื่อง และหัดเต้นอยู่นาน จึงได้ขึ้นเวทีเต้นอีกครั้ง กิ๊กเปิดใจยอมรับว่า "ช่วงนั้นชีวิตก็ไม่หวังอะไรมากนอกจากทำงานตัวเองให้ดีที่สุด บ่อยครั้งที่ชอบฟังเพลงและร้องเพลงเมื่อว่าง “ เธอทำเช่นนี้ประมาณ 1 ปี

“ มาวันหนึ่ง นักร้องขาด ผู้จัดการวงเขาก็มาถามว่า “หนูร้องเพลงได้ไหม” เราก็บอกว่าได้ ก็เลยร้องให้เขาฟัง จากวันนั้นกิ๊กจึงได้ฝึกการร้องเพลงอย่างจริงจัง จนได้เป็นนักร้องในวง ก็ร้องอยู่ในวงนั่นแหละ  “

“ พี่มนต์สิทธิ์ ก็มาคุยว่าอยากเป็นนักร้องไหม เราก็บอกว่า “อยากแต่จะเป็นได้เหรอ เพราะไม่สวย” เขาก็บอกว่าได้ เหมือนกับว่าพี่เขาพูดปูทาง หลังจากนั้นก็ได้มาคุยกับพี่เปิ้ล วิวัฒน์ ไทยวัฒนานนท์ เจ้าของบริษัท ชัวร์ ออดิโอที่เห็นแววว่าจะปั้นเป็นนักร้องได้ จึงชวนมาเซ็นสัญญาเป็นนักร้องในสังกัด ซึ่งตนเองก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ไม่อ่านสัญญาเลยสักบรรทัด คิดเพียงว่านี่คงเป็นบันไดชีวิตอีกขั้นที่เราต้องก้าวขึ้นไป แต่ปี 2540 เจอพิษเศรษฐกิจฟองสบู่แตก มนต์สิทธิ์ต้องปิดวงชั่วคราว บุญตาจึงต้องไปใช้ชีวิตเป็นนักร้องคาเฟ่อยู่ช่วงสั้นๆ แล้วก็กลับไปพักหัวใจที่บ้านเกิด

หลังจากที่รออีกเกือบ 2 ปี แทบจะหมดหวังแล้ว ผู้ใหญ่ในค่าย ชัวร์ออดิโอ ก็เรียกให้กลับมาเทสต์เสียงอีกหลายครั้งแต่เธอก็ไม่ผ่านอยู่ดี แต่หนนี้นายห้างชัวร์ ให้เธอเข้ามาอยู่ในบริษัทเหมือนนักร้องรุ่นพี่ เพื่อฝึกฝนการร้องเพลงอย่างจริงจัง จนกว่าจะผ่าน และได้เซ็นสัญญาใหม่อีกครั้ง และได้ร้องเพลงในชุด ชัวร์ ชะชะช่า ชุดที่ 1-6 และชุดอื่นๆ ร่วมกับมนต์สิทธิ์ คำสร้อย, ฝน ธนสุนทร, ดำรง วงษ์ทอง, เกษม คมสันต์ และสำราญ บุญลาภ  โดยฝน ธนสุนทร เป็นพี่เลี้ยง สอนในการร้อง นอกจากนั้นเธอก็ยังร้องแบบดูโอร่วมกับอั้ม นันทิยา ในชื่อวงกาละแม ซึ่งทุกชุดก็จะเป็นการร้องหมู่หลายๆ คน ก็ยังถือว่าไม่เต็มตัวเท่าไรนักกับการเป็นนักร้อง เธอจึงยังไม่เป็นที่รู้จักของแฟนเพลงมากนัก จนในที่สุดก็ได้มาทำอัลบั้มของตัวเอง ชื่อชุด “จำไว้นะ” เป็นอัลบั้มที่ใช้เวลาทำนานมาก ประมาณ 2 ปี  จนวันที่กิ๊กภูมิใจที่สุดก็คือการได้กลับมาบ้านเกิด พร้อมกับการถ่ายทำ MV เพลงเปิดตัวอัลบั้มเดี่ยวครั้งแรก โดยมีพ่อแม่พี่น้องในหมู่บ้านมาร่วมให้กำลังใจ

กว่าที่จะมีวันนี้ได้เธอยอมรับว่า “ เหนื่อยหนักยากมากจนท้อใจ และยอมรับว่าที่เป็นนักร้องได้ทุกวันนี้ไม่ใช่พรสวรรค์ แต่เป็นพรแสวงที่เราต้องฝึกฝนอย่างหนัก เธอไม่คิดท้อกับการยังไม่มีอัลบั้มเดี่ยว เพราะเราสู้มาได้ขนาดนี้แล้ว จะรอและสู้อีกนิดคงไม่เสียหายอะไร เพราะอย่างน้อยตอนนี้ก็ทำให้ความเป็นอยู่ของที่บ้านดีขึ้น"



“ตัวกิ๊กเองไม่เคยวาดฝันมาก่อนเลยว่าจะเป็นนักร้อง แม้จะคลุกคลีอยู่ในวงดนตรี แต่เมื่อวันหนึ่งทางชัวร์ฯยื่นโอกาสมาให้ ตอนนั้นคิดว่าอย่างน้อยก็ขอเพียงได้ลองทำดู จนมาถึงวันนี้ก็ได้มีอัลบั้มเป็นของตัวเอง กิ๊กว่าคนเราอย่าไปคิดว่าจะต้องได้ทุกอย่างตามที่คิดไว้ เพราะนั่นคือการตีกรอบให้ตัวเองและถ้าไม่ได้ก็จะรู้สึกแย่ จริงอยู่ว่าคนเราควรคิดฝันไว้ แต่ควรจะให้ความฝันนั้นเป็นเป้าหมายชีวิตให้เราเดินดีกว่าเป็นการคาดหวัง และหากต้องพลาดจากสิ่งที่คิดหรือฝันไว้ ก็ให้มองในสิ่งที่เราได้ลงมือทำไปนั้น อย่างน้อยๆ เราก็ได้อะไรกลับมาแล้ว เท่านี้เราก็จะสบายใจ อาจเป็นเพราะกิ๊กเองตั้งแต่เล็กจนโตมา มักไม่ค่อยจะสมหวังในสิ่งที่ตั้งใจ หรือได้อะไรมาง่ายๆ ด้วยความเป็นอยู่ของครอบครัว ทำให้เรามีความคิดแบบนี้เป็นกำลังใจให้ตัวเอง ก็ไม่สงวนลิขสิทธิ์นะคะหากใครจะนำไปความคิดนี้ไปใช้บ้าง ยินดีค่ะ"

อย่างนี้เงินที่หามาได้ให้ที่บ้านหมดเลยหรือเปล่า "ไม่ค่ะ กิ๊กจะเป็นคนเก็บและบริหารเงินเอง แต่จะส่งไปให้ทางบ้าน หรือทางบ้านมีเรื่องอะไรก็จะบอกเรามาอีกที ซึ่งกิ๊กจะบอกกับพ่อและแม่เสมอว่าจะไม่ให้เขาลำบากเหมือนแต่ก่อน ก็ไม่ใช่ว่าจะต้องฟุ่มเฟือย ทุกอย่างที่ซื้อที่ใช้เงินต้องจำเป็น เพราะเราไม่อยากกลับไปลำบากอีก" ได้ฟังความคิดความอ่านของเธอแล้ว สัมผัสได้ถึงความเป็นผู้ใหญ่ที่ดูออกจะเกินตัว และเกินอายุไปสักนิด ทำให้เห็นแง่มุมของเส้นทางชีวิตที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ได้สอนให้เป็นคนเข้มแข็งอดทนต่อปัญหาอย่างที่เธอคนนี้เป็น    

หลังจากหมดสัญญากับชัวร์เมื่อปี 2552 บุญตาก็ไปอยู่กับวงหมอลำเรื่องต่อกลอนชื่อ รัตนศิลป์ และตั้งค่ายเพลงของตนเองขึ้นมาชื่อ “ อีสานเมโลดี้ “ และผลิตผลงานเพลงชุด ความหวังบนทางสายใหม่ออกมา

ผลงาน


ชัวร์ ชะชะช่า 1-6
จดหมายรักจากชัวร์
กาละแม
จำไว้นะ
คนดีที่อ้ายบ่ฮัก
รับปากได้บ่
ความหวังบนทางสายใหม่




เรื่องที่มีผู้อ่านสูงสุด จาก NationTV



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน