• คันทรี่แมน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-07-06
  • จำนวนเรื่อง : 151
  • จำนวนผู้ชม : 935717
  • จำนวนผู้โหวต : 300
  • ส่ง msg :
  • โหวต 300 คน
<< ตุลาคม 2011 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 26 ตุลาคม 2554
Posted by คันทรี่แมน , ผู้อ่าน : 7450 , 01:56:08 น.  
หมวด : ดารา/นักร้อง/คนดัง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

แสงสุรีย์ รุ่งโรจน์ เป็นนักร้องลูกทุ่งชายที่มีน้ำเสียงไพเราะเพราะพริ้ง แม้หน้าตาอาจจะไม่ค่อยหล่อเหลาสักเท่าใดนัก เส้น ทางการขึ้นมาเป็นนักร้องของเขาออกจากแตกต่างจากนักร้องลูกทุ่งรุ่นเดียวกันหรือรุ่นก่อนหน้านั้นอยู่มาก เพราะเขามีผลงานเพลงโด่งดังขึ้นมาโดยที่ไม่เคยเป็นนักร้องอยู่กับวงลูกทุ่งใดๆเลย แสงสุรีย์ รุ่งโรจน์ โด่งดังมาจากผลงานเพลงแรกที่เขาบันทึกเสียงคือ " แห่ขันหมาก " และหลังจากนั้นก็ผลิตผลงานเพลงที่ไพเราะกินใจออกมามากมายหลายเพลง



แสงสุรีย์ รุ่งโรจน์ มีชื่อจริงว่า เฉลียว ไกอ่ำ เกิดเมื่อ 27 ก.ค.2496 ภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่บ้านเลขที่ 156 หมู่ 13 ต.คำบัว อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา เป็นบุตรคนโตในจำนวน 6 คนนายนายแผ้ว นางยุ้ย ไกอ่ำ
จากการที่ครอบครัวมีฐานะที่ยากจน และพ่อแม่แยกทางกัน ทำให้เขาจบการศึกษาแค่ประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนวัดบ้านจาน ต.คำบัว อ.โนนไทย แสงสุรีย์ เป็นคนที่ชอบการร้องเพลงลูกทุ่งอย่างมาก และก็ได้เข้าสู่เวทีการประกวดในเขตจังหวัดบ้านเกิดมาตั้งแต่สมัยเรียนชั้น ป.2 และประกวดเรื่อยมา ซึ่งก็ชนะบ้างแพ้บ้างเป็นธรรมดา

หลังจบการศึกษา เมื่อประมาณอายุ 15 ปี แสงสุรีย์ หิ้วกระเป๋าเข้ามาหางานทำที่กรุงเทพฯ และน้าสาวได้ฝากฝังให้เขาได้เข้าทำงานที่โรงแรมแอมบาสเดอร์ แถวสุขุมวิท ในตำแหน่งล้างจาน 3 ปีหลังจากนั้นก็ขยับขึ้นมาทำในตำแหน่งพ่อครัวอาหารฝรั่ง และเขาทำหน้าที่นี้อยู่นานถึง 10 ปี

ระหว่างนั้นเขาก็ตระเวนประกวดร้องเพลงตามเวทีเล็กๆในเขตกรุงเทพฯ ซึ่งก็ชนะบ้างแพ้บ้างตามธรรมดา มาวันหนึ่ง แสงสุรีย์ ได้เข้าประกวดการร้องเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง "ขยะสังคม" ที่มีสรพงษ์ ชาตรี แสดงนำ และมีสายัณห์ สัญญา เป็นผู้ร้องเพลงประกอบภาพยนตร์ ซึ่งคราวนี้ แสงสุรีย์ ได้รับชัยชนะ และเพื่อนที่มาร่วมประกวดด้วยกัน ได้พาเขาไปพบ ครูสัมฤทธิ์ รุ่งโรจน์ ครูเพลงตาพิการ เพื่อให้ปั้นแสงสุรีย์ เป็นนักร้อง

เมื่อพบกัน ครูสัมฤทธิ์ บอกว่าถ้าอยากจะเป็นนักร้อง ก็จะขายเพลงให้เพลงละ 600 บาท ซึ่งแสงสุรีย์ก็ตกลงซื้อทันที 2 เพลง จากนั้นครูสัมฤทธิ์ก็กลับไปแต่งเพลงมาให้เขา 2 เพลง ก่อนจะพาลูกศิษย์คนใหม่ไปเข้าห้องอัดเสียง โดยไปขอแทรกคิวเวลาห้องอัด 2 ชั่วโมง เพื่อผลิตผลงานที่จะพลิกชีวิตของกุ๊กที่รักการร้องเพลงลูกทุ่ง



2 เพลงที่ว่านั้นก็คือ " แห่ขันหมาก " และ "น่าอร่อย " ใจความตอนหนึ่งของเพลง" แห่ขันหมาก " มีอยู่ว่า " แสงสุรีย์ รุ่งโรจน์ ไม่มีรถขี่ " ก็เท่ากับว่า ครูสัมฤทธิ์ ตั้งชื่อให้กับลูกศิษย์คนใหม่ไปพร้อมกับเพลงๆนี้เลยทีเดียว

หลัง 2 เพลงของแสงสุรีย์ถูกนำออกเผยแพร่ตามสถานีวิทยุ ก็ปรากฏว่าเป็นที่ชื่นชอบอย่างมากของเหล่าบรรดาแฟนเพลง จึงมีนายทุนเสนอทำวงดนตรี " แสงสุรีย์ รุ่งโรจน์ " ให้ เพื่อทำการเดินสาย ครูสัมฤทธิ์จึงแต่งเพลงให้แสงสุรีย์อีก 4 เพลง สำหรับใช้ในการแสดงที่หน้าเวที และแสงสุรีย์ ก็ออกเดินสายในฐานะหัวหน้าวงโดยที่เขามีเพลงอยู่แค่ 6 เพลงเท่านั้น ซึ่งเพลงที่ตามมาที่หลังอีก 4 เพลงต่างก็ได้รับความนิยมจากบรรดาแฟนเพลงอย่างมากเช่นกัน จากนั้นจึงค่อยๆทะยอยผลิตผลงานเพลงตามมาสมทบอีกมาก แต่โดยหลักแล้วเพลงของแสงสุรีย์ยังคงเป็นเพลงของครูสัมฤทธิ์

ในการแสดงครั้งหนึ่ง วงแสงสุรีย์สามารถเก็บค่าผ่านประตูได้เป็นหลักล้านบาท แม้จะเก็บแค่คนละ 20 บาท ขณะที่ผู้ชมก็มารอกันตั้งแต่บ่าย 3 โมง ขณะที่วงดนตรีเปิดการแสดงในช่วงเย็น วงแสงสุรีย์ ออกเดินสายระหว่างปี 2521 - 2524 ก่อนจะปิดวงไป เมื่อความนิยมเริ่มลดน้อยถอยลง

ปัจจุบัน แม้ความนิยมจะตกต่ำไปตามกาลเวลา แต่แสงสุรีย์ ที่อยู่ในวงการมานานหลายสิบปี ก็ยังคงตระเวนร้องเพลงตามที่ได้รับการว่าจ้างด้วยน้ำเสียงที่ยังคงไพเราะเหมือนเช่นสมัยเข้าวงการใหม่ๆ

ท่ามกลางกระแสข่าวว่าลาวงการเพราะหมดกระแสเลยท้อ เขาบอกว่า ''ก็มีบ้างในความคิด แต่ด้วยความที่ผมเกิดมาเป็นศิลปิน เลยยากในทางปฏิบัติ ถามว่าท้อไหม ทำงานเพลงแล้วขายไม่ได้ โดนซีดีเถื่อนพ่นพิษ ทำออกมาทุกทีพังพาบพับเพียบ ก็หมดกำลังใจครับ เพราะต้องใช้เงินที่สะสมมาทั้งหมด เคยคิดจะลาวงการเหมือนกัน แต่ด้วยความที่หัวใจมันไม่ยอม เลยต้องสู้กันต่อไป เพราะผมเชื่อเสมอว่า ผมยังขายได้ และคุณภาพของเสียงก็ยังเหมือนเดิม คงรอเพียงโอกาสอีกครั้งจากแฟนเพลงครับ''

''ผมในฐานะคนลูกทุ่งโดยแท้ๆ ก็เชื่อว่าลูกทุ่งไม่มีวันตาย ส่วนคลื่นลูกใหม่ที่เกิดขึ้น ก็ตามสมัยครับ เวลามันเปลี่ยนไป อะไรๆ มันก็เปลี่ยนไป ผมทำใจและยอมรับสภาพ แต่ก็อยากเตือนน้องๆ ว่า สมัยนี้ลูกทุ่งมีทิศทางที่เปลี่ยนไป กลุ่มคนฟังก็มีหลากหลายอาชีพ ฉะนั้นของจริงเท่านั้นที่ยืนหยัดได้ เพราะถ้าไม่ดีจริง คงจะรอดยากครับ ส่วนคลื่นลูกเก่าๆ ที่ยังเหลืออยู่ ก็ถือว่าเป็นแบบอย่างที่ดี และคนเหล่านี้ ก็จะเป็นเพชรที่ยังคงอยู่ในหัวใจคนฟังตลอดไปครับ''

หากเลิกจากการร้องเพลง เขาบอกว่าอยากทำธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร  ''ทุกคนฝันอยากมีเงิน ผมมีชื่อเสียงแล้ว ก็อยากมีเงินเช่นกัน ผมอยากใช้ชีวิตให้มีความสุขที่สุดในบั้นปลายชีวิต ก็มองหาธุรกิจอยู่ ผมถนัดเรื่องการทำอาหาร เพราะแต่ก่อนมาร้องเพลง ก็มีอาชีพเป็นกุ๊กที่โรงแรมแอมบาสเดอร์มาก่อน
คิดว่าถ้ามีเงิน ก็คงจะทำงานด้านนี้ ''

ในช่วงหลังแสงสุรีย์ รุ่งโรจน์ มีปัญหากับเรื่องดวงตา แต่หลังจากที่รักษาจนหาย ก็ได้บินลัดฟ้าเพื่อไปขุดทองที่แดนลุงแซม อเมริกา นานถึง 5 ปี



“ไปร้องเพลงตามแหล่งที่คนไทยอาศัยอยู่ ไปแล้วมีความสุขมากๆ ครับ เพราะอยู่เมืองไทย จะมีแต่งานการกุศล งานรับเชิญซะส่วนมาก เลยต้องดั้นด้นข้ามน้ำข้ามทะเล ไปชุบชีวิตอยู่ที่นั่น และก็ทำให้ชีวิตดีขึ้น “


'ด้วยความที่วงการเพลง ลูกทุ่ง มีคลื่นลูกใหม่เข้ามาเยอะ เลยทำให้รุ่นของผม โดนบดบังและทำงานเพลงออกมาแล้วก็ขายไม่ได้ เลยคิดว่าอยากจะไปใช้ชีวิตอยู่ต่างแดนสักพัก ก็เลยเลือกที่จะไปอยู่ที่อเมริกา หลักๆ ก็จะร้องเพลงตามผับตามบาร์ ตามร้านอาหาร คาเฟ่ ที่คนไทยไปใช้อาศัยอยู่ แฟนเพลงที่นั่น ต้อนรับผมดีมากๆ เหมือนกับว่าอยู่บ้าน เห็นบรรยากาศแล้ว ก็เลยติดใจ ตอนแรกกะว่าจะอยู่สัก 1-2 ปี แต่ไปๆ มาก็ 5 ปีเห็นจะได้ ก็ทำเงินได้พอสมควร สำหรับการมาขุดทองในครั้งนั้น''

เรื่องเทปผีซีดีปลอม เขาบอกว่า ''ก็โดนมาตลอดสำหรับพวกขโมยทรัพย์สินทางปัญญา ยิ่งปราบก็ยิ่งมาก ไม่มีหมดจากวงการเพลงเสียที เนื้อร้ายชิ้นนี้ก็เลยทำร้ายผมด้วย โดนมาทุกชุดตั้งแต่สมัยก่อน จนมาถึงทุกวันนี้ ก็เซ็งครับ ทำงานแทบตาย เพียงข้ามคืนก็โดนก๊อปปี้กันแล้ว ก็อยากให้แฟนเพลงเลือกพิจารณา และอย่าได้ไปอุดหนุนของปลอม เพื่อเป็นกำลังใจให้กับคนทำงานครับ “
เมื่อปี 2553 ได้ข่าวว่ามีผลงานชุดใหม่ออกมา ชื่อ ''จำเป็นต้องมอง'' ที่เขาทุบกระปุก เอาเงินเก็บที่ได้มาจากอเมริกามาทำโดยได้ อ.โต้ง ดอนคลัง นั่งแท่นโปรดิวเซอร์และเขียนเพลงให้


รางวัลเกียรติยศ

โล่ห์พระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ในงานกึ่งศตวรรษลูกทุ่งไทยครั้งที่ 2 พ.ศ. 2524 ประเภท ขับร้องลูกทุ่งดีเด่น จากเพลง " หิ้วกระเป๋า " (ครูสัมฤทธิ์ รุ่งโรจน์ ก็ได้รับโล่ห์พระราชทาน ประเภท ผู้ประพันธ์ คำร้อง - ทำนองดีเด่นจากเพลงเดียวกัน)

รางวัล ศิลปินที่มีความกตัญญู ต่อครูเพลง ที่ดูแลครูสัมฤทธิ์เปรียบเสมือนพ่อคนที่ 2  ทั้งแต่งเพลงให้ และสอนทุกอย่างเกี่ยวกับการร้องเพลง การปฏิบัติตัว ถึงแม้ว่าครูสัมฤทธิ์ จะตาบอด ถือว่าเป็นศิลปินตัวอย่างที่ดีมาก และเหมาะสมอย่างยิ่งกับรางวัลที่ได้รับในวันกตัญญูครูเพลง









อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
chainoy70 วันที่ : 26/10/2011 เวลา : 06.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chainoy70

สมัยเด็ก ๆ ผมเคยไปดูวงดนตรีแสงสุรีย์ ตอนนั้นเพิ่งเริ่มดัง เวลาพูดหน้าเวทียังมีอาการสั่น ๆ อยู่เลย ชอบเพลงของนักร้องท่านนี้อยู่หลายเพลง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน