*/
  • คันทรี่แมน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-07-06
  • จำนวนเรื่อง : 151
  • จำนวนผู้ชม : 952964
  • จำนวนผู้โหวต : 300
  • ส่ง msg :
  • โหวต 300 คน
<< ธันวาคม 2011 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 17 ธันวาคม 2554
Posted by คันทรี่แมน , ผู้อ่าน : 7497 , 07:31:38 น.  
หมวด : ดารา/นักร้อง/คนดัง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ลาวัณย์ จันทร์เพ็ญ เป็นชาวร้อยเอ็ด มีพี่น้อง 3 คน ครอบครัวมีอาชีพทำนา แต่นอกจากจะทำนาแล้ว ผู้เป็นพ่อยังเคยเป็นพระเอกหมอลำรูปหล่อมากคนหนึ่งด้วย เวลาไปทำนา ก็มักจะชอบร้องหมอลำไปด้วย ทำให้ลูกสาวได้ฟังแล้วก็เกิดความรู้สึกชื่นชอบ และเริ่มหัดร้องหมอลำมาตั้งแต่เล็ก เพราะมีความฝันอยากที่จะเป็นหมอลำเหมือนเช่นผู้เป็นพ่อ

ครอบครัวของลาวัณย์ จันทร์เพ็ญมีฐานะยากจนมาก แต่พ่อแม่ก็พยายามทำงานอย่างหนักเพื่อหาเงินมาเลี้ยงดูลูก อย่างผู้เป็นแม่นั้น ทำทุกอย่าง นอกจากการทำนาแล้วก็ยังปลูกพืชผัก เพื่อนำไปแลกข้าวเอามากินในยามที่ครอบครัวไม่มีข้าวกิน พ่อก็เคยแบกกระสอบข้าวข้ามคลองลึกๆ เพื่อนำข้าวมาให้ลูกกิน แม้กระนั้น บางครั้งครอบครัวก็ยังไม่มีข้าวกิน จึงต้องแก้ขัดด้วยการไปขอข้าววัดมาประทังชีวิต



เมื่อเห็นพ่อแม่ทำงานหนัก เด็กๆทุกคนในครอบครัวจึงช่วยกันทำงานทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ เช่นทำงานบ้าน และทำนา

แต่หลังจากที่ลาวัณย์ จันทร์เพ็ญ เรียนจบชั้น ม.3 และกำลังจะสอบเข้าเรียนต่อที่โรงเรียนในตัวเมือง เธอก็สูญเสียแม่ไปจากโรคปอด ซึ่งสมัยนั้นจะหายารักษาไม่ได้ และถ้าจะไปรักษา ก็ต้องไปไกลถึงศูนย์โรคปอด ที่ขอนแก่น

ทำให้หลังจากขาดเสาหลักของบ้านไปต้นหนึ่ง เธอจึงไม่มีโอกาสเรียนต่อ เพราะฐานะทางบ้านยากจน เธอจึงเดินทางเข้ามากรุงเทพฯเพื่อหางานทำ หลังพี่สาวชวนเธอมาทำงานเป็นแม่บ้าน คอยดูแลทำความสะ อาดบ้าน และทำทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นซักผ้า รีดผ้า ถูบ้าน เลี้ยงหมาอยู่กับบ้านหลังหนึ่งแถวลาดพร้าว โดยมีเงินเดือนเริ่มต้นแค่เดือนละ 500 บาท แต่กินอยู่เสร็จ เธอทำงานอยู่ได้ปีกว่า เจ้าของบ้านใจดี ทำให้ได้เงินเดือนเพิ่มเป็น 700 บาท

แต่หลังจากทำงานแม่บ้านอยู่หลายปีก็เกิดเบื่อ และคิดถึงบ้าน จึงลาออกมาอยู่บ้าน พอดีกับที่บ้านใกล้ๆกันมีคณะหมอลำ ทางคณะเห็นว่าพ่อเธอเป็นหมอลำเก่า ลูกสาวก็น่าจะเป็นหมอลำได้ ทางเจ้าของคณะจึงมาขอให้เธอไปเล่นหมอลำให้ ซึ่งพ่อก็อนุญาต เพราะบ้านอยู่ห่างกันแค่กิโลกว่าๆ ตอนเย็นๆของทุกวัน เธอจึงต้องปั่นจักรยานไปฝึกหมอลำ รวมทั้งการรำและการเต้น

เธอจะนอนค้างบ้านเจ้าของคณะเลย เพราะเลิกซ้อมตอนดึกมากแล้ว จะกลับคนเดียวก็ไม่สะดวก หรือบางทีมีงานแสดง เธอก็จะได้ไปเล่นกับเขาเลย เพราะบางทีก็ต้องเล่นจนถึงสว่าง

การเล่นหมอลำนั้น จะเล่นเป็นเรื่องเป็นราว ตอนแรก ลาวัณย์ จันทร์เพ็ญ ก็มักจะได้บทเป็นตัวโกง ซึ่งก็เหมาะกับเธอ เพราะตามปกติก็เป็นคนพูดจาโผงผางอยู่แล้ว นอกจากนี้ เธอก็ยังต้องทำหน้าที่เป็นหางเครื่องด้วย เธอฝึกและเล่นหมอลำอยู่ราว 3 ปี



จากนั้น ก็มีครูสอนเต้นของคณะเอกพจน์ วงษ์นาค มาหาที่บ้าน และมาขอกับพ่อให้เธอไปเป็นหางเครื่องให้วงเอกพจน์ โดยที่ไม่มีใครรู้ว่าเขารู้ได้อย่างไรว่าบ้านของเธอมีหางเครื่อง แต่เนื่องจากวงเอกพจน์เป็นวงดัง ประกอบกับพ่อก็ชอบเอกพจน์ จึงอนุญาตให้เธอไป แต่ให้แม่เลี้ยงตามมาดูว่าเธอไม่ถูกหลอก และเธอมาอยู่กับบริษัทของเอกพจน์จริง

ลาวัณย์ ในฐานะของหางเครื่องเต็มตัวมีรายได้วันละ 100 กว่าบาท แต่ก็เป็นชีวิตที่ลำบากมาก ต้องนอนกลางดิน กินกลางทราย แต่ระหว่างนั้น เธอก็มีความใฝ่ฝันอยากจะเป็นนักร้องกับเขาบ้าง และวันหนึ่งความฝันก็เป็นความจริง เมื่อนักร้องเกิดขาด หัวหน้าวงจึงให้เธอมาซ้อมร้องเพลงเอาไว้บ้าง เผื่อจะได้ออกงาน แต่เธอก็ยังร้องไม่ผ่านสักที เพราะร้องไม่ถูกกับดนตรี ไปๆมาๆ คนที่พาเธอมาซ้อม กลับได้ขึ้นเวทีก่อน เธอก็เลยกลับมาคิดว่าตัวเองเหมาะกับอะไรแน่ และก็สรุปว่าเธอชอบหมอลำ ก็เลยร้องหมอลำ เธอซ้อมร้องเพลงหมอลำ สายตาภาษารัก ของเดือนเพ็ญ อำนวยพร และเมื่อหัวหน้าวงได้ยิน ก็เกิดถูกใจ เลยให้เธอขึ้นร้องเพลง ลาวัณย์ จันทร์เพญ ร้องเพลงสายตาภาษารัก และก็ได้พวงมาลัยน้ำใจจากแฟนเพลงกลับมามากมายจนหัวหน้าวงชม และตั้งแต่วันนั้นก็ทำให้เธอรู้ว่า เธอถนัดทางด้านนักร้องหมอลำ  และจะต้องเป็นนักร้องหมอลำให้ได้

เธออยู่กับวงเอกพจน์ 2-3 ปี วงก็ยุบ จากนั้นเพื่อนก็ชวนไปร้องหมอลำอยู่ที่ร้านอาหารอีสานย่านประชาชื่น ที่นี่เธอร้องหมอลำอย่างเดียว และก็เป็นที่ถูกใจของลูกค้า ทำให้มีรายได้จากพวงมาลัยดีมาก วันละ 700-800 บาท จึงมีเงินส่งไปให้พ่อใช้ และเก็บไว้ต่อเติมบ้าน

ลาวัณย์ร้องอยู่ตามร้านอาหารหลายแห่งอยู่ราว 4 ปี จนมาพบกับ สงกรานต์ แข็งฤทธิ์ หรือ บ่าวข้าวเหนียว นักจัดรายการวิทยุของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่มากินข้าว และฟังหมอลำ แล้วเกิดสนใจในเสียงของเธอ โดยเขาบอกว่าใช้ได้ จึงชวนไปทำเพลง ซึ่งเธอก็อยากลองดู แต่ก็กลัวจะถูกหลอกเพราะช่วงนั้นมีข่าวหลอกกันมาก แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจไปหานักจัดรายการที่วิทยุมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อไปถึงก็ปรา กฏว่าเขาให้เธอร้องเพลงอากาศอยู่ในห้องส่งแบบสดๆเลย เธอร้องเพลง ชาติหน้าค่อยพบกัน ของเดือนเพ็ญ พอร้องจบก็มีคนฟังโทรเข้ามาชมทันที



จากนั้น บ่าวข้าวเหนียวก็หาเพลงมาให้ท่อง โดยเป็นหมอลำล้วน 12 เพลง จากการแต่งของหลายอาจารย์ จากนั้นก็ทำมาสเตอร์ขึ้นมาชุดหนึ่ง แต่เรื่องก็เงียบไปนานถึง 3 ปี เนื่องจากบ่าวข้าวเหนียวมีรายได้ไม่ค่อยดี และเจอมรสุมชีวิต จึงกลับไปอยู่บ้านช่วงหนึ่ง ทำให้ลาวัณย์ จันทร์เพ็ญ คิดว่าเขาเอาเพลงของเธอไปทิ้งน้ำเสียแล้ว

ช่วงนั้น เธอจึงไปเปิดร้านอาหารอีสานของตนเอง และก็ร้องในร้านของตัวเองด้วย  กิจการไปได้ดีมาก แต่ก็มาหมดสัญญากับทางเจ้าของเสียก่อน และก็ไม่ได้ต่อสัญญา จึงเลิกกิจการไป

จากนั้นเพื่อนก็มาชวนไปร้องเพลงอยู่ร้านลุงแนบ ร้านอาหารอีสานแถวหลังสวนจตุจักรซึ่งกำลังดังมาก ก็พอดีในช่วงนั้น บ่าวข่าวเหนียวกลับมาพอดี และก็มาชวนเธอทำเพลงต่อ โดยบอกว่าได้นำมาสเตอร์ที่ทำไว้เมื่อ 3 ปีก่อนไปเสนอนายห้างบุญเอก เนียนนาคสกุล แห่งเอสเอส มิวสิค หรือศักดิ์สิทธิ์ อัลลอยด์ แล้ว นายห้างอยากดูตัวจริง และเมื่อเห็นตัวจริง นายห้างก็ติว่าเธอขี้เหร่ และตัวเตี้ย แต่ก็บอกว่าไม่เป็นไร พร้อมกับเปลี่ยนชื่อเธอจาก ดาหวัน วันทนา มาเป็นลาวัณย์ จันทร์เพ็ญ โดยบอกว่าชื่อนี้เป็นชื่อที่สวยดี จากนั้นเธอก็ได้มีผลงานชุดแรก คือแค่ตัวสำรอง ซึ่งก็ได้รับเสียงตอบรับดีมาก ทำให้ชีวิตเธอเปลี่ยนไปเลย เมื่อมีรายได้เพิ่มขึ้น ได้เดินสาย ได้รับเชิญให้ไปร้องเพลง จากนั้นก็มีผลงานตามออกมาเช่น สาวนาวิงวอน , เป็นสิวเป็นสาว หนาวนี้อยากมีคู่ และอีกมากมาย

หลังอยู่กับเอสเอส มิวสิคมาครบสัญญา 5 ไป เธอก็ย้ายมาอยู่กับกรุงไทย ออดิโอ จวบจนถึงปัจจุบัน ( 2554 )

โดยในระหว่างที่เธอเพิ่งจะหมดสัญญากับเอสเอส มิวสิค ผู้จัดการของแมน มณีวรรณ ดึงเธอและนักร้องคนอื่นๆมาร่วมกันทำเพลงชุด ยาวคักๆซิ ชุด 1 และ 2 จากนั้น ก็มีการดึงเธอมาอยู่กับกรุงไทย ออดิโอ และออกผลงานชุด ยาวคักๆ แต่ผลงานดังที่สุด ตอนมาอยู่กับกรุงไทยคืออย่าบอกผัวเฮาเด้อ นอกจากนั้นก็ยังมีชุด คิดฮอดแฟนเขา อย่าบอกผัว อย่าเผามือถือ ส้มตำผัว และอื่นๆ โดยทุกอัลบั้มล้วนเป็นเพลงหมอลำทั้งหมด

สำหรับคนที่สนใจอยากติดต่อให้เธอไปแสดง ติดต่อได้ที่ 081 807 1238

ขอขอบคุณข้อมูลจาก นิตยสารชีวิตจริง ฉบับ 1074 ครับ






free counters
Free counters


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน