• คันทรี่แมน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-07-06
  • จำนวนเรื่อง : 151
  • จำนวนผู้ชม : 906749
  • จำนวนผู้โหวต : 296
  • ส่ง msg :
  • โหวต 296 คน

<< ธันวาคม 2011 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 17 ธันวาคม 2554
Posted by คันทรี่แมน , ผู้อ่าน : 6399 , 10:48:01 น.  
หมวด : ดารา/นักร้อง/คนดัง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน papaanan โหวตเรื่องนี้

อัมพร แหวนเพชร มีชื่อจริงว่า สุภาภรณ์ เหรียญเพชร (บางตำราบอกว่าชื่อ ธัญดา) มีชื่อเล่นว่า เกด เกิดเมื่อ 29 ก.ค.2514 ที่ อ. อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี เป็นบุตรของนายหก และนางหอม เหรียญเพชร มีพี่น้อง 4   คน โดยอัมพรเป็นน้องคนสุดท้อง



สาวน้อยคนนี้เป็นลูกหลานชาวไร่ชาวนาที่รักในเสียงเพลง ชีวิตของเกดในช่วงวัยเด็ก ก็คงไม่แตกต่างจากเด็กบ้านนอกโดยทั่วๆ ไปไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเป็นอยู่ หรือเรื่องอื่นๆ มรดกที่ได้มาก็คือ ความจนตั้งแต่เกิด ครอบครัวยากจนมาก อย่าว่าแต่เสื้อผ้าดีๆ จะใส่เลย ข้าวสารกรอกหม้อแต่ละมื้อ ก็แสนลำบากยากเย็น ครอบครัวมีอาชีพ ทำไร่พริก ปลูกพริกขาย ที่นาที่ไร่ก็ไม่มี ต้องไปเช่าคนอื่นเขาทำ จะทำแต่ละครั้งต้องไปกู้ยืมเงินเขาเป็นทุน พอเก็บพริกได้เงิน ก็ต้องเอาไปใช้หนี้หมด หมุนเวียนอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ปีไหนฝนไม่ตก พริกที่ปลูกก็แห้งเหี่ยว ตายหมด ปีนั้นก็ไม่มีเงินไปใช้หนี้ หนี้ก็ยิ่งพอกพูนขึ้น สิ่งที่เหลืออยู่คือ หนี้สินที่ครอบครัวต้องรับภาระ แต่ถึงอย่างไร ก็ต้องดิ้นรนต่อไป เขามีงานจ้างอะไรก็ไปทำ

พอเข้าสู่วัยเรียน ก็แสนลำบากอีกนั่นแหล่ะ ต้องเดินตีนเปล่าไปโรงเรียน ถนนก็เป็นถนนลูกรัง รู้สึกอิจฉาเพื่อนคนอื่นๆ ที่เขามีเสื้อผ้าไปโรงเรียน แม่ให้เงินไปกินข้าววันละ 1 บาท 1 บาทก็เยอะแล้ว ก๋วยเตี๋ยวชามละ 50 สตางค์ กินขนมอีก 50 สตางค์ ได้ 1 บาทดีใจแทบตาย วันไหนแม่ไม่มีสตางค์ ก็ให้คนละ 50 สตางค์ ลูกตั้ง 4 คน ให้มากก็ไม่ได้ ช่วงเวลาหน้าหนาว คือช่วงชีวิตที่ทรมานมาก เพราะไม่มีโลชั่นดีๆ ทา ไม่มีเสื้อ ผ้าใส่กันหนาว ไม่มีโอกาสได้เสื้อผ้ากันหนาวเหมือนเด็กคนอื่นๆ ผิวกายแตกเป็นขุย หน้าก็แตก ในเมื่อไม่มีโลชั่น ปากก็แตก ได้น้ำมันใส่ผมตราขวานของพ่อ เอามาทาปาก เวลากลับบ้านตอนเย็น ฝุ่นก็เกาะตามแขนตามขา ที่ทาน้ำมันหมู เพราะช่วงกลางวันวิ่งเล่นและทางเดินกลับบ้านก็มีแต่ฝุ่น กลับถึงบ้านก็ตัวขาวไปหมด อาหารในสมัยนั้นก็คือ แกงส้มผักบุ้งปลากระป๋อง นานๆ กว่าจะได้กินกับข้าวดีๆ เช่น หมู ไก่ สักครั้ง วันไหนไม่มีอะไรกินจริงๆ แม่ก็ต้มน้ำปลาร้า แล้วเอามาคลุกข้าวโรยด้วยใบสะระแหน่ เวลาพ่อไปงานเซ่นผี พ่อก็จะเอาหมูที่งานมาฝาก ตอนนั้นแหละ ถึงจะได้กินหมูกินไก่



บ้านที่อยู่เขาคงไม่เรียกว่าบ้านหรอก คงเรียกกระต๊อบมากกว่า ฝนตกทีไม่ต้องหลับต้องนอน ลมพัดทีก็จะปลิว ต้องช่วยกันดึงหลังคาบ้านเอาไว้ ในช่วงชีวิตในสมัยเรียน ป.5  ป.6 นี้ คุณครูคนแรกที่ชักชวนให้ไปประกวดร้องเพลงชื่อคุณครูชนะ พุทธิมัย เคยไปประกวดระดับอำเภอ แต่ก็ไม่ได้เข้ารอบเลย และก็ไปประกวดที่จังหวัดอีก ก็ไม่เคยได้เข้ารอบกับเขาสักที เพราะร้องผิดตลอด ร้องคล่อมดนตรี ดนตรีไปทาง เสียงร้องไปทาง ขาสั่นไปหมด แต่ก็อยากจะไป ในที่สุดคุณครูก็คงจะเบื่อ เพราะประกวดทีไร ไม่เคยเข้ารอบกับเขาแม้แต่ครั้งเดียว ก็เลยเลิกพาไป แต่ใจยังอยากร้องอยู่ พอจบ ป.6 ก็หมดหนทางที่จะเรียนต่อ ต้องออกไปช่วยพ่อแม่ทำไร่ทำนา รับจ้างตัดอ้อยได้วันละ 20-30 บาท 100 มัดถึงจะได้เงิน 35 บาท ช่วงแรกๆ ตัดได้ 80 มัด ได้เงินไม่กี่บาท ถึงจะได้เงินไม่มาก แต่ก็ต้องทำ เพราะถ้าไม่ทำก็ไม่มีกิน

ช่วงเวลาปลูกอ้อย ก็ไปปลูกอ้อย ต้องหาบอ้อยเดินเป็นกิโลเหมือนกัน หาบอ้อยจนเจ็บบ่า พอหมดหน้าตัดอ้อยปลูกอ้อย ก็มารับจ้างเก็บพริกได้กิโลละ 2 บาท ห้ามทำยอดพริกเขาหักด้วย ช่วงฝนตก พริกที่โดนฝนโดนน้ำ มันก็เน่า พอไปเก็บก็ปวดแสบปวดร้อนไปหมด แต่เพราะชอบร้องเพลงอยู่แล้ว ขนาดเก็บพริกหรือทำอะไรก็ตาม ต้องมีวิทยุเปิดเพลงฟังตลอดเวลา ทำให้มีความสุขเวลาทำงาน สมัยนั้นบ้านก็ไม่มีไฟฟ้าใช้ แต่บ้านคนอื่นเขามีไฟฟ้า มีทีวี อยากดูหนังดูละครก็ต้องไปดูบ้านคนอื่นเขา บางครั้งไปเขาก็ปิดประตู ก็เลยต้องกลับ อดดูอีก เวลามีหนังมาฉายที่เขาปิดวิก ค่าบัตรผ่านประตู 10 บาท แต่ก็ไม่มีปัญญาจะไปดู ถ้าอยากดูก็คือนอนหลับสักตื่น พอให้หนังเขาเปิดฟรีก่อนถึงจะได้ดู กว่าจะได้ดูหนังจะจบเรื่องอยู่แล้ว บางทีก็แอบมุดรั้วเข้าไปดู เพราะความจน ต้องดิ้นรนทุกวิถีทาง เพื่อให้ชีวิตอยู่รอด

โตขึ้นมาหน่อย อายุประมาณ 14-15 ก็ได้มาฝึกอยู่กับวงดนตรีของญาติๆ กัน ได้ร้องตามงานบวชบ้าง ได้ค่าตัวครั้งละ 50 บาท งานไม่ได้มีทุกวัน นานๆ จะได้ไปซักที ได้เงิน 50 บาทดีใจแทบตาย พอร้องได้ดีขึ้นบ้าง ก็เริ่มมาร้องตามสวนอาหาร ในอำเภอ เป็นสวนอาหารเล็กๆ ได้วันละ 50 บาท ร้องได้ไม่นานเท่าไหร่ ก็ย้ายไปร้องที่จังหวัด ได้ค่าตัวเพิ่มขึ้นเป็นวันละ 100 บาท และที่สุดท้ายคือ ที่ลพบุรี ร้องอยู่ประมาณปีสองปี แต่การเป็นนักร้องห้องอาหารไม่ได้ทำให้ชีวิตดีขึ้นเท่าไหร่ ก็ยังคงเหมือนเดิม คิดว่าคงจะเอาดีจากอาชีพนี้ไม่ได้ จึงหยุดร้องและคิดว่าคงจะไม่หวนกลับไปอีก จึงกลับบ้านไปรับจ้างทำนา ทำไร่แตงกวาอยู่พักหนึ่ง แต่รายได้ก็ไม่ได้ดีขึ้น ทำไร่แตงก็ลำบาก เพราะต้องตื่นแต่เช้ามืด มาเก็บแตง โดนตัวริ้นไร กัด เก็บแตงเกี่ยวข้าวอยู่ระยะหนึ่ง แต่ด้วยใจยังรักในการร้องเพลง ด้วยวิญญาณศิลปินกระมัง ในใจยังคงนึกถึงการร้องเพลงอยู่ตลอดเวลา ก็เลยตัดสินใจเข้ากรุงเทพฯเป็นครั้งแรกในชีวิต โดยมีพี่สาวแท้ๆ รออยู่ที่กรุงเทพฯก่อนแล้ว แต่พอมาถึงกรุงเทพจริงๆ ก็กลัว ไปไหนมาไหนคนเดียวก็ไปไม่เป็น ขึ้นรถเมล์ก็ขึ้นไม่เป็น กว่าจะอ่านป้ายข้างรถทัน รถก็วิ่งไปเสียแล้ว ในที่สุดต้องเดินไปแทน แล้วพี่สาวก็พาไปสมัครร้องเพลงตามห้องอาหาร เอาเข้าจริงๆ ก็กลัวอีก ไม่กล้าร้อง เพราะในกรุงเทพกับต่างจังหวัดไม่เหมือนกัน ดูคาเฟ่ในกรุงเทพฯหรูหราเหลือเกิน แล้วนักร้องแต่ละคนก็แต่งตัวกันเลิศหรู ก็เลยจะตัดสินใจกลับบ้านอีกครั้ง ไม่เอาแล้วกรุงเทพฯจะข้ามถนนที เหงื่อแตกเป็นน้ำประปา ขาแข้งสั่นไปหมด รถก็เยอะ ทางก็เหมือนๆ กัน จะไปทางไหนก็ไปไม่ถูก

พอดีพี่สาวไปอ่านหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งเจอประกาศรับสมัครนักร้องลูกทุ่งหญิง เข้าประกวดร้องเพลงในแนวเสียงของสุนารี พอดีตัวเองก็ชอบร้องเพลงของสุนารีอยู่แล้ว จึงตัดสินใจลงทุนซื้อเทปเปล่ามาม้วนหนึ่ง ซื้อเทปของสุนารีมาด้วย หมดเงินไปหลายบาท นึกเสียดายสตางค์อยู่เหมือนกัน ตั้ง 90 บาท แต่ด้วยความฝันและแรงบันดาลใจในสมัยเด็กด้วย ครอบครัวเลยยอมลงทุน แต่แล้วในที่สุด ความฝันตั้งแต่เด็กก็เป็นความจริง เมื่อเธอคว้ารางวัลชนะเลิศในการประกวดครั้งนั้น และได้เข้าสังกัดมาเป็นนักร้องของค่ายชัวร์ออดิโอ

เกดได้พูดถึงครอบครัวกับการร้องเพลงว่า พ่อแม่พี่น้องทุกคน ชอบร้องเพลงทั้งบ้าน จะว่าไปแล้วแม่ร้องเพลงเพราะมาก เสียงเหมือนแม่ผ่องศรีเลย เผอิญแม่หนีตามพ่อมาซะก่อนเลยไม่ได้เป็นนักร้อง เพราะเป็นคนชอบร้องเพลง

อัมพร แหวนเพชร จัดว่าเป็นนักร้องลูกทุ่งสาวแนวหวาน ที่มีเสียงไพเราะคนหนึ่งเลยทีเดียว เมื่อเป็นนักร้องมีค่าย เธอก็ถูกสร้างมาในแนวเพลงหวานๆ ผลงานที่ผ่านมาชุดแรก นางรอ เป็นเพลงแก้ มนต์สิทธิ์ คำสร้อย และชุดที่สอง คิดถึงจริงหรือคะ ก็ยังคงเป็นเพลงแก้เช่นกัน แต่สำหรับในชุดนี้ นอกจากเพลงแก้ แล้ว ยังมีเพลงใหม่ๆ มาเพิ่มสีสันให้แก่แฟนเพลงอีกด้วย ตามมาด้วยผลงานเพลงชุดที่สามชื่อ มือที่สาม ที่มีเพลงดังดอกไม้ในป่าช้า และชุดที่สี่ เขาชื่นเราช้ำ นอกจากนั้นก็ยังมี เพลงอัลบั้มพิเศษ เกี่ยวก้อย, ชัวร์ชะชะช่า 1-4 และรวมฮิตต่างๆ



ก่อนหมดสัญญาก็ออกมาอยู่กับ ''ยูทู เร็คคอร์อด'' และมีอัลบั้ม ''อบรมตัวเอง'' ก่อนที่จะย้ายมาอยู่ ''สไมล์ เร็คคอร์ด'' มีอัลบั้มชุด ''หัวใจขี้เหงา'' จนเมื่อค่ายปิดตัวไปก็เคว้งคว้างมาประมาณ 3 ปี  ก่อนกลับมาทำ งานเพลงอีกครั้งกับค่ายเพลงเล็กๆ อย่าง ''การันตีมิวสิก'' กับอัลบั้มที่ชื่อ "คนดีคนเดิม" การกลับมาคราวนี้ของ "อัมพร แหวนเพชร" ได้เปลี่ยนลุคใหม่จากเดิมที่เป็นสาวหวาน เรียบร้อย มักมาในชุดราตรี มาครั้งนี้เธอกลายเป็นสาวมาดมั่น มีการแต่งตัวที่โฉบเฉี่ยว เปรี้ยวหวาน ใสกว่าเดิม ทําให้แลดูมีชีวิตชีวามากขึ้น

นอกจากจะเปลี่ยนสไตล์การแต่งตัวแล้ว สไตล์เพลงก็มีการเปลี่ยนแปลงให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น ด้วยสไตล์ดนตรียุคใหม่ ลูกทุ่งผสมสตริง และเพื่อชีวิตบ้างในบางเพลง

แต่อัมพร แหวนเพชร มองว่าเธอก็ยังไม่ประสบความสำเร็จบนเส้นทางการเป็นนักร้องอย่างเต็มรูปแบบเสียที ทั้งๆ ที่อยู่ในวงการเพลงมานานหลายปีแล้ว แต่ก็ยังดีใจที่มีงานคอนเสิร์ตต่อเนื่อง แม้ราคาค่าตัวไม่สูงเหมือนกับนักร้องแถวหน้าก็ตาม ''งานคอนเสิร์ตก็เรื่อยๆ แต่ลดน้อยถอยลงจากที่เคยมี อาจด้วยภาวะเศรษฐกิจด้วย หรืออาจภาวะบ้านเมือง บางคนโดนแคนเซิลงานไปเยอะ แต่เกดโชคดีที่ไม่โดนยังโชคดีอยู่ที่มี ค่าตัวเกดตอนนี้ก็ไม่แพงมากหรอก แค่หมื่นห้าพันร้องกี่เพลงก็ได้แล้วแต่เจ้าภาพ ไม่ได้ระบุตายตัวว่ากี่เพลง เพราะเราไม่ได้อยู่ค่ายใหญ่ ที่ว่านี้คือละแวกปริมณฑล ถ้าต่างจังหวัดไกลๆ จากกทม. ก็สองหมื่น ถึง สองหมื่นห้าพัน เจ้าภาพคนไหนสนใจบอกได้ บางทีรับแพงมากเจ้าภาพก็ไม่สนใจหรอก เพราะว่าเดี๋ยวนี้มีตัวเลือกเยอะ อีกอย่างเกดเองก็หายไปหลายปีแล้ว เราก็ไม่ใช่นักร้องที่มีชื่อเสียง แค่ระดับพอไปได้ แค่มีคนรู้จักพอไปได้''
 
สำหรับ 3 ปีที่เงียบหายไป หลังจากมีอัลบั้มชุด ''หัวใจขี้เหงา'' กับ  ''สไมล์ เร็คคอร์ด''  อัมพรบอกว่าก็เดินสายรับงานคอนเสิร์ตไปเรื่อยๆ โดยเจ้าตัวยอมรับว่า การที่ต้องทำงานเองโดยไม่มีค่ายดูแลเหมือนเมื่อก่อน ค่อนเหนื่อย และหนักเอาการ ''3 ปีที่ผ่านมาไม่ได้ไปไหน รับงานคอนเสิร์ตเรื่อยๆ เดือนหนึ่ง 5-6 งาน รับเองติดต่อเองทั้งหมด เหนื่อยนะ เหนื่อยกว่าก่อนอยู่กับค่าย เพราะเรามีค่าใช้จ่าย เวลาไม่มีงานก็ไม่มี แต่ต้องจ่ายค่าโน่นนี่ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าบ้าน บางเดือนที่ผ่านมา 2-3 ปี ไม่มีงานเลยก็มี เงินขาดมือไม่มีจ่ายค่าบ้าน ค่าน้ำค่าไฟ ต้องเอาเงินจากเดือนก่อนขึ้นมาหมุน เป็นเพราะว่าเราอาจไม่มีเพลงชุดใหม่ออกมาด้วยก็ได้ไหม''
 
บนเส้นทางการเป็นนักร้องที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ อัมพรยอมรับว่า เคยร้องไห้หลายหนอยู่เหมือนกันด้วยความรู้สึกน้อยใจในโชควาสนา ''ไม่ท้อนะ ก็พยายามหาค่าย หาอะไรทำชุดใหม่อยู่ เพราะเรายังรักการทำเพลงอยู่ ก็เข้าใจนะว่าการทำเพลงไม่ได้ทำกันง่ายๆ อย่างค่ายใหญ่ๆ เขามีเงินทำ เขาก็ง่าย แต่ค่ายเล็กๆ ไม่มีเงินสนับสนุนก็ยากนะ รูปแบบการทำงานอาจง่าย แต่ทุนที่จะเอามาทำหายาก นายทุนเดี๋ยวนี้เขาก็รู้ทิศทาง ไม่มีใครทำแบบใจรักเหมือนเมื่อก่อนแล้ว มีหลายค่ายสนใจมาชวนไปทำนะ คุยยิ่งใหญ่อลังการเลย พอเอาเข้าจริงๆ ก็หายๆไป เคยร้องไห้เหมือนกัน คือรู้สึกว่าทำไมชีวิตเราแย่จังเลย เดือนนี้ไม่มีงานเลยหรือ ทำไมคนอื่นเขามีงานกันเยอะเลย บางทีก็น้อยใจตัวเอง ทำไมทำงานมาตั้งหลายปี ทำไมเพลงเราไม่โดนไม่ติดเหมือนนักร้องคนอื่นเขาบ้าง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ในขณะที่ทุกฝ่ายก็ตั้งใจทำงานเต็มที่ น้อยใจในโชควาสนาของเรา อย่างช่วงที่ผ่านมา 2-3 ปี ไม่มีงานเพลงชุดใหม่ ก็น้อยใจตัวเองทำไมไม่เจอค่ายใหญ่ๆ ดีๆ ไม่เจอผู้ใหญ่ที่ตั้งใจสนับสนุน คือเวลาคุยก็คุยอลังการเลย แต่พอเวลาจะเอาเข้าจริงๆ ก็หายไป ที่ผ่านเกดเจอแต่แบบนี้ ดีแต่คุยๆ พอถึงจุดก็ไม่เป็นท่า''


 
สำหรับกำลังใจที่ทำให้ฮึดสู้เรื่อยมา อัมพรบอกว่า ครอบครัวคือสิ่งสำคัญ  ล่าสุดนอกจากมุ่งทำงานเพลงแล้ว ยังเริ่มต้นทำธุรกิจอื่นด้วย เพื่อเพิ่มช่องทางหารายได้ ซึ่งเวลาทำท่าว่าจะไปได้สวยเลยทีเดียว ''คือแม่ เพราะมาคิดว่าถ้าเราเป็นอะไรไป ไม่ได้ทำอะไรแม่คงเสียใจ เพราะตอนนี้เหลือแม่คนเดียวแล้ว หลังพ่อเสียชีวิตเมื่อปี 2541 แล้วก็คิดถึงพี่สาว 2 คน ที่คอยให้กำลังใจตลอด เวลามีอะไรเขาก็ให้กำลังใจเรา ตอนนี้ทั้งบ้านที่สุพรรณบุรี ก็มีแต่สาวๆ แล้ว เวลากลับบ้านก็ไปนั่งปรับทุกข์กัน อย่างสงกรานต์เขาก็อยากให้กลับบ้านนะ แต่เราก็ต้องทำงาน ก็ห่วงเขานะ ไม่อยากให้เขาคิดมาก ครอบครัวไม่เคยห้าม หรือให้เลิกเป็นนัก ร้องไปทำงานอื่นนะ ให้สิทธิเราทุกอย่าง แต่ตัวเกดเองก็รู้ว่านักร้องไม่จีรังยั่งยืน ก็หาทางทำงานอื่นด้วย ตอนนี้ก็เอาข้าวกล้องงอก เป็นผงสำหรับชงดื่มของสวนจิตรลดา มาขายกล่อง 200 บาท มีพี่ๆ เขาแนะนำ และเขาอยากจะช่วยเรา ตอนนี้เป็นกิจการเล็กๆ อาศัยขายตามเพื่อนฝูง ขายกับคนที่เรารู้จัก ก็เริ่มมีเพื่อนๆ สนใจรับไปขยายต่อ เพราะสรรพคุณของข้าวกล้องงอก สามารถป้องกันโรคอัลไซเมอร์ เหน็บชา นอนไม่หลับ ลักษณะก็คือเอาข้าวมาบดเป็นผง สามารถพาไปไหนมาไหนได้ง่าย ถ้าดีก็ตั้งใจจะขยายไปเรื่อยๆ ใครสนใจก็ติดต่อมาได้ 085-4729119 จัดส่งให้ถึงบ้าน''
 
อย่างไรก็ตามหากธุรกิจขายข้าวกล้องงอกดี อัมพรยืนยันว่า เธอไม่ทิ้งงานเพลงแน่นอน เนื่องจากรู้สึกรักงานด้านนี้มากๆ  ''ถ้าทำแล้วดีหรอ ก็ไม่ทิ้งงานเพลงนะ ถ้ายังมีแฟนเพลง และมีคนตั้งใจทำงานให้เราจริงๆ ก็ทำไปเรื่อยๆ เพราะเรารักตรงนี้ คิดถึงแฟนเพลงตลอด บางทีไปงานได้เจอแฟนเพลงเก่าๆ ก็รู้สึกอบอุ่นนะ ดีใจที่มีคนคิดถึงเราอยู่ เห็นแฟนเพลงมาให้กำลังใจ ก็ทำให้เรามีแรงที่จะทำงานต่อเนื่อง''
 
ผลงานเดี่ยว
นางรอ
คิดถึงจริงหรือคะ
มือที่สาม
เขาชื่นเราช้ำ
อบรมตัวเอง
หัวใจขี้เหงา
คนดีคนเดิม
ผลงานกลุ่ม
เกี่ยวก้อย ( ร้องคู่กับนักร้องชาย 4 เพลง  )
ชัวร์ชะชะช่า ชุดที่ 1 (ธ.ค. 44)
ชัวร์ชะชะช่า ชุดที่ 2 (ธ.ค. 44) 2 ชุดนี้ร่วมกับ มนต์สิทธิ์ คำสร้อย, ดำรง วงศ์ทอง, เกษม คมสันต์, สำราญ บุญลาภ, ฝน ธนสุนทร และ บุญตา เมืองใหม่
ชัวร์ชะชะช่า ชุดที่ 3 (ต.ค. 45)
ชัวร์ชะชะช่า ชุดที่ 4 (ต.ค. 45) 2 ชุดนี้ร่วมกับมนต์สิทธิ์ คำสร้อย, ดำรง วงศ์ทอง, เกษม คมสันต์, สมชาย ไทรงาม, ฝน ธนสุนทร, บุญตา เมืองใหม่ และแอร์ สุชาวดี









 free counters
Free counters

เรื่องที่มีผู้อ่านสูงสุด จาก NationTV



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
กำหนัน วันที่ : 18/12/2011 เวลา : 22.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saiyai21

สวัสดีครับ เธอเสียงดีครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
papaanan วันที่ : 17/12/2011 เวลา : 11.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/papaanan

ผมเป็นแฟนพันธุ์แท้ของเธอครับ ชอบมาก ทั้งประวัติและผลงาน โดยเฉพาะ "ดอกไม้ในป่าช้า" ฟังทุกวันไม่เบื่อ "อมตะ" จริงๆ (โหลดไว้ฟังเวลาเหงาในมือถือด้วย)

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน