• กรมกุชะ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : maggoonchorn@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-10-06
  • จำนวนเรื่อง : 145
  • จำนวนผู้ชม : 396991
  • จำนวนผู้โหวต : 152
  • ส่ง msg :
  • โหวต 152 คน
<< กุมภาพันธ์ 2013 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2556
Posted by กรมกุชะ , ผู้อ่าน : 2143 , 23:54:39 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน นายยั้งคิด , hayyana และอีก 3 คนโหวตเรื่องนี้

“...เราต้องเปลี่ยนความคิด แต่ก่อนคิดว่าให้คนในเขตทุรกันดารเรียนเพียงเพื่อให้อ่านออกเขียนได้เท่านั้น ปัจจุบันเขามีสิทธิที่จะเรียนถึงชั้นสูงได้เหมือนลูกคนในเมือง ต้องมียุทธศาสตร์การพัฒนาเพิ่มมากขึ้น” พระราชดำรัสของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่มีต่อเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารในการบรรยาย ณ สำนักงานใหญ่ธนาคารกสิกรไทย กทม. เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2550



 


สภาพอัตคัดขัดสนทางเศรษฐกิจครอบครัวและอิทธิพลรากเหง้าวัฒนธรรมชุมชน ตลอดจนบริบทแห่งประเพณีที่ผกผันแตกต่าง ผสมผสานกับการเข้าถึงซึ่งระบบการจัดการเรียนการสอนที่ค่อนข้างจำกัดกับเงื่อนไขสภาพแวดล้อม เส้นทางคมนาคมทุรกันดารห่างไกล ความตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษาของผู้ปกครองที่ค่อนข้างน้อยถึงน้อยมาก จึงทำให้ “เด็กดอย”หรือเด็กชาวไทยภูเขา เด็กชนกลุ่มน้อยชายขอบ กลายเป็น “โฟกัส”ที่หน่วยงานจัดการศึกษาทุกระดับต่างทุ่มเทยุทธศาสตร์ วิธีคิด แนวทางและการบูรณาการภาคีเครือข่ายเพื่อการพัฒนาเด็กด้อยโอกาสที่เรียกว่า “เด็กดอย”หรือ “เด็กไกลปืนเที่ยง” อย่างจริงจังตั้งใจต่อเนื่อง



กิจกรรมนิทรรศการ “คนภูเขา ก้าวสู่อาเซียน” ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือสพฐ. ในงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับชาติ ครั้งที่ 62 ณ อิมแพคเมืองทองธานี จ.นนทบุรี เมื่อ 13-15 กุมภาพันธ์ 2556 ที่ผ่านมา เป็นอีกหนึ่งการขับเคลื่อนของพลังพัฒนาการทางการศึกษาของนักเรียนบนพื้นที่ภูเขาสูงและถิ่นทุรกันดาร ที่ถ่ายทอดผ่านกระบวนการจัดรวบรวมเรียบเรียงและถ่ายทอดผลงาน นวัตกรรม สื่อ ผลผลิต วิธีคิด วิธีการ ผ่านรูปแบบการนำเสนอนิทรรศการ การสาธิต การอรรถาธิบาย การถ่ายทอดผ่านสื่อมัลติมีเดีย การแสดงศิลปวัฒนธรรม การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ฯลฯ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นศักยภาพ ประสิทธิภาพและคุณภาพของการจัดการศึกษาในระบบโรงเรียน


โอกาส คุณภาพการจัดการศึกษา ทักษะชีวิตและอาชีพ เป็น “ไก๊ด์ไลน์” ต้นทุนบ่งชี้ถึงความสำเร็จสมบูรณ์ของกระบวนการจัดการเรียนรู้ให้แก่เด็กนักเรียนคนภูเขาจาก 27 เขตพื้นที่การศึกษาที่เป็นตัวอย่างของความรู้ ความสามารถของนักเรียน เช่น ศูนย์การเรียนรู้บ้านป่ากำ ศูนย์การเรียนรู้บ้านขุนน้ำจอน รร.บ้านสว้า สพป.น่าน เขต 2,กิจกรรมโรงเรียนนำร่องการจัดการศึกษาด้านอาชีพของรร.บ้านทัพ สพป.เชียงใหม่ เขต 6,เทคโนโลยีมัลติพ้อยท์ รร.บ้านห่างหลวง สพป.เชียงใหม่ เขต 5,การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ภาษาไทยเป็นภาษาที่ 2 โดยใช้กระบวนการ TPR ของรร.วัดวังก์วิเวการาม สพป.กาญจนบุรี เขต 3,โครงการนักเรียนแลกเปลี่ยนภาษาและวัฒนธรรมระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) รร.บ้านท่าอาจ สพป.ตาก เขต 2 ,ภาพยนตร์สั้นเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการเรียนการสอนของรร.บ้านปางขอน สพป.เชียงราย เขต 1,สืบสานตำนานผ้าทอดาราอั้งจากขุนเขา รร.บ้านขอบด้ง สพป.เชียงใหม่ เขต 3,หลักสูตรภาษาจีน รร.ห้วยไร่สามัคคี สพป.เชียงราย เขต3,ศูนย์การเรียนรู้งานอาชีพสู่ธุรกิจศึกษาเพื่อการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ของรร.ผาขวางวิทยา สพป.เชียงราย เขต 1,ร้านกาแฟ Q Coffeeกิจกรรมพัฒนานักเรียนบนพื้นที่ภูเขาสูงเพื่อการมีงานทำ รร.บ้านห้วยไคร้ สพป.เชียงราย เขต 2,ศิลปะการแสดงการเต้นจะคึ รร.บ้านมูเซอ สพป.เชียงใหม่ เขต 5 ฯลฯ เป็นต้น

“โครงการพัฒนาการศึกษาสำหรับเด็กด้อยโอกาสในพื้นที่ภูเขาสูงและถิ่นทุรกันดาร มีเป้าประสงค์เพื่อมุ่งสร้างโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพให้แก่นักเรียนโดยใช้โรงเรียนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา ระบบการทำงานแบบมีส่วนร่วมที่ยึดปัญหาเป็นฐาน โดยเริ่มต้นจากโรงเรียนที่ประสบปัญหาเด็กตกหล่นไม่ได้รับการศึกษา เด็กออกกลางคันและเด็กที่เรียนไม่จบการศึกษาภาคบังคับ” ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการ กพฐ. กล่าวถึงต้นทางแห่งกระบวนทัศน์พัฒนาเพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาที่ตรงประเด็นและสามารถดำเนินการสืบสานต่อไปได้อย่างยั่งยืน ซึ่งบทสรุปของเนื้อหาสาระหลากหลายองค์ความรู้และต่างยุทธศาสตร์การพัฒนาที่มีภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ เอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนกลุ่ม ชมรมต่างๆในท้องถิ่น ร่วมศึกษา วิเคราะห์ วางแผนพัฒนาอย่างเป็นระบบ



นายนพรัตน์ อู่ทอง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 1 กล่าวว่า “การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนรวมถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในลักษณะพหุเครือข่าย (Multiple Network) เช่น ภาคประชาชน ได้แก่ ผู้ปกครอง ผู้นำชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น คณะกรรมการสถานศึกษา สถาบันศาสนา ภาครัฐ ได้แก่ โรงเรียน อปท. โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน และภาคเอกชน ได้แก่ องค์กร มูลนิธิ สถานประกอบการ ฯลฯ ซึ่งเข้ามามีบทบาทแบบร่วมด้วยช่วยกันในการวิเคราะห์ปัญหา วางแผน ตามสภาพของปัญหาที่ประสบในพื้นที่จนกระทั่งนำไปสู่การจัดทำแผนพัฒนายุทธศาสตร์อย่างเป็นระบบโดยใช้โรงเรียนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา

จากกระบวนการจัดการตามโครงการการการพัฒนาการศึกษาสำหรับเด็กด้อยโอกาสในพื้นที่ภูเขาสูงและถิ่นทุรกันดารของสพฐ. ตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาในฐานข้อมูลช่วงระยะปี 2551-2553 ปรากฏผลพวงเชิงพัฒนาหลายประการ เช่น โอกาสการเข้าเรียนต่อจากสถิติปี 2551 จำนวน 387,699 คน เป็น 451,774 คนในปี 2552และ จำนวน 535,268 ในปี 2553 ในขณะที่สถิติการออกกลางคันของนักเรียนจำนวน 1.75% ในปี 2551 ก็ลดลงเหลือ 0.75% และ 0.56 ในปี 2552 และ 2553 ตามลำดับ ขณะที่อัตราการเรียนต่อของนักเรียนในพื้นที่ภูเขาสูงและถิ่นทุรกันดารตามข้อมูลจปฐ.10 ก็สรุปชัดเจนว่า กระเตื้องขึ้นจาก 96.29% ในปี 2552 มาเป็น 96.39 % และ 97.57 ในปี 2553 และ 2554 ตามลำดับและสถิติการประกอบอาชีพและมีรายได้ขของประชากรวัย 15-60 ปี จากปี 2552-2554 ก็มีดัชนีตัวเลขไต่ระดับ 96.93 97.57 และ 98.08 ตามลำดับ


 


กระบวนการจัดการศึกษาเพื่อการพัฒนาคนอย่างรอบด้านและสมดุลทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรม กับโครงการพัฒนาการศึกษาสำหรับเด็กด้อยโอกาสในพื้นที่ภูเขาสูงและถิ่นทุรกันดารของสพฐ. ซึ่งพุ่งเป้าเพื่อให้ผู้เรียนในพื้นที่ "ดอยสูง-ไกลปืนเที่ยง"ได้รับโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการศึกษาที่มีคุณภาพและมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์จึงเป็นศักยภาพ ประสิทธิภาพและคุณภาพที่ประจักษ์ต่อสาธารณชนและประชาคมไทยจึงเป็นดัชนีชี้วัดกระบวนทัศน์เชิงบวก ซึ่งนอกเหนือจากพันธกิจของสพฐ.ในการจัดการศึกษาให้ครอบคลุมทุกพื้นที่และกลุ่มเป้าหมายแล้ว ยังจะเป็นการเตรียมความพร้อมในการจัดการเรียนการสอนของเด็กด้อยโอกาสสู่ประชาคมอาเซียนได้อย่างมั่นใจและอย่างยั่งยืน


 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 03/03/2013 เวลา : 19.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ขอบคุณ Bg กรมกุซะครับ ที่เผยแพร่เรื่องนี้ เป็นประโยชน์ที่ได้รายละเอียดที่ไม่เคยทราบมาก่อนครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
hayyana วันที่ : 22/02/2013 เวลา : 21.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

ชุดชาวเขาเท่มาก. น่าจะมีคนแต่งมาเดินห้างฯในกทม. บ้าง
สมควรจะต้องภูมิใจ.

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
su วันที่ : 22/02/2013 เวลา : 10.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suwest

สังเกตุดูเด็กพื้นที่สูง หรือเด็กดอย เมื่อได้รับการศึกษา จะมีสำนึกดีกว่าเด็กทางพื้นราบมาก เขาจะรักท้องถิ่นของเขาต้องการกลับไปทำงานในถิ่นกำเนิดของตันเอง ไม่หลงแสงสีเหมือนเด็กคนเมือง.

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Chaoying วันที่ : 22/02/2013 เวลา : 07.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

พื้นที่ภูเขาสูงและทุรกันดาล..มีครูเพียงพอหรือไม่ในทุกวิชา..และครูได้สอนเต็มที่.หรือต้องแบ่งเวลาไปทำงานด้านเอกสารด้วยหรือไม่..ครูในถิ่นทุรกันดารน่าเห็นใจมากๆ ค่ะ.

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน