*/
  • กรมกุชะ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : maggoonchorn@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-10-06
  • จำนวนเรื่อง : 145
  • จำนวนผู้ชม : 400673
  • จำนวนผู้โหวต : 152
  • ส่ง msg :
  • โหวต 152 คน
<< เมษายน 2016 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 17 เมษายน 2559
Posted by กรมกุชะ , ผู้อ่าน : 4158 , 11:44:34 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน ni_gul , แม่หมี และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

นายบุญช่วย พันธ์งาม ผอ.กลุ่มอำนวยการ สพป.สระบุรี เขต1 เลขาธิการสมัชชาบุคลากรทางการศึกษา  แถลงเจตนารมณ์คู่ขนานการปฏิรูปกศ.ต่อกมธ.การศึกษาสนช.

เฝ้าติดตาม "ขบวนการ"และ"กระบวนการ"ปฏิรูปการศึกษาไทยโดยคณะคสช.อย่างตาไม่กระพริบครับ
ลุ้นว่าจะทำอะไรได้บ้าง...?
ประสาคนทำงานใน "สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา" ...หน่วยงานเซ็คชั่นหนึ่งในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
ที่มีมุมมองต่อกระบวนการพัฒนาการปฏิรูปการศึกษาไทย....
แบบคู่ขนานกับนักการเมืองในกระทรวงศึกษาธิการมาทุกยุคทุกรัฐบาล นับตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา...
ประสาข้าราชการมีภาษีประชาชนเป็นเงินเดือน มีระบบบริหารราชการแผ่นดินเป็นแนวทางดำเนินวิถีชีวิต
พูดได้แต่ไม่ดัง เขียนได้แต่ไม่มีใครอ่าน ขับเคลื่อนได้แต่ไม่มีพลัง คิดได้แต่ทำไม่ได้...
มาอย่างนี้มานานกว่าทศวรรษ...

แม้จะไม่ถึงกับเป็น agenda ว่าด้วยเรื่องการพัฒนาคุณภาพทรัพยากรบุคคลอย่างเป็นระบบและระยะยาวๆ
แต่เห็นหลายภาคส่วนพยายาม รัฐบาลโดยนักการเมืองจากพรรคการเมืองก็เข้ามาแบบสง่างาม ชอบด้วยเหตุผลตามระบบรัฐสภา
แต่ก็อย่างที่เห็นอย่างที่เขาว่ากันปาวๆ เป็นกระทรวงที่มีรัฐมนตรีเปลืองที่สุด สั้นที่สุด ข้าราชการไล่ตามนโยบายแบบหัวหมุนมากที่สุด...
พอถึงยุคคสช. ที่มีมาตรา 44 เป็นเครื่องมือปะจะฉะดะ...
คนทำงานด้านการพัฒนาด้านการส่งเสริมสนับสนุนประเภทปราซิวปลาสร้อย....ก็ลุ้นต่อว่า "ฯพณฯจะใช้ดาบอาญาสิทธิ์" ในกระบวนการปฏิรูปการศึกษาอย่างไร ?
ระทึก ลุ้น อึงอล ปั่นป่วนมวนท้องระคนเลือดลมสูบฉีดด้วยความหวัง...!

 

นายตวง อันทะไชย ประธานกรรมาธิการการศึกษาและกีฬา สนช. อดีต "บุคลากร 38 ค (2)" นักคิด-นักต่อสู้จากที่ราบสูง


ปฏิบัติการการปฏิรูปการศึกษาไทยนั้นมักจะมีคำพูดแบบวาทกรรมกึ่งสั่งการมาจากเบื้องบนไปถึงทุกภาคส่วนมาทุกยุคทุกสมัยว่า
ต้องยึดเด็กเป็นศูนย์กลาง ประชาชนผู้ปกครองเด็กต้องชื่นชมชื่นชอบ ห้ามแตะเรื่องโครงสร้างการบริหารจัดการ ห้ามเพิ่มคนเพิ่มซีเพิ่มตำแหน่งเพิ่มเงิน...
หลักๆก็ประมาณนี้....
ซึ่งผมก็มึนตึ้บ ลุ้น จะทำได้ไงว้า...ในเมื่อประสิทธิภาพการบริหารจัดการมันก็ต้องข้องแวะกับคน เงิน ถึงจะไปปลายทางที่ "งาน"
คนในที่นี้ หากโฟกัสเฉพาะในภูมิภาคนะครับ...ขออนุญาตข้ามชอทส่วนกลาง 5 แท่ง ในกระทรวงศึกษาธิการ
ก็มีทั้ง ครู ผอ.โรงเรียน รองผอ.โรงเรียน ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา รองผอ.สพท. ศึกษานิเทศก์ พนักงานราชการ ลูกจ้าง...
และ..."บุคลากรทางการศึกษาอื่นคามมาตรา 38 ค (2)"
กลุ่มคนชายขอบในชายคากระทรวงศึกษาธิการ ตามพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2547

นายตวง อันทะไชย ประธานกมธ.การศึกษาและกีฬา สนช. อดีตผู้แทนบุคลากรทางการศึกษา ในกคศ.
นายชาญ คำภิระแปง ประธานสมัชชาบุคลากรทางการศึกษา ผู้แทนบุคลากรทางการศึกษา สายประถมศึกษา ในกคศ.
ผู้นำรุ่นต่อรุ่น ต่างสถานะ ต่างห้วงเวลา ต่างภารกิจ...
ที่มีต้นทุนต้นทางร่วมส่งเสริม สนับสนุนการศึกษาไทยไม่ต่างกัน...

นายสุทธิพร  ไชยพิเดช ผู้แทนบุคลากรทางการศึกษา  ในกคศ. สายมัธยมศึกษา

 

การปฏิรูปการศึกษาที่ดูเหมือนจะเป็นของร้อนสำหรับประเทศไทย
เนื่องจากประเทศนี้ บ้านเมืองนี้ คลาคล่ำไปด้วยนักคิด นักวิชาการ นักการศึกษา คอลัมนิสต์ นักการเมือง ผู้นำนิติบุคคล ฯลฯ
กฎหมายการศึกษา มติกคศ. ระเบียบกติกา "ว.โน่นนี่นั่น" ก็บานเบอะแตะไรก็ไม่ได้...(ประธานกศจ.หรือผวจ.ในหลายๆจังหวัดบ่นมางี้)
ซึ่งก็ล้วนแล้วแต่ปรารถนาดี ห่วงใยการศึกษาชาติกันทั้งนั้น
โรงเรียน 32,298 โรง นักเรียน 8,823,849 คน ครู-พนักงานราชการ 401,075 คน (สพฐ.:2527)
คือ ห่วงโซ่ใหญ่ห้อยแขวนต่อจาก "ครู-บุคลากรทางการศึกษา"
ส่วนจะล่ำบึ้กหรือกะหร่องกร๋องแกร๋งอย่างไร...ก็ต้องมโนเอาเพราะวาทกรรม "ห้ามแตะโครงสร้าง ห้ามเพิ่มคน เพิ่มซี"
ยังหลอกหลอนเขย่าขวัญคู่ขนานแผนปฏิบัติการปฏิรูปการศึกษาแห่งชาติ

 

ตรงที่การปฏิรูปการศึกษาที่มีจุดแตกหักเยอะแยะไปไหมดตามวิธีคิด วิธีการ กระบวนทัศน์ผู้คนในแวดวงการศึกษา
บ้างก็ว่าอยู่ที่ครู บ้างก็ว่าอยู่ที่นักเรียน บ้างก็ว่าอยู่ที่ห้องเรียน  บ้างก็ว่าอยู่ที่ผู้บริหาร ต่างกรรม ต่างกลุ่มวิธีคิด
ลองผิดลองถูก ปฏิรูปการสอน ปฏิวัติการบริหาร ระดมทั้งอาจารย์มหาวิทยาลัย ครูแกนนำ ผู้บริหารต้นแบบ ครูดีเด่น ครูรางวัลobec award ครูเชี่ยวชาญ แบบดาหน้าปูพรมเพื่ออัพเดทคุณภาพการศึกษาไทยสู่สากลให้จงได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
มีทั้ง...ประโยคความ "สู่ศวรรษที่ 21"บ้าง "อาเซียน"บ้าง "ประชาคมโลก"บ้าง...มาเป็นธงให้ทะเยอทะยานไขว่คว้า

นายชาญ คำภิระแปง ผอ.กลุ่มนโยบายและแผน สพป.เชียงใหม่่ 2 ผู้แทนในก.ค.ศ. เจ้าของวลี "ข้อเหวี่ยงการศึกษาไทย"

ดร.สมจิต  สมอ ผอ.กลุ่มนโยบายและแผน สพป.เชียงราย เขต1 อดีตผู้แทนใน อกคศ.เชียงราย เขต 1 

การปฏิรูปการศึกษาในสมัยภาคการเมืองการศึกษาก่อนยุคคสช.
ทุกรัฐบาลจึงเชิงรุกไปที่ "ครู ผู้บริหารโรงเรียน ผู้บริหารเขตพื้นที่" แบบ "กล่องดวงใจ" ว่าไงว่าตามกัน
ชุดเฉพาะกิจลงพื้นที่ ชุดติดตาม-ประเมิน ชุดปฏิรูป ชุดนวัตกรรมการเรียนการสอน จึงปฏิบัติการคึกคักเข้มข้น
ตามบริบท สมรรถนะและศักยภาพของปัจเจกชน ซึ่งมีทั้ง "ผู้นำ-ผู้ตาม"
การประกาศคำสั่งคสช. 2 ฉบับ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปการศึกษาทั้งในโหมดยกเครื่องหน่วยงานและปฏิกริยาขับเคลื่อน-ขยับเขยื้อน
ต่อเนื่องด้วยคำว่า "ภูมิภาค"
ซึ่งนั่นก็หมายถึง "เขตพื้นที่การศึกษา"เป็นเมนหลัก คู่ขนานไปกับพันธมิตรการบริหารจัดการศึกษาอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น อาชีวศึกษา กศน. การศึกษาพิเศษ การศึกษาเอกชน ฯลฯ

ดร.อภิวัฒน์  กันศรีเวียง ผอ.กลุ่มICT สพม.36 (เชียงราย-พะเยา) รางวัลเหรียญทอง OBEC  AWARD สพฐ. ปี 2557 

เค้าลางการปฏิรูปการศึกษาที่หักมุมออกจากกระบวนทัศน์เดิมๆ เช่น ครู นักเรียน นวัตกรรม หลักสูตร เทคโนโลยีการเรียนการสอน การบริหารจัดการ ฯลฯ ก็เริ่มปลดปล่อยพันธนาการออกมาสู่ "คนที่ปรากฎอยู่ในกฎหมายการศึกษาชาติทุกฉบับ" อย่างคาดไม่ถึง...
โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจาก พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ปี 2547
ที่เป็นเสมือน "คนชายขอบ" อย่าง "บุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค (2)"
ซึ่งไปถามหน่วยงาน กคศ.ก็จะบอกว่า คุณไม่ใช่ข้าราชการครู คุณเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญสังกัดกพ.
แต่พอไปถามกพ. ก็จะตอบกลับว่า คุณไม่ใช่ข้าราชการพลเรือนสามัญ คุณเป็นข้าราชการครู...
กว่า 10 ปีจนถึงทุกวันนี้ "ข้าราชการกลุ่มทำงานในสพท.ทั้งประถมและมัธยม 225 เขต" ทั่วประเทศ จำนวนกว่า 1 หมื่นคนก็ยังตอบตนเองไม่ได้ว่า
แล้วตนตัวเองเป็น "ข้าราชการประเภทไหน ?"

ประเด็นคู่ขนานการปฏิรูปการศึกษาไทยของกลุ่มข้าราชการ "บุคลากรทางการศึกษาอื่นตามม.38 ค (2)"
จึงเป็นคำถามต่อไปว่า ในคำสั่ง ม.44
คนกลุ่มนี้ทั่วประเทศใน 225 สพท. มิได้พูดถึง มิได้กล่าวขวัญถึง มิได้ถามไถ่ถึง "ค่างาน มาตรฐานภารกิจ"
ซึ่งเอ็นทรี่นี้ก็ไม่พึงประสงค์ที่จะไปเกี่ยวเนื่องหรือผูกพันกับผลประโยชน์ ตำแหน่ง วิทยฐานะ เก้าอี้ซี-ขั้นใดๆ
แต่ในวงจรและจิ๊กซอว์การบริหารจัดการศึกษาในมิติการส่งต่อนโยบายกระจายอำนาจจากกระทรวงศึกษาธิการถึงภูมิภาค
หากมองและให้ความสำคัญกับ "แม่ทัพ"ในระดับภูมิภาค โดยมองข้าม "ขุนพลทางวิชาการ" ก่อนจะส่งต่อนโยบายสู่พื้นที่บริการของโรงเรียน
การสร้างความรู้ความเข้าใจ การสร้างความตระหนัก ไปสู่การมีส่วนร่วมของประชาชน
หรือที่เรียกว่า"ประชารัฐ"
หากนำมาใช้เฉพาะกฎหมายบังคับใช้กับครู บุคลากรทางการศึกษาและการ คิด วางแผน วิจัย ใส่เกียร์เดินหน้า KPI ประเมินผล...
ก็คงเป็นมิติใหม่ในแง่ของการปฏิรูปกฎหมายพัฒนาบุคคลในระดับภูมิภาค...เท่านั้น !
ซึ่งก็หมายถึง "ขวัญ กำลัง ใจ ไมตรีจิต" จากส่วนกลางถึงภูมิภาค ที่เป็นการอภิบาลกึ่งธรรมาภิบาล...ตามที่คสช.คาดหวัง
.....
โดยมีคนกลุ่ม "บุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค (2)"
นั่งมอง ก้มหน้าก้มตาเป็นวัวงานแบบ "หนิมๆ"....เหมือนเดิม

วันนี้...หากถามไถ่ถึง สำนักงานศึกษาธิการภาคและสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด
แล้วถามต่อว่า ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ที่ทำงานใน 2 หน่วยงานที่เพิ่มเติมมานี้อย่างน้อยๆก็ 18 + 77 จะใช้คนกลุ่มใด ?
เราก็จะได้ยินทันทีทันใดว่า "เกลี่ยอัตรากำลัง"
นั่นก็หมายถึงใช้กำลังพล "บุคลากรทางการศึกษา ม.38 ค (2)"
เหมือนเดิม ภายใต้ข้อจำกัด "ห้ามเพิ่มคน เพิ่มเงิน"
สถานการณ์นี้...คู่ขนานกับปฏิบัติการปฏิรูปการศึกษาไทยมาแล้วตั้งแต่ปี 2547

คุณภาพ ประสิทธิภาพ...เมื่อวานกับวันพรุ่งนี้...หากมองในมิติการบริหารจัดการศึกษาในภูมิภาค
จึงมิได้มีสิ่งใดใหม่หรือเจาะลึกไปถึง "สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา" แต่อย่างใด
วันพรุ่งนี้จะมีหรือไม่มีก็ยังไม่มีใครรู้ สำหรับข้าราชการกลุ่มบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามม.38 ค (2)
ที่ผมตั้งฉายาว่า "คนชายขอบในชายคากระทรวงศึกษาธิการ"   ที่ไม่มีวิทยฐานะและกระบวนการพัฒนามาตรฐานทางวิชาการ
แต่ต้องทำงานควบคู่กับครู โรงเรียน ผู้บริหาร....
เป็นเพียงกลุ่มคนเล็กๆ...คนที่ไม่ใช่ข้าราชการครู คนที่ไม่ใช่ข้าราชการพลเรือน
เป็นใครก็ไม่รู้...ไม่ได้มาเรียกร้องหาวิทยฐานะ ความก้าวหน้าใดใด ไม่อยากให้ด่วนฟันธงดักหน้า แง่ร้ายซ้ำซาก

เพียงแต่จะบอกว่า ม.44 ที่คสช.ประกาศใช้เมื่อ 22 มีนาคม 2559 นั้น
หากเพื่อคาดหวังการพัฒนาการศึกษาชาติด้วยองค์คณะบุคคล 22 คน...ก็คงเป็นอีกมิติหนึ่งในระยะยาวๆที่ไม่แตะก็เหมือนแตะ "คน" ในระดับผู้บริหาร ครู บุคลากร แต่มาไม่ถึงบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามม.38 ค (2)
ซึ่งวันนี้ แม้แต่ปากเสียงที่จะมีในภูมิภาคใน "บอร์ดกศจ." ก็ยังถูกตัดทิ้ง แบบตัดบัวไม่เหลือเยื่อใย....!
หากเพื่อคาดหวังการพัฒนาการศึกษาชาติด้วยมิติโครงสร้างการบริหารจัดการในเชิงนอมินีของศธ.ในส่วนภูมิภาค....
คสช.ต้องอย่ามองว่า "สำนักงานเขตมีผอ.เขต" "ศึกษาธิการจังหวัดมีผอ.เขต1" "ศึกษาธิการภาคมีผู้บริหารชั้นต้นซี9-10" เท่านั้น...
....กว่า 10 ปีนับตั้งแต่ พ.ศ.2547 ที่ว่า การปฏิรูปการศึกษาไทยยังไปไม่ถึงไหน !

กระทรวงศึกษาธิการในยุคคสช.ต้อง "ทะลุทะลวง" จากยอดปิรามิดให้ครบถ้วนทุกลมหายใจและวิถีชีวิตเกี่ยวข้อง
ครู 398,865 คน ผู้บริหาร 32,298 คน ศึกษานิเทศก์ ผอ.เขต 225 คน รองผอ.เขต รองผอ.โรงเรียน...ต่างได้รับการปฏิรูปทุกรูปแบบ
วันนี้...ม.44 ยังไปไม่ถึงกลุ่มคนตามมาตรา 38 ค (2) "คนชายขอบในชายคากระทรวงศึกษาธิการ"
ลองคลี่ดูอัตรากำลัง ค่างาน การเกษียณ การลาออก การโอนย้ายสังกัด การล้มหายตายจาก...กับข้อเท็จจริงที่กองพะเนินเทินทึก...
บางทีการปฏิรูปการศึกษาในมิติ..."คนทำงานในเขตพื้นที่การศึกษาก่อนส่งต่อโรงเรียน"
ก็เป็นจุดคันอีกจุดหนึ่งที่ต้องเกา...เกาให้ถูกที่คัน

ฝากความหวังกับกระทรวงศึกษาธิการในยุค พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ "บิ๊กหนุ่ย"...
ที่ต้องถามและต้องตาม อย่าปล่อยให้เป็นหน้าที่ "ผอ.เขตพื้นที่การศึกษา" แต่เพียงอย่างเดียว...
แค่เตรียมวางแผนจะถกกับประธานกศจ.ให้พ้น time line 3 เดือนตามคำสั่งศธ.และKPI หน่วยงาน.....ก็หืดขึ้นคอแล้วครับท่าน !ปากเสียงที่จะไปบอกต่อ "รมต.ดาว์พงษ์" ว่า ขอความกรุณาดูแลคนทำงานในเขตพื้นที่รองรับนโยบายศธ.ตัวจริงด้วยนั้น...คงยากครับ เพราะถ้าบอก ผอ.สพท.ทั่วประเทศก็คงบอกไปนานแล้วก่อนคสช.จะประกาศใช้ม. 44 ....  นี่คือข้อเท็จจริงในวงการศึกษาไทย...วันนี้ !!

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (1)
กรมกุชะ วันที่ : 18/04/2016 เวลา : 13.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cradm

ขอบคุณคุณสิงห์นอกระบบและคุณแม่หมีมากๆครับ

เรื่องราวของข้าราชการในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการกลุ่มนี้ ถ้าอธิบายง่ายๆก็คือ เป็นข้าราชการตามพรบ.กศ.2547 "แต่ศักดิ์และสิทธิ์นั้น ไม่ใช่ครูและไม่ใช่ข้าราชการพลเรือน" ให้อยู่ในดุลยพินิจขององค์คณะบุคคลที่เรียกว่า "คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา" หรือที่คุ้นชื่อในวงการศึกษาว่า "ก.ค.ศ." ซึ่งจะใช้ดุลยพินิจกับบุคคลกลุ่มนี้ซึ่งในกฎหมายบัญญัติว่าเป็น "บุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค(2) โดยใช้กฎหมายข้าราชการพลเรือนมาใช้ "โดยอนุโลม"
ตรงนี้แหละครับ...ที่อย่าว่าแต่ทั้ง 2 ท่านจะสับสนเลยครับ ผู้บังคับบัญชา ผู้มีอำนาจก็ยังสับสนว่าคนกลุ่มนี้ตกลงเป็นใคร?
ตลอดสิบกว่าปี คือ 2547 ที่กฎหมายนี้ประกาศใช้ วิถีชีวิตของคนกลุ่มนี้จึงฝากผีฝากไข้ไว้กับ "ก.ค.ศ."อย่างเดียว ซึ่งก็ทำอะไรไม่ได้ เนื่องจากเมื่อ "ครูไม่ใช่ กพ.ก็ไม่ใช่" การผูกติดกับกฎหมายหลายฉบับจึงค่อนข้าง "สับสน"และ "ผุกติดกับระเบียบ มติ กฎหมายหลายฉบับ"
แต่ที่สุดของปัญหาก็คือ อำนาจและดุลยพินิจที่กฎหมายบัญญัติให้ "ผู้บังคับบัญชาชั้นต้นของคนกลุ่มนี้"เป็นผู้ใช้ดุลยพินิจในอำนาจของ "อกคศ." หรือ "อนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา"ของหน่วยงาน ซึ่งวิสัยทัศน์และมาตรฐานตลอดจนวิธีคิดของผู้มีอำนาจในแต่ละหน่วยงานก็ไม่เท่ากันอีก...การร้องเรียนการใช้ดุลยพินิจจึงแตกต่างกัน 225 อกคศ.ก็ 225 วิธีคิด...ทั้งที่กฎหมายก็ให้อำนาจในการบริหารงานบุคคลมาแล้ว...
ตรงนี้แหละครับ...น่าจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่มีครู ผู้บริหาร บุคลากรทางการศึกษาได้รับผลกระทบ...จนนำพาไปสู่การใช้มาตรา44
ที่คสช.ประกาศยุบ อกคศ.ในภูมิภาค...ให้ 225 อกคศ.ยุบมาเป็น 77 กศจ. หรือคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด...ครับ ไม่รวมส่วนกลางที่กทม.ครับ

สับสน...หน่อยนะครับ ค่อยๆทำความเข้าใจ ถ้าท่านสนใจการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในภูิภาคนะครับ...

ส่วนเอนทรี่นี้...ผมเขียนขึ้นเพื่อที่จะบอกว่า ขบวนการปฏิรูปการศึกษา พูดถึงคนทุกกลุ่มทุกหมู่เหล่า แม้กระทั่งม.44 ก็พูดถึงบทบาทของทุกกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาในภูมิภาค ทั้ง ผอ.เขตพื้นที่ ทั้งผอ.โรงเรียน ทั้งศึกษานิเทศก์ ทั้งรองผอ...แต่ไม่พูดถึง "คนกลุ่มนี้" ซึ่งเป็นกลุ่มทำงานเสมือน "นอมินีของกระทรวงศึกษาธิการ"ที่จะต้องส่งต่อไปยังโรงเรียน ครู นักเรียน ผู้ปกครอง...ว่า คนกลุ่มนี้มีปัญหาอย่างไร ยืนยันว่าไม่ได้ผูกติดกับผลประโยชน์หรือเรียกร้องความก้าวหน้า วิทยฐานะใดๆทั้งสิ้น...ครับ หน่วยงาน ภารกิจ กับปัญหาพื้นฐานบุคลากรที่ไม่สมดุลกัน ย่อมส่งผลต่อการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาไทยตามเจตนารมณ์รัฐฐาฐิปัตย์แน่นอน...คนทำงานในจุดๆนี้สัมผัสได้มานานกว่า 10 ปี แต่ไม่มีหน่วยใดอินังขังขอบ โยนกองไปมา จึงหาช่องทางที่จะสื่อสารสาธารณะเท่าที่จะทำได้ครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
แม่หมี from mobile วันที่ : 18/04/2016 เวลา : 11.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

อ่านแล้วน่าเป็นห่วงจริงๆ .ดูมันสับสนวุ่นวายไม่ลงตัว .ข้าราชการแบบไหนก็หาคำตอบไม่ได้ เฮ้อ..เฮ้อ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
พล.ท.นันทเดช วันที่ : 18/04/2016 เวลา : 09.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nunrimfar
พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์

ก็ยังสับสนอยู่ดี ครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
กรมกุชะ วันที่ : 18/04/2016 เวลา : 07.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cradm

อกคศ.สพท.ก่อน 22 มีค.59 ทั้ง 2 ฉบับ
การพิจารณาอนุมัติตำแหน่งข้องข้าราชการระดับชำนาญการพิเศษลงมาจะอยู่ที่อกคศ. โดยมีผอ.สพท.เป็นเลขานุการอกคศ.
มีตำแหน่ง มีบุคลากรในแต่ละเขตที่ยังคงไม่ผ่านการดำเนินการตามระยะเวลาที่เนิ่นนานและค้างคา ซึ่งกคศ.ก็ยังไม่ชัดเจนในแนวปฏิบัติหรือการสั่งการ การดำเนินการในอำนาจของอกคศ.ในแต่ละเขตพื้นที่ จึงมีมาตรฐานและดุลยพินิจแตกต่างกันของผู้มีอำนาจตามกฎหมายในระดับสพท. นอกจากนั้นยังมีอัตรากำลังในตำแหน่งอื่นๆ เช่น จพง.ธุรการ ที่ผูกกับระยะเวลาและแนวดำเนินการตามมติกคศ.จนไม่สามารถยกระดับพัฒนาตนเอง ตัวอย่างปัญหาเหล่านี้ เป็นผลพวงจากกฎหมายปฏิรูป 2547 ที่ส่งผลกระทบต่อข้าราชการ บุคลากรกลุ่มนี้ แม้จะเป็นกลุ่มเล็กๆที่ดูเหมือนจะไม่แตกต่างจากหน่วยงานทั่วๆไป แต่ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งของบังคับใช้กฎหมายกับหน่วยงานขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาที่ถูกมองข้ามมานานกว่า 10 ปี

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
กรมกุชะ วันที่ : 17/04/2016 เวลา : 20.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cradm

ขอบคุณเครือข่ายที่ส่งต่อข้อคิด ข้อเขียนชิ้นนี้ไปใน app และ social media ทุกห้องทุกกลุ่ม ทุกIP ที่คลิ้กและแซร์ มีหลายท่านพูดคุยกันหลังไมค์ถึงเหตุผลของประเด็น ผมก็บอกเหมือนกับที่เขียนไปว่า มิได้ประสงค์ต้องการผลประโยชน์ เก้าอี้ ขั้น ซี ระดับ อะไรซึ่งพัฒนาการและเงื่อนไขภาครัฐมันมาไกลเกินกว่าที่จะร้องขออะไรให้เสียความรู้สึกของคุณครู ผู้บริหารสถานศึกษาที่ทำงานหนักกว่าเยอะ...เพียงแต่เส้นทางการปฏิรูปการศึกษาประชารัฐ เห็นคสช. ศธ. พูดถึงทุกองค์กร ทุกหน่วยงาน ทุกภาคส่วนในทุกเวทีและการสั่งการ แต่ไม่มีกล่าวถึงคนทำงานบนสำนักงาน ซึ่งเข้าใจว่า ผู้มีอำนาจจะปล่อยให้ผู้บริหารตามลำดับชั้นบังคับบัญชาหรือสั่งการต่อไป...แต่ในข้อเท็จจริง คนกลุ่มนี้มีสิทธิ มีเส้นทางชีวิต มีชื่อตำแหน่งที่อยู่ใน "กฎหมายฉบับเดียวกันแต่เหมือนคนละฉบับเดียวกัน" ซึ่งในเชิงลึก ผู้มีอำนาจต้องเข้ามาถามไถ่ถึงปัญหา เพราะมิเช่นนั้น ปัญหาการทำงานในภาคส่วน หน่วยงาน"ศธ.ภาค" "ศธ.จังหวัด"และ "สพท." มีปัญหาในเชิงปฏิบัติการทั้งในแง่ของข้อจำกัดของบุคลากร ระบบบริหารงานบุคคลกับสมรรถนะหลัก ทักษะ ความรู้พื้นฐาน งานวิเคราะห์วิจัยสู่การพัฒนาและการส่งต่อนโยบาย แผนงานและกระบวนการทางการศึกษาที่มีประสิทธิภาพและคุณภาพอย่างแน่นอน...เพราะปัญหานี้ก่อนและหลัง 22 มีนาคม 2559 ก็เฉกเช่นเดียวกัน คนละเรื่องกับองค์คณะบุคคลอกคศและกพท.ที่ถูกคสช.ยุบเป็น กศจ. ...ครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน