*/
  • กรมกุชะ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : maggoonchorn@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-10-06
  • จำนวนเรื่อง : 149
  • จำนวนผู้ชม : 460656
  • จำนวนผู้โหวต : 157
  • ส่ง msg :
  • โหวต 157 คน
<< มีนาคม 2018 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 18 มีนาคม 2561
Posted by กรมกุชะ , ผู้อ่าน : 1076 , 13:30:20 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ความเป็นพื้นที่พิเศษของจังหวัดชายแดนเหนือสุดในสยามประเทศอย่างจังหวัดเชียงราย
ที่มีพรมแดนต่อเชื่อมกับประเทศเพื่อนบ้านพม่า ลาว มีเส้นทางคมนาคมทั้งทางรถ เรือ เครื่องบิน ต่อเชื่อมไปยังปริมณฑลประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ แถมยังทำท่าทำทางจะย่อโลกแบบลัดฟ้านิ้วมือเดียวไปถึงกรุงโซล หลังจากที่มีไฟล์ทบินตรงเชียงราย-ฮ่องกง โดยไม่ต้องไปต่อไฟล์ทที่สุวรรณภูมิ กทม.

.....อ่านหน้างานแค่เครื่องบินที่บินขึ้นลง ณ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ขนนักท่องเที่ยวทั้งชาวต่างประเทศ และคนไทยจากทั่วทุกภูมิภาคเข้ามาในพื้นที่ "เหนือสุดในสยาม ชายแดนสามแผ่นดิน ถิ่นวัฒนธรรมล้านนา ล้ำค่าพระธาตุดอยตุง" คนเป็นพ่อเมืองวิชั่นก้าวกระโดดอย่าง นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร จึงอ่านแรงกระเพื่อมในเชิงรายได้จังหวัดได้อย่างคมชัดทุกช็อท
จังหวัดเชียงรายมีรายได้จากการท่องเที่ยวปีละ 25,000 ล้านบาท โอกาสเติบโต 1% ต่อปี...อาชีพพื้นฐานที่มาเกี่ยวข้องมีตั้งแต่มัคคุเทศก์ ภาษาจีน พม่า อังกฤษ ญี่ปุ่น อาชีพไก๊ด์ท้องถิ่นเชี่ยวชาญประวัติศาสตร์ตำนานแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ ไปจนถึงของที่ระลึกแบบมีมูลค่าเพิ่ม เป็นให้มากกว่า hand made หรือ ชิ้นงานเฉพาะอัตลักษณ์....

นี่ยังไม่นับรวมความเป็นท่าอากาศยานนานาชาติของท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายมองไกลไปจนถึงอาชีพซ่อมเครื่องบินลำตัวแคบ...!

นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย  ประธานคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดเชียงราย เปิดประเด็นแบบจั่วหัวม้วนฉายภาพรวมความเป็นเชียงราย 4.0 ที่ต้องทำให้คนเชียงรายทำงานแบบออกแรงน้อย ได้เงินมากๆ โดยโฟกัสไปที่ความเป็นเมืองท่องเที่ยวทางธรรมชาติและแหล่งอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีที่ขายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ เพียงแต่ผู้ปฏิบัติงาน ผู้ประกอบการ ผู้บริหารงาน หรือคนทำงานในยุคใหม่ในพื้นที่ที่รองรับนักท่องเที่ยว ความเป็นจังหวัดหนึ่งของไทยในอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขง และความเป็นจังหวัดในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ....

ล้วนแล้วแต่เป็นต้นทุนของคนเชียงรายในวันพรุ่งนี้ มะรืนนี้ ที่น่าจะเข้าสู่เส้นทางสายอาชีพได้อย่างตรงประเด็น ตรงความต้องการของปัจเจกชน ตรงความถนัดและศักยภาพเฉพาะตน โดยไม่พุ่งเป้าไปที่ปริญญาบัตรและการสอบแข่งขันแย่งอาชีพกันแบบมโหฬารบานบุรีในทุกเวทีสนามสอบ....

ซึ่งนั่นก็ คือ ความเข้าใจ ความเชื่อ ค่านิยม การบอกต่อๆกันมาของผู้ปกครองเด็กในวันนี้และเมื่อวาน...!

นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวถึงอาชีพในอนาคตที่จังหวัดเชียงรายควรมี ควรเป็น ควรสร้างสมสร้างสรรค์ สร้างแรงบันดาลใจและส่งต่อแบบบูรณาการทุกภาคส่วนจิ๊กซอว์ข้อต่อลูกโซ่ คิดคนเดียว เดินคนเดียวไม่ได้ ทั้งสายศึกษาธิการ แรงงาน อุตสาหกรรม พาณิชย์ จัดหางาน หอการค้า อุตสาหกรรม ท้องถิ่น ฯลฯ ต้องระดมความคิดวิสัยทัศน์ร่วมกันวางแผน วิเคราะห์ สังเคราะห์ ตกผลึกข้อสรุปและวิธีปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมให้จงได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปภายในไม่กี่ปีนี้เพื่อให้เด็กนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ม.1-ม.3 ในปีนี้และปีต่อไป...เลือกเข็มชีวิตในการเรียนต่อในสายอาชีพให้มากกว่าสายสามัญ

และต้องเป็นอาชีพที่มั่นคง มีรายได้ชัดเจน เรียนจบมีงานทำทันที ที่สำคัญต้องสอดรับกับอนาคตของจังหวัดเชียงราย พื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ พื้นที่ในอนุภาคลุ่มน้ำโขงและเมืองแห่งการท่องเที่ยว....

นายนพรัตน์ อู่ทอง ศึกษาธิการจังหวัดเชียงราย เลขานุการกศจ.เชียงราย บุคคลสำคัญที่มีประสบการณ์ ผลงานและบทบาทในด้านพลวัตการขับเคลื่อนการศึกษาของจังหวัดเชียงรายโดยใช้พื้นที่จังหวัดเป็นฐานกล่าวถึงการรับบทหน่วยประสานสิบทิศจากสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาหรือสอศ. ในประเด็นรหัส "37:63" ไปสู่องค์คณะบุคคลที่เรียกว่า "คณะกรรมการสนับสนุนการเพิ่มปริมาณผู้เรียนสายอาชีพ ปีการศึกษา 2561" เพื่อถอดรหัสและเจาะฐานความคิด ข้อเท็จจริง ปรากฎการณ์ มาสู่ความเป็นไปและเป็นได้ในการทำตัวเลขนักเรียนจบการศึกษาม.3 ให้เข้าสู่สายอาชีพในปีการศึกษา 2561 ได้เท่ากับหรือมากกว่า 37% ของจำนวนนักเรียนที่จบการศึกษาภาคบังคับและศึกษาต่อในสายสามัญ สายอาชีพและสายอื่นๆทั้งหมด
ในขณะที่ข้อมูลในปีการศึกษา 2560 เด็กนักเรียนจบม.3 ของจังหวัดเชียงราย ศึกษาต่อในสายอาชีพ 34.85%
และในขณะที่สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเชียงราย โดยกลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผล ซึ่งมีภารกิจเสมือน "นอมินี" ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการในพื้นที่จังหวัดเชียงรายก็มีตัวเลขสรุปข้อมูลเบื้องต้น ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 ว่า ในปีการศึกษา 2560 จังหวัดเชียงรายมีนักเรียนจบม.3 จำนวน 12,818 คน โดยมีข้อมูลพื้นฐานการสำรวจตัวเลขการศึกษาต่อสายอาชีพของนักเรียนอยู่ที่ 30%
....รหัส 37:63 นักเรียนศึกษาต่อสายอาชีพกับต่อสายสามัญ ที่พึงประสงค์ ณ พื้นที่จังหวัดเชียงราย ตามที่กระทรวงศึกษาธิการฟันธงลงมาจึงเป็นเรื่องท้าทายภารกิจ พันธกิจ และการออกแรงร่วมกันของทุกภาคส่วนในพื้นที่จังหวัดเชียงรายยิ่งหนัก
พูดง่ายๆก็คือ นักเรียนจบม.3 จะตัดสินใจสมัครเรียนในสายอาชีพอีก 7% หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องออกแรงกันอีกคำรบ ซึ่งแม้ว่าปี 2561 นี้ อาจจะไม่บังเกิดผลเห็นแรงกระเพื่อมได้ชัดเจน
แต่อย่างน้อยปีหน้าหรือปีโน้น....
เด็กนักเรียนจบม.3 จากทุกสังกัดทั้ง สพฐ. เอกชน กศน. ต้องเกิดแรงบันดาลใจที่เรียนต่อสายอาชีพมากขึ้น มากกว่า 37% และสถานศึกษาในสังกัดสอศ.และอาชีวศึกษาเอกชน จะต้องร่วมกันชูธงอาชีพในฝันของเด็กเชียงรายร่วมสมัย Thailand 4.0 ให้เด็กได้กดไลค์และมุ่งมั่นก้าวกล้าสู่สายงานอาชีพได้แบบ "พึ่บพั่บ" เต็มพื้นที่....
วิกฤตคนตกงานในพื้นที่เชียงรายต้องลดลงหรือหมดไป....ก็อยู่ที่ตรงนี้แหละ !

นายเทพชัย ร่มโพธิ์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคเชียงราย ประธานกรรมการอาชีวศึกษาจังหวัดเชียงราย สะท้อนภาพในเชิงบริหารระหว่างหน่วยส่งต่อกับหน่วยรับ คือ โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาสังกัดสพฐ.ในพื้นที่กับสถานศึกษาในสังกัดสอศ. ทั้ง เทคนิค อาชีวฯ การอาชีพ เทคนิคกาญจนาภิเษก โดยวิงวอนกระทรวงศึกษาธิการจัดสรรงบอุดหนุนให้กับโรงเรียนขยายโอกาสฯ ที่มีจำนวนเด็กลดลงเนื่องจากมาเรียนต่อในวิทยาลัยสังกัดอาชีวศึกษาในทั้งภาครัฐและเอกชน
การหยิบยกกรณีการจัดการศึกษาในรูปแบบ "ทวิศึกษา" และ "ทวิภาคี" ซึ่งหน่วยงานคู่ขนานมีการขับเคลื่อนมาหลายปีแล้วทั้งภาครัฐและเอกชน โดยการชดเชยภาษีผู้ประกอบการและการจัดหาค่าแรงให้ ก็ถูกหยิบยกมาพูดถึง ซึ่งนั่นก็หมายถึงการสร้างแรงจูงใจให้กับรูปแบบทวิภาคีที่น่าจะเป็นทางออกทางหนึ่งให้กับผู้เรียนที่ต้องการเรียนรู้ เรียนงาน และฝึกทักษะประสบการณ์ แบบเรียนไปทำงานไปมีรายได้ด้วย จบออกไปก็มีงานรอทันควันทันที
แค่ฉายภาพอย่างนี้ หากทำได้จริง ผ่านกระบวนการแนะแนว กระบวนการประชาสัมพันธ์ออกไป ผู้ปกครองผู้มีอิทธิพลที่สุดสำหรับการเรียนต่อสายอาชีพของนักเรียนบุตรหลานก็คงจะทบทวน กลั่นกรอง มองอนาคต...ในขณะที่เด็กนักเรียนก็ต้องเริ่มต้นสัมผัสวัฒนธรรมเรียนรู้สู่งานอาชีพ มีรายได้ มีอนาคต มีความก้าวหน้าก้าวไกล

 

นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งสร้างเซอร์ไพรส์เดินทางมาร่วมสังเกตการณ์การประชุมเพิ่มปริมาณผู้เรียนสายอาชีพของจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า
"พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการบริหารจัดการศึกษาเพื่อการมีงานทำว่า ด้านการสร้างโอกาส ความเสมอภาคทางสังคมต้องให้เท่าเทียมกัน ทางด้านการจัดการศึกษา ต้องรู้ว่าจังหวัดใด พื้นที่ใด จุดใด มีจุดแข็ง มีโอกาส ต้องสนับสนุนส่งเสริมจุดนั้น นักเรียนนักศึกษาต้องเรียนอย่างเสมอภาค เพียงแต่ว่า ใครจะเรียนกศน. อาชีวฯ เอกชน มหาวิทยาลัย ให้จังหวัดจัดการศึกษาตามความต้องการและการมีงานทำ มีคุณภาพชีวิตที่ดี"
....ก็คงตรงประเด็นกับคำกล่าวที่ว่า "กระทรวงศึกษาธิการ คือ สถานีต้นทาง" เพราะเมื่อสถานีต้นทางไม่สามารถจูงใจให้เด็กเรียนสายอาชีพ การพัฒนาบุคคลจึงไปแบบผิดทิศผิดทาง ขณะที่ป้ายติดตั้งตามโรงงาน สถานประกอบการ เรากลับไม่มีเด็กไปรองรับ เด็กจบการศึกษาม.ต้นก็มุ่งมุ่นที่จะศึกษาต่อม.ปลายของสพฐ. แล้วเข้าสู่มหาวิทยาลัย จบออกมาก็ว่างงาน
"พูดแบบไม่อายกัน  พวกเรานักบริหารการศึกษา ครู บุคลากรทางการศึกษา ต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิด วิธีการผลิตและวิธีการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์กันใหม่"

ข้อเสนอที่ผ่านวงเสวนาและปลัดกระทรวงศึกษาธิการรับทราบและพร้อมประสานผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องระดับนโยบายต่อไปก็คือ

1. สถานศึกษาในสังกัดสอศ. ควรที่จะเปิดการเรียนการสอนภาคกลางคืนด้วย กลางวันให้เด็กได้ทำงานมีรายได้ ประเด็นนี้ปลัดกระทรวงศึกษาธิการยืนยันว่า ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา รับทราบและเห็นด้วย
2. กระบวนการแนะแนวเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เด็กนักเรียนต้องดำเนินการอย่างจริงจัง ต่อเนื่อง
3. เด็กต้องเรียนฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

 

ปัญหาพื้นฐานต่อการเพิ่มผู้เรียนสายอาชีพ หน่วยปฏิบัติควรไม่น่าจะอยู่ที่การพยายามหาทางอัพเดทตัวเลขให้สนองนโยบายรัฐแต่อย่างเดียว
การสร้างความตระหนัก ความเข้าใจ เห็นความสำคัญของอาชีพ การทำมาหากินเมื่อจบวัยเรียนภาคบังคับ เข้าสู่เส้นทางสายพื้นฐาน สายอุดมศึกษากับสายอาชีพ
ซึ่งการชูชงวิชาชีพใดๆให้เข้าตาเด็ก ผู้ปกครอง ก็คงหนีไม่พ้น งานใหม่ ใหญ่ รายได้ดี อินเทรนด์ ให้เด็กได้ตัดสินใจเองร่วมกับผู้ปกครอง .....
ประเด็นอิทธิพลจากผู้ปกครองนี้ ดร.เทอดชาติ ชัยพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 4 กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ในการบูรณาการเพื่อการเพิ่มปริมาณสายอาชีพ คงไม่เน้นว่าวิทยาลัยในสังกัดสอศ.ได้เป้ามากน้อยเพียงใด แต่สิ่งสำคัญ น่าจะอยู่ที่คนเชียงรายได้มีโอกาสศึกษาต่อ เรียนจบแล้วมีงานทำเป็นเรื่องสำคัญ ปัจจุบันผู้ปกครองมีการปรับทัศนคติต่อเด็กอาชีวฯได้ดีมากแล้ว ผู้เรียนอาชีวฯในภูมิภาคก็ไม่มีข่าวเรื่องการทะเลาะยกพวกตีกันเหมือนในกทม.
ประเด็นสำคัญที่ ดร.เทอดชาติ ชัยพงษ์ กล่าวถึงและฝากความหวังไว้ต่อหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง คือ ฐานข้อมูลอาชีพที่ทำให้เกิดการพัฒนาหรือความก้าวหน้าและฐานข้อมูลจำนวนสถานประกอบการที่พร้อมจะรองรับอนาคตเด็กเรียนสายอาชีพว่ามีจำนวนกี่แห่ง แต่ละแห่งต้องการทักษะอาชีพใด หรือต้องการบุคลากรทักษะด้านใดไปปฏิบัติงาน

ประเด็นการแนะแนวเด็กนักเรียนซึ่งเป็นเควชั่นมาร์คอึงอลทั้งในคำถาม คำตอบ ของผู้บริหารทั้งสพฐ.และวิทยาลัยสังกัดอศจ.ในพื้นที่ โดย นายมนต์ชัย  ปาณธูป ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 36 (เชียงราย-พะเยา) กล่าวว่า ไม่เป็นความจริง แต่ที่เด็กไม่ไปเรียนมีปัจจัยแทรกซ้อนหลายประการ เช่น ห่างไกลจากวิทยาลัย การเดินทางไม่สะดวก ขณะที่ในตัวเมืองก็มีโรงเรียนยอดนิยมมากมายหลายแห่ง ผู้ปกครองก็มีค่านิยมสนับสนุน การ Open House ของวิทยาลัยทุกแห่งก็สนับสนุนเด็กได้รับการแนะแนว แต่การแนะแนวโดยให้ข้อมูลไม่ครบถ้วนก็กลายเป็นดาบสองคม เทคนิคการแนะแนวของวิทยาลัยในสังกัดอศจ.บางแห่งนำเรื่องทุนการศึกษาไปเป็นแรงจูงใจ แต่พอเรียนไประยะหนึ่งจบเทอม 1 ก็ยกเลิก ผู้ปกครองสู้ค่าใช้จ่ายไม่ไหวจึงดึงเด็กกลับออกมา

 

ตามรอย Demand Size ในบริบทของจังหวัดเชียงราย กับสายงานอาชีพที่จ.เชียงรายต้องเร่งสร้างและเตรียมให้พร้อมผ่านหลักสูตรวิชาชีพในสถานศึกษาที่ต้องพัฒนาและก้าวให้ทัน ก้าวให้ล้ำ ผ่านกรอบความคิดของายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย มีดังนี้


1.อาชีพซ่อมแซมอากาศยานลำตัวแคบ ขนาดบรรจุผู้โดยสาร 180-200 คน
2.อาชีพช่างเทคนิคสถานีรถไฟรางคู่ อ.เชียงแสน อ.เชียงของ
3.อาชีพธุรกิจการค้าผ่านการเดินเรือไทย-จีน ในลุ่มน้ำโขง
4.อาชีพออกแบบเครื่องบดย่อยวัชพืชให้กับอปท.ต่างๆ
5.อาชีพการบัญชี การบริหารธุรกิจ รองรับธุรกิจการค้าชายแดน
6.อาชีพธุรกิจโรงแรม ที่พัก
7.อาชีพมัคคุเทศก์ที่มีความรู้ด้านตำนาน ประวัติศาสตร์ สถานที่ท่องเที่ยว สถานที่สำคัญ
8.อาชีพออกแบบผลิตภัณฑ์สินค้าพื้นเมืองล้านนา
9.อาชีพที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีทางการเกษตร เกษตรอินทรีย์
10.อาชีพบริบาลศาสตร์

คุณขนิษฐา  เครือจักร์ ประชาสัมพันธ์ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเชียงราย/ภาพ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน