• ล.ลิงบ้าบอ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2018-04-19
  • จำนวนเรื่อง : 253
  • จำนวนผู้ชม : 71609
  • ส่ง msg :
  • โหวต 3 คน
เรื่องของเรื่อง
หยิบเอาเรื่องราว ร้อยเรียงเป็นบทความ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/crazymonkey
วันพุธ ที่ 20 ตุลาคม 2564
Posted by ล.ลิงบ้าบอ , ผู้อ่าน : 336 , 19:04:05 น.  
หมวด : อาหาร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

แนวโน้มความต้องการของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย สอดรับกับความท้าทายและสิ่งใหม่ๆ นอกจากนี้ ยังมีโควิด-19 เป็นตัวเร่งให้ผู้บริโภคส่วนใหญ่เปลี่ยนพฤติกรรมการซื้ออาหารกลับไปรับประทานที่บ้าน และเลือกซื้ออาหารที่สด สะอาด และเก็บได้นาน จึงไม่น่าแปลกใจที่อาหารแช่แข็งจะเป็นที่นิยมอย่างมาก นอกจากนี้ ข้อมูลจากศูนย์อัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมอาหาร (Food Intelligence Center) สถาบันอาหาร ระบุว่า ตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีการพัฒนาสินค้าประเภทอาหารพร้อมรับประทานแบบแช่เย็นและแช่แข็งเพิ่มมากขึ้น เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีประโยชน์ทางโภชนาการ และตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคในด้านความปลอดภัยและความสะดวกในการรับประทาน

แต่ก่อนที่จะถึงเนื้อหาส่วนถัดไป อยากจะอธิบายให้ผู้บริโภคเข้าใจก่อนว่า “อาหารแช่แข็ง” ไม่ได้อันตรายอย่างที่บางคนเข้าใจ ในทางกลับกันอาหารแช่แข็งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าทางโภชนาการใกล้เคียงอาหารสด เพียงแต่ถูกนำไปแปรรูปให้อยู่ในสภาพแช่แข็ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อถนอมอาหาร ยืดอายุการเก็บรักษาให้นานขึ้น ลดการสูญเสียของวัตถุดิบทางการเกษตร เพิ่มความหลากหลายและเพิ่มมูลค่าของสินค้า สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการแปรรูปอาหาร และเกษตรกร และที่สำคัญเพื่อตอบโจทย์ด้านความสะดวก ความปลอดภัยและคุณค่าทางโภชนาการให้ผู้บริโภค

อาหารแช่แข็ง คือ อาหารที่ผ่านกระบวนการแช่แข็ง ทำให้อาหารอยู่ในสภาวะอุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง อย่างน้อยถึง -18 องศาเซลเซียส ซึ่งจะสามารถเก็บได้นาน 6 เดือน - 1 ปี หรือนานกว่านั้น ด้วยความเย็นระดับนี้จุลินทรีย์จะไม่สามารถเจริญหรือเพิ่มจำนวนได้ ปฏิกิริยาทางกายภาพและทางเคมีจะถูกยับยั้งหรือเกิดได้น้อยมากไม่ส่งผลต่อการเสื่อมเสียของอาหาร นอกจากนี้ กระบวนการผลิตอาหารแช่แข็งถูกควบคุมด้วยระบบมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด เช่น ระบบ GMP หรือระบบมาตรฐานที่เข้มงวดกว่า และมีการควบคุมมตรวจสอบคุณภาพทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพ การทำความสะอาด การใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย ที่สามารถลดอุณหภูมิของผลิตภัณฑ์อาหารได้อย่างรวดเร็ว (fast freezing) ทำให้สามารถรักษาเนื้อสัมผัสของอาหารไว้ได้ดีและยังคงคุณภาพทางด้านโภชนาการ การเก็บรักษา และการขนส่ง รวมถึงการควบคุมสุขลักษณะของพนักงาน โดยทุกขั้นตอนจะมีการตรวจวิเคราะห์คุณภาพอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์อาหารนั้นมีคุณภาพตามมาตรฐานและปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค

ปัจจัยสำคัญและความท้าทายของอาหารแช่แข็ง คือเรื่องของอุณหภูมิ เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศเมืองร้อน เมื่อนำอาหารแช่แข็งออกจากตู้เยือกแข็งจะเกิดการละลายของน้ำแข็งในอาหารได้อย่างรวดเร็วซึ่งจะส่งผลต่อการเสื่อมเสียของอาหารได้โดยง่าย จึงทำให้ต้องระมัดระวังในเรื่องของการจัดเก็บ การขนส่ง และการวางจำหน่าย โดยจะต้องควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสมตลอดเวลา เราจึงมักจะเห็นว่าอุณหภูมิของตู้เก็บอาหารแช่แข็งในซุปเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านที่จำหน่ายอาหารแช่แข็งมักตั้งไว้ที่ -20 ถึง -22 องศาเซลเซียส เพื่อป้องกันไม่ให้อุณหภูมิของอาหารเพิ่มขึ้นสูงกว่าอุณหภูมิมาตรฐาน คือ -18 องศาเซลเซียส หากเกิดการแปรรวนของอุณหภูมิ แม้กระทั่งผู้บริโภคเมื่อซื้ออาหารแช่แข็งแล้ว ควรเก็บในกล่องที่มีน้ำแข็งหรือน้ำแข็งแห้ง (dry ice) เพื่อเป็นการรักษาความเย็นของอาหารแช่แข็ง คงความสดระหว่างการนำกลับบ้าน และนำเก็บในตู้แช่แข็งทันทีเมื่อกลับถึงบ้าน เพื่อป้องกันผลิตภัณฑ์ละลายและป้องกันการเจริญของจุลินทรีย์ที่จะทำให้อาหารเสื่อมเสียและป้องกันการก่อโรค เมื่อต้องการประกอบอาหารให้นำอาหารแช่แข็งมาละลายอย่างรวดเร็ว เช่น ในไมโครเวฟ หรือแช่ทั้งบรรจุภัณฑ์ในอ่างน้ำไหล หรือละลายน้ำแข็งที่อุณหภูมิต่ำ เช่น ย้ายผลิตภัณฑ์มาไว้ในช่องแช่เย็นล่วงหน้าก่อนการปรุงอาหาร แต่หากเป็นอาหารพร้อมรับประทานแช่แข็งก็สามารถนำไปอุ่นในไมโครเวฟเพื่อรับประทานได้ทันที

อย่างไรก็ตาม ในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ผู้บริโภคควรพิจารณาตราสัญลักษณ์บนผลิตภัณฑ์อย่างเคร่งครัด เช่น ฉลาก GDA หรือฉลากหวาน มัน เค็ม ที่มีการแสดงสารอาหารที่มีผลกระทบต่อสุภาพ สังเกตุเครื่องหมาย อย. และเครื่องหมายอื่นๆ ที่เป็นเครื่องหมายรับรองด้านคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร นอกจากนี้ ควรเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหารแช่แข็งจากสถานที่จำหน่ายที่น่าเชื่อถือ เพื่อความมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์นั้นปลอดภัย

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. พิไลรัก อินธิปัญญา
สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร
คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

 

เครดิต : https://www.matichon.co.th/publicize/news_2993256




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน