• St.Pamok
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : buisness_ps@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-11-23
  • จำนวนเรื่อง : 28
  • จำนวนผู้ชม : 89128
  • ส่ง msg :
  • โหวต 9 คน
blog ของ blogger มือใหม่(ช่วยกันเข้ามา post หน่อยนะคร้าบ)
สวัสดี blogger ทุกท่านนะครับช่วยๆกัน post นะคร้บ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/curcuitpamok
วันจันทร์ ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2551
Posted by St.Pamok , ผู้อ่าน : 1572 , 09:45:59 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 ทางลัดสู่ความก้าวหน้าและความสบายใจในที่ทำงาน

คนที่จะทำงานอย่างมีความสุขและประสบความสำเร็จจะต้องรู้จักการบริหารงาน บริหารคน และบริหารตนเอง ซึ่งมีรายละเอียดต่าง ๆ ดังต่อไปนี้


1. การบริหารงาน ในที่นี้คือความสามารถในการทำงานให้กับองค์กรได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งจะต้องประกอบด้วย
    1) มีความจงรักภักดีต่อองค์กร
         - ตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมายอย่างสุดความสามารถ สร้างผลงานและผลกำไรให้กับองค์กรอย่างเต็มที่
         - มีคุณธรรมและจริยธรรม มีความรักและภูมิใจในองค์กรของตนเอง สำรวมคำพูดและการกระทำทั้งต่อหน้าและลับหลัง ไม่นินทาว่าร้ายหัวหน้า เพื่อนร่วมงาน ลูกน้อง และลูกค้า
     2) เป็นหูเป็นตาให้กับองค์กรและรู้จักเสนอความคิดริเริ่มสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาสินค้าและบริการให้ดียิ่งขึ้น
     3) มีนิสัยทำงานเกินเงินเดือน


2. การบริหารคน  ในที่นี้ได้แก่ หัวหน้า เพื่อนร่วมงาน ลูกน้อง และลูกค้า
    

 1) ต้องรู้จริตของฝ่ายตรงข้าม จริตของมนุษย์มีทั้งหมด 6 ประเภท ดังนี้
          - ราคะจริต คนจริตนี้จะมีความละเอียดอ่อน พูดจาไพเราะ ดังนั้น หัวหน้าประเภทนี้จะชอบผลงานที่ละเอียดรอบคอบ มีรูปแบบที่สวยงาม และวิธีการนำเสนอจะต้องนิ่มนวล สุภาพ ไพเราะน่าฟัง  
          - โทสะจริต หัวหน้าประเภทนี้จะใจร้อน มีระเบียบวินัยสูง ผลงานที่เสนอจะต้องตรงประเด็น และเสร็จตามเวลาที่กำหนด  
          - โมหะจริต หัวหน้าประเภทนี้จะเฉย ๆ ไม่เรียกร้องอะไรมากนัก ดังนั้น ในฐานะลูกน้องเราควรจะเตรียมประเด็นทั้งหมดไปให้พร้อมและเสนอให้ท่านเป็นคนเลือกเอง
          - วิตกจริต หัวหน้าประเภทนี้จะพูดไม่หยุด สั่งงานมากมายไม่หยุดหย่อน ชอบจับผิดและดูถูกความสามารถของผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา เจอหัวหน้าประเภทนี้ต้องระวังคำพูด พูดให้น้อยเข้าไว้ อย่าไปใส่ใจคำพูดของท่านมากนัก และให้ท่านสั่งงานเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานเพราะหัวหน้าประเภทนี้มักชอบกลับคำ เปลี่ยนจุดยืนอยู่ตลอดเวลา และมักจะมองเห็นผลประโยชน์ของตนเองเป็นหลัก
          - ศรัทธาจริต หัวหน้าประเภทนี้จะชอบลูกน้องที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับองค์กรและมีส่วนรวมกับองค์กรอยู่ตลอดเวลา
          - พุทธิจริต หัวหน้าประเภทนี้จะเป็นคนมีเหตุมีผล มีความเมตตากรุณา มีความเป็นผู้นำ ใจกว้าง ใครมีหัวหน้าประเภทพุทธิจริตถือว่าโชคดีมาก ควรทำงานอยู่กับท่านนาน ๆ ดูดซับความรู้ ปัญญา และคุณธรรมจากท่านให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ การที่เรารู้จริตของอีกฝ่ายจะทำให้เราเข้าใจในความคิด คำพูด และการกระทำของอีกฝ่ายอย่างแท้จริง เมื่อมีการสื่อความอีกฝ่ายหนึ่งจะรู้สึกว่าเรามีความเข้าใจ มีความจริงใจ และให้ความไว้เนื้อเชื่อใจเรา
   

  2) มี EQ.
          - มีสติรู้เนื้อรู้ตัว (Self-awareness) ในที่นี้คือการรู้ตัวอยู่ตลอดเวลาว่าขณะนี้เรากำลังทำอะไรอยู่ พูดอะไรอยู่ และผลที่จะตามมาคืออะไร นอกจากนั้น ยังรวมถึงการรู้จักตนเองอย่างถ่องแท้ด้วยเช่น รู้ว่าเราชอบหรือไม่ชอบอะไร มีความถนัดในเรื่องอะไรบ้าง มีจุดอ่อนจุดแข็งตรงไหน มีอะไรเป็นคุณธรรมประจำใจ และมีเป้าหมายอะไรในชีวิต เป็นต้น เมื่อเรารู้จักตนเองอย่างถ่องแท้จึงจะสามารถเลือกทำงานตามที่เราชอบและถนัดได้จึงจะมีความสุขในการทำงาน เมื่อเจออุปสรรคก็ไม่ย่อท้อเพราะเป็นงานที่เรารัก เมื่อถูกวิพากษ์วิจารณ์ก็ไม่น้อยเนื้อต่ำใจเพราะรู้อยู่แล้วว่าสิ่งนั้นเป็นจุดอ่อนของเราที่กำลังปรับปรุงแก้ไข หรือเมื่อได้รับคำชมก็จะไม่เหลิงจนลืมตัวเพราะรู้อยู่แล้วว่าสิ่งนั้นเป็นจุดแข็งของเรา
         -  รู้จักควบคุมอารมณ์ตนเอง (Self-control) ต้องระมัดระวังอย่าขาดสติระเบิดอารมณ์ใส่ผู้อื่นโดยเด็ดขาดโดยเฉพาะอย่างยิ่งอารมณ์โกรธเพราะจะทำให้ความดีทุกอย่างที่เคยสั่งสมมาถูกทำลายไปจนหมดสิ้น หรือแม้แต่อารมณ์ดีใจก็ควรอยู่ในระดับพอดีเพราะถ้าอยู่ในฐานะหัวหน้าแล้วดีใจจนออกนอกหน้าจะทำให้ลูกน้องหมดความนับถือได้ ดังนั้น การแสดงอารมณ์ใด ๆ ก็ตามควรอยู่ในความพอดี
         -  มีพลังในการกระตุ้นเตือนตัวเองอยู่ตลอดเวลา (Self-motivation)
คิดในแง่บวก มองโลกในแง่ดี มีความกระตือรือร้นในการทำงาน มีเป้าหมายในชีวิต รู้จักแยกแยะเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงาน มีความเชื่ยวชาญในงานที่ตัวเองทำ และสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้
        - มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น (Empathy) มีความเมตตาต่อผู้อื่น เอาใจเขามาใส่ใจเรา
        - มีมนุษย์สัมพันธ์อันดีกับผู้อื่น(Social skills) ผูกมิตรและอย่าสร้างศัตรู
   

 3) มีการทำงานเป็นทีม
หัวหน้าทีมต้องรู้จักเลือกบุคลากรตั้งแต่สองคนขึ้นไปมาทำงานร่วมกัน โดยแต่ละคนควรจะมีความสามารถในหลาย ๆ ด้านเพื่อให้เกิดความคิดเห็นที่หลากหลาย การทำงานเป็นทีมจะประสบความสำเร็จได้นั้น ทุกคนในทีมจะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
          1. มีเป้าหมายเดียวกันคือเพื่อความเจริญรุ่งเรืองขององค์กร
          2. มีความปรารถนาดีซึ่งกันและกัน
          3. เข้าอกเข้าใจกันเป็นอย่างดี เป็นผู้ฟังที่ดี ใจกว้างยอมรับฟังความเห็นของผู้อื่น มีสติรู้เนื้อรู้ตัวว่าตนเองกำลังพูดอะไร และพูดไปเพื่ออะไร ต้องรู้จักพูดทีละคำฟังทีละเสียง
          หัวหน้าทีมจะต้องทำหน้าที่ ดังต่อไปนี้
          1. กระตุ้นทุกคนในทีมให้แสดงความคิดเห็นออกมา
          2. ดึงเนื้อหากลับเข้าสู่ประเด็น
          3. ไกล่เกลี่ยเมื่อเกิดข้อขัดแย้ง
          4. ตั้งคำถามที่ดีเพื่อดึงความรู้ของแต่ละคนออกมาและนำมารวบรวมและสกัดออกมาเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ดีที่สุด 


3. การบริหารตนเอง
          - ตั้งเป้าหมายในแต่ละวันให้แน่ชัดว่าวันนี้จะทำสิ่งใดบ้างที่เกิดประโยชน์ต่อองค์กร ไม่ต้องมากชิ้นแต่ให้เน้นที่คุณภาพและสามารถทำได้จริง
          - มีแผนการชัดเจนในการจะทำเป้าหมายให้ประสบผลสำเร็จ
          - รู้จักพักจิต ทำจิตให้สงบเพื่อสร้างพลังชีวิตให้กับตนเองเช่น การสวดมนต์ ทำสมาธิ และมองโลกในแง่ดี คิดดี พูดดี ทำดี

>From: kulrapak thiramongkolchai
>To: jengy_kulrapak@hotmail.com
>Date: Wed, 8 Aug 2007 09:21:23 -0700 (PDT)


 





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน